Oh My Fuji! ครั้งหนึ่งในชีวิต กับการพิชิตยอดเขาฟูจิRainbow Coral
ช่วงที่ 1 เดินทางสู่จุดเริ่มต้น
  • ฉันลืมตาตื่นจากเสียงนาฬิกาปลุก ต้องใช้เวลา 4-5 วินาทีในการตั้งสติว่าตัวเองอยู่ที่ไหน จริงสิ พวกเรามาถึงญี่ปุ่นเมื่อวาน เดินทางทั้งวันจนมาถึง Kawaguchiko แห่งนี้ ที่นี่คือ hostel ที่เราพัก ชื่อว่า kagelow


    เวลา 7:30 ฉันและพี่ชายออกมาทานอาหารเช้าที่ hostel เตรียมให้ เราได้เตรียมกระเป๋าเป้ไว้เรียบร้อยในคืนวันก่อน เพราะได้ยินว่าบนเขาไม่สามารถอาบน้ำได้จึงไม่ได้เตรียมของใช้ส่วนตัวอะไรไปมาก เอาไปเพียงของใช้ที่จำเป็นเท่านั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้คือขนมและน้ำเติมกำลังระหว่างปีน ซี่งเรากะจะไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อข้างๆสถานี 


    Hostel อยู่ห่างจากสถานีประมาณ 600 เมตร ใช้เวลาไม่นานมากในการเดินไป อากาศวันนี้ถือว่าดีหลังจากที่ฝนตกเมื่อเย็นวันก่อน หวังว่าเราจะไม่เจอฝนตอนขึ้นเขานะ


    ที่ร้านสะดวกซื้อ เราซื้อขนมและอาหารที่ให้พลังงาน 5-6 อย่าง เน้นที่ห่อขนาดเล็กพกพาง่าย มีขนมหลายอย่างที่เน้นเรื่องพลังงาน อาจจะเป็นเพราะที่นี่เป็นนักปีนเขามาเยือนเยอะ ขนมเหล่านี้จึงขายดีเป็นพิเศษ พวกเราซื้อน้ำขนาด 1 ลิตร 3 ขวด บวกกับน้ำร้อนที่ขอhostelใส่กระติกเก็บความร้อนมาให้เมื่อเช้าอีกหนึ่งกระติก นี่คือเสบียงเริ่มต้นสำหรับการปีนที่พวกเราคิดว่าน่าจะเยอะพอและไม่หนักเกินจะแบก


    หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อยเราก็ไปซื้อตั๋วรถบัสที่สถานี มีคนต่อคิวที่ป้ายเยอะพอควร รถคันแรกที่เราเห็นเหมือนรสบัสทั่วไป ที่นั่งเต็มแล้วคนที่ยอมยืนยังสามารถขึ้นได้ แต่พวกเราไม่อยากตัดกำลังแต่ต้นจึงยอมรออีก 30 นาทีสำหรับคันต่อไปเพื่อจะได้นั่ง ไม่เหมือนรถคันแรก รถคันที่สองเป็นเหมือนรถทัวร์ ไม่มีที่ยืนแต่มีเก้าอี้พับเสริมตรงกลางทุกแถว ทำให้จุคนได้เยอะมาก จาก Kawaguchiko station ไป Fuji Subaru 5th station ใช้เวลาประมาณ 50 นาที นั่นคือจุดหมายของเรา


    เส้นทางการปีนเขาฟูจิมีทั้งหมด 4 เส้น แต่ละเส้นเริ่มจากจุดที่ต่างกันและมีความยากง่ายต่างกัน เส้นทางที่ฉันเลือกในการปีนทริปนี้คือ Yoshida trail ซึ่งได้ยินมาว่าง่ายสุดให้ทั้งหมดและจุดเริ่มต้นก็คือFuji Subaru 5th stationแห่งนี้ ที่นี่มีร้านขายของที่ระลึกหลายร้านมีนักท่องเที่ยงค่อนข้างแออัด ส่วนนึงคือคนที่จะไปปีนให้ถึงยอดเหมือนเรา และอีกส่วนนึงคือนักท่องเที่ยวที่ต้องการเพียงมาเที่ยวตีนเขาฟูจิเท่านั้น 


    สิ่งแรกที่ฉันเห็นที่ร้านก็คือไม้ค้ำปีนเขา ฉันเคยเห็นในกระทู้ของคนที่เคยมาปีนว่าสามารถเอาไปแสตมป์ในแต่ละจุดบนเขาเป็นที่ระลึกได้ เหมือนพวกสมุดสะสมแสตมป์เลย แถมยังเอามาช่วยค้ำตอนปีนได้ มีประโยชน์แบบนี้ก็ต้องซื้อสิ! สิ่งที่ 2 ที่ฉันซื้อคือกระป๋องออกซิเจน ฉันเคยมีอาการ altitude sickness มาก่อนตอนไปเที่ยวภูเขาสูงๆ จึงคิดว่าควรซื้อเผื่อไว้


    เราแวะที่ information center เพื่อถามข้อมูลเพิ่มเติมก่อนปีน เจ้าหน้าที่แจ้งว่า เส้นทางการปีนขึ้นและปีนลงนั้นแยกกันเป็น 2 เส้น เพราะทางค่อนข้างแคบไม่สะดวกที่จะเดินสวนกัน ที่พักต่างๆจะอยู่บนเส้นขึ้นทั้งหมด  หลังจากถามคำถามเสร็จพนักงานก็ชักชวนกึ่งบังคับให้เราไปบริจาคเงินเพื่อทนุบำรุงภูเขาคนละ 1000 เยนโดยมีที่ห้อยน่ารักๆให้เป็นที่ระลึก


    เวลาประมาณเกือบเที่ยงวัน ถึงเวลาเริ่มปีนกันซักที! เราเริ่มเดินตามทางลาดขึ้นเขามีคนเดินขึ้นกับเราไม่น้อย รวมถึงแก๊งทัวร์ปีนเขาทั้งแก๊งคนญี่ปุ่นเองและแก๊งคนไต้หวัน สมาชิกแก๊งมีตั้งแต่วัยเด็กถึงวัยกลางคน ทำให้ฉันแอบรู้สึกมั่นใจอยู่ว่าจะสามารถปีนทริปนี้ได้อย่างไม่ยาก พื้นบริเวณนี้เป็นพื้นหินกรวดสีดำ น่าจะเกิดจากภูเขาไฟ ถึงจะมีความชันเล็กน้อยแต่พื้นเรียบเดินง่ายมาก เราจึงเดินขึ้นเรื่อยๆอย่างสบายๆ


    เราได้ซื้อข้าวปั้นจากร้านสะดวกซื้อเป็นข้าวเที่ยงไว้ก่อนแล้ว กะว่าเดินซักพักแล้วจะกิน แต่แค่เริ่มเดินไม่นานจาก 5th station ยังไม่ถึง 6th station พวกเราก็รู้สึกหิวเกินกว่าจะเดินต่อ เราเดินถึงจุดๆหนึ่งที่มีก้อนหินใหญ่หลายก้อนอยู่ข้างทาง จึงตัดสินใจหยุดพักบนก้อนหินกินข้าวปั้นเติมพลังก่อนไปต่อ อากาศไม่ได้ร้อนมากแต่ค่อนข้างชื้น เราเดินกันมาถึงตรงนี้ก็เริ่มออกเหงื่อบ้างแล้ว เรานั่งพักรับลมกินข้าวปั้น มองผู้คนจากชาติต่างๆเดินผ่านไป ถึงจะมาจากคนละที่แต่ตอนนี้ทุกคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน นั่นก็คือยอดเขาฟูจิ!


    กินอิ่มแล้วเราก็พร้อมไปต่อ แน่นอนว่าเนื่องจากบนเขาไม่มีถังขยะเลย พลาสติกห่อข้าวปั้นและขยะอื่นๆเราก็ต้องเก็บใส่ถุงหิ้วขึ้นไปกับเราด้วย


    หลังเดินอยู่พักนึงเราก็มาถึง 6th station ที่นี่มีป้อมของทางอุทยานตั้งอยู่โดยมีคนของอุทยานชักชวนคนที่ยังไม่ได้บริจาค1000เยนให้บริจาค นักปีนส่วนใหญ่มักจะยินดีควักเงินเพื่อแลกกับของที่ระลึก ที่นี่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวเยอะพอควร เนื่องจากไม่ได้ไกลจาก 5th station มากนัก นักท่องเที่ยวทั่วไปจึงยังเดินขึ้นมาถ่ายรูปตรงจุดนี้ได้  


    ฉันแหงนมองขึ้นด้านบนและเห็นสิ่งที่ตัวเองต้องเผชิญต่อจากนี้ ทางขึ้นเขาซิกแซกที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด ระหว่างทางมีอาคารตั้งอยู่เป็นจุดๆซึ่งก็คือที่พักแต่ละหลังนั่นเอง ฉันรวบรวมกำลังใจที่เต็มเปี่ยมของตัวเองแล้วเริ่มเดินขึ้นอีกครั้ง รู้สึกเหมือนได้เข้าใกล้ยอดเขามากขึ้น โดยหารู้ไม่ว่าหนทางข้างหน้ายังอีกไกลแค่ไหน 



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in