C R E E P Y P A S T Aเนตรธิ ~
Search and Rescue Woods | #13
  • เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันมีผลกระทบต่อจิตใจผมมากทีเดียว ผมเลยเข้าไปพูดคุยกับเรนเจอร์ที่เป็นรุ่นพี่คนหนึ่ง สุดท้ายเขาก็ช่วยให้ผมผ่านมันมาได้ เวลาผ่านไปผมกับรุ่นพี่ก็สนิทกันมากขึ้น จนเขาก็เล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เขาเจอให้ผมฟัง บางเรื่องมันน่ารบกวนใจมากแต่ก็ทำให้ผมรู้ว่าผมไม่ใช่คนเดียวที่ต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายแบบนี้ 

    *"ผมคิดว่าเรื่องนี้จะต้องเกิดขึ้นก่อนที่คุณจะมาที่นี่ เพราะว่าถ้ามันเกิดขึ้นตอนที่คุณอยู่ที่นี่แล้ว คุณจะจำมันได้แน่ๆ ผมรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้ออกข่าวด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่ผมว่าคนส่วนมากที่อยู่ที่นี่มานานพอ คงจะต้องรู้เรื่องนี้แน่ คุณรู้ไหมว่าอุทยานฯ เคยขายที่ดินส่วนหนึ่งให้บริษัททำไม้และมันก็เป็นเรื่องที่ฉาวโฉ่มากเลยตอนนั้น

    มันไม่ได้เป็นพื้นที่กว้างขวางอะไรหรอกนะ ตอนนั้นมันเป็นช่วงที่เราเพิ่งผ่านพ้นภาวะเศรษฐกิจถดถอย อุทยานฯ เองก็ต้องการเงินสดในมืออย่างเร่งด่วน แต่ท้ายที่สุดการซื้อขายก็ล้มเหลว เราได้รับโทรศัพท์จากบริษัทนั่นให้พาเจ้านายเราไปในพื้นที่ตรงนั้นทันที ผมไม่รู้ว่าทำไมแต่พวกเขาส่งผมและคนอื่นๆ อีกสองสามคนไปพร้อมกับพวกหัวหน้าด้วย ผมเดาว่าเราคงเอาจำนวนเขาข่มคนที่นั่นไว้ก่อนแล้วค่อยดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เราไปถึงที่นั่นแล้วทุกคนก็ยืนล้อมอยู่รอบต้นไม้ต้นหนึ่งที่พวกเขาเพิ่งโค่นลงมา

    พวกนั้นดูโมโหและตกใจมาก คนที่เป็นโฟร์แมนเดินมาทางพวกเราและพวกเขาอยากรู้ว่านี่กำลังทำอะไรกันอยู่ 'นี่คิดว่าทำอะไรกันอยู่วะ ? แกล้งกันหรือไง ?' พวกเราไม่รู้เรื่องว่าเขาพูดถึงอะไร เขาเดินนำเราไปดูต้นไม้ที่เพิ่งล้มลงมาแล้วชี้มือให้ดูว่าพอตัดมันออกมา แล้วก็กลายเป็นแบบที่เห็น ถ้าพวกเราเป็นคนทำจะต้องได้เจอดีแน่ ข้างในต้นไม้นั่นเน่าและกลายเป็นโพรง พอโค่นลงมาก็เลยเห็นว่าในโพรงนั้นมีมือมนุษย์ข้างหนึ่งอยู่ เป็นมือที่โดนตัดขาดอย่างเรียบร้อยทีเดียว และดูเหมือนว่ามันจะรวมตัวเป็นเนื้อเดียวไปกับต้นไม้ไปแล้ว เอาล่ะ ทีนี้พวกเราก็คิดว่าไอ้พวกตัดไม้ต้องเล่นตลกกับเราแน่ๆ เราเลยบอกกลับไปว่าอย่ามาเล่นอะไรบ้าๆ แบบนี้ และเตรียมจะกลับกัน แต่พวกนั้นก็ตอบกลับมาได้เรียกตำรวจมาแล้ว และเขาก็มีสิทธิ์ที่จะพูดเรื่องนี้กับนักข่าวถ้าเรายังยืนยันที่จะไม่อยู่ที่นี่ นั่นดึงความสนใจของหัวหน้าได้มากเลยล่ะ พวกเราก็เลยต้องอยู่ในที่เกิดเหตุและอธิบายสถานการณ์ต่างๆ ให้พวกตำรวจฟัง ไม่มีใครยอมรับว่าเป็นคนเอาชิ้นส่วนมือนั่นเข้าไปไว้ในต้นไม้ และนอกจากนั้นก็ไม่รู้ด้วยว่าจะเอามันใส่เข้าไปได้ยังไง มันเป็นมือมนุษย์ที่ยังสดๆ อยู่เลย ไม่ได้เหลือแต่ซากหรือว่าเหลือแต่กระดูก ยังไม่น่าถูกตัดออกมาเกินหนึ่งวันด้วยซ้ำ และมันยังแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับต้นไม้ไปแล้ว เหมือนว่ามันงอกออกมาจากต้นไม้เองนั่นล่ะ พวกคนตัดไม้ยืนยันหนักแน่นว่าไม่ได้เอามันใส่เข้าไปในต้นไม้แน่ แต่ไม่รู้ว่าด้วยวิธีไหน มือนั่นก็เข้าไปอยู่ในต้นไม้แล้ว ตำรวจเลยสั่งให้พวกเขาตัดต้นไม้เป็นท่อนขนาดที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ส่งมันไปยังสถานีตำรวจ และสั่งปิดพื้นที่นั้นไป มันเป็นการสืบสวนที่ใหญ่มากเลยทีเดียว แต่ผมรู้ว่าพวกเขาไม่สามารถหาคำตอบให้เรื่องนี้ได้ มันก็เลยกลาบเป็นเรื่องเล่าของที่นี่ไป ตั้งแต่นั้นมาเราก็ไม่เคยทำสัมปทานพื้นที่ป่าไม้ให้ใครอีก "


  • อย่างที่ทุกคนทราบกันนะครับ ผมเพิ่งไปเทรนนิ่งมาเมื่อเร็วๆ นี้ และได้ยินเรื่องที่เหลือเชื่อและน่ากลัวมากมาพอๆ กัน เจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่ผมพูดคุยด้วยเล่าเรื่องบางอย่างให้ฟังระหว่างที่พวกเราจับกลุ่มกันรอบกองไฟในคืนหนึ่ง เราเมากันมากทีเดียว เดี๋ยวคุณจะเห็นแพทเทิร์นบางอย่าง เราแลกเรื่องเล่ากันไปมา เขาเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง

    "ฉันกับเพื่อนอีกคนนึงลงพื้นที่ด้วยกันเพราะได้รับรายงานจากคนที่มาตั้งแคมป์ว่าพวกเขาได้ยินเสียงกรีดร้องในตอนกลางคืน เราก็เลยออกไปดูว่ามันจะมีสิิงโตภูเขาซักตัวไหมวะที่ออกมาเพ่นพ่านอยู่แถวนั้น และฉันก็หัวเสียชิบหาย เพราะพวกเราเจอมันตั้งสามตัวแล้วที่ออกมาอยู่แถวที่ตั้งแคมป์เฉพาะในปีที่ผ่านมานี้ ฉันล่ะเหนื่อยกับการจัดการกับเจ้าพวกนี้มาก อีกอย่างพวกมันคือตัวแสบเลย มันทั้งเสียงดัง และมันก็โคตรน่ากลัวสำหรับฉันเลย

    ไอ้แมวผี แม่ง ฉันก่นด่าพวกมันกับเพื่อนที่ออกไปด้วย พวกเรามองเห็นกิ่งไม้หักๆ กับอะไรที่เหมือนโพรงสัตว์ เราก็แน่ใจกันมากว่าไอ้เจ้าตัวนั้นมันอยู่ตรงไหน ฉันรายงานกลับเข้าไปและพวกเขาบอกว่าให้ฉันคอนเฟิร์มว่าเป็นเจ้าสัตว์แน่ๆ ถ้าทำได้ มันแปลว่า เขาต้องการให้คุณเดินเข้าไปในกองขี้ของมันและเอามันกลับมาเป็นหลักฐาน แต่ฉันหาขี้พวกนั้นไม่เจอ ก็เลยช่างแม่ง พอกันที ฉันแน่ใจว่าสิงโตพวกนั้นอยู่ซักแห่งแถวนี้แน่ๆ ล่ะ ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เจอขี้มันหรือไม่ได้ถูกมันกินก็ตาม
    เจ้าหน้าที่อีกคนที่มากับฉันเดินเตร่ๆ ออกไปนอกทางเพื่อไปฉี่หรืออะไรซักอย่าง ฉันคอยอยู่ด้านหลังและมองไปที่โพรงเล็กๆ ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งเพื่อดูว่าเป็นสุนัขจิ้งจอกหรือตัวอะไรอื่นอยู่หรือเปล่า เพราะว่าฉันจิ้งจอกพวกนั้น มันโคดน่ารักเลย


    ฉันนั่งมองต้นไม้นั่นอยู่แล้วก็ได้ยินเสียงกิ่งไม้แตกหัก เสียงมันมาจากทิศตรงข้ามกับที่เพื่อนฉันเดินไป ฉันมีปืนแต่นายก็รู้ว่ามันทำอะไรสิงโตนั่นไม่ได้หรอก ฉันปลดไกปืนเตรียมพร้อม ตะโกนเรียกเพื่อนให้มันรีบเดินกลับมา แต่มันอยู่ไกลเกินกว่าจะได้ยินเสียงฉัน ฉันลุกขึ้นมองไปยังทางที่เสียงนั่นค่อยๆ เข้ามาใกล้ และนี่พูดจริงนะ ฉันเกือบฉี่ราดแหนะ ผู้ชายคนหนึ่งเคลื่อนที่เข้ามาทางฉัน เขาตีลังกากลับหลังผ่านป่ามาน่ะสิ เหมือนกับว่า แทนที่มันจะเดินมาแต่กลับตีลังกากลับหลังมา สาบานกับพระเจ้าเลย ไอ้นั่นมันตีลังกาหลบหลีกผ่านท่อนไม้ พุ่มไม้ตลอดทาง เหมือนมันรู้จักทางดี ฉันตะโกนให้เขาหยุดอยู่กับที่เดี๋ยวนี้ และเล็งปืนไปทางนั้น แต่ไอ้หมอนั่นก็ยังตีลังกาเข้ามาเรื่อยๆ ฉันสติหลุดไปเลย ฉันยิงปืนหนึ่งนัดไปยังพื้นดินตรงหน้าของมัน แล้วนั่นก็เป็นเรื่องโง่มากที่ทำลงไป แต่พวก ฉันไม่อยากให้ไอ้หมอนั่นมันเข้าใกล้ฉันไปมากกว่านี้

    ตอนที่ฉันยิงปืนออกไป เขาอยู่ห่างฉันไปประมาณห้าสิบหลา พอได้ยินเสียงปืน มันก็ม้วนตัวแล้วตีลังกากลับหลังกลับเข้าป่าไป คู่หูฉันมันได้ยินเสียงปืนเลยรีบวิ่งมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันบอกไปว่ามีไอ้บ้าคนหนึ่งมากระโดดเล่นพิเรนทร์แถวนี้และเราต้องรีบออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด ฉันแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับตำรวจ เขาไม่เอาความที่ฉันยิ่งปืนออกไป แต่พวก ฉันไม่รู้ว่าแม่งเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มากก่อนเลย มันบ้าสิ้นดี"



    ผมคิดว่าเราเห็นพ้องกันแหละว่ามีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นในป่านั่นจริงๆ แต่ผมจะไม่พูดอะไรที่มันมีแค่ความเป็นไปได้หรือว่าพวกทฤษฎีนู่นนั่น สิ่งที่ผมต้องการให้คุณได้ไปจากการอ่านเรื่องที่ผมเล่า ก็คืออยากให้คุณระมัดระวังตัวเมื่ออยู่ในป่า ผมรู้ว่าหลายคนคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งทนทาน แต่ความจริงคือคุณตายได้เมื่ออยู่ข้างนอกนั่น หรืออาจจะหายสาบสูญได้ เหตุการณ์พวกนั้นมันเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่คุณจะนึกถึง

    ผมขอโทษด้วยนะครับที่อัพเดตแต่ละทีสั้นลงเรื่อยๆ ผมจะทำสุดความสามารถเพื่อจะเขียนเรื่องนี้ต่อไป ขอบคุณสำหรับการติดตามเสมอมา พวกคุณทำให้ผมมีกำลังใจมากครับ 




    (โปรดติดตามตอนต่อไป)
    -----------------------------------------

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in