Sleeveless Loverainbowflick17☂️
Sylvia & Julia แด่การต่อสู้ ป้ายบอกเพศ และความรักที่ช่วยให้สร่างเมา
  • เรื่องที่จะเล่าในตอนนี้คือเรื่องของซิลเวีย ริเวร่า ที่มีชื่อให้เห็นมาตั้งแต่ตอนที่แล้ว เธอเป็นนักกิจกรรมแล้วเป็นอีกคนที่ได้รับการจดจำและรำลึกถึง นอกจากความทุ่มเทที่มีให้กับการเรียกร้องสิทธิให้คนข้ามเพศ และคนยากไร้แล้ว ตัวตนและเรื่องราวความรักของเธอก็น่าสนใจเช่นกัน

    เนื่องจากรายละเอียดหลายส่วนจะทับซ้อนกันกับเรื่องของมาร์ชาร์ที่เล่าไปแล้ว เลยจะขอเล่าแบบย่อ ๆ ในส่วนนั้นนะคะ


    ป้ายถนนใน Greenwich Village ของนครนิวยอร์ก ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ริเวร่ารายละเอียดเครดิต : Gotty


    Traumatic Childhood 

    เรย์ ริเวร่า (Ray Rivera) เป็นชาวลาตินาอเมริกัน มีเชื้อสายจากทั้งเปอร์โตริโกและเวเนซุเอลา แต่เกิดและเติบโตในนิวยอร์กซิตี้ เป็นนักสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรม และนักเคลื่อนไหว 

    โฆเซ่ ริเวร่า ( José Rivera) พ่อของเธอทิ้งเธอตั้งแต่อายุยังน้อย เมื่ออายุ 3 ขวบ แม่ของเธอฆ่าตัวตาย และพยายามจะหลอกฆ่าริเวราด้วย แต่ริเวร่ารอดมาได้ ในขณะแม่เสียชีวิต

    คุณยายชาวเวเนซุเอล่ารับเลี้ยงเธอไว้ แต่ไม่ค่อยจะชอบใจกับพฤติกรรมออกสาวของเธอเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะเมื่อเธอเร่ิมแต่งหน้า  วันหนึ่งคุณยายไม่สบาย เธอจึงฝากริเวร่าไว้กับบ้านคาทอลิกรับเลี้ยงเด็กผู้ชาย  แต่พอคุณยายหายจากอาการป่วย เธอก็ไม่ไปรับริเวร่ากลับ จนแม่ชีที่นั่นต้องขอให้เธอคิดดี ๆ อีกที 

    หลังจากนั้นเป็นต้นมา ริเวร่าก็ถูกส่งไปอยู่กับคนนู้นบ้างคนนี้บ้างสลับกันไป หนึ่งในคนที่ดูแลเธอคนหนึ่งคือเพื่อนชาวโคลัมเบียที่ยายเธอเคยช่วยเหลือไว้ตอนอพยพ ชื่อ อลิซา 

    ริเวร่าอยู่ในความดูแลของอลิซาอยู่พักใหญ่ 

    อลิซาจะใจดีก็ต่อเมื่อริเวร่าทำงานที่ได้รับมอบหมายจำนวนมากเสร็จทั้งหมด แต่บ่อยครั้งที่อลิซาก็ตบตีริเวร่าโดยไม่มีเหตุผล เมื่อริเวร่าอายุสิบขวบ อลิซาพยายามล่วงละเมิดทางเพศริเวร่า และเมื่อริเวร่าไม่ยินยอม ก็ถูกทำร้ายร่างกาย

    ริเวร่ามีความสัมพันธ์ทางเพศกับญาติที่อายุ 14 ปี โดยข้อมูลไม่ชัดเจนว่าเธอเต็มใจหรือเป็นการข่มขืน เธอมักจะถูกทำร้ายจากผู้ชายคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนบ้านด้วย เป็นช่วงนี้ด้วยเช่นกันที่ทั้งเพื่อนบ้านและยายของเธอเริ่มสงสัยว่าเธอน่าจะเป็นเกย์ 

    ปี 1961** อายุประมาณ 10-11 ปี ริเวร่าหนีออกจากบ้าน ไปใช้ชีวิตบนถนนแบบคนไร้บ้านและทำงานเป็นโสเภณี เธอพบกับ แกรี่ หนุ่มที่เธอหลงรักและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันถึงเจ็ดปี ระหว่างนั้นก็ใช้ยาเสพติดด้วยกันและขายบริการทางเพศยังชีพอยู่บนถนนสายที่ 42 ในนิวย์อร์กซิตี้

    ระหว่างนั้นเธอก็ได้รู้จักกับแดรกควีนหลายคน และแดรกควีนในระแวกนั้นเป็นคนตั้งช่ื่อซิลเวียให้เธอ เธอจึงเป็น ซิลเวีย ริเวร่า (Sylvia Rivera) มาจนถึงทุกวันนี้

    **ถอดสัมภาษณ์บอกว่า 1961 แต่หลายบทความเขียนว่า 1962 ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าเพราะอะไร แต่มีโอกาสที่จะมีความคลาดเคลื่อนเรื่องอายุอยู่ เห็นหลายสัมภาษณ์บวกอายุเพิ่มไปหนึ่งปีในหลาย ๆ จุด 

    KAY TOBIN/NEW YORK PUBLIC LIBRARY DIGITAL COLLECTIONS. 1970 ก็น่าจะรูปปี 1970 ออกจากบ้านมาได้ประมาณ 9 ปี อายุประมาณ 19

    "I left home at age 10 in 1961. I hustled on 42nd Street. The early 60s was not a good time for drag queens, effeminate boys or boys that wore makeup like we did. Back then we were beat up by the police, by everybody. I didn't really come out as a drag queen until the late 60s. when drag queens were arrested, what degradation there was. I remember the first time I got arrested, I wasn't even in full drag. I was walking down the street and the cops just snatched me ... " 

    "ฉันจากบ้านมาในวัย10 ปี เมื่อปี 1961 รีบมุ่งหน้าไปถนนสายที่ 42 ช่วงต้นทศวรรษ 60 ไม่ใช่ยุคสมัยที่ดีอะไรสำหรับแดรกควีน ผู้ชายที่ทำตัวเหมือนผู้หญิง หรือผู้ชายที่แต่งหน้าทาปากอย่างเรา ๆ ตอนนั้นเราถูกตำรวจทำร้าย ถูกทุกคนทำร้าย ฉันไม่ได้เปิดเผยตัวตนในฐานะแดรกควีนจนกระทั่งปลายยุค 60 

    เวลาที่แดรกควีนถูกจับ มันเป็นอะไรที่อับอายเสื่อมเสีย ฉันจำครั้งแรกที่ถูกจับได้ ฉันไม่ได้แต่งตัวเป็นแดรกด้วยซ้ำ แค่กำลังเดินอยู่บนถนน แล้วตำรวจก็กระชากฉันออกไป..."

    เนื้อหาส่วนที่ละเอียดอ่อนหรืออาจสะเทือนใจจะปิดเอาไว้นะคะ ถ้าอยากอ่านสามารถลากคลุมได้ด้านล่าง โดยจะอ่านหรือไม่อ่านก็เข้าใจเรื่องภาพรวมได้เหมือนกันค่ะ

    trigger warning : violence, sexual violence 

    "...We always felt that the police were the real enemy. We expected nothing better than to be treated like we were animals-and we were.

    We were stuck in a bullpen like a bunch of freaks. We were disrespected. A lot of us were beaten up and raped.
    When I ended up going to jail, to do 90 days, they tried to rape me..."

    "เรารู้สึกอยู่เสมอว่าตำรวจเป็นศัตรู รู้อยู่แล้วว่าจะได้รับการปฎิบัติเยี่ยงสัตว์ แล้วเราก็ได้รับการปฎิบัติแบบนั้นจริง ๆ เราติดอยู่ในคอกเหมือนตัวประหลาด ถูกเหยียดหยาม ทุบตีและข่มขืน เมื่อฉันติดคุกอยู่ 90 วัน พวกเขาพยายามข่มขืนฉัน ... " ]


    ต่อจากนี้จะเรียกด้วยชื่อ ซิลเวีย นะคะ 

  • As an activist


    ซิลเวีย (อักษร“ E”) กับมาร์ธาพีจอห์นสัน (อักษร“ Y”) และนักกิจกรรมGay Liberation Front นอกศาลอาญาในนิวยอร์กซิตี้ต้นปี 1970 เครดิต: © Diana Davies, courtesy of Manuscripts and Archives Division, The New York Public Library. รูปนี้เราเข้าถึงจาก Making Gay History Podcast 


    ซิลเวียเข้าร่วมกลุ่ม  Gay Activists Alliance หรือ GAA เมื่ออายุ 18 ปี เธอไม่เพียงต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนของเกย์เท่านั้น แต่ยังต่อสู้เพื่อสิทธิของทรานส์ แดรกควีน และบุชท์* ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักจะถูกมองข้ามด้วย

    *ภาษาไทยนิยมแปลว่าทอม ถ้าให้อธิบายง่าย ๆ เร็ว ๆ คือคนที่มีเพศกำเนิดเป็นหญิงแต่แต่งตัวเป็นผู้ชาย ส่วนความหมายมันจะตรงกันเป๊ะๆกับคำว่าทอมในบริบทภาษาไทยไหม อันนี้ไม่ค่อยจะมั่นใจ
    ซิลเวียพูดถึงสิทธิและความทุกข์ทรมานของกลุ่มที่เป็นชายขอบเนื่องด้วยตัวตนหรือบริบทอื่น ๆ ในชีวิตด้วย เช่น การดิ้นรนของกลุ่มแอลจีบีทีผิวสี ซึ่งเป็นผลกระทบจากโครงสร้างสังคมที่มีการเหยียดเชื้อชาติ กลุ่มแอลจีบีทีที่มีรายได้น้อย เป็นคนไร้บ้าน กลุ่มแอลจีบีทีที่อยู่ในคุก 

    ซิลเวีย (ซ้าย) กับ มาร์ชาร์ (ขวา ในร่ม)  เครดิตรูป Diana Davies, via New York Public Library


    ซิลเวียกับมาร์ชาร์ พี จอห์นสัน (Marsha P. Johnson) เพื่อนของเธอ ร่วมกันก่อตั้ง STAR ( Street Transvestite Action Revolutionaries) บ้านสำหรับกลุ่มแอลจีบีทีไร้บ้านขึ้น นอกจาก STAR จะให้ความช่วยเหลือผู้ที่มาพึ่งพิงแล้ว ยังต่อสู้เพื่อให้มีกฎหมาย Sexual Orientation Non-Discrimination Act หรือ SONDA  ขึ้นมาในนิวยอร์ก รายละเอียดคือ ห้ามไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติบนพื้นฐานของรสนิยมทางเพศ ในการจ้างงาน การจัดหาที่อยู่อาศัย การอำนวยความสะดวกที่เป็นสาธารณะ การศึกษา เครดิต และการใช้สิทธิพลเมือง 


    AT GAY LIBERATION DEMONSTRATION, NEW YORK UNIVERSITY, 1970. PHOTO BY DIANA DAVIES  เข้าถึงภาพจาก www.tolerance.org

    เธอเข้าร่วมการเดินประท้วงหลายขบวนมาก

    อย่างไรก็ตามหลายการเคลื่อนไหวที่เป็นเหตุการณ์ก็มีข้อสงสัยอยู่ เช่น ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วเธอได้ไปอยู่ที่สโตนวอลล์ อินน์ ในวันที่เกิดการจลาจลคืนแรกหรือเปล่า

    ถ้าหากตัดเรื่องที่ไม่ชัดเจนว่าเธอมีส่วนร่วมด้วยหรือไม่ออกไปแล้ว ที่เขียนมาข้างต้นก็คือข้อมูลสรุปโดยย่อถึงการเคลื่อนไหวของเธอค่ะ 
  • Gender Identity 

    เข้าถึงจาก ALCHETRON

    ตัวตนทางเพศของซิลเวียซับซ้อนและเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตลอดชีวิตของเธอ เธอเคยเรียกแทนตัวเองว่า "Half sister" เคยมีงานเขียนของตัวเองชิ้นที่ใช้หัวข้อว่า   "Transvestites: Your Half Sisters and Half Brothers of the Revolution"โดย Transvestites ในความหมายของริเวร่า คือผู้ชายและผู้หญิงที่รักเพศเดียวกัน ที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าของเพศตรงข้าม 

    ภาพถ่ายโดย Val Shaff เข้าถึงจาก BESE

    ในบทสัมภาษณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบทสัมภาษณ์ในปี 1995 กับแรนดี้ วิกเกอร์ (Randy Wicker) หรือเรียงความที่เธอเขียนในปี 2002 เธอใช้คำอธิบายเพศของตัวเองต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น  ผู้ชายเกย์ (gay man) ผู้หญิงเกย์ (a gay girl) แดรกควีน และก็กลับมาเรียกตัวเองว่าผู้ชายเกย์อีกรอบ
    ดูเหมือนว่าสำหรับซิลเวียแล้ว เธอโอบรับตัวตนหลายด้านและมองว่าตัวตนด้านหนึ่งไม่จำเป็นต้องจำกัดอีกตัวตนแต่อย่างใด


    เข้าถึงภาพจาก ADVOCATE

    อันที่จริงเห็นว่าหลายที่ใช้คำจำกัดความว่าเธอเป็นผู้หญิงข้ามเพศอยู่เหมือนกัน จุดนี้ก็สับสนมาก สำหรับตัวริเวร่าเองนั้นเคยพูดด้วยซ้ำว่าไม่ได้อยากเป็นผู้หญิง แต่อยากทำตัวเป็นผู้หญิง
    เธอเคยคิดเรื่องแปลงเพศ และใช้ฮอร์โมนอยู่เหมือนกัน ในช่วงแรกเธอชอบที่ฮอรโมนช่วยลดพวกหนวดเคราบนใบหน้า และทำให้ร่างกายมีส่วนโค้งส่วนเว้าขึ้น แต่สุดท้ายเธอก็หยุดใช้ฮอร์โมนไป และเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า


     ‘I came to the conclusion,that I don’t want to be a woman. I just want to be me. I want to be Sylvia Rivera.’”
    "...ฉันไม่ต้องการเป็นผู้หญิง ฉันแค่อยากจะเป็นฉัน ฉันอยากเป็นซิลเวีย  ริเวร่า" 

    เธอพูดต่อไปว่าเธอชอบ“ แต่งตัวและแกล้งทำ(เป็นผู้หญิง)”  มากกว่า

    trigger warning : explicit language
    [และอธิบายต่อไปว่า“ ฉันไม่ต้องการเป็นผู้หญิง เพราะนั่นแปลว่าฉันเอาใครจากข้างหลังไม่ได้อะดิ ให้มีสองรูหรอ ไม่เอาดีกว่า แบบนั้นก็ไม่ค่อยได้นะสิ
    She continues on to say that she likes to “dress up and pretend” and further explains, “I don’t want to be a woman. Why? That means I can’t fuck nobody up the ass. Two holes? No, no, no. That ain’t going to get it.”

    ส่วนตัวคิดว่าเหตุผลตรงนี้ตอบอย่างบันเทิงมากกว่าจริงจังด้วยอะ แต่อยากแปลเพราะอาจจะเปิดโลกสำหรับบางคน




    เธอยังพูดถึงเรื่องที่ว่าไม่ชอบถูกแปะป้ายเอาไว้ด้วย

    "...People now want to call me a lesbian because I'm with Julia, and I say, "No. I'm just me. I'm not a lesbian." I'm tired of being labeled. I don't even like the label transgender. I'm tired of living with labels. I just want to be who I am. I am Sylvia Rivera. Ray Rivera left home at the age of 10 to become Sylvia. And that's who I am" 

    ".. ตอนนี้คนอยากจะเรียกฉันว่าเลสเบี้ยนเพราะฉันอยู่กับจูเลีย แล้วฉันก็พูดว่า "ไม่ ฉันก็เป็นแค่ฉัน ฉันไม่ใช่เลสเบี้ยน" ฉันเบื่อที่จะถูกคนนั้นคนนี้มาติดป้ายแล้ว ฉันไม่ชอบถูกติดป้ายว่าเป็นคนข้ามเพศด้วยซ้ำ ฉันเบื่อจะอยู่กับป้ายแล้ว ฉันแค่อยากจะเป็นอย่างที่ฉันเป็น ฉันคือซิลเวีย ริเวร่า คือ เรย์ ริเวร่าที่ออกจากบ้านตอนอายุ 10 ขวบ เพื่อมาเป็นซิลเวีย นั่นแหละคนที่ฉันเป็น"

    ส่วนจูเลียเป็นใคร กำลังจะเล่าต่อในหัวข้อถัดไปค่ะ

  • Julia Murray 


    ซิลเวีย ริเวร่า (กลาง) กับจูเลีย เมอร์เรย์ (ขวา) และคริสติน่า เฮย์เวิร์ธ (Christina Hayworth) ในวันก่อนงานเทศกาล Pride Parade 2000 ของนิวยอร์ก เป็นภาพคนข้ามเพศภาพแรกที่รวมอยู่ในคอลเล็กชั่นภาพบุคคลแห่งชาติของสมิธ โซเนียน (The Smithsonian’s National Portrait Gallery collection) เครดิต: @Luis Carle รูปนี้เราเข้าถึงจาก Making Gay History Podcast 

    หลังจากที่มาร์ชาร์ เพื่อนสนิทของเธอเสียชีวิตในปี 1992 ซิลเวียก็หดหู่มาตลอด เธอใช้ชีวิตอยู่ที่ท่าเรือที่มาร์ชาร์เสียชีวิต (มาร์ชาร์ เสียชีวิตที่แม่น้ำ ด้วยสาเหตุคลุมเคลือ) และเคยพยายามจบชีวิตตัวเองด้วยการเดินลงแม่น้ำสายเดียวกันกับมาร์ชาร์

    เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันเสาร์ เธอมอบริบบิ้นสีแดงให้กับผู้ที่ต่อสู้อยู่กับโรคเอดส์ แล้วเปรยว่าเธอเสียดายที่จะต้องพลาดการเดินขบวนโรคเอดส์ในนิวยอร์กซิตี้วันพรุ่งนี้ 

    เธอเริ่มดื่มมาตั้งแต่วันศุกร์ก่อนหน้านั้น "ฉันมีปัญหา ฉันเป็นคนติดเหล้า พอแฟรงค์ออกไปทำงานฉันก็จะดื่มเบียร์และวิสกี้ " แฟรงค์คือคนรักที่อยู่กับเธอมา 15 ปี  "หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ฉัน แฟรงค์ และไอซิส แมวของฉัน อาศัยอยู่ในตู้รถไฟบนราง ใกล้กับสถานีรถไฟยองเกอร์ส 

    หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ตู้รถไฟก็หายไปพร้อมกับสิ่งของมากมายในนั้น โชคยังดีที่วันนั้นฉันพาไอซิสไปหาเพื่อน ๆ 

    เราหาที่นอนข้างนอก เช้าวันศุกร์ฉันลงไปที่แม่น้ำเพื่อทำสมาธิ ฉันมักจะทำแบบนั้นวันละครั้งอยู่แล้ว--ลงไปที่แม่น้ำ คิดเรื่องมาร์ชาร์ ---   มาร์ชาร์เป็นเพื่อนคนแรกที่ฉันมี ตอนนั้นเธออายุ 17  เธอเป็นคนที่ช่วยให้แสงสว่างกับฉัน สามปีที่แล้วร่างมาร์ชาร์ถูกดึงออกจากแม่น้ำฮัดสัน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นการฆ่าตัวตายหรือมีใครฆ่าเธอ

    ขี้เถ้าของเธออยู่ในแม่น้ำ เวลาฉันลงไปในน้ำและคิดถึงเธอ ฉันมักจะรู้สึกมีพลังขึ้นมา แต่เพราะวันนั้นฉันดื่ม พอลงไปฉันจึงคิดเรื่องที่ว่า ตั้งแต่มาร์ชาร์จากไปฉันก็ไม่เหลือใครอีกแล้ว ฉันคิดว่ามันน่าจะถึงเวลาที่จะลงไปว่ายน้ำเสียหน่อย"

    มีคนเห็นซิลเวีย และช่วยเธอไว้ทัน

    ภาพถ่ายโดย Val Shaff เข้าถึงจาก BESE

    จากนั้นในปี 1993 เธอได้ที่อยู่ใหม่ที่ Transy House ซึ่งเป็นบ้านของผู้หญิงที่เป็นคนข้ามเพศจัดตั้งขึ้นมาในลักษณะคล้ายๆ กันกับSTAR House 

    ใน Transy House ซิลเวียที่ยังอาลัยถึงเพื่อนสนิทได้พบกับจูเลีย เมอร์เรย์  ซึ่งขณะนั้นกำลังประสบกับปัญหาสุขภาพจิตเช่นกัน

    ซิลเวียบอกว่าปัญหาด้านจิตใจเป็นสิ่งที่คนข้ามเพศหลายคนต้องเผชิญ

    จูเลียไม่ชอบนอนคนเดียว เธอเลยไปนอนบนพรมในห้องนั่งเล่นที่ซิลเวียอยู่ ต่อมาซิลเวียจึงเสนอเตียงของตัวเองให้แก่จูเลีย ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนและสนิทกันมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป สนิทกันจนมีคนถามถึงความสัมพันธ์ 


    "(เชลซี) ถามฉันว่าเราเป็นแฟนกันหรือเปล่า ฉันก็เลยไปถามเธอ... วันนั้นฉันกำลังทำงานอยู่แล้วเธอ(ซิลเวีย)ก็เดินเข้ามาแล้วพูดกับฉันว่า 'อืม ฉันก็คิดเรื่องนี้อยู่ทั้งวันเลย'... "

    --ทรานสคริปต์และแปลจากสารคดี SYLVIA RIVERA TRANS MOVEMENT FOUNDER

    แรนดี้ วิกเกอร์ (ซ้าย) ซิลเวีย (ขวาบน) จูเลีย (ขวาล่าง) Source: Tourmalin Gossett’s blog]เข้าถึงจาก jmellison.net 

    หลังจากผ่านไปหลายเดือน ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 1999 ทั้งคู่กลายเป็นคู่รักกัน*

    *ไบโอหลายที่ใช้คำว่า Life Partner หลายที่ใช้ Lovers/girlfriends ซิลเวียให้สัทภาษณ์ในสารคดีใช้คำว่า my lover and I 
    ในบทสัมภาษณ์ของแรนดี้ ซิลเวียเล่าเอาไว้ว่า ความสัมพันธ์อันดีของเธอกับจูเลียช่วยให้ซิลเวียเลิกติดสารเสพติดและแอลกอฮอล์ นับว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตจุดหนึ่ง เพราะซิลเวียติดเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์หนักชนิดดื่มทุกวัน แต่จูเลียช่วยให้เธอเลิกดื่มได้

    หลังจากเลิกดื่มแล้ว ซิลเวียไปทำงานอาสาสมัครที่โบสถ์เกี่ยวกับการจัดหาอาหารให้คนยากไร้และผู้ป่วยเอดส์ หลังจากเป็นอาสาสมัครอยู่หลายปี มีคนที่อยู่ในตำแหน่งลาออก เธอจึงได้รับการจ้างงานเต็มเวลาที่นั่น

    "Sylvia has a very deep passion for people living in poverty in the city, not just the trans community, not just the queer community, but anybody who didn't have the kind of housing or the kind of clothing, or the kind of medical care, or the kind of resources that it really takes to survive, much less live, in New York City."-- นักบวชในโบสถ์ให้สัมภาษณ์

    "ซิลเวียมีความตั้งใจอย่างลึกซึ้งในการช่วยเหลือคนยากจนที่อยู่ในเมือง ไม่เพียงแค่ชุมชนทรานส์ หรือชุมชนเควียร์เท่านั้น แต่ใครก็ตามที่ไม่มีที่อยู่อาศัย เสื้อผ้า การรักษาพยาบาล หรือทรัพยากรที่ต้องใช้เพื่อความอยู่รอด-- แม้ความหมายไม่เท่ากับการใช้ชีิวิต-- ในมหานครนิวยอร์ก "
    --ทรานสคริปต์จากสารคดี SYLVIA RIVERA TRANS MOVEMENT FOUNDER

    แรนดี้ วิกเกอร์ (ล่าง) ซิลเวีย (ซ้ายบน) จูเลีย (ขวาบนSource: Tourmalin Gossett’s blog]เข้าถึงจาก jmellison.net 

    ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนดูจะเป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย ในขณะที่จูเลียช่วยให้ซิลเวียเลิกดื่มได้ ซิลเวียก็ทำให้จูเลียรู้สึกดีกับตัวเองเหมือนกัน 

    No one has ever been as enthusiastic about me as she was  -- Julia 

    ไม่เคยมีใครสนใจเรื่องฉันมากเท่าเธอมาก่อน
    --ทรานสคริปต์จากสารคดี SYLVIA RIVERA TRANS MOVEMENT FOUNDER

    "I feel that both of us being transgendered, we understand what the other has gone through. We have always been with men, but the men that we have met in our lives haven’t been able to give us the sensitivity that we share between ourselves.”  -- Sylvia

    "ฉันรู้สึกว่าการที่เราทั้งคู่เป็นคนข้ามเพศทำให้เราเข้าใจว่าต่างฝ่ายต่างผ่านอะไรมาบ้าง เราเคยอยู่กับผู้ชายมาตลอด แต่ผู้ชายที่เราพบเจอมาทั้งชีวิตไม่สามารถให้ความรู้สึกในแบบที่เรามีให้กันได้เลย”
    -- จากบทสัมภาษณ์ของแรนดี้ วิกเกอร์

    โปเกม่อนตัวโปรดของซิลเวียคือปิกาจู แล้วจูเลียก็เคยซื้อตุ๊กตาปิกาจูให้เป็นของขวัญ


    ตัวนี้เลย
    ภาพแคปมาจากสารคดี SYLVIA RIVERA TRANS MOVEMENT FOUNDER มีปัญหากับการเซฟภาพตัดนิดหน่อยเลยตัดมาได้เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็กๆแค่นี้อะ 55555 



    ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันไปจนตลอดช่วงชีวิตของซิลเวีย 


    เข้าถึงภาพจาก 
    ADVOCATE

    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2002 ซิลเวียเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับที่ศูนย์การแพทย์คาทอลิกเซนต์วินเซนต์ในนิวยอร์ก (Saint Vincent's Catholic Medical Center in New York, NY.)

  • สารคดีเพิ่มเติม

    • สารคดี Sylvia Rivera Trans Movement Founder 

    • สัมภาษณ์ Onda Rossa 



    ไม่อะไร หาหนังสือไม่ได้ แต่เพลงประกอบสารคดีีคือเนื้อเพลงดี อิน



    Related Topics


    NOTES (PERSONAL TAKE)

    • เรื่องของซิเลวีย เป็นการทลายภาพจำหลาย ๆข้อ เช่นทำให้เห็นว่าการแสดงออกเป็นเพศไหน ไม่ได้แปลว่าอยากเป็นเพศนั้นเสมอไป หรือการที่เป็น transgender ก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องชอบเพศตรงข้ามเสมอไป (บางคนจะคิดว่า อยากเป็นอีกเพศเพราะชอบเพศตรงข้าม อะไรแบบนี้ ทั้งที่จริงๆ ตัวตน กับคนที่รักมันเป็นคนละประเด็นกันเลย) 
    • เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้อยากเล่าเรื่องของซิลเวีย-จูเลีย เพราะเราอาจจะไม่ค่อยได้ยินเรื่องความสัมพันธ์โรแมนติกในรูปแบบนี้เท่าไหร่ (queer แบบที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึง) 
               คิดว่าหลายคนรู้อยู่แล้วว่าความสัมพันธ์มีหลายรูปแบบ แต่ว่าได้ฟังเรื่องจริง ๆ ว่าเป็นยังไงบ้าง ก็             ช่วยให้คนที่อยู่ในกลุ่มน้อยรู้สึกว่ามี presentation มี visibility มากขึ้นด้วย  
    • ชาวเควียร์ลาตินอเมริกาไม่กี่คนที่มีชื่อยู่ในประวัติศาสตร์เควียร์ที่คนได้ยินกันบ่อย ๆ 
    • ในเรื่องของการแปะป้ายเพศวิถี
    แต่เราว่าที่น่าจะสำคัญคือคนที่พูดว่าจะเอาหรือไม่เอาป้ายน่าจะเป็นคนที่มีสิทธิ์ในป้ายนั้นมากกว่า บางคนมองว่าต้องการป้ายเพราะมันช่วยทำให้ตัวตนในด้านนี้ที่ยังต้องต่อสู้ให้ได้รับการยอมรับมันต้องได้รับการมองเห็นก่อน เช่นมิสยูสเปนก็เคยพูดว่า   ฉันเป็นผู้หญิง แต่ฉันก็เป็นคนข้ามเพศด้วย (

     'Soy mujer pero también soy trans' )  แต่บางคนก็จะมองว่าป้ายเรื่องเพศมันอาจจะ Overshadow ตัวตนด้านอื่น ๆ 


    ซึ่งตรงนี้ต้องมองต่อไปอีกว่ามัน Overshadow เพราะอะไร ถ้าเป็นคนที่พฤติกรรมตรงเพศกำเนิด (cisgender) มันจะมีการ overshadow แบบนี้ไหม ต่าง ๆ หรือมีอะไรลึกไปกว่านั้นอีก

    ซับซ้อนอยู่เหมือนกันนะ อยากให้ลองอ่านบทความ ว่าด้วยเรื่องของป้ายฉลากเพศวิถี ดูว่าคิดยังไง


    หมายเหตุคำแปลเพิ่มเติม : https://rbf17ref.home.blog/2019/07/16/notes-sylvia-and-julia/
  • References

    ABOUT NEW YORK; Still Here: Sylvia, Who Survived Stonewall, Time and the River. (1995, May 24). Retrieved from https://www.nytimes.com/1995/05/24/nyregion/about-new-york-still-here-sylvia-who-survived-stonewall-time-and-the-river.html

    Elison, J. M. (2018, September 14). Trans Love, part one: Sylvia Rivera and Julia Murray. Retrieved from https://jmellison.net/if-we-knew-trans-history/trans-love-part-one-sylvia-rivera-and-julia-murray/

    Marcus, E. (2017, October 22). Sylvia Rivera ? Part 2. Retrieved from https://makinggayhistory.com/podcast/sylvia-rivera-part-2/

    Merbruja, L. (2015, October 24). 5 Reasons Sylvia Rivera Is One of the Most Badass Radical Trans Heroes to Ever Live. Retrieved from https://everydayfeminism.com/2015/10/sylvias-legacy-trans-history/

    Moxie Girls Fight Back! (2017, June 21). Retrieved from https://moxiegirlsfightback.com/post/162074357887/hell-hath-no-fury-like-a-drag-queen

    Sylvia Rivera (with Christina Hayworth and Julia Murray). (n.d.). Retrieved from https://npg.si.edu/object/npg_NPG.2015.37

    Sylvia Rivera. (2005, December 1). Retrieved July 15, 2019, from https://en.wikipedia.org/wiki/Sylvia_Rivera

    Vidani, P. (n.d.). Sylvia Rivera. Retrieved from https://sylviarivera.tumblr.com

    “Hell Hath No Fury like a Drag Queen Scorned”: Sylvia Rivera’s Activism, Resistance, and Resilience · Challenging Gender Boundaries: A Trans Biography Project · OutHistory.org: It's About Time. (n.d.). Retrieved from http://outhistory.org/exhibits/show/tgi-bios/sylvia-rivera

    ภาพหน้าปก เข้าถึงจาก ALCHETRON
     

    เหมือนเดิมค่า ถ้ามีอะไรดูแล้วผิดพลาดคลาดเคลื่อนก็รบกวนมีเมตตาทักมาบอกกันหน่อยนะคะ โดยเฉพาะรอบนี้แปลคำพูดเยอะ แล้วก็ทรานสคริปต์ออกมาเองด้วย อาจจะผิดพลาดได้ 

    Contact
    Twt dm : @rainbowflick17
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in