sunday sonata.sweetsingularity
track 05: high

  • บางครั้งโลกก็ส่งเสียงอื้ออึงเกินที่ผมจะใส่ใจ



    อยากให้เงียบ

    ขอให้เงียบ

    อยากให้นิ่ง

    ขอให้นิ่ง


    กดปุ่ม หยุด เหมือนหยุดเทปวิดีโอสมัยก่อน เหมือนเดินลงบันไดเลื่อนที่ปิดการใช้งานชั่วคราว สะดุด แต่เคลื่อนไหว แช่แข็งความจริง แต่ปล่อยความคิดเดินหน้า


    ในเวลาที่ทุกคนคล้ายจะรีบเข้ามาทักผม โนติข้อความ สายโทรที่ไม่ได้กดรับ


    ผมอยากได้ยินเสียงเขา



    ทำไรอยู่.

    มือถือเรืองแสงขึ้นบนเตียง มือคว้าก่อนสมองจะตามทัน

    บอกตัวเองว่าอย่าหวัง แต่เขาเหมือนอยู่อีกก้าวข้างหน้าผมเสมอ



    ยังไม่นอนอีก

    ผมพิมพ์กลับไป ตัวเลขสีแดงเรืองแสงจากนาฬิกาดิจิตอลหัวเตียงเตือนว่าล่วงสองชั่วโมงเข้าเช้าวันใหม่ไปแล้ว

    หรือบางทีเด็กผมยังยึดติดไทม์โซนของอีกครึ่งซีกโลกอยู่


    ก็นอนไม่หลับ

    ผมยิ้มให้อีโมจิง่วงนอนของอีกฝ่าย เงยหน้ามองฟ้าข้างนอกแล้วรู้สึกโหวงข้างในชอบกล




    ท้องฟ้าแอลเอนั้นไร้ดาว

    อย่างมากคุณก็เห็นดาวเทียมสองสามตัวกระจายอยู่บนพื้นน้ำเงินเข้มไร้ขอบสิ้นสุดเหนือศีรษะ

    ผมเลยออกจะคิดถึงดาวที่เม็กซิโก ดวงเล็กน้อยร้อยพันรายล้อมอยู่ขณะฟัง Lovers Rock ของชาเดย์คลอบนหาด


    ที่ๆ ผมหายตัวไปได้ กดปุ่มมิวท์ทั้งโลกแล้วหลับตา

    จมอยู่กับหัวใจว่างเปล่าของตัวเอง




    ‘ชอบอยู่คนเดียว’ ชอว์นเคยพูดยิ้มๆ ปลายจมูกไซ้ซอกคอผม ‘แล้วก็บ่นว่าเหงา’

    ผมเท้าคางมองเขา ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องผมกลับ 

    ชอว์นเลิกคิ้ว

    ‘เหงาจริงเปล่าก็ไม่รู้’



    เขาคลานขึ้นมาคร่อมตัวผม ฝ่ามืออุ่นทาบผิวตรงเอว แล้วผมแทบกลั้นหายใจ


    ...ไม่รู้สึกเร็วไปใช่ไหม


    ‘พี่ตัวเย็นจัง’


    หลบสายตามองเพดานแก้เขิน

    คืนนี้ก็เหมือนคืนไหนที่เราทัวร์ด้วยกัน


    จะต่างก็ตรงที่เด็กตามผมมาหลังโชว์เสร็จ

    เราดื่มกันนิดหน่อยแล้วเขาก็เล่นมุขเดิม


    จูบผมกลางทางเดินโรงแรมที่ไร้คน

    โอบผมเข้ากับตัวแล้วเดินถอยหลังเข้าห้องด้วยแบบเนียนๆ


    ‘มือนายอุ่นตังหาก’ ผมเถียง เหลือบมองเสื้อเชิ้ตที่กองอยู่กับพื้น


    นิ้วเรียวแกะกระดุมเสื้อดำลายกุหลาบขาวตัวโปรดขณะผมกำลังเซล้มลงเตียง

    ผมกำลังตั้งใจพยายามหายใจตามปกติอยู่

    รู้อีกทีเขาก็นอนตะแคงอยู่ข้างผม มองตาเยิ้มเหมือนผมเป็นขนมที่กินได้งั้นแหละ



    (เออ ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมถูกมองอย่างนี้)



    ‘แล้วส่วนอื่นอะ--’

    เขาพูดกับหน้าอกผม

    ลมหายใจเด็กหนุ่มทำใจผมเบาหวิว

    สติลอยหายไปที่ๆตามกลับมาไม่ได้แล้ว

    ‘—อุ่นยัง’



    ผมเคยพูดว่ายังไงก็อยากมีความรัก

    อยากตกหลุมรัก อยากเป็นของใครสักคนและเป็นเจ้าของเขาในเวลาเดียวกัน

    ยืนยัน จับจอง มอบพื้นที่หัวใจให้อีกคน

    หยุดโฟกัสความคิดวันที่เวลาหยุดหมุนไว้ที่เขา



    มันคงจะดี



    ปากเขาแนบผิวผมและตาทั้งสองก็ปิดลงอย่างคุมไม่ได้

    รอยจูบช้า ชัด ตามแผงอก เหมือนไฟฟ้าสถิตลูกเล็กขนขบวนบนร่างผม

    มือที่ไล่ไล้ร่องอกตามปากอย่างช้าๆ



    มันคงจะดี


    เสียงครางคุ้นหูฟังดูห่างไกลตัวผม

    ชอว์นยิ้มให้เมื่อผมลืมตามอง


    คงจะหมอกลงตาเหมือนกันละตอนนี้



    ผมก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่ไหน


    สะดุ้งเกือบสุดตัวเมื่อรู้สึกความอุ่นตรงอกซ้าย

    ได้แต่ทิ้งหัวลงหมอนเสียงดัง กัดริมฝีปากตัวเอง เมื่อรู้ว่าเขากำลังทำอะไร


    (คนเหม่อๆ มึนๆ วินาทีนี้ก็ประมวลผลสื่อสัมผัสอย่างดีเลย์)


    ลิ้นอุ่นตวัดเลียหัวนมผม ดูดชิมเหมือนไอศครีม




    เอาจริงคุณคงไม่อยากฟังหรอก

    เรื่องเศร้าๆของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง

    ผมแต่งเพลงหนึ่งตอนที่อยู่ในห้วงรัก

    สุขล้นอกแต่ก็อดระแวงไม่ได้



    เคซี่ย์ มัซเกรฟพูดได้ดีกว่าผม

    มันอารมณ์คนที่เริ่มกระวนกระวาย ระหว่างช่วงเวลาพิเศษสุดของชีวิต

    จริงอยู่ที่เธอเข้ามา

    จริงอยู่ที่เขาจูบผม 


    แต่ทั้งเพลงในหัว ทั้งสิ่งที่เขาพูด


    มันใช่ไปหมดจนผมกลัว



    ‘เธอมีความรักในปีที่ผ่านมาหรอ ชาร์ลี’

    พิธีกรถามผมระหว่างสัมภาษณ์

    ยุบตัวลงตามโซฟาแล้วจงใจไม่มองหน้าเธอ

    ยังคุมสีหน้าและความอุ่นที่แก้มได้ดีอยู่

    ‘คุณตอบคำถามของคุณเองแล้วครับ’



    (ไม่น่าบอกว่าผมติดอัลบั้มของเคซี่ย์เลย ให้ตาย


    แต่เพลงเธอช่วยผมไว้จริงๆนี่นา)




    ร่างสูงทาบตัวกับร่างผม

    ปากกระโดดมาที่ต้นคอ

    จูบแล้วดูดเนื้อตรงนั้น

    เหมือนอยากให้ทิ้งรอยไว้ในตอนเช้า



    คนบนเตียงเหมือนคนแปลกหน้าต่อผม

    เหมือนผมกำลังเฝ้าดู ฟังใครก็ไม่รู้ออกเสียงเสียมากมาย และหายใจออกเป็นช่วงๆ



    คนอย่างชอว์นใครๆก็อยากเข้าหา

    หนุ่มที่เสน่ห์ล้นจนทะลัก

    ดูเข้าถึงง่าย เข้าหาง่าย


    มีเขาอยู่กับตัว อยู่บนตัวผมอย่างนี้ก็เหมือนฝัน


    จะเชื่อใจตัวเองได้แค่ไหน.




    xxxx


    แน่นอนว่าเพลงที่เขียนตอน 'กำลัง in love' มากๆ + sad boy stuff* คือ


    *เพิ่งเปิดเผยไปก่อนแสดงเพลง ณ คอนเสริต์ที่ Minneapolis, Minnesota


    และที่นางบอกว่าชอบอัลบั้มเคซี่ย์ + ผู้สัมภาษณ์จับคำตอบได้ว่ามีความรักในปีที่ผ่านมา

    อ้างอิงจากสัมภาษณ์ชาร์ลีอันนี้ค่ะ:



    ส่วนเพลงเคซี่ย์ที่เรารู้สึกตรงกับอารมณ์ที่ชาร์ลีเคยอธิบายว่ายังไงก็รู้สึกว่าตัวเองดีไม่พอ ต้องพยายามทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ และรู้สึกในระหว่างความสัมพันธ์ที่เป็นแรงบันดาลใจ We Don't Talk Anymore ว่าผู้หญิงมีใจให้คนอื่นระหว่างอยู่กับนาง แต่ก็เลือกที่จะอยู่กับเธออยู่ดี ทั้งๆที่กลัว

    คือเพลง:


    It's not you, it's the glow of the party
    The way that you've got me lit up inside
    It's the song that they're playin', the words that you're sayin'
    It's never felt so right

    And I'm the kind of person who starts getting kinda nervous
    When I'm having the time of my life

    Is there a word for the way that I'm feeling tonight?
    Happy and sad at the same time
    You got me smiling with tears in my eyes
    I never felt so high
    No, I've never been this far off of the ground
    And they say everything that goes up must come down
    But I don't wanna come down


    ตอนนี้ติดนางมากๆ เพลงกรีดใจ แต่เพราะทุกเพลง จะเศร้าหรือหวาน


    ขอบคุณที่สนใจนะคะ

    อย่าลืมติชมได้เสมอผ่าน #SundaySonata ทุกคำของคุณมีความหมายและเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนได้มากกว่าที่คุณคิดค่า <3

    x
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
iaskureal (@iaskureal)
มาขนาดนี้เเล้ว ;-; แงแอออ ทั้งตัวและหัวใจพีชาร์ลีก็คงเป็นน้องชอว์นเเล้วแหละค่ะ