[BTS Fanfic ] OS/SF collectionMacbeth1995
[sf]:Deal between us(kookjin);1/??
    • [ Fanfic BTS ]
    • Genre : ThaiAU!|os
    • Pairing : Kookjin l JeonJungkook*KimSeokjin l
    • Rate : 15
    • Note: Jungkook as; จรัญ , Seokjin as; จิณณ์






    เด็กหนุ่มตรงหน้านั่งขมวดคิ้ว หากมันพันกันได้ก็คงพันกันมุ่น เมื่อเจ้าตัวก้มศีรษะแทบจะติดชีทเรียนที่ ‘ติวเตอร์’ มอบหมายให้นักเรียนตัวแสบทำแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์ที่เจ้าตัวแสนเกลียดมันนักหนา

    จรัญขบกรามจนขึ้นเด่นเป็นสัน สุดท้ายก็เงยหน้าขึ้นมองสบใบหน้าสวยของติวเตอร์ตัวแสบที่กำลังมองมาด้วยสีหน้าราบเรียบ เกมจ้องตาได้เริ่มขึ้น แววตารั้นไม่ยอมแพ้ของเด็กหนุ่มที่สบสายตามา แม้ไม่ได้ก็จะบังคับ แต่ท้ายที่สุดก็ยอมแพ้เพราะอีกฝ่ายก็ไม่คิดจะยอมอ่อนข้อให้เช่นกัน


    “แม่ง”  


    จรัญสบถ ตบชีทตรงหน้าลงบนโต๊ะเสียงดัง

    จิณณ์หลุดหัวเราะออกมาคำนึงด้วยสีหน้าเยาะเย้ยที่จรัญเกลียดมันนักหนา ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายเป็นติวเตอร์และอายุมากกว่าถึงห้าปี จรัญคงจับมาฟาดแรงๆสักครั้ง


    “ยอมแพ้แล้วเหรอ?”

    “พี่แม่งขี้โกง นี่มันยากกว่าครั้งที่แล้วอีก”

    “นั่นแปลว่านายไม่ได้กลับไปทวนแบบฝึกหัดคราวที่แล้วต่างหาก”


    เด็กเกเรนึกอยากโวยวาย แต่จำต้องหุบปากเพราะคำพูดแทงใจดำของติวเตอร์ มือเรียวคว้ากล่องนมกล้วยข้างตัวขึ้นมาดูดอย่างไม่สบอารมณ์ ความเย็นและรสหวานช่วยบรรเทาอาการกรุ่นโกรธในกายให้ลดน้อยลง อาจจะเป็นการกระทำเดียวที่ทำให้เจ้าตัวดูเด็กลงนิดหนึ่งเมื่อภาพลักษณ์ที่มีนั้นไม่เข้าเสียเลย



    เด็กสมัยนี้โตเร็ว คงเป็นวลีฮิตในทุกยุคสมัยไป



    จรัญเป็นเด็กชั้นม.5 โรงเรียนเอกชนชื่อดัง เจ้าเด็กแสบที่เอาแต่เล่นกีฬา ไม่ยอมเรียนหนังสือ เกรดลดฮวบฮาบจนมารดาต้องกุมขมับ ให้ไปเรียนสถาบันสอนพิเศษดีๆก็โดดเรียน ไปเที่ยวเล่นแทน ครั้นพอจ้างติวเตอร์มาติวให้ที่บ้าน ก็ไม่สนใจใยดีอะไรทั้งนั้น


    จนกระทั่งเจอติวเตอร์คนนี้ คนที่ทำให้เด็กแสบอย่างจรัญยอมเชื่อฟัง



    จิณณ์ นักศึกษาชั้นปีที่4 จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นติวเตอร์มาแล้วสี่ปี รับสอนคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ระดับชั้นปลาย ราคาไม่แพงมากนักเมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้รับจากติวเตอร์คนเก่งคนนี้



    แต่มันมีอะไรมากกว่านั้น




    ไม่ใช่เพียงใบหน้าสวยของหนุ่มรุ่นพี่ที่จรัญถูกใจ แต่นัยน์ตาที่ซุกซ่อนอยู่ใต้กรอบแว่นใสต่างหากที่จรัญสนใจตั้งแต่แรกเจอ




    ‘ ตั้งแต่วันนี้ พี่เป็นติวเตอร์คนใหม่ของน้องนะครับ ’



    เจ้าตัวว่าแบบนั้น ภายใต้รูปลักษณ์เรียบง่ายแต่ดึงดูด นัยน์ตากลมโตคู่สวยทอแววเป็นประกาย แม้จะถูกกรอบแว่นใสบดบัง ไหล่กว้างกว่าจรัญ แต่เอวนั้นกลับเพรียวกว่า บางมากเมื่อเทียบกับเค้าโครงของร่างกายที่ดูเหมือนจะใหญ่ แต่ก็แค่เหมือน เสื้อแขนยาวสีฟ้ากับกางเกงยีนสีซีดอย่างง่ายๆ อีกฝ่ายไม่เกริ่นเยิ่นเย้ออะไรมากนัก แค่นั่งลงตรงข้ามและเริ่มสอน มันเป็นครั้งแรกที่จรัญคิดว่ากริยาของคนนั้นน่ามองขึ้นมา


    มันดูนุ่มนวลด้วยภาพลักษณ์ของจิณณ์นั่นล่ะ



    แต่การสอนไม่อ่อนโยนเลย



    ‘ต้องใช้สูตรนี้ต่างหาก’

    ‘ดูเครื่องหมายดีๆ’

    ‘วิธีนั้นมันเสียเวลาไหมครับ เอาเวลาตรงนั้นไปทำข้ออื่นแล้วกลับมาทวนคำตอบเถอะ’



    อืม ไม่อ่อนโยนจริงๆนั่นล่ะ



    “ถ้านายกลับไปทวนสูตรคราวที่แล้วก็ทำได้ มันยากขึ้นนิดเดียวเอง”

    “นิดเดียวที่ไหนวะพี่ ไม่นิดแล้วมั้ง เริ่มเรียนไปแค่สองครั้งเอง”

    “สองครั้ง ครั้งล่ะสามชั่วโมง เป็นหกชั่วโมงที่เรียนไป กับโจทย์อีกเกือบยี่สิบข้อ มันควรได้อะไรเพิ่ม”

    “โว้ย”

    “เลิกงอแงได้แล้ว จะสอนให้”

    “ตรงนี้ใช้สูตรนี้ แทนค่าตรงนี้ก่อน.....”


    จรัญนั่งมองดินสอที่ขยับขีดเขียนสูตรลงบนกระดาษ เสียงหวานคล้ายเพลงกล่อมเด็กกำลังกล่อมเกลาให้จรัญตั้งใจฟัง จมูกได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆจากคนที่โน้มตัวมาใกล้จนศีรษะแทบจะชนกัน กลิ่นหวานจางๆของดอกกุหลาบ กลั้วซิตรัสและหญ้าฝรั่นกำลังมอมเมาให้สติจรัญหลุดลอย แต่แล้วมันก็ถูกดึงกลับมาด้วยเสียงนุ่มๆของติวเตอร์หนุ่ม


    “เข้าใจแล้วใช่ไหม?”


    “อืม”


    บรรยากาศตอนนี้เหลือเพียงแค่เครื่องปรับอากาศ และเสียงขีดเขียนของดินสอ เงียบจนได้ยินอากัปกริยาการขยับตัว ทุกการเคลื่อนไหวถูกรับรู้สู่โสตประสาท




    จนกระทั่งจรัญเลือกฆ่าบรรยากาศแสนน่ำรำคาญทิ้ง




    “รางวัล”

    “หืม”

    “ถ้าผมทำได้ ยังจะได้ ‘รางวัล’ อยู่ไหม?”




    เด็กเอาแต่ใจที่ไม่มีความอดทนทำให้ติวเตอร์ยิ้มขบขันอย่างไม่ปิดบัง จิณณ์ขยับตัวเปลี่ยนท่า วางแขนเท้าทับชีทเรียน จังหวะที่โน้มลงมาคอเสื้อนั้นหมิ่นเหม่เต็มที มันดูวับแวม เมื่อขอบเสื้อเริ่มรั้งเลิกขึ้นเห็นผิว ชวนให้สงสัยถึงผิวขาวที่ซ่อนเร้นไว้ข้างในเป็นอย่างไร เป็นอย่างที่จรัญเคยจินตนาการถึงรึเปล่า? เลือดในกายสูบฉีดมากขึ้นยามที่สายตาเลื่อนมาสบกัน เป็นตอนที่นัยน์ตาที่เคยราบเรียบทอประกายอะไรบางอย่าง นัยยะที่แฝงเร้นไว้ในจุดระยิบระยับของแววตา  ริมฝีปากอิ่มคลี่รอยยิ้มที่มุมปาก



    “ขึ้นอยู่กับแบบฝึกหัดต่อไป...ว่าทำได้รึเปล่า”



    น่ากัด


    จรัญสบถในใจ นึกอยากจะคว้าตัวคนตรงหน้ามาฟัดแรงๆสักทีให้เข็ด แต่ก็ทำไม่ได้



    จิณณ์หัวเราะอารมณ์ดี งานอดิเรกคือการปั่นหัวจรัญเล่นในแต่ล่ะครั้งของการติวที่แสนยืดยาว มันแก้เบื่อให้จิณณ์ได้ดีเหมือนทุกครั้ง


    ‘ ไม่ทราบว่ายังรับติวอยู่ไหมคะ?’

    ‘พอดีน้องค่อนข้างเกเร ไม่รู้ว่าคุณรับมือไหวรึเปล่า แต่ช่วยมาติวให้หน่อยได้ไหมคะ?’


    ช่วยไม่ได้ น้ำเสียงกึ่งอ้อนวอนทำให้จิณณ์ใจอ่อน ตกปากรับคำอย่างไม่ต้องคิดให้มากความ แม้จะลำบากใจ เพราะตอนนี้เขาก็เรียนชั้นปี4แล้ว ควรทุ่มเทกับโปรเจคจบของตัวเองให้ดี



    ช่างเถอะ อย่างน้อยๆเขาก็ได้เงิน และติวเด็กม.5แค่คนเดียวคงไม่เกินบ่ากว่าแรงของจิณณ์เสียเท่าไหร่



    แต่จรัญผิดกับที่จิณณ์จินตนาการไปนิดหน่อย



    ความจริงก็ไม่นิดเท่าไหร่



    จรัญตัวสูง เกือบเท่าเขา แต่ไม่นานก็คงสูงกว่า ใบหน้าหล่อเหลาดูน่ารักเหมือนลูกกระต่ายเพราะนัยน์ตากลมโตกว่าของจรัญ แต่พอประกอบคิ้วเรียวนั้นที่ติดจะชอบขมวด แผลเป็นและสันกรามคม มันทำให้จรัญดูเป็นหนุ่มหล่อที่มีเค้าความน่ารักที่ลงตัว แม้เวลายิ้มจนนัยน์ตาหยียับมันจะทำให้ลืมองค์ประกอบความหล่อเหลาไปชั่วคราว



    นั่นคือความประทับใจแรกของจิณณ์ แม้ว่าครั้งแรกแทบจะไม่ได้พูดอะไรเยิ่นเย้อมากนัก นอกจากเนื้อหา และชั่วโมงการติว


    จากการสอนจรัญทำให้จิณณ์ได้รู้ว่า ความจริงแล้วจรัญเป็นเด็กเรียนดี หัวไวมาก แทบไม่ต้องสอนอะไรมากมายซ้ำซากแบบเด็กคนอื่นๆที่จิณณ์เคยสอนด้วยซ้ำ แค่เกเร ติดเล่นมากเกินไป หากว่าให้แรงขึ้นก็คือ สมาธิสั้นไปหน่อยเท่านั้นเอง




    ข้อตกลงระหว่าง ‘ ติวเตอร์ ’ และ ‘ นักเรียน ’  จึงเกิดขึ้น




    ‘ ถ้าเราทำตามข้อตกลงที่พี่เสนอให้ได้ พี่จะให้อะไรก็ได้ที่เราขออย่างนึง ’


    ‘ อืม ’


    ‘ถ้างั้น….ผมขอ             




    จิณณ์ก็มีวิธีการสอนในแบบของจิณณ์

    แค่หารางวัลมาหลอกล่อเสียหน่อย

    แค่ยื่นแครอทไป เจ้ากระต่ายก็กระโจนงับอย่างไม่มีลังเลใดๆ





    x




    “ถูกไหม?”



    จรัญถามขึ้น นั่งมองติวเตอร์หนุ่มตรวจโจทย์ที่เขาเพิ่งจะทำส่งไปสลับกับการเล่นเกมในมือ จิณณ์ขานรับในลำคอ นัยน์ตาคมกลมโตละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์มาที่ใบหน้าของหนุ่มรุ่นพี่แทน สายตาไล่มองสบองค์ประกอบของใบหน้าอย่างเพลินตา



    “ถูกหมด ดีมาก”



    จิณณ์วางปากกาสีแดงลงก่อนหน้าขึ้น สายตาเลื่อนขึ้นจากกระดาษสบสายตาที่มองอยู่ก่อนแล้ว นัยน์ตาของเจ้าลูกกระต่ายที่เหมือนครอบครองจักรวาลเล็กๆไว้ในดวงตาสีเข้มคู่นั้น

    แต่ครั้งนี้จิณณ์เหมือนถูกนัยน์ตานั้นดึงดูดหล่อหลอมให้เป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาลนั้นเช่นกัน



    “แล้วผมยังจะได้รางวัลอยู่ไหม?”


    “อืม”


    “ไม่อยากได้แค่จูบอย่างคราวที่แล้ว”


    “โลภ ทำไมเอาแต่ใจแบบนี้ ตกลงจะเอาไหมรางวัล ถ้าไม่เอา       



    “ เอา ”



    แว่นตากลมถูกถอดออกไปเฉกเช่นเดียวกับคำพูดถูกบังคับให้กลืนหายไปในลำคอเมื่อกลีบเนื้อนุ่มถูกบดขยี้ ร่างกายถูกท่อนแขนแกร่งดึงรั้งให้เข้าหา เป็นการบังคับ เหมือนกฏของแรงดึงดูดระหว่างมวล กฏที่จรัญเป็นควบคุมมันแต่เพียงผู้เดียว มวลความร้อนของร่างกายที่อุณหภูมิเดียวกันถูกโอบรัดไว้จนกายเบียดแนบชิดเหมือนริมฝีปากของพวกเขา รสจูบดุดันเกินอายุกำลังช่วงชิงลมหายใจของคนแก่กว่าให้รวยริน จิณณ์อ่อนระทวยไปหมดตอนที่จรัญยอมผละออกให้ แม้จะขบดูดดึงกลีบปากชุ่มจนแดงก่ำอีกครั้งอย่างย่ามใจ


    จรัญชอบนัก ตอนที่สีหน้าที่ปกติมักจะนิ่งเฉยเต็มไปด้วยอารมณ์กรุ่นค้างจากริมฝีปากตน ปลายนิ้วกร้านไล้ตามผิวแก้มแดงปลั่ง ไล้ลงต่ำตามกรอบหน้า ลำคอขาว ไหปลาร้าสวย จนกระทั่งปลายนิ้วเริ่มปลดกระดุมให้หลุดออกมาจากรังดุมเม็ดหนึ่ง มือเรียวของจิณณ์คว้าหมับเข้าที่มือซน



    “จรัญ อย่าซน



    จิณณ์ว่า ติดหอบหายใจเล็กๆจนเสียงแอบพร่าลงไป ผละตัวออกมาและติดกระดุมเข้ารังดุมของมัน จรัญพ่นลมหายใจฮึดฮัด ไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดใจแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เมื่อมันไม่เป็นไปตามข้อตกลง




    ข้อตกลงของ ‘ นักเรียนจอมเกเร ’ และ ‘ ติวเตอร์จอมแสบ ’




    ‘ จรัญครับ เราลองมาทำข้อตกลงกันไหม? ’


    ‘ ห๊ะ? ’



    จู่ๆจิณณ์ก็ถามขึ้น ในขณะที่นักเรียนจอมเกเรกำลังง่วนกับเกมในมือ



    ‘ ดูเหมือนคะแนนรอบที่แล้วยังไม่ดีเท่าที่ควรนะ พี่มีข้อเสนอ ถ้าเราทำคะแนนได้มากขึ้นกว่าแค่การผ่านคาบเส้น พี่จะให้เราขอรางวัลก็ได้จากพี่ หนึ่งอย่าง ’


    ‘อะไรก็ได้เหรอ?’



    จรัญชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังคงถามต่อไปโดยที่ไม่ละสายตาจากโทรศัพท์ในมือ



    ‘ ใช่ ’


    ‘ ถ้าขอจูบจะได้ไหม? ’



    จิณณ์เงียบไป  จรัญยิ้มขำก่อนวางโทรศัพท์ลง เด็กเกเรยกยิ้มมุมปากทำให้ใบหน้าหล่อเหลาดูเจ้าเล่ห์เจ้ากลขึ้นมา



    ‘ ว่าไงครับคุณครู ถ้าขอจูบจะได้ไหม? ’



    คนเด็กกว่าจ้องหน้าสบสายตา วางท่าทีดั่งราชา เหมือนที่ครอบครองทั้งจักรวาลไว้ในดวงตา รวมไปถึงการหมายปองจะครอบครองคนแก่กว่าตรงหน้าให้อยู่ในจักรวาลของตนเช่นกัน คนแก่กว่าหลุดหัวเราะแผ่วๆ แค่นั้นก็เพียงพอให้คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความฉงน




    ‘ อืม ก็เอาสิ ’


    ‘ แต่มีข้อแม้นะ สอบเก็บคะแนนครั้งขอคะแนนเต็ม ’


    ‘ ให้ตาย ’




    จิณณ์หัวเราะขำจนตาหยี 



    จรัญมองรอยยิ้มนั้น และคิดว่า จริงๆแล้ว จิณณ์ดูน่ารักมากถ้ายิ้มแบบนั้น





    x





    ได้เต็มแล้วนะ ’



    เด็กเกเรว่าแบบนั้นพลางไสโทรศัพท์มาทิศที่จิณณ์นั่ง จิณณ์หยิบมันโทรศัพท์ที่แสดงภาพหน้าจอเป็นใบคะแนนสอบของจรัญ ติวเตอร์หนุ่มยกยิ้มพอใจกับผลคะแนนที่ดีขึ้น



    ‘ ถ้าตั้งใจก็ทำได้นี่นา ’


    ‘ รางวัลล่ะ’



    จิณณ์สบสายตากับเจ้ากระต่ายเกเรแสนดื้อเอาแต่ใจ หลุดหัวเราะขำ และขำมากขึ้นเมื่อคิ้วเรียวนั่นขมวดมุ่น สีหน้าบูดบึ้ง นัยน์ตากลมโตนั่นฉายแววดื้อด้าน และเป็นจิณณ์ที่เองที่ยอมถอดแว่นกลมใสบนใบหน้าหน้าออก


    ไม่มีสิ่งใดขว้างกั้นระหว่างสายตาอีกต่อไป


    มีแค่ความเอาแต่ใจของเจ้ากระต่ายเกเรที่เอาเปรียบจนติวเตอร์หนุ่มเอาใจไม่ทัน





    x





    “อยากได้มากกว่านี้”


    “ดื้อจัง ไม่ได้หรอก”



    จิณณ์ว่าแบบนั้นระหว่างที่เช็ดแว่น คราวนี้จรัญไม่ฮึดฮัด งอแง รึโวยวายใดๆ มันทำให้จิณณ์แปลกใจนิดหน่อย แต่เขาก็เลือกที่จะเงียบเช่นกัน



    “ถ้าครั้งหน้าได้เกรด4เลข จะขอจากพี่หนึ่งอย่างจะให้ผมไหม”



    นั่นไม่ใช่คำถาม แต่มันเป็นการบังคับ จิณณ์รู้ดีเมื่อสบตากลมของเจ้ากระต่ายเกเร แต่คราวนี้มันกลับแฝงไปด้วยอะไรบางอย่างในนัยน์ตาคู่นั้น อะไรที่คนเจนโลกอย่างจิณณ์รู้จักดี กลับกลายเป็นคราวนี้ที่จิณณ์อาจจะยอมจำนนต่อเจ้าของนัยน์ตาคู่นั้น



    “ อืม ถ้าทำได้จะยอมทำตามก็แล้วกัน”





    x





    จริงๆมันอาจจะไม่ใช่ข้อตกลงระหว่าง ‘ ติวเตอร์ ’ กับ‘ นักเรียน ’



    แต่เป็นข้อตกลงของ ‘ จรัญ ’ กับ ‘ จิณณ์ ’


    ข้อตกลงของพวกเขาทั้งคู่



    จิณณ์คิดเช่นนั้นขณะที่มองใบเกรดที่ถูกวางตรงหน้า มองใบหน้าของจรัญที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเพราะวิ่งมาหาตน เขาถอนหายใจ หยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋าซับหยดเหงื่อบนใบหน้าของคนเด็กกว่า แต่แล้วมือหน้าของจรัญก็เลื่อนมาจับมือเรียวไว้ กอบกุมและบีบเบาๆ



    เป็นอีกครั้งที่จิณณ์ถูกจักรวาลในนัยน์ตาคู่นั้นดึงดูด



    อาจจะเป็นเพราะอีกฝ่ายวิ่งมา? ทำหน้าจริงจัง? เลยไม่อาจจะละสายตาไปได้ รึอะไรก็แล้วแต่



    “ได้เกรด4แล้ว”


    “เป็นแฟนผม”




    อ่า ให้ตายสิ เจ้าเด็กกระต่ายนี้มันโลภ




    ‘“โลภเกินไปรึเปล่า เอาเปรียบนะนายจรัญ”


    “แต่พี่บอกจะยอมทุกอย่าง”




    จรัญฮึดฮัด ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มฉายแววไม่พอใจ นั่นทำให้จิณณ์หลุดขำ มันเหมือนเติมเชื้อไฟให้มากขึ้นเมื่อเด็กหนุ่มกำลังจะอ้าปากโวยวาย แต่ทว่ากลับถูกปลายนิ้วหยุดไว้




    “ไม่ได้ปฏิเสธ แค่บอกว่าโลภแล้วเอาเปรียบพี่มากๆ”


    “ก็ได้ งั้นผมขอใหม่”


    “พี่จิณณ์ครับ ผมขอจีบพี่ได้ไหมครับ”




    แววตารั้นของเจ้ากระต่ายเกรเรจอมเอาแต่ใจยังคงเหมือนเดิม พอจิณณ์หลุดขำเจ้ากระต่ายจะฮึดฮัด แต่คำตอบของจิณณ์ก็น่าพอใจเกินกว่าที่จะทาบทับ เมื่อริมฝีปากอิ่มทาบทับลงบนริมฝีปากบางของคนเอาแต่ใจ


    คราวนี้มันอ้อยอิ่ง อ่อนหวาน เนิ่นนานกว่าจูบครั้งไหนๆที่พวกเขาเคยจูบเสียอีก





    x






    “ แล้วเมื่อไหร่ผมถึงจะขอพี่เป็นแฟนได้ ”


    “นั่นสิ อะไรที่นายคิดว่า มันแลกเปลี่ยนแล้วมันเหมาะสม ก็คงเป็นอันนั้นล่ะนะ”



    จรัญถามมันขึ้นในตอนที่จิณณ์กำลังก้มหน้าก้มตาตรวจแบบฝึกหัดที่เป็นการบ้านเมื่อสัปดาห์ก่อน จิณณ์พยักหน้าอย่างพอใจเมื่อเจ้ากระต่ายเกเรทำโจทย์ยากๆที่ซับซ้อนได้มากกว่าเดิม ในขณะเดียวกันคำตอบของติวเตอร์หนุ่มทำให้เด็กหนุ่มไม่ประทับใจเสียเท่าไหร่ ขมวดคิ้วมุ่นจิปากอย่างไม่พอใจในคำตอบ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้




    ใช่ ข้อตกลงคือจรัญขอจีบจิณณ์



    แต่ใครจะไปนึกว่าต้องแข่งกับอีกหลายคนเล่า



    ไหนจะ แทน เจ้าของใบหน้าคมเข้มสีน้ำผึ้ง เดือนมหาลัยคณะนิเทศศาสตร์ , เจมส์ หนุ่มหล่อของดีประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผู้มีรอยยิ้มที่น่ารักและนัยน์ตาหยีๆรูปจันทร์เสี้ยวที่ชวนใจละลาย และศัตรูอื่นๆอีกเยอะแยะมากมายนับไม่ถ้วนที่จรัญแทบอยากจะพุ่งเข้าไปชกหน้า ถ้าไม่ติดว่า ไม่มีสถานะอะไรเลยนอกจากคนคุย



    ถึงจะบอกว่าคนคุย แต่ก็ไม่เคยคุยอะไรนอกจากเรื่องเรียน



    เพราะแบบนั้นไง จรัญเลยหงุดหงิด



    “ขอมากกว่านั้นไม่ได้จริงๆเหรอ?”



    เมื่อไม่ได้ด้วยกล ก็คงต้องเล่ห์ เมื่อเจ้าจรัญยอมลงทุนแปลงร่างเป็นกระต่ายขี้อ้อน วางคางเกยหลังมือบนโต๊ะ ใช้นัยน์ตากลมโตแป๋วแหววมองช้อนอย่างออดอ้อน หวังให้ติวเตอร์ใจอ่อน ยอมอ่อนข้อให้เขาสักนิด



    “อะไรล่ะนั่น ทั้งกอด หอม จูบ ได้ไปเยอะแล้วจรัญเจ้าเด็กโลภ”


    “ได้เยอะกว่านี้อีก ถ้ามียอมมีเซ็           




    ชีทกระดาษถูกม้วนฟาดลงกลางศีรษะทุยๆอย่างเต็มรักเต็มใคร่โดยติวเตอร์หนุ่มที่คลี่รอยยิ้มหวานเย็นส่งมาให้อย่างคาดโทษ




    “สงสัยพรุ่งนี้คงต้องไปเที่ยวกับเจมส์แล้วล่ะมั้ง เจมส์ชวนไปดูหนังพอดีเลย”


    “ไม่ เดี๋ยวดิ ทีผมชวนพี่ยังไม่ไปเลย อะไรวะ”


    “แต่คราวที่แล้วเราตกลงกันว่า ถ้าผ่านเกิน70% พี่จะยอมไปด้วย แต่นายดันผ่านคาบเส้นเองนี่นา”




    ติวเตอร์ว่าแบบนั้นพลางไหวไหล่พลางปั้นสีหน้าประมาณว่า ' มันไม่ใช่ความผิดขอฉัน ' ใส่เด็กหนุ่มที่กำลังฮึดฮัดจนต้องขบฟัดกรอด




    “แต่คราวนี้ทำการบ้านมาถูกทุกข้อ ดังนั้นห้ามไปเที่ยวกับไอเจมส์อะไรนั่น”


    “แค่ไปเที่ยวเองจรัญ ดูหนัง กินข้าว แล้วก็กลับ”


    “ไม่ได้! ไม่ให้ไป หวง พอใจยัง”


    พอใจแล้ว งั้นรางวัลวันนี้ก็อดไปนะ”


    “ไม่”


    “จะเอาทั้งหมด ทั้งหมดของพี่น่ะ ผมจะเอามันทั้งหมดเลย”



    เด็กเกเรจอมเอาแต่ใจว่าแบบนั้น ก่อนรั้งร่างกายของติวเตอร์หนุ่มขึ้นนั่งบนตัก ปลายนิ้วของจิณณ์ไล้ตามสันกรามขึ้น กดเกลี่ยที่รอยแผลเป็นบนโหนกแก้มซ้ายของจรัญในตอนที่แว่นถูกดึงออกไปอีกครั้ง และเป็นอีกครั้งที่พวกเขาสบสายตาโดยไร้สิ่งใดขว้างกั้น ก่อนที่จิณณ์จะถูกรั้งคอลงมาให้แนบริมฝีปากลงรับรสจูบดุดันอีกครั้ง


    จิณณ์หลับตาลง เป็นอีกครั้งที่ถูกควบคุมโดยจักรวาลของจรัญที่หล่อหลอมให้จิณณ์เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลจอมเอาแต่ใจอย่างจรัญ


    ใครจะฝืนกฏแรงดึงดูดระหว่างมวลที่ถูกบัญญัติขึ้นโดยจรัญได้เล่า แต่เจ้าเด็กจอมเอาแต่ใจนี่อาจจะไม่รู้ว่าตัวเองกำลังได้เปรียบขนาดไหน เพราะจิณณ์ก็ไม่เคยทำกับใครแบบนี้เช่นกัน



    เพราะข้อตกลงระหว่าง ‘จรัญ’และ ‘จิณณ์’ น่ะ ทำให้พวกเขาเป็นของกันและกันตั้งแต่เริ่ม



    แค่จรัญไม่เคยสังเกตและจิณณ์เองก็ไม่เคยบอก ถ้าบอกไปก็คงเอาแต่ใจมากกว่านี้ นั่นคงไม่ดี แต่จิณณ์ก็ชอบมัน.



    เรื่องปั่นหัวจรัญน่ะ เป็นเรื่องโปรดปรานของจิณณ์พอๆกับที่ชอบให้จรัญเอาแต่ใจและเอาเปรียบจิณณ์ไปตลอดนั่นล่ะ







    -To be continued.-







    twitter; @astronaut1995





    Talk;

    แรงบันดาลจากรูปจองกุกรูปแรกเพียงรูปเดียวเลยค่ะ
    จองกุกดูเป็นไทป์ที่ชอบเล่นมากกว่าชอบเรียนค่ะ คงยากน่าดูถ้าโดนจับมาเรียนอะไรที่ไม่ถนัด(ทั้งๆที่หัวไว)
    ส่วนซอกจินดูเหมือนเป็นไทป์ที่ชอบเล่นสนุก ดูไม่ค่อยจริงจัง แต่จริงๆขยันมากแน่ๆ คงเก่งน่าดู
    แต่คงมีอุบอิบไว้แล้วบอกว่าตัวเองไม่เก่งตามนิสัยถ่อมตัวของตัวเอง 

    เลยลองเขียนออกมาเป็นเอยูไทย ติวเตอร์และเด็กม.ปลายจอมเกเร สนุกมากเลยค่ะ ตั้งแต่ตื่นยันเย็น ปวดนิ้วไปหมด (ฮา)
    หวังว่าทุกคนจะชอบคุณติวเตอร์กับเด็กเกเรกันนะคะ

    ป.ล.เลิกเขียนคุณซอกจินซนๆไม่ได้สักที ชอบมากเลยค่ะDX




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in