เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
สายเอเชียrain_blablobly
Another Oh Hae Young (The End)
  • "หลังจากที่เราผ่านเรื่องเฉียดตายมาแล้ว เราจะใช้ชีวิตต่างไปจากเดิม
    เพราะเรารู้แล้วว่าอะไรสำคัญที่สุดในชีวิต ความสุขเท่านั้นที่สำคัญ"


    แล้วก็ถึงตอนจบ Another Oh Hae Young

    จากที่ดูและเขียนไว้ช่วง 6 ตอนแรก http://minimore.com/b/YtUdU/4
    แล้วก็ถึงตอนจบกับ 18 ตอน ซึ่งเรตติ้งตอนที่ 18 ที่เป็นตอนอวสานทำสถิติสูงสุดคือเฉลี่ย 10.6% 
    โดยช่วงที่สูงสุดอยู่ที่ 11.4% ค่ะ (ข้อมูลโดย ชินฮวา บังซง แห่งประเทศไทย) 

    โดยรวมความรู้สึกจากเรื่องนี้ ความฮาจริง บ้าบอ โรแมนติก เศร้าซึ้ง และจบด้วยความสุข
    นั่นคืออารมณ์และความรู้สึกหลังดูเรื่องนี้จบแต่ยังค้าง ..... ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ยังไม่ได้เขียนอะไร!
    เพราะติดแหง็กกับการตามดูเบื้องหลัง!! อืมมมม ติดซีรี่ส์ก็คือติดซีรี่ส์ เราจงปล่อยใจเราไปให้ถึงที่สุด
    ย๊าาาาาาาาาาาาา ถอนตัวไม่ขึ้น ยังกะสมัยติดซีรี่ส์ตอนปี 1 ปี 2 ห่วงสุขภาพตอนนี้บ้างเห้ย!

    อาการหลังดูจบ
    • ตามดูเบื้องหลังที่มีคนทำซับไทยไว้ในยูทูป ตามไปทุกตอนค่ะ เพราะระหว่างดูยังไม่จบก็ยังไม่อยากตาม เดี๋ยวมันทำให้เราเสียความอิน ความรู้สึกร่วมไปกับเนื้อหาของละคร เพราะเบื้องหลังมันคือการถ่ายทำจริงไง เราจะเห็นการเตี้ยม การพูดคุยกันตกลงกันมาแล้ว ตามดูทีหลังรวดเดี๋ยวดีกว่า (ทำอะไรแบบนี้ นึกถึงสมัยวัยรุ่นตอนต้นจริงๆ)
    • กลับไปตามวง Shinwha เหตุเพราะพี่ Eric หนึ่งในสมาชิกวง ตำแหน่งแร็พเปอร์ และพระเอกจากเรื่องนี้นั่นเอก พอได้ตามเท่านั้น กลับยากเลย! และภาพจำที่ทำให้นึกถึง Shinwha มาจากโฆษณาโคคาโคล่า ที่เคยฉายในบ้านเราด้วย จากนั้นก็ไปตามผลงานเพลงเลยได้รู้ว่าพวกเขามีคอนเสิร์ตครบรอบ 17 ปี จัดไปเมื่อปี 2015 และในปีเดียวกันก็มีอัลบั้ม WE ออกมา มีเพลงที่คุ้นหูหลายเพลง อาทิ Venus / This Love / Sniper (ช่วงหลัง) ซึ่งก็ไม่ได้ตามเลย มาตามอีกทีเห็นพวกแกเต้นกันกระจายขนาดนั้น สงสัยไปว่าแก่กันบ้างไหม โห ยังเล่นเต้นโชว์เหนือได้สบายๆ แบบราศีก็ต่างจากวงวัยรุ่นยุคนี้นะ ก็แหงละ เริ่มเดบิวท์ปี 1998 จนถึงปัจจุบัน (ช่วง Baby V.O.X.) และสมาชิกยังอยู่ครบ แถมมีผลงานเรื่อยๆ จะเรียกว่าแก่ก็ไม่ใช่อีก คือมีกึ๋นเก๋าว่างั้น ติดตามวงจากเพจ https://www.facebook.com/SHBC.TH/ เผื่อใครจะระลึกถึงแบบเรา ฮ่าๆ
    • สุดท้าย ตามเพลงประกอบละครจาก The Black Skirts – Wait More เพลงโปรดที่แปลซับไทยไว้นานแล้ว (เพิ่งเจอว่ามี) หลังจากโง่แปลซับอิ้งค์เองแบบมั่วๆ อยู่สักพัก ไปฟังความหมายแบบไทยๆ ดีกว่า 


    อาคารหลังดูจบ - โลเคชั่นสวย ตึกรามบ้านช่องสมัยนิยม บรรยากาศอากาศสดใส ไม่ใช่!!


    สิ่งที่ชอบ
    • Original Soundtrack ดังที่กล่าวไว้ในตอนที่แล้วและตอนนี้ถึงเพลงโปรด และเพลงอื่นๆ ของเรื่องก็เพราะใสๆ ดี สิ่งที่เราเห็นและได้ยินจากซีรี่ส์เกาหลี คือ การลงทุนทำเพลงประกอบละครให้เข้ากับอารมณ์ เนื้อเรื่องของฉากนั้นๆ เพราะหนึ่งเรื่องเพลงประกอบทำเป็นอัลบั้มวางขายต่อยอดได้อีก (รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่เคยดูด้วย) เหมือนเป็นสิ่งสนับสนุนกัน ละครดี เพลงดี ก็ยิ่งดังและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น คนได้จดจำมากขึ้น นักร้องนักแต่งเพลงก็มีงานทำกันหลากหลาย หรือถ้าละครไม่ดี แต่มีเพลงดีก็ยังพอได้จดจำด้วย ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปที่ไทยนำละครเกาหลีมาฉายในบ้านเรา จะเห็นว่าหลายเพลงเราจะคุันเคยและจำมันได้ จนวันนี้ถ้าเปิดอีกครั้งก็ทำให้หวนถึงช่วงนั้นได้ เช่น เพลงรักในสายลงหนาว หรือ รักนี้ชั่วนิรันดร์ / เคยอ่านเจอบทความที่เขียนถึงทิศทางการทำเพลงประกอบละครของเกาหลี ที่ช่วงหลังๆ จะนิยมใช้นักร้อง นักแต่งเพลง หรือจากค่าย เล็กๆ สายอินดี้เยอะขึ้น เพราะเขาได้ความหลากหลาย และสายอินดี้ก็สามารถสร้างเสียงให้เข้ากับเรื่องราวและอารมณ์ของเรื่องได้ดีขึ้น 
    • Sound Effect ชอบเสียงในหลายๆ ฉาก หลายๆ อารมณ์ของเรื่องนี้ โดยเฉพาะฉากตลก ขำ ฮา เสียงเอ็ฟเฟ็คก็ดีและจังหวะก็ดีด้วย เช่น เสียงของสีหน้านางเอกตอนมีความสุข เสียงตอนพระเอกมีสีหน้าเครียด เสียงตอนแม่นางเอกเศร้า เสียงตลกหน้าตาย เสียงกวนบาจา คือครบดี จังหวะดี นอกจากเพลงประกอบจะติดหูแล้ว เสียงเอ็ฟเฟ็คก็ตามมาหลอน แป่วววแว่วววววว!
    • เสื้อผ้าหน้าผม เรื่องนี้สบายๆ ตาดี ไม่ดูแฟชั่นจนเกินชีวิตคนเดินดินเกินไป โดยเฉพาะโทนสีเสื้อผ้าพระเอก ทำไมป๋าเอริคใส่แล้วเท่ไปหมด หลงใหล คือเวลาเข้าฉากกันที เสืื้อผ้า โทนสีของนักแสดงในฉากนั้นๆ มันจะแมตช์กันดี มีเบื้องหลังที่ผู้กำกับสั่งให้พระเอกไปเปลี่ยนเสื้อคลุมด้วยนะ เพราะมันสีเดียวกันกับอีกคนที่ต้องเข้าฉาก แต่ไอ้ความที่มันผสมกันลงตัวนี่แหละ บางทีก็ดูน่าเบื่ออยู่เหมือนกัน เพราะมันเป็ฯแพทเทิร์นไปหมด สวยงามไปหมด คนบ้าอะไร จะนัดใส่เสื้อผ้าโทนเดีียวกันได้ทุกวัน ยังกะพกทฤษฎีสีไว้อ่านก่อนเลือกเสื้อผ้าใส่ ฮ่าๆ รวมๆก็สบายตาดี แค่มีเบื่อๆ หน่อย :]
    • ภาพสวยๆ น่าจะเป็นเอกลักษณ์ของซีรี่ส์เกาหลีไปแล้วมั้ง เพราะสี ภาพ บรรยากาศ โลเคชั่นต่างๆ เวลาเราแค็ปภาพจากคอมมา มันเหมือนได้ไปถ่ายภาพเอง ความคมชัดของภาพ สีสันที่ออกมา เพราะจะเห็นภาพที่แค็ปมาเล่า หรือเขียน แซวเล่น ลงเพจต่างๆ ภาพจะสวยมาก 
    • เนื้อเรื่องและการแสดง แน่นอนเรทติ้งดีขนาดนี้ และปมต่างๆ ที่คลี่คลายออกมาก็สมูตดี ทุกคนต่างรู้ความจริงและให้อภัยกัน ความโรแมนติกแบบวัย 30 ขึ้น กำลังพอดีพองาม สายตาของพระเอกที่ไม่เคยสดใสเลยเกือบตลอดทั้งเรื่องเพราะไม่ยอมปล่อยใจให้ตัวเองมีความสุข ซึ่งเอริคถ่ายทอดสายตานี้ได้ดี จนตอนจบได้แต่งงานกันความสุขก็ฉายออกมาทางแววตาได้ดีอีกเช่นเคย  ความสดใสของนางเอก ความเป็นเด็กทั้งที่อายุ 32 ยังร้องไห้งอแงขี้มูกโป่งให้แม่พาไปส่งบ้านนางเอก เพราะไม่อยากปล่อยพระเอกไว้คนเดียว ความเป็นพ่อเป็นแม่คนมันยิ่งใหญ่จริงๆ ถึงลูกจะทำสิ่งที่ขัดใจและไม่ถูกต้องมากเพียงใด จะโกรธลูกแค่ไหน สุดท้ายก็ให้อภัย ความรักของพ่อแม่ในเรื่องนี้ ทำให้เห็นว่า ความงี้เง่าและปัญญาอ่อนที่สุดของเรา คนที่ได้เห็นและรับมันได้มากที่สุดคือ พ่อแม่ (เขียนถึงตอนนี้น้ำตาก็ไหล....) โดยรวมเรื่องก็จบสวยงาม และไม่มีเรื่องฐานะ ความร่ำรวยที่ต่างกันมาก เออ ดูเข้าถึงได้ 
    • ฉากตลก มุกตลก จากเรื่องนี้จะเห็นหลายรูปแบบในการทำให้เรื่องมัน Comedy และตัวละครแต่ละตัวก็มีความตลกเฉพาะตัว คือผู้กำกับก็บ้าด้วยนะ แบบ ดูไปเดาไปว่า ต้องเล่นแบบนี้แน่ อ้าวเห้ย! เล่นจริงแบบที่คิด นี่มุกเราตรงกันหรอ ฮ่าๆๆ ที่ว่าตลกหลายรูปแบบก็มีทั้ง ตลกหน้าตาย ตลกเหนือจริง หลุดความจริงไปไกลโข ตลกแบบโอเวอร์แอ็คติ้ง เล่นใหญ่อะไรขนาดนั้น ตลกแบบบ้าบอ คือบ้าเพี้ยนกันทั้งเรื่อง จนแอบโมโหผู้กำกับนะ ฮ่าๆๆ

    ฉากเดอะแก๊งทีมงาน Movie Sound ของพระเอก เข้าขากันดีทีเดียว 
    http://couch-kimchi.com/


    ส่วนที่ไม่ชอบ 
    ความเป็นแพทเทิร์นในหลายๆ ฉาก เช่น พระนางต้องมีฉากไปเดินทะเล / นางเอกเวลากินข้าวต้องมูมมาม สดใส พระเอกเห็นแล้วจะชอบ / มีความซูมอิน ถ่ายสินค้าหรือแบรนด์ต่างๆ สิ่งของเครื่องใช้ทั้งในฉากและที่ตัวละครใช้ อยู่เรื่อยๆ แต่ก็นั่นแหละ ก็เป็นการโปรโมตสินค้าของประเทศให้รู้จักกันมากขึ้น เป็นต้น จากเท่าที่เห็ฯในหลายๆ เรื่อง

    สุดท้ายให้ระดับความพึงพอใจของเรื่องนี้ไว้ที่ระดับ ชอบมากแบบมีความสุข :]
    เพราะหลังดูจบเราไม่รู้สึกฟุ้งเกินไป ไม่มีติดใจอะไร แต่ก็ยังถึงนึกฉากฮาหน้าตาหลายๆ ฉาก

    "หลังจากที่เราผ่านเรื่องเฉียดตายมาแล้ว เราจะใช้ชีวิตต่างไปจากเดิม
    เพราะเรารู้แล้วว่าอะไรสำคัญที่สุดในชีวิต ความสุขเท่านั้นที่สำคัญ" 

    บทพูดของพระเอกข้างต้นทำให้คิดได้ว่า

    การมีความสุขคือการปล่อยให้ตัวเองมีความสุข
    ในเรื่องที่ควรได้ความสุขนั้นที่ตัวเองต้องการ



    จบด้วยภาพสวยๆ ยิ้มงามๆ แบบมีความสุขจากพระนาง
    s-media-cache-ak0.pinimg.com


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in