[BTS Fanfic ] OS/SF collectionMacbeth1995
โพสต์นี้มีเนื้อหาที่อาจไม่เหมาะสมกับเยาวชน [os] : Flower Tattoo(NC-17) (Jijin)
    • [ Fanfic BTS ]
    • Genre : |os | Drama | soft erotic|
    • Pairing : Jijin l Park Jimin*KimSeokjin l
    • Rate : NC-17
    • Note: Please,Don't forget and love me.
    • edited;2019.04.12









    เริ่มเลยไหม?” 


    อืม


    บทสนทนาเรียบง่าย ไม่มีวาจาหยาบโลน มันไม่มีการปลุกเร้า เพราะไม่จำเป็นต้องปลุกเร้า มันจะเป็นเพียงคืนหนึ่งที่มีเพียงร่องรอยความทรงจำ



    เกือบลืมแนะนำตัว


    ผมพัคจีมิน คุณล่ะ?”


    “.....จิน เรียกจินก็ได้



    ผู้ชายคนนั้น, ‘ พัคจีมิน เขาทำอะไรที่ไม่จำเป็นอย่างการแนะนำตัว.


    แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะเดี๋ยวเขาก็ ลืม


    จินคิดแบบนั้นตอนที่ จีมินเริ่มปลดให้กระดุมออกจากรังดุมของมัน เผยร่างกายกำยำปรากฏสู่สายตา ลอนกล้ามพวกนั้นดูสวยงาม มันเหมือนปะติมากรรมรูปปั้นของกรีกโบราณ อะไรแบบนั้นที่จินเคยเห็นในหนังสือตอนที่ยังเป็นเด็กวัยสิบเอ็ดขวบ



    อะไรกัน คุณไม่ถอดเสื้อผ้าเหรอ?”


    ถอด แต่คุณอยากถอดมันเองไหม?”



    เขาถามไป ไม่คาดหวังคำตอบแบบไหนเป็นพิเศษ แต่เมื่อสบนัยน์ตาเรียวคู่นั้น ท่ามกลางไฟสลัวของห้อง ประกายบางอย่างในแววตากลับชัดเจนยิ่งกว่าจุดสีขาวดวงใหญ่บนท้องฟ้ายามไร้ดาว จีมินไม่ตอบคำถาม แต่ก้าวเข้ามาแนบชิด วางมือลงบนสะโพกสวยของจินและดึงรั้งเข้ามาให้ร่างกายของเราแนบชิดกัน ในระยะที่ลมหายใจปะปนและกลีบเนื้อนุ่มเริ่มคลอเคลีย,จินเคลิ้มกับมัน กับบางอย่างที่จีมินมอบให้ ไม่ได้ตระหนักถึงปลายนิ้วที่ปลดกระดุมเสื้อของตนให้หลุดออก เช่นเดียวกับมือของจินที่เริ่มเข็มขัดของจีมินออก


    พวกเขาสบสายตากันอีกครั้ง ปล่อยให้เสื้อผ้าไหลหลุดลงไป ปลดเปลื้องตัวตนพวกนั้นออก


    จินรู้สึกร่างกายสั่นไหวไปหมด ก้มจนคางแทบชิดอกตอนที่จีมินมองร่างเปลือยเปล่าของตน



    คุณสวยมากเลย จิน



    อายมาก



    จินคิดเช่นนั้นและปล่อยให้อีกฝ่ายดันร่างกายให้ราบไปกับเตียงกว้างที่ดูแคบลงเมื่อร่างกายพวกเขาแนบชิดกัน




    X




    เรากอดกันท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อน ร้อนมากๆ



    แต่สัมผัสที่จีมินมอบให้นั้นร้อนกว่า




    อ๊ะ..! อย่าทำพร้อมกัน




    จินว่า น้ำเสียงสั่นไปหมด สูดลมหายใจเข้าลึกๆกลั้นก้อนสะอื้น ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนน้ำตานั้นแดงปลั่งไปหมดเมื่อจีมินขยับป้อนให้มากขึ้น จนเราแนบชิด เป็นหนึ่งเดียวกัน เสียงหอบหายใจพร่าดังอยู่ใกล้ๆ




    ข้างในคุณร้อนมากเลย จินอ่า




    จีมินกระซิบอยู่ข้างริมหู น้ำเสียงที่เคยทุ้มนุ่มแหบพร่าไปหมด จินครางเสียงหลงตอนที่ใบหูนิ่มถูกขบเย้าเบาๆและเมื่อทุกอย่างเข้าที่ จังหวะเนิบนาบก็เริ่มขึ้น มันเชื่องช้าในทีแรกและเร่งเร้ามากขึ้นเมื่ออารมณ์ดิบเริ่มเป็นผู้ควบคุม จังหวะของจีมินดุดัน ยิ่งจินเรียกร้องอ้อนขอ ก็ยิ่งป้อนให้ มันไม่อ่อนโยนเท่าไหร่นักเมื่ออีกฝ่ายทั้งขบผิวจนช้ำ ทั้งตีสะโพกจนขึ้นรอย


    ถึงจะแบบนั้นจีมินก็อ่อนโยนมากๆเมื่อเทียบกับคนอื่น


    มือของจีมินประคองสะโพกอย่างนุ่มนวลตอนที่เปลี่ยนให้จินนำจังหวะบ้าง จินโอบรัดร่างกำยำของจีมินไว้ ปลายเล็บกรีดขึ้นตามแนวสันหลังโค้ง




    จินอ่า


    คุณสวยมากจริงๆ คุณวิเศษมาก




    จีมินพร่ำกระซิบยามริมฝีปากเราคลอเคลีย จินทำได้แค่กดจูบ ปล่อยให้จีมินชักนำเขาให้เดินไปถึงสวรรค์ตอนที่เราแตะสัมผัสกันอย่างลึกซึ้งที่สุด


    มันเอ่อล้นไปหมด


    จินรู้ดี ตอนที่กลืนกินความปรารถนาที่ใหญ่โตเกินรับไว้



    คุณเก่งมากเลยครับ จิน



    จินฝังใบหน้าลงกับแผ่นอกชื้นเหงื่อ ซุกซ่อนใบหน้าแดงปลั่งของตัวเองไว้พลางพูดด้วยเสียงอู้อี้



    คุณก็เช่นกัน จีมิน



    และขยับซุกมากขึ้นตอนได้ยินน้ำหัวเราะแผ่วๆใกล้ๆ ตอนที่ได้รับจุมพิตที่ขมับ





    X





    พัคจีมินไม่เหมือนคนอื่นที่จินรู้จัก


    นิ่มนวล อ่อนโยน สุภาพบุรุษ เกินกว่าที่จะได้พบ


    จีมินไม่เหมือนคิมแทฮยองที่เอาแต่ใจและชอบรังแก ไม่เหมือนจอนจองกุกที่มักจะชอบพูดจาให้จินอับอาย หรือมินยุนกิที่มักจะใส่อารมณ์กับจินเสมอ


    จินอยากเห็นแก่ตัวอีกสักนิด ที่จะซึมซับไออุ่นในอ้อมแขนที่อ่อนโยนนี้ไว้ให้นานที่สุด



    มันเป็นความฝันที่เหมือนฟองสบู่ เมื่อปะทะกับความจริง มันก็พร้อมจะแตกสลายไปพร้อมๆกับหวังที่ริบหรี่





    X





    ไหล่กว้างผิดกับเอวที่เพรียวบาง เส้นโค้งเว้าตามกรอบสะโพกทำให้ร่างกายดูบอบบางเมื่อมันไร้ซึ่งสิ่งใดปกปิด แผ่นหลังเปลือยเปล่าดูงดงามมากขึ้นเมื่อผิวขาวสะท้อนกับแดดยามเช้าตรู่ เหมือนกำลังละเลียดจิตรกรรมชิ้นเอกของพระเจ้า แต่พระเจ้าคงจะลงโทษพัคจีมินในไม่ช้า เมื่อเขาได้แต่งแต้มจิตรกรรมล้ำค่านี้ด้วยสีสันของเขา


    แต้มกลีบสีช้ำ, รอยจูบของจีมินแต่งแต้มกระจายประปรายอยู่รอบเจ้าดอกไม้สีฟ้าที่ผลิบานอยู่เดียวดายกลางแผ่นหลังด้วยความที่กลัวว่ามันจะเหงา



    ดอกไม้เล็กๆสีฟ้าน่ารักที่เหมือนกับจิน



    ดอกฟอร์เก็ตมีนอต,        



    นัยน์ตาเรียวสบกับเจ้าดอกไม้อยู่ครู่นึงก่อนแนบริมฝีปากอุ่นลงบนดอกไม้นั้นอย่างนุ่มนวล

    ผละจากและหายไป ทิ้งไว้เพียงอุณหภูมิของริมฝีปากที่คนที่จมอยู่ในห้วงนิทราไม่มีวันรับรู้ถึงมัน



    เมื่อจินลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ข้างกายก็จะว่างเปล่า มีแค่ซองสีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง



    กับตัวเขาแค่คนเดียว มันก็แค่นั้นเอง





    X





    จินรู้จักมันดี พอๆกับที่รู้จักตัวเอง


    มันคือความเดียวดาย มันเป็นเพื่อนรักที่จินรู้จักดีตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่วันที่ถูกทิ้งขวางลงข้างทาง เป็นสิ่งของที่ไม่มีใครต้องการ เป็นเมล็ดที่ไม่สมบูรณ์ ถูกเหยียบย่ำลงกับโคลน งอกเงย ผลิบานอย่างเงียบเชียบ รอเพียงวันและเวลาที่ร่วงโรยรา



    มันก็แค่นั้น



    ชื่อจริงก็แทบจะลืมไปแล้ว



                 



    ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เหลือแค่ จิน กันนะ?


    จินถามตัวเองอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งเขานึกออก มันคือตอนที่รับลูกค้า,ครั้งแรกสุด ไม่ว่าจะร้องตะโกนแค่ไหน ก็ไม่มีใครได้ยิน มันเป็นแบบนั้นเสมอ เจ็บจนเหมือนตัวเขาจะแหลกสลายทั้งเป็น ทุกอย่างเกิดขึ้นเวียนซ้ำเป็นวัฏจักร 



    จนกระทั่งจินตระหนักได้ว่า ตัวตนของเขามันช่างกลวงเปล่า


    อาจจะมีเพียงเจ้าดอกไม้สีฟ้าที่เข้าใจเขา


    เจ้าดอกฟอร์เก็ตมีนอต



    .

    .



    อย่าลืมฉัน หรืออีกความหมายก็คือ รักแท้ครับ



    เจ้าของร้านดอกไม้ที่มีรอยยิ้มสดใจเหมือนพระอาทิตย์คนนั้นพูดขึ้น ตอนที่หยิบยื่นช่อดอกไม้เล็กๆมาให้ จินกะพริบตา มองเจ้าดอกไม้เล็กๆสีฟ้าอมม่วงแสนน่ารัก




    มันเหมือนกับคุณดี เพราะงั้นยิ้มเยอะๆนะครับ




    จินยิ้มบางเบา ให้กับช่อดอกไม้ในมือ



    นั่นสินะ เหมือนกันเลยล่ะ



    ใช่ อย่าลืมได้ไหม





    'ได้โปรดอย่าลืมและได้โปรดรักเขาเถอะ'





    มันคือสิ่งที่จินขอต่อพระเจ้าเสมอ แม้รู้ว่ามันคงไม่สมหวังก็ตาม.





    X





    จินคาดหวังเพียงแค่ การสลักดอกไม้ ปลูกมันลงบนแผ่นหลัง อาจจะช่วยอะไรบางอย่าง



    จริงๆก็ไม่หรอก มันไม่ช่วยอะไรเลย



    อาจจะช่วยให้บาดแผลที่เผชิญอยู่เบาลงไปเพราะเจ็บที่หลังมีมากกว่าแค่ชั่วคราว



    แค่ชั่วคราวที่บรรเทารอยปริร้าวในหัวใจ





    X




    มันก็เหมือนทุกครั้ง สถานที่เดิม มุมเดิม ดนตรีที่ดังกลบเสียงเริงร่า อากาศที่อบอวลด้วยกลิ่นผลไม้ ท่ามกลางหมู่มวลมนุษย์ที่ถูกย้อมด้วยสีสันของแสงนีออน สถานที่ที่ปลดเปลื้องซึ่งตัวตนเก่าและเกิดใหม่ ย้อมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนผิดเพี้ยนไปหมด



    ตัวเขาเองก็ผิดเพี้ยนไม่ต่างกัน



    จินโคลงแก้วในมือ ปล่อยให้ของเหลวสีอำพันหมุนวนเป็นคลื่นเล็กๆในแก้วใส จรดแนบแก้วเย็นๆที่ริมฝีปาก กลืนรสชาติหวานขมที่ทำให้ลำคอร้อนผ่าวลงไปทั้งหมด ราวกับเป็นสิ่งบันเทิงใจเพียงสิ่งเดียว

    ลุกขึ้น พาร่างกายเข้าไปอยู่ในหมู่คลื่นมนุษย์ ปล่อยตัวไปตามแรงดัน จินจำไม่ได้ว่าชนใครไปบ้าง แต่กลับรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อจมูกได้กลิ่นอ้อมแขนคุ้นเคย กลิ่นโทนร้อนบนผิวร้อนผ่าวของใครสักคนที่จินเคยกอด




    จิน คุณเป็นอะไรรึเปล่า?”




    ไม่รู้หรอก,


    จินไม่ตอบ แต่ประคองใบหน้าของคนตัวเล็กกว่าแล้วแนบริมฝีปากลงไป.





    X





    มันเป็นวัฏจักรที่วนซ้ำอีกครั้งและอีกครั้ง ซ้ำซาก 



    เหมือนเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่เฉพาะเพลงแผ่นนั้น



     ผิวชื้นเสียดสีจนร้อน ร้อนจนคิดว่าอาจจะละลายไปในอ้อมแขนที่คุ้นเคย ดุดันแต่อ่อนโยนกับจินเสียยิ่งกว่าใคร เหมือนตัวตนที่เหมือนจักรวาลกลวงเปล่าถูกเติมเต็มด้วยความร้อน ขยายตัว ระเบิดออกเติมเต็มความว่างเปล่านั้น



    จนกว่ามันจะเย็นลง จินคิดว่าอาจจะตายก่อนก็ได้




    "อืม อา...ที่รัก คุณรัดผมแน่นเกินไป"


    "ตรงนี้เหรอครับหืม? ถ้าผมสัมผัสตรงนี้ คุณชอบสินะ"


    " จินอา.....คุณวิเศษที่สุดจริงๆนั่นล่ะ"





    จินก็ได้แค่ร้องตอบไม่เป็นภาษาจริงๆนั่นล่ะ





    X





    จำไม่ได้เลย


    จินคิดในขณะลุกขึ้นพิงพนักเตียงด้วยร่างกายที่เมื่อยล้า โดยเฉพาะสะโพกของเขาที่ปวดหนึบไปหมด ทบทวนเศษซากความทรงจำที่กระจัดกระจายขณะมองช่อดอกไม้ที่เหมือนดอกไม้บนแผ่นหลังของตัวเอง  ปลายนิ้วไล้ตามกลีบอ่อนนุ่มบอบบาง ละสายตามองแสงแดดอ่อนๆที่เล็ดลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านสีขาวโปร่งแม้ถูกเติมเต็มความปรารถนา แต่หัวใจกลับกลวงเปล่าเช่นเดิม มุมปากยกยิ้มขึ้น หลุดหัวเราะออกมาคำนึง



    คาดหวังอะไรอยู่กันนะ ก็เขาน่ะ      




    อรุณสวัสดิ์ครับ ตื่นแล้วเหรอ?”




    เขาหยุดหายใจไปชั่วขณะ นัยน์ตากลมเบิกกว้าง ก้อนเนื้อในอกเต้นระรัว จินไม่กล้าจะมอง เอาแต่มองตักของตัวเอง ไม่แม้อยากแม้แต่จะคาดหวังอะไรทั้งนั้น แต่บางอย่างในหัวใจกำลังเรียกร้องมัน สัญญาณของอะไรบางอย่างที่ไม่เคยมีอยู่กลับปรากฏขึ้น 


    จินเงยหน้าขึ้น,มองสบใบหน้าอันแสนคุ้นเคยที่กำลังส่งรอยยิ้มกว้างจนนัยน์ตาเรียวนั้นหยีโค้ง รอยยิ้มสว่างไสวของเทวดาองค์น้อยๆ



    พัคจีมิน,


    ชื่อที่จินจำได้ขึ้นใจยิ่งกว่าชื่อของตัวเอง




    ทำไมคุณ??? .....ถึงยังอยู่...?”




    ทำไมไม่หายไปเหมือนทุกทีเล่า



    จินถามคำถามนั้นในใจ รู้สึกว่าน้ำเสียงตัวเองเบาหวิวจนมันแทบกลืนหายไปกับลมหายใจในตอนท้ายประโยค คำถามที่ไม่เคยคิดจะถาม และก็คงไม่มีใครคิดจะตอบมัน,




    แล้วทำไมผมถึงต้องไป?”




              แต่จีมินกลับตอบคำถามนั้น.




    ปลายนิ้วกร้านของจีมินเกลี่ยเช็ดหยาดน้ำตาที่ขอบตาแผ่วเบา โอบอุ้มความรู้สึกของซอกจินไว้ทะนุถนอมแก้วที่ร้าวพร้อมจะปริสลายใบนี้ไว้ด้วยความอ่อนโยน




    ซอกจิน คุณใจร้ายมากเลยนะครับ แม้แต่ชื่อจริง คุณก็ไม่ยอมบอกผม


    ชู่ว ไม่ร้องไห้สิคุณ ผมทำอะไรผิดไปเหรอคนดี?”




    จีมินหัวเราะแผ่วๆพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนที่ส่งมาให้ สว่างไสวจนตาแทบพร่า และเมื่อแขนนั้นเปิดอ้า จินก็เข้าสวมกอดมันโดยไม่ลังเล เป็นครั้งแรกที่จินโอบกอดใครสักคนไว้ด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี ซอกจิน ร้องไห้ ครั้งสุดท้ายที่ร้องไห้คือเมื่อไหร่มันก็นานมากพอๆกับที่คิดว่าบางทีต่อมน้ำตาน่าจะพังไปแล้ว


    ซอกจินสะอื้นฮักเหมือนเด็กเล็กๆที่หลงทาง ปล่อยทุกความรู้สึกออกมาบนบ่าเล็กที่แคบกว่าของเจ้าของอ้อมกอดอบอุ่นนี้ แต่มันก็เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กมากๆเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของคนๆนี้,พัคจีมิน

    ในอ้อมแขนที่ซอกจินรู้สึกตัวเล็กลง อ้อมแขนนั้นก็กลายมาเป็นโลกทั้งใบของซอกจินเป็นอ้อมแขนที่ทำให้ชื่อที่แทบจะเลือนลางหายไปนั้นเด่นชัดขึ้นมาเมื่อจีมินเรียกมัน อ้อมแขนที่ทำให้ชื่อ คิมซอกจิน มีความหมายขึ้นมาสำหรับใครสักคน


    น้ำหนักที่สม่ำเสมอจากฝ่ามือทำให้ซอกจินเคลิ้มไปกับความอบอุ่นนั้น สัมผัสน้ำหนักของริมฝีปากที่จุมพิตลงบนเปลือกตาอย่างนุ่มนวล น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่พร่ำกระซิบปลอบว่า ไม่เป็นไรเหมือนเพลงกล่อมเด็กที่ทำให้ซอกจินจมลงสู่ห้วงนิทราในโลกใบใหม่ของเขา



    โลกที่เขาเฝ้ารอที่จะพบเจอมาตลอด,



    โลกที่มีชื่อเรียกว่า จีมิน




    X





    มนุษย์อาจจะเกิดมาเพียงเพื่อพบเจอใครสักคนที่ทำให้ตัวตนของเรามีความหมาย ท่ามกลางหมู่มวลมนุษย์ที่ทำให้ตัวตนของเราสั่นไหว เคว้งคว้างและเดียวดาย เราต่างหลงทางอยู่บนโลกที่ไม่มั่นคงใบนี้หากสามารถค้นพบคำตอบของความหมายของตัวตนนี้ได้  โลกใบนี้อาจจะกลายเป็นสวรรค์ในพริบตาเดียวก็เป็นได้.


    ซอกจินคิดแบบนั้นตอนที่มือของจีมินเอื้อมมากุมมือของเขาไว้


    แม้จะเล็กกว่า แต่มันก็ยิ่งใหญ่กว่าใครทั้งหมด


    โลกใบเล็กๆของคิมซอกจิน.







    X





    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    20XX  January  xx         



    นัยน์ตาเรียวสีเข้มมองก้อนปุกปุยสีขาวที่ร่วงหล่นจากท้องฟ้าสีเข้มข้างนอกหน้าต่างนั่น มันเพิ่งเริ่มตกก็จริง แต่เขาก็ควรจะรีบเร่งกลับไปได้แล้ว จีมินกอดอก ชุดสูทสีดำและเนคไทล์สีเดียวกันทำให้พัคจีมินดูภูมิฐาน โดยเฉพาะเมื่อเรือนผมสีบลอนด์บลอนด์เงินถูกเซตให้เปิดหน้าผาก ภาพลักษณ์ชายหนุ่มร่างเล็กแต่กำยำคนนี้เลยดูทั้งเย็นชาและน่าเกรงขามขึ้นมา 


    จีมินมองเข็มวินาทีที่กำลังเดินไปอย่างสม่ำเสมออย่างที่มันควรจะเป็น ถ้าหากสามารถเร่งมันได้ก็คงดี แต่ก็ทำได้แค่คิดเท่านั้นล่ะจึงได้เปลี่ยนเป้าสายตามาอยู่ที่เค้กสวยๆในตู้โชว์แทน ไม่ว่าอันไหนก็ดูน่ากินทั้งนั้น ทำเอาเขาเลือกไม่ถูกว่าควรจะเลือกแบบไหนไปดี เขาไม่สันทัดเรื่องของกินนักหรอก ได้แค่ฟังคำแนะนำจากพนักงานร้านแล้วก็เลือกมัน หวังแค่ว่ามันคงจะถูกปากคนที่บ้านเท่านั้นล่ะ



    “เค้กที่สั่งได้แล้วค่ะ”



    เขาขยับเข้าไปดูเค้กที่อยู่ในกล่อง เค้กครีมสดที่ประดับด้วยสตอเยอรี่ลูกโต มุมปากยกยิ้มเล็กๆเมื่อนึกถึงใครบางคนที่น่าจะชอบเจ้าเค้กก้อนนี้ จีมินพยักหน้าให้พนักงานอีกครั้ง พลางก้มดูนาฬิกาที่ข้อมือ



    อา สายแล้ว



    “ ทั้งหมด xxxxxวอนค่ะ”


    “อ่า ครับ .....ไม่ทราบว่ารับบัตรเครดิตไหม?”




    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .



    นัยน์ตากลมสีเข้มจับจ้องเจ้าก้อนสายไหมปุกปุยที่เริ่มร่วงหล่นจากท้องฟ้าสีเข้มก่อนหันกลับไปดูนาฬิกาบนผนังห้อง ตัวเลขของหน้าปัดดิจิทัลบอกเวลาหกโมงครึ่ง



    “ช้าจัง....”



    ซอกจินบ่นพึมพำเบาๆ ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เท้าคางลงกับขอบหน้าต่างอีกครั้ง มองไฟกลมๆที่แต่งแต้มให้มองยามค่ำดูมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ส่วนเขาเองก็รอใครบางคนที่กลับมาแต่งแต้มสีสันให้ห้องสีขาวที่เงียบเหงานี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง



    คิดถึงอีกแล้วสิ



    “กลับมาแล้วครับ”



    เสียงนุ่มๆของที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับเสียงเปิดประตูห้อง จีมินผงะเล็กน้อยเมื่อถูกเด็กน้อยตัวโตกระโจนใส่จนเขาเสียวว่าเค้กในกล่องจะเละไปแล้วรึเปล่า แต่มันก็ไม่เท่ากับปลายจมูกโด่งที่กดฝังลงบนแก้มเขาพร้อมน้ำเสียงออดอ้อนแสนหวานจากคนขี้อ้อนของเขา 



    จีมินยิ้ม,จุมพิตลงที่ริมฝีปากอิ่มอย่างนิ่มนวล




    “ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะจีมินอา”



    “ครับ ผมกลับมาแล้วครับ ผมซื้อเค้กมาฝากคุณด้วยนะ แต่ไม่รู้ว่าเละรึยังนะ...”




    จีมินว่าแบบนั้น ส่วนซอกจินก็ได้แต่ทำตาโตอย่างตกใจ แต่สุดท้ายพวกเขาก็นั่งกินเค้กเละๆในกล้องด้วยกันกับชาคาโมไมล์อุ่นๆ แม้จะเปิดฮีทเตอร์ พวกเขาก็เลือกที่จะนั่งเบียดกันจนไหล่ชิดอยู่ดี ไม่ใช่เพราะหนาวด้วยซ้ำ บรรยากาศที่เคล้าคลอจนเหลือเพียงพวกเขาสองคนในห้องสีขาวห้องเดิม ในห้องที่พวกเขาได้กลายเป็นโลกใบเล็กของกันและกัน.





    -FIN-



    Story by Macbeth1995


    Twitter; @astronaut1995

    #สถานีอวกาศno95




    Talk;



    ดึกแล้วอัพได้ แฮ่ มีแท็กของตัวเองแล้วค่ะ 

    จะเปิดเทอมแล้วค่ะ คงเป็นอีกเทอมที่หนักหนา 

    แต่จะพยายามเขียนทุกอย่างที่อยากเขียนให้มากที่สุดค่ะ

    หวังว่าจะยังมีคนรออ่านอยู่นะคะ ขอโทษที่เอาแต่ใจด้วยนะคะ แฮ่


    ป.ล.โมเม้นต์กุกจินวันนี้มันดีจริงๆเลยนะคะ ภูมิใจในตัวกัปตัน แง 



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
ryeoiske (@ryeoiske)
ลุ้นแทบแย่เลยค่ะ นึกว่าจะจบเศร้าซะแล้วว // พัคจีมินน่ารักมากๆเลย แงงง
Macbeth1995 (@wipeoutbear)
@ryeoiske เกือบเศร้าแล้วเหมือนกันค่ะ แง
Jinny Pipatanusorn (@fb1451399778329)
ฮือออ ตายแล้วเขินมากเวอร์ สนุกครับบบ ฟินมากกกคร้าาา นึกว่าจะเศร้าาา ทร่ไหนได้ละมุนไปอีกกกก
Arpasiri Munponetong (@fb2126343017685)
ฮือ~ไรท์สนุกอ่า
Macbeth1995 (@wipeoutbear)
@fb2126343017685 ขอบคุณค่าาาาา จะพยายามมาอัพให้ไวที่สุดนะคะะะะะ
bell_khnr (@bell_khnr)
นึกว่าจะเศร้าแล้วว แงงง ตอนคุณพัคบอก ‘แล้วทำไมผมถึงต้องไป’ คือน้ำตารื้นเลยค่ะะ ฮืออออออ ดีมากกกกๆๆๆ ขอบคุณที่อยู่กับซอกจินนะคะคุณ แงงงงง อบอุ่นหัวใจอีกแล้วววว ; 0 ; ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีดีแบบนี้ให้ได้อ่านน้าาา แงงงงงง ยักกกกกกก ;—; 💖💖
Macbeth1995 (@wipeoutbear)
@bell_khnr พิเบลลลลลล 5555555 ขอบคุณที่ยังอุตส่าห์มาเม้นในนี้นะคับ ขอบคุณค่าาาา♥♥♥
iysaj (@iysaj)
Fighting!!
กินใจมากๆเลยค่ะ สู้ต่อไปนะคะ
Macbeth1995 (@wipeoutbear)
@iysaj ขอบคุณค่ะ♥