บันทึกติ่ง "ซีรีส์"ติ่ง(ซีรีส์)
แนะนำซีรีส์ + สัมภาษณ์นักแสดงนำ "Memories of the Alhambra : อาลัมบรา มายาพิศวง"

  • คืนนี้ ( 1 ธันวาคม 2018 ) ซีรีส์ที่ติ่งตั้งตารอ “อาลัมบรา มายาพิศวง” (Memories of the Alhambra) ก็จะออกอากาศให้ชมกันเป็นตอนแรกแล้ว ต้องบอกว่าเรื่องนี้ เป็นการรวมตัวของทีมงานที่น่าสนใจมาก เริ่มด้วย คนเขียนบทมือทอง ที่เคยมีผลงานบทที่เหนือความคาดเดา และเป็นที่ประทับใจของสายสืบสวน แฟนตาซีอย่าง Nine : Nine Time Travels (2013)  หรืองานบทเข้มข้นพลิกแพลงแบบเติมหวานอย่าง W (2016) จับมือร่วมงานกับผู้กำกับ จากซีรีส์ Stranger (2017) ที่กวาดรางวัลจากหลายเวที และที่สำคัญนี่คือการกลับสู่จอแก้วในรอบ 3 ปีของ ฮยอนบิน หลังจากไปมีผลงานภาพยนตร์หลายเรื่องในช่วงที่ผ่านมา (ผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุด " Hyde, Jekyll, Me " เมื่อปี 2015) ประกบน้องผัก พัคชินฮเย นางเอกสาวรุ่นน้องที่แม้จะอายุห่างกันถึง 8 ปี แต่จากที่ได้ไปเห็นมาด้วยตัวเอง ในงานแถลงข่าวเปิดตัวละครเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บอกเลยว่าเคมีเข้ากันมากๆ เรียกว่าไม่ต้องออกแรงจิ้น ก็ฟินกระจายกันเลย
    ภาพ 4 นักแสดงนำจากงานแถลงข่าว
    เป็นไงคะ แค่นี้ก็แทบอดใจไม่ไหว อยากดูตอนนี้ซะเลยใช่มั้ยล่ะ บวกกับตัวอย่างที่ปล่อยออกมาให้ได้ชมก่อนหน้านี้ ที่แฝงปมความลึกลับไว้มากมาย ภายใต้บรรยากาศบ้านเมืองที่สวยงามของประเทศสเปน หนึ่งในหลายประเทศที่ทางทีมงานเลือกใช้เป็นโลเคชั่นถ่ายทำ เพื่อให้ได้ภาพที่สวยงามที่สุด

    โดยเรื่องราวในซีรีส์เรื่องนี้ เริ่มต้นขึ้นที่เมือง กรานาดา ประเทศสเปน ซึ่งเมืองนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่างมากคือ ป้อมปราการ และปราสาท "อาลัมบรา" ที่มีความโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างศิลปะแบบมุสลิมและคริสเตียนเข้าไว้ด้วยกัน โดยงานนี้ฮยอนบิน มารับบทเป็น ยูจินอู CEO บริษัทผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเกม ซึ่งเขาเดินทางไปที่กรานาดา เพื่อติดต่อกับผู้พัฒนาเกมลึกลับ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาถูกเพื่อนสนิท ชาฮยอนซอก (รับบทโดย พัคฮุน) หักหลัง

    ณ เมืองกรานาดา จินอูได้พบกับ จองฮีจู (รับบทโดย พัคชินฮเย ผลงาน : Doctors / The Heirs) เจ้าของโฮสเทล ที่เป็นจุดนัดหมายของเขา เธอคือพี่สาวของจองเซจู (รับบทโดย พัคชานยอล) ซึ่งเดินทางมาอาศัยอยู่ในเมืองนี้ เพราะต้องการศึกษาการเล่นกีตาร์คลาสสิคเพิ่มเติม แต่เนื่องจากชีวิตที่พลิกผัน เธอจึงต้องละทิ้งความฝัน และรับจ้างทำงานมากมาย เพื่อหาเงินมาใช้จ่าย หลังจากที่พ่อแม่ของเธอจากไป

    ตัวอย่าง (ซับไทย)


    นอกจากเรื่องราวความรักของชาย-หญิงคู่นี้ที่มาพบกันดั่งเรื่องมหัศจรรย์ ซีรีส์เรื่องนี้ยังมีการผสมผสานความลึกลับ ลุ้นระทึก แอคชั่น และที่น่าสนใจที่สุดสำหรับติ่งก็คือการนำเอาเทคโนโลยี AR เข้ามามีส่วนในการเล่าเรื่องด้วย โดยเรื่องนี้ พระเอกของเรา จะเข้าไปอยูในเกมผ่านเลนส์พิเศษ ซึ่งทำให้เขามองเห็นโลกเสมือนจริง และหยิบจับอาวุธขึ้นมาต่อสู้ได้ ซึ่งในส่วนนี้ พัคชินฮเย ได้บอกเล่าให้พวกเราที่มีโอกาสเข้าสัมภาษณ์เธอว่า เป็นสิ่งที่ยากที่สุดในการแสดงเรื่องนี้ของรุ่นพี่ฮยอนบิน เพราะฮยอนบินต้องจินตนาการสิ่งที่ไม่ได้มีอยู่จริงตรงหน้า และแสดงท่าทางออกมาเสมือนจริง ทั้งการหยิบจับ หรือออกท่าทางการใช้อาวุธ โดยฉากเหล่านี้จะมีการถ่ายทำหลายครั้ง ในหลายมุมมอง (มุมมองของตัวละคร คนภายนอก คนดู ฯลฯ) ซึ่งเธอบอกว่าสิ่งนี้น่าจะยากลำบากที่สุดสำหรับฮยอนบิน

    แต่แม้ว่าจะมีการเอาเรื่องราวของเทคโนโลนีแห่งอนาคตมาเล่าเรื่อง แต่ผู้กำกับ และทีมนักแสดง ก็ย้ำกับเราว่า เรื่องนี้จะไม่ยากเกินความเข้าใจ เพราะเทคโนโลยีที่เราเห็นในเรื่อง เป็นเทคโลโนยีที่สามารถเป็นจริงได้ในอนาคตอันใกล้ ไม่ได้ล้ำเกินยุคจนตามไม่รู้เรื่อง นอกจากนี้ AR ยังถูกนำมาใช้เป็นสื่อนำเสนอเนื้อเรื่องเท่านั้น เพราะความเป็นจริงแล้ว บทเรื่องนี้ ได้สอดแทรกประเด็นทางสังคม เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจเอาไว้ด้วย (ต้องไปติดตามกันเอาเองน้าาา)

    แม้ว่าชานยอล ผู้รับบทจองเซจู น้องชายของ จองฮีจู (นางเอก) จะไม่ได้มาร่วมงานแถลงข่าวด้วย แต่ผู้กำกับก็ได้กล่าวถึงเขาในงานด้วยว่า พัคชินฮเย เป็นผู้แนะนำชานยอลให้กับเขา บทบาทของชายยอลถือเป็นบทที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องราว และเขาเหมาะกับบทนี้อย่างยิ่ง พัคชินฮเย ยังได้กล่าวเสริมอีกว่า แม้ว่าบทของทั้ง 2 จะเล่นเป็นพี่น้องกัน แต่เธอกลับไม่ได้ร่วมถ่ายกับชานยอลเท่าไหร่ เพราะทั้งสองต่างมีเรื่องราวของตัวเอง ดังนั้น เธอเองก็เฝ้ารอชมการแสดงของเขาที่กำลังจะออกอากาศเช่นกัน
    พัคชานยอล รับบท จองเซจู

    แม้จะมีเวลาไม่มากนัก แต่ ฮยอนบินและชินฮเย ก็ได้มาพูดคุยและตอบคำถาม บอกเล่าเรื่องราวการทำงาน และความน่าสนใจ พร้อมเชิญชวนให้ทุกคนมารับชมซีรีส์ใหม่ด้วยกัน ติ่งก็ได้รวบรวม คำถามที่ได้สัมภาษณ์มาให้ทุกคนได้อ่านกันด้วย

    ภาพจากการสัมภาษณ์สองนักแสดงนำ พัคชิยฮเย - ฮยอนบิน
    อะไรคือสิ่งที่ใหม่ ต่างจากเรื่องอื่นที่เคยเล่นมา

    (ฮยอนบิน) ด้วยการเขียนบทของนักเขียนบทซองแจจอง ซึ่งผลงานก่อนหน้านี้ล้วนเป็นสิ่งใหม่ ที่ไม่มีมาก่อนอยู่แล้ว ในละครเรื่องนี้ มีการใช้เทคโนโลยี AR นอกจากนี้สิ่งที่สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่อีกอย่างก็คือมีการผสมผสาน มีหลายแนวอยู่ในเรื่องเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น แฟนตาซี ลึกลับ สืบสวน และโรแมนติกด้วย

    (พัคชินฮเย) สิ่งที่แตกต่างกับซีรีส์เรื่องอื่น ก็คือ ภาพที่สวยงาม เนื่องจากถ่ายทำในหลายประเทศในยุโรป มีทิวทัศน์ที่สวยงาม และสีสันชัดเจน

    ในการถ่ายทำที่สเปน อะไรที่เป็นประสบการณ์สนุกๆ และน่าประทับใจ

    (พัคชินฮเย) เป็นการทำงานในสิ่งแวดล้อมใหม่สำหรับฉัน และเพราะการถ่ายทำในต่างประเทศ ทำให้มีข้อจำกัดมากมาย และด้วยความแตกต่างเราจึงต้องปรับสิ่งต่างๆ แต่ภาพที่ได้ออกมาสวยงามมาก ฉันรู้ว่าเป็นงานที่ยากสำหรับทีมงานในการเก็บภาพทั้งหมด แต่มันเป็นงานศิลปะที่น่าชม และเมื่อเสริมด้วย AR ฉันเองก็รอที่จะได้เห็นว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไร และเมืองยังเป็นความลงตัวของความทันสมัย และความคลาสสิค เพราะเราได้ภาพที่คลาสสิคจากเมืองกรานาดา และได้รับความทันสมัยจากโซลด้วย และนั่นทำให้ภาพออกมาสวยงามอย่างมีเอกลักษณ์ และในตอนแรกที่เราอยู่ที่สเปน และมีเวลาได้ทำงานร่วมกันมากมาย และพูดคุยกับบรรดานักแสดง การใช้เวลาร่วมกันในกรานาดา ช่วยให้เราอินกับบทมากขึ้น

    (ฮยอนบิน) ความจริงตอนที่เราถ่ายทำครั้งแรกที่สเปน ผมค่อนข้างกังวล เพราะเราไม่เคยทำงานด้วยกันในเกาหลี แม้กระทั่งทีมงานเอง ก็มาทำงานร่วมกันครั้งแรกที่สเปน พร้อมทั้ง AR มันเต็มไปด้วยเรื่องมากมาย ผมเลยกังวลอย่างมาก แต่กลายเป็นว่าไม่มีเรื่องที่ผมต้องกังวลเลย ทุกอย่างเรียบร้อยด้วยดี เพราะการที่เราอยู่ที่สเปน และต้องทำงานกับ AR และทำงานร่วมกันครั้งแรก ผมคิดว่านั่นรวมเราเข้าด้วยกัน ด้วยเป้าหมายเดียวกัน "มาทำให้เรื่องนี้สำเร็จด้วยกันเถอะ" เราใช้เวลาร่วมกันเยอะ เพราะทำงานร่วมกันอยู่ 1 เดือน เหล่านักแสดงก็มีเวลาได้สนิทสนมกัน และถกกันเกี่ยวกับตัวละคร ได้คุยกับทีมงาน เกี่ยวกับเทคนิคต่างๆ และวิธีการที่จะใช้ถ่ายทำ และเพราะเรามีเวลาไม่มาก ในเวลา 1 เดือน เราต้องถ่ายทำอะไรๆในสเปนเยอะมาก นั่นทำให้เราสนิทกัน สร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันขึ้นมา แม้แต่ตอนนี้พวกเราก็ยังถ่ายทำกันอยู่ และผมคิดว่าความผูกพันธ์ที่เราสร้างขึ้นตอนนั้น ยังคงกระตุ้นการถ่ายทำของเรามาจนวันนี้

    (ฮยอนบิน) การไปถ่ายทำครั้งนี้เป็นการไปเมืองกรานาดาเป็นครั้งแรก แต่เป็นการไปประเทศสเปนเป็นครั้งที่สอง ซึ่งแต่ละเมืองของสเปนก็มีความแตกต่าง และมีเสน่ห์ในแต่ละเมือง โดยเมืองกรานาดานั้นมีการผสมผสานของสองวัฒนธรรม คืออิสลามกับคาทอลิก ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ประหลาดใจ อีกทั้งยังมีความสวยงามด้วย ถ้ามีโอกาสก็อยากให้ทุกท่านได้ไปเมืองกรานาดาบ้างเช่นกัน

    (พัคชินฮเย) ก่อนที่จะไปถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้ เคยไปเที่ยวเมืองบาร์เซโลน่า นี่เป็นการไปเมืองกานาดาครั้งแรก และเนื่องจากเมืองกรานาดาเป็นสถานที่ถ่ายทำจุดแรกที่มีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับทีมงาน และถึงแม้ว่าจะใช้เวลาค่อนข้างยาวนาน ในการถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้ ก็มีกำลังใจ และไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย บรรยากาศของเมืองก็เหมือนที่รุ่นพี่ฮยอนบินพูดคือ มีเสน่ห์จากการผสมผสานของวัฒนธรรม อิสลามกับคาทอลิค เข้าด้วยกัน แล้วในแต่ละซอยในเมืองก็มีบรรยากาศที่อบอุ่น และคนกรานาดาก็เป็นคนที่มีน้ำใจ น่ารัก ทำให้อยากไปอีกครั้ง

    (ฮยอนบิน) นี่เหมือนเราเป็นทูตการท่องเที่ยวของประเทศสเปนเลยนะเนี่ย

    ถ่ายทำอยู่ที่เมืองกรานาดานานมั้ย

    (พัคชินฮเย) ถ่ายทำในประเทศสเปนให้เวลาทั้งหมด 1 เดือน แต่มีการถ่ายทำเฉพาะที่เมืองกรานาดา 10 วัน ฉันคิดว่าละครเรื่องนี้ก็มีการผสมผสาน เมืองและวัฒนธรรมโบราณเก่าแก่ กับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งทำให้ภาพออกมาแตกต่างและแปลกใหม่สำหรับผู้ชม
    พัคชินฮเยในบทสาวน้อยสู้ชีวิต ที่ต้องทำงานหลายอย่าง รวมถึงไกด์นำเที่ยวในเมืองกรานาดา
    อยากให้ช่วยสรุป 3 เหตุผล ที่อยากจะบอกผู้ชมว่าทำไมถึงไม่ควรพลาดซีรีส์เรื่องนี้

    (พัคชินฮเย) อันดับแรกก็คือ มีภาพสวยงาม หรูหรา สอง คือเป็นเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยี AR ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่อยู่ในจินตนาการของเรา ได้กลายเป็นความเป็นจริงได้ สาม คือเรื่องราวความรักระหว่างพระ-นางในเรื่อง

    (ฮยอนบิน) ตอนที่ได้อ่านบท ก็รู้สึกตื่นเต้นและคิดว่าเป็นสิ่งใหม่ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ เนื่องจากว่าเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ เทคโนโลยี AR แล้วเหมือนที่พูดไปในงานแถลงข่าว ว่าไม่อยากให้ทุกคนเข้าใจผิดว่า เทคโนโลยี AR เป็นเรื่องยาก แต่เทคโนโลยี AR จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของเราในอนาคตอันใกล้นี้ อยากบอกผู้ชมว่าอย่าคิดว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจอยาก และช่วยติดตามละครเรื่องนี้ด้วย สอง การผสมผสานแนวเรื่องหลายแนวเข้าด้วยกัน และเมื่อดูไปตอนหนึ่งก็จะอยากรู้ว่าตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร สาม นางเอกของเรื่องคือ พัคชินฮเย

    ละครเรื่องนี้เป็นการร่วมงานกันครั้งแรกของทั้งคู่ใช่มั้ย โดยเฉพาะฮยอนบินที่ได้ร่วมงานกับนางเอกที่อายุน้อยกว่าเป็นอย่างไรบ้าง

    (ฮยอนบิน) (ชินฮเยหันไปจ้องหน้าฮยอนบินอย่างคาดหวัง) คำถามนี้ขอตอบเป็นการส่วนตัวได้มั้ยครับ ถึงแม้ผมจะทำงานเป็นนักแสดงมานานมาก แต่ครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกับพัคชินฮเยครั้งแรก ยังจำได้ว่าวันแรกที่ได้พบกันพัคชินฮเย ตอนนั้นเธอตื่นเต้นมาก จนไม่น่าเชื่อว่าเป็นนักแสดงที่ทำงานมานานและมีประสบการณ์ค่อนข้างมาก หลังจากที่สนิทกัน และทำงานร่วมกันมาได้สักพัก เธอถึงบอกว่าผมเป็นรุ่นพี่มหาวิทยาลัยของเธอ วันนั้นก็เลยอาจจะเกรงใจ ผมรู้สึกว่าเธอเป็นคนน่ารัก เพราะถึงแม้จะเป็นดารามีประสบการณ์มานาน อีกทั้งยังมีชื่อเสียง แต่เธอก็ยังแสดงออกถึงความเกรงใจ และเธอยังเป็นคนกระตือรือร้นในการทำหน้าที่แสดง เป็นคนที่มีพลังงาน มีความสดใส ทำให้คนที่อยู่รอบข้าง มีความสุขได้ ตรงนี้น่าจะเป็นพลังที่กระตุ้นให้เธอสามารถพัฒนาได้อีกในอนาคต
    ความสดใสของพัคชินฮเยที่เปล่งประกายทั้งในจอ และนอกจอ
    ชอบอะไรในเรื่องนี้ถึงได้ตัดสินใจรับบท

    (ฮยอนบิน) อย่างแรกเป็นเพราะหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับ AR มันเป็นเรื่องที่ใหม่ เป็นครั้งแรกที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ และผมเองก็สงสัยว่า ผมจะออกมาอย่างไร หลังการทำงาน Post Production หลังจากการส้งาน CG ทั้งหมดเสร็จสิ้น ผมคิดว่าความสงสัยนี่แหละที่ผลักดันให้ผม ตัดสินใจรับงานเรื่องนี้ ผมไม่ทราบว่า Stranger เป็นที่โด่งดังอย่างไรบ้าง หรือคุณนักเขียนบทจะเป้นที่รู้จักมากมั้ย แต่ทั้งคู่โด่งดั่งมากในเกาหลี และผมตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกับพวกเขา และนี่เป็นโอกาสที่ดีมาก

    อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดในการทำงานครั้งนี้

    (พัคชินฮเย) สำหรับพี่ฮยอนบิน น่าจะยากที่ต้องแสดงโดยมีความเกี่ยวข้องกับงาน CG ด้วย โดยต้องเล่นให้เหมือนจริง ให้เหมือนว่าผู้ชมไม่ได้ชมละครอยู่ แต่เหมือนกับว่ากำลังเล่นเกมอยู่ด้วยตัวเอง เวลาที่ได้คุยกับพี่ฮยอนบินเป็นการส่วนตัว พี่เค้าก็พูดว่าหนักใจในจุดนั้น ว่าต้องแสดงออกมาอย่างไร

    (ฮยอนบิน) นี่ทำไมชินฮเยมาตอบส่วนของผมเนี่ย แบบนี้ผมต้องพูดแทนชินฮเยใช่มั้ยเนี่ย

    (พัคชินฮเย) เพราะฉันต้องอยู่ข้างๆพี่เค้า ได้เห็นว่าเป็นการแสดงที่ยาก เลยรู้สึกสงสารและเห็นใจ

    (ฮยอนบิน) สำหรับตัวผมก็เหมือนกับที่ชินฮเยตอบครับ ในส่วนของชินฮเยจะมีความยากที่ต้องแสดงเหมือนเป็นชีวิตจริง เนื่องจากบทที่ชินฮเยได้รับ เป็นบทของคนที่อาศัยอยู่ในประเทศสเปน ซึ่งต้องพูดภาษาสเปนได้เหมือนเจ้าของภาษา ต้องเล่นกีตาร์เก่ง ต้องทำงานบ้านเก่ง ต้องเก่งในหลายๆอย่าง ซึ่งทำให้ต้องเตรียมตัวหลายอย่าง ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องยาก

    (พัคชินฮเย) ก็เหมือนที่พี่ฮยอนบินบอกค่ะ ฉันต้องแสดงในส่วนของชีวิตจริง ส่วนพี่เขาจะแสดงในส่วนของจินตนาการ ในช่วงเวลาที่เราพักจากการถ่ายทำ พี่ฮยอนบินก็จะไม่พัก แต่อ่านบทและคิดอยู่ตลอดว่าต้องแสดงอย่างไรให้ดูเหมือนจริง และเป็นธรรมชาติ ฉันก็รู้สึกหนักใจที่ไม่สามารถช่วยอะไรพี่เขาได้เลย

    พัคชินฮเย ต้องรับบทเป็นนักกีตาร์คลาสสิคมืออาชีพ

    อะไรคือสิ่งที่เหมือนกันของบทบาทที่คุณได้รับ กับตัวคุณ

    (พัคชินฮเย) ก่อนอื่นเลย ฉันชอบคนเขียนบทท่านนี้ เพราะชั้นคุ้นเคยกับผลงานของเธอ เช่น Nine และ W และฉันชอบที่เธอมีมุมมองต่อโลกที่ไม่เหมือนใคร และเธอสามารถสร้างจักรวาลใหม่ๆในงานที่เธอเขียน และเรากำลังพูดถึงอนาคตอันใกล้ ไม่ใช่เรื่องปัจจุบัน หรืออนาคตที่ไกลออกไป แต่เป็นอนาคตอันใกล้ซึ่งสามารถเป็นจริงได้ ตอนนี้เราก็เล่น AR เกมกัน และฉันคิดว่ามันเป็นไปได้ที่เราจะใส่สมาร์ทคอนแทคเลนส์ และเดินเข้าไปในโลกใบใหม่ ตอนที่ฉันเห็นบทครั้งแรก ฉันจินตนาการ ฉันอินกับมันมาก มันทำให้ความคิดของฉันแล่นไปไกล ถ้าถามว่าฉันเหมือนกับฮีจูตรงไหน ฮีจูเคยเป็นนักกีตาร์คลาสสิค แต่ตอนนี้ เธอเป็นเจ้าของ และดูแลกิจการโฮสเทล เพราะอย่างนั้นเธอจึงเป็นทั้งศิลปิน และขณะเดียวกันก็ต้องเอาตัวรอดด้วย เธอรักครอบครัว รู้ว่าควรทำอะไรต่างๆอย่างไร ฉันชอบด้านดีๆของเธอ ที่เธอรักครอบครัว และทุ่มเททำงาน สิ่งที่ฉันเหมือนเธอ ฉันคิดว่าเธอมีพลังด้านบวก เธอชอบพบปะผู้คน มองโลกในแง่ดี แต่บางทีก็ขี้อาย เธอเป็นคนมองโลกในแง่จริง ฉันคิดว่าฉันเองก็เป็นคนประมาณนั้นเหมือนกัน

    (ฮยอนบิน)  ผมคิดว่ายูจินอูกับผมค่อนข้างเหมือนกัน ในแง่ที่มีความสงสัยในแบบที่ไม่เหมือนใคร ต้องการความท้าทายอยู่เสมอ ผมคิดว่าตัวละครตัวนี้ สงสัยและพยายามมองหาสิ่งใหม่ๆ และผมเองก็เป็นแบบนั้น เวลาที่มองหาบทที่จะเล่นเรื่องใหม่ มองหาสิ่งที่แตกต่าง แปลกใหม่ มองว่าผมทำอะไรมาแล้วบ้าง ผมกับเขาเหมือนกันในจุดนั้น
    ความท้าทายใหม่ของนักแสดงฮยอนบิน ที่ใช้จินจนาการ การเข้าฉากกับการใช้เทคโนโลยี AR
    คุณเตรียมตัวอย่างไรกับการมารับบทนี้

    (พัคชินฮเย) อย่างที่เห็น ฉันต้องเรียนการเล่นกีตาร์คลาสสิค ฉันไม่รู้วิธีการเล่นกีตาร์มาก่อน และการเล่นกีตาร์คลาสสิคก็น่าจะต่างออกไปอีก และเพราะต้องรับบทนักกีตาร์มืออาชีพ อย่างน้อยฉันก็ต้องลองเล่นดูในละครเรื่องนี้ และฉันก็ได้ลองทำจริงๆ แต่ฉันคิดว่าทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่ฉันพยายามจับจังหวะ และเคลื่อนไหวให้คล้ายๆกัน ฉันลองทำดู และมันสนุกมาก และฉันได้เรียนภาษาสเปนด้วย ฉันไม่เพียงพยายามจดจำคำต่างๆ แต่ฉันพยายามเข้าใจความหมายของบท และนั่นเป็นเรื่องสนุกอีกเรื่อง ที่ได้เรียนทั้งกีตาร์และภาษาสเปน

    (ฮยอนบิน) ผมไม่ถึงกับต้องเรียนการใช้ดาบมาก่อน เพราะอย่างที่ทราบกัน ผมรับบทแอคชั่นที่เกี่ยวกับการใช้ดาบมาค่อนข้างมาก แต่ผมต้องเรียนรู้อย่างมากที่จะใช้จินตนาการ เพราะผมต้องจินตนาการถึงสิ่งที่ผมกำลังต่อสู้ด้วย

    เราได้เห็นคุณแสดงในผลงานที่มีฉากแอคชั่นมากมาย ที่แสดงแอคชั่นมากเป็นความชอบของคุณใช่มั้ย หรือเป็นความตั้งใจของคุณรึเปล่าที่อยากทำงานต่างออกมามาจากบทโรแมนติกดราม่าที่เคยแสดงมาก่อนหน้านี้

    (ฮยอนบิน) ผมไม่ได้เลือกบทนี้เพราะบทแอคชั่น แต่ก็กลายเป็นว่าช่วงหลังนี้ผมเลือกรับบทแอคชั่นค่อนข้างมาก แต่ผมคิดว่าบทแอคชั่นในเรื่องนี้ ต่างไปจากบทแอคชั่นในเรืื่องอื่นๆ สิ่งแรกเลย เหมือนผมจะย้ำหลายครั้ง แต่มันเป็นเพราะเรื่อง AR ผมจึงต้องจินตนาการสิ่งที่เกิดขึ้น และนั่นเป็นเรื่องที่ท้าทาย เป็นสิ่งที่ผมต้องเรียนรู้ ผมต่อสู้กับตัวละครเสมือน แต่เมื่อทำงาน Post Production เรียบร้อยแล้ว ผมคิดว่ามันคงออกมาเจ๋งมาก พวกคุณจะได้รับชมภาพรวมทั้งหมด และนั่นน่าจะเป็นอะไรที่สนุกมาก และทั่งหมดนี้เกิดขึ้นในเกม เมื่อมองในแง่ของงานทั้งหมด ผมไม่คิดว่ามันเกี่ยวกับเรื่องของฉากแอคชั่น แต่มีหลากหลายแง่มุม ทั้งเมโลดราม่า ระหวางฮีจูและบทบาทของผม ซึ่งนั่นเป็นส่วนสำคัญของละครเรื่องนี้ ซึ่งผมหวังว่าพวกคุณจะชอบแง่นั้นเช่นกัน
    ฉากการต่อสู้ระหว่าง ยูจินอู (รับบทโดย ฮยอนบิน) และ ชาฮยองซอก (รับบทโดย พัคฮุน)
    เนื่องจากซีรีส์เรื่องนี้จะออกอากาศทาง Netflix คุณอยากจะบอกอะไรเกี่ยวกับซีรีส์เรื่องนี้ สำหรับคนที่อาจจะไม่เข้าใจและไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมเกาหลี
    (ฮยอนบิน) สิ่งที่ไม่เหมือนใครของ Memories Of Alhambra คือ มันไม่ได้มีอะไรที่เป็นวัฒนธรรมเกาหลีมากมาย เพราะอย่างที่คุณรู้ ฉากของมันเป็น AR เป็นเกม เพราะงั้นไม่ว่าคุณจะชอบซีรีส์เกาหลีมั้ย คุ้นเคยกับรูปแบบ แนวเรื่องของซีรีส์เกาหลี หรือคนที่ไม่คุ้นเคยกับซีรีส์เกาหลี แต่ก็ยังมีเรื่องอื่นๆที่คุณจะสามารถอินไปได้ ผมคิดว่ามันมีอะไรน่าสนใจทั้งสำหรับคนที่ชอบซีรีส์เกาหลี หรือกระทั่งคนที่ไม่รู้จักซีรีส์เกาหลีก็ตาม 

    การที่ซีรีส์เรื่องนี้ได้ลงใน Neflix สำหรับชาวต่างชาติที่อาจจะไม่เคยดูซีรีส์เกาหลีมาก่อน คิดว่าอยากให้ฝากว่าทำไมคนที่ไม่เคยดูซีรีส์เกาหลี ถึงควรดูซีรีส์เรื่องนี้

    (ฮยอนบิน) ผมทราบมาว่า ตอนนี้ซีรีส์เกาหลีค่อนข้างโด่งดังในหลายปรเทศทั่วโลก ผมรู้สึกว่า คุณภาพ และเนื้อหาของซีรีส์เกาหลี มีการพัฒนาขึ้นอย่างมาก ในฐานะที่เป็นนักแสดงคนหนึ่ง ผมรู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสได้เปิดตัว และแนะนำซีรีส์เกาหลี ให้กับหลายประเทศในครั้งนี้ และเหมือนที่ผู้กำกับได้พูดในงานแถลงข่าว ว่าละครเรื่องนี้ในขณะที่มีความเป็นเกาหลี แต่เนื่องจากมีเนื้อหาเกี่ยวกับเทคโนโลยี AR และเกม ซึ่ง 2 สิ่งนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ได้รับความนิยมเพียงแค่ในเกาหลี แต่หลายประเทศก็นิยมเล่นเกม และใช้เทคโนโลยี AR ซึ่งทำให้ผู้ชมไม่เพียงในเกาหลีเท่านั้นที่จะสามารถสนุกไปกับซีรีส์เรื่องนี้ แต่ชาวต่างประเทศก็สามารถสนุกไปกับมันได้เช่นเดียวกัน

    (พัคชินฮเย) ฉันคิดว่าการมีช่องทางรับชมทาง Netflix ทำให้แฟนๆซีรีส์เกาหลีทั่วโลกสามารถติดตามชมซีรีส์เกาหลีได้สะดวกมากขึ้น รู้สึกดีใจที่แฟนๆสามารถเลือกดูซีรีส์เกาหลีได้แม้ว่าวัฒนธรรมและภาษาต่างกัน ช่วงนี้ก็มีภาพยนตร์หลายเรื่องที่ใช้เนื้อหาเกี่ยวกับเทคโนโลยี AR แต่เนื่องจากเรื่องนี้เป็นซีรีส์ จึงสามารถที่จะขยาย ให้ลึกขึ้น ละเอียดขึ้น อยากให้ผู้ชมติดตามกันว่าจะเป็นอย่างไร

    น่าร้ากกกกก
    ความพิเศษก็คือ จะเป็นอีกครั้งที่ทาง Netflix นำซีรีส์ส่งตรงจากเกาหลีมาให้พวกเราได้ดูพร้อมซับไทยในคืนเดียวกับเกาหลี แบบไม่ต้องรอข้ามวัน เพียงแค่ ชั่วโมงเดียว หลังการออกอากาศที่เกาหลี ก็เปิดรับชมได้เลย เรียกว่าฟินไว ทันใจแบบ HD กันไป ( เกม AR แบบภาพ HD มันต้องเจ๋งมากแน่ๆ ว่ามะ )

    คืนนี้มาดูตอนแรกพร้อมกันนะคะ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
อ่านแล้วทำให้ดูซี่รีส์.สนุก มากขึ้น.ขอบคุณค่ะ