Grey Zoneunnderbar__
NELL : Boy-X / Strike three - yes, you're out

  • " This song is for you. "



    ในตอนที่วง NELL ปล่อยพรีวิวของอัลบั้ม Escaping Gravity ออกมาครั้งแรก แฟนเพลงพากันร้อนตัว ตื่นตูมกันไปหมด กับประโยคที่ว่า "This song is for you" / for me ???!! ให้ฉัน ฉันหรอ ??!! แต่พอเนื้อเพลงในท่อนฮุคดังขึ้น ยิ่งพากันแตกตื่นและสงสัยเข้าไปใหญ่ ว่าอะไรที่หลอมเพลงๆนี้ขึ้นมา เพราะคำร้องของมันทั้งกระทบ และสะเทือน พุ่งปะทะเป้าหมายอย่างตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม และไม่ถ้อยทีถ้อยอาศัยเลยสักนิด




    หากอัลบั้ม Holding Onto Gravity พูดถึงการยึดติด โน้มเอียง และการไขว่คว้าหาที่พึ่งพิงแล้ว (NELL : Holding onto Gravity / Mass, Weight and Gravity) ซิงเกิ้ลอัลบั้มลำดับที่สองในเซตอัลบั้มไตรภาคแรงโน้มถ่วง (Gravity Trilogy) ที่ชื่อว่า Escaping Gravity นี้ จะเล่าถึงการละทิ้ง หลีกหนี และปลดปล่อยห้วงของอารมณ์ให้โลดแล่นออกไปในดินแดนแห่งจินตนาการ ในแง่หนึ่งอาจหมายถึงอิสระ หรือการหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมาน อารมณ์ และความสิ้นหวังใดๆ ก็ตามที่ผูกมัดกักขังเราไว้ 


       
       Gravity Trilogy      

    • Holding Onto Gravity (EP Album : 2012) / การยึดติด โน้มเอียง
    • Escaping Gravity (EP Album : 2013) / การละทิ้ง หลีกหนี
    • Newton's Apple (Full Album :2014) / การยอมรับ อยู่กับมัน






    NELL ยังวางคอนเซปให้อีพีอัลบั้ม Escaping Gravity ชุดนี้  มีโครงสร้างเป็นเหมือน "Omnibus Film" นั่นคือ การรวมภาพยนต์ขนาดสั้นให้กลายเป็นหนึ่งภาพยนต์เรื่องยาว มันจึงประกอบไปด้วย 1 track แทน 1 เรื่องราว รวมกันเป็น 1 อีพีอัลบั้ม ภายใต้เมนไอเดียของการ "Escape from" การฟังอัลบ้ั้ม Escaping Gravity จึงให้ความรู้สึกเหมือนดู Omnibus Movie และหากมองในภาพกว้างกว่านั้น การเรียงเพลงในอัลบั้มนี้ ยังคล้ายกับการแบ่งองก์ของภาพยนต์ มีการเปิดเรื่อง เผชิญหน้า ไคลแมกซ์ บทสรุป และ End credits




    โดย track 01 ที่ทำหน้าที่เป็นซีนเปิดของภาพยนต์เรื่องนี้ได้อย่างน่ามหัศจรรย์ นั่นก็คือ Boy-X แทร็คแรกในอีพีอัลบั้ม Escaping Gravity ออกมาเมื่อปี 2013 เพลงที่มีซาวด์ดนตรีที่ทำให้คนฟังเหมือนก้าวเข้าไปอยู่อีกโลกหนึ่ง รู้สึกถึงอิสระ ให้ความสดชื่นมีชีวิต โดดเด่นด้วยเสียง synthesizer จังหวะดนตรีคมจากไลน์กลองที่หวือหวา มีการใช้ loop ของเสียงสังเคราะห์ ชวนลึกลับ น่าค้นหา ราวกับถูกสะกดจิต


    แต่ท่ามกลางซาวด์ดนตรีที่ให้ความเป็นอิสระ และความสดชื่นมีชีวิตนั้น กลับมีสิ่งที่เป็นเหมือนคลื่นใต้น้ำกระเพื่อมอยู่ในเพลง นั่นคือ เสียงร้องแตกพร่าน้อยๆ เสียงเฮือกของลมหายใจ ที่ถูกซ่อนไว้เป็นไลน์ที่รองลงมา แม้จะไม่รู้ความหมายของเนื้อเพลงก็ตาม แต่คนฟังจะรู้สึกถึงความเย้ยหยันบางอย่าง ที่ออกมาจากลักษณะการร้องและโทนของน้ำเสียง และเมื่อถอดความหมายออกมาแล้ว จะยิ่งรู้สึกว่าเสียงร้องของคิมจงวาน (นักร้องนำและผู้แต่งเพลงทั้งหมดของ NELL) ช่างเสียดแทงและแดกดันมากขึ้นกว่าเดิมเป็นสิบเท่า


    " This song is for you. "




    ต้องมาฟังเรื่องเส็งเคร็ง ในวันห่วยๆ
    คงรู้สึกดีอยู่หรอก

    มีแต่ความคิดแย่ๆ ที่ฉันคงทนพูดออกมาไม่ได้
    แทบจะหายใจไม่ออก

    This song is for you.

    This song is for you.

    This song is for you.

    นักการเมืองที่ไร้คุณสมบัติ
    ผู้ไม่สนใจถึงความตกทุกข์ได้ยาก
    Strike three, and you're out

    นักปฏิวัติที่ไร้คุณสมบัติ
    ผู้ชนะเลิศในการพูดพร่ำเพรื่อ
    Strike three, and you're out


    ไม่ว่าคำที่เคยอธิษฐานหรือเคยอุทิศตัวเพื่อใคร?
    คุณคงลืมมันหมดแล้วสินะ

    ทั้งหมดที่คุณเห็น ก็แค่สิ่งที่เหยียบย่ำเพื่อให้ตัวเองสูงขึ้น
    คงรู้สึกดีอยู่หรอก

    This song is for you.

    This song is for you.

    This song is for you.

    นักการเมืองที่ไร้คุณสมบัติ
    ผู้ไม่สนใจถึงความตกทุกข์ได้ยาก
    Strike three, and you're out

    นักปฏิวัติที่ไร้คุณสมบัติ
    ผู้ชนะเลิศในการพูดพร่ำเพรื่อ
    Strike three, and you're out

    ผู้ให้ความรู้ที่ไร้คุณสมบัติ
    ผู้ฆ่าความฝันของคนนับไม่ถ้วน
    Strike three, and you're out

    นักบวชที่ไร้คุณสมบัติ
    ผู้เปรียบไม้กางเขนราวเครื่องหมายสวัสดิกะ
    Strike three - yes, you're out

    You're out
    You're out
    you're out
    you're out

    Yes, you're out

    ศิลปินที่ไร้คุณสมบัติ...

    Eng ref. : Keurimjanee
     


    Boy-X จึงเป็นเพลงที่พูดถึงกลุ่มคนที่ไร้ซึ่งคุณสมบัติและความสามารถ "you"  ในความหมายของเพลงนี้ จึงถูกแทนด้วย นักการเมือง/นักปฏิวัติ/ผู้ให้ความรู้/นักบวช (ศิลปิน) ส่วนประโยค "Strike three, and you're out" ที่อยู่ในเพลง ทางวงไม่ได้อธิบายหรือพูดถึง ซึ่งมันอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเนื้อเพลงโดยที่ไม่มีความหมายแอบแฝงเป็นพิเศษก็ได้ แต่ถ้าหากเรามองลึกเข้าไปในบริบทของเพลงแล้ว อาจมีความเป็นไปได้ว่า "Strike three, and you're out" เป็นประโยคที่มาจากกติกาของกีฬาเบสบอล เมื่อผู้ที่อยู่ตำแหน่งตี ไม่สามารถตีลูกได้ จะถูกขานว่า Strike และเมื่อ Strike ครบสามครั้งติดต่อกัน ผู้ตีจะต้องออกจากสนามไป (Strike Out) จึงสามารถตีความอย่างตรงไปตรงมาประกอบกับเนื้อเพลงได้ว่า เมื่อคุณไม่มีความเหมาะสมหรือคุณสมบัติเพียงพอ ก็จงออกไปซะ


    note : กติกาการ Strike Out ของกีฬาเบสบอล ยังเป็นที่มาของ Three Strikes Law ที่บังคับใช้ในบางรัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา นั่นคือ กฎหมายที่ใช้ลงโทษผู้กระทำความผิดทางอาญาซ้ำเกินกว่า 2 ครั้ง ซึ่งหากเกิดขึ้นอีกในครั้งที่ 3 จะถือว่ามีความผิดร้ายแรง อัตราโทษสูงถึงจำคุกตลอดชีวิต เป็นกฎหมายที่มีที่มาจากการกติกา Strike Out เปรียบเทียบกับการกระทำความผิดทางอาญานั่นเอง

    Boy-X : CHRISTMAS IN NELL'S ROOM 2013


       " ไม่แต่เฉพาะ นักการเมือง/นักปฏิวัติ/ผู้ให้ความรู้/นักบวช เพียงแค่นั้น ยังมีกลุ่มคนที่ขาดคุณสมบัติและไร้ความสามารถอีกมากมาย หนึ่งในนั้นอาจเป็นคนรักหรือลูกของคุณ แต่เมื่อไม่สามารถใส่ทุกอย่างเข้าไปในเนื้อเพลงได้ ผมจึงโฟกัสเฉพาะกลุ่มคนที่ผมสนใจ และผมต้องขอโทษด้วย หากพวกคุณบางคนไม่ได้เป็นแบบนั้นไปซะทั้งหมด " 



    จากการเทเนื้อหาหนักๆ ลงในเพลงซึ่งมีระยะเวลาที่จำกัด ทำให้เนื้อร้องของเพลงนี้พุ่งกราดออกไปแบบตรงๆ จิกกัดสังคมได้อย่างเจ็บแสบ ทั้งยังประชดประชัน เสียดสี จนคนที่ได้ฟังต้องสะอึกไปตามๆกัน แต่ Boy-X ก็ไม่ได้เป็นเพลงที่สักแต่จะด่ากราดเอามันเพียงแค่นั้น มันยังคงมีที่มาอันเป็นจุดประสงค์ของผู้แต่งเอง ที่ทำให้เพลงนี้มีมิติทางความคิดที่ซับซ้อนขึ้นไปอีกขั้น



       " อะไรคือสิ่งที่ขับเคลื่อนหรือปัจจัยที่กระตุ้นให้คนๆหนึ่ง สามารถก่ออาชญากรรมที่ไร้ซึ่งแรงจูงใจ เช่น กรณีเหตุการณ์สังหารหมู่ในมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทคได้ อะไรเป็นชนวนที่ทำคนเราโกรธแค้นได้ขนาดนั้น? ผมจึงพยายามจำกัดวงให้แคบเข้ามา โดยการโฟกัสไปที่คน 4 กลุ่ม (นักการเมือง/นักปฏิวัติ/ผู้ให้ความรู้/นักบวช) ในอีกแง่หนึ่ง นี่ไม่ใช่การโจมตีหรือวิพากษ์วิจารณ์ใคร ผมเพียงต้องการที่จะแสดงถึงสภาพจิตใจของผู้กระทำ มากกว่าที่จะชี้นิ้วว่าใครผิดใครถูก



    เหตุการณ์สังหารหมู่ในมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทค เมืองแบล็กส์เบิร์ก รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกาเป็น
    เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในปี 2007 เกิดการกราดยิงหลายนัด มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 33 คน รวมทั้งมือปืน และบาดเจ็บอย่างน้อย 29 ราย โดยผู้ก่อเหตุคือ นายโช ซึงฮึย (Seung-hui Cho) ชาวเกาหลีใต้วัย 23 ปี เป็นนักศึกษาภายในรั้วมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทค รวมอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิตนั้น ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ฆ่าตัวตายหรือถูกผู้อื่นฆ่าตาย รวมทั้งไม่ทราบสาเหตุในการก่อเหตุสะเทือนขวัญนี้ด้วย นับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สังหารหมู่ในสถานศึกษาครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา

    Ref : wikipedia / เหตุการณ์สังหารหมู่ในมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทค 


       " ผมไม่ได้ออกมาบอกว่า 'สังคมกำลังเสื่อมถอย เรามาเปลี่ยนกันเถอะ' เพียงแต่การพยายามมองจากมุมมองของคนๆนั้นบ้างก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เมื่ออาชกรรมที่ไร้ซึ่งเหตุผลใดๆเกิดขึ้น เราต่างสาปแช่งไปที่ตัวบุคคล สำหรับความผิดที่พวกเขาก่อ แต่ผมหวังว่าเราจะคิดด้วยเช่นกัน ว่าทำไมคนๆหนึ่งถึงลงเอยด้วยการกระทำเช่นนั้น "

       Jong Wan Kim - 2013
     [130719] Nell Doran Doran Culture Playground interview


    Boy-X จึงเป็นเพลงที่เปิดเรื่องใน Omnibus Movie นี้ ด้วยสภาพจิตใจของตัวละครที่สิ้นหวัง โมโหโลก จนระบายมันออกมาด้วยความโกรธอันไร้การควบคุม อันแทน point of view ของผู้ก่อเหตุอาชกรรม ซึ่งคิมจงวาน เคยพูดเอาไว้อีกว่า เขาแต่งเพลงนี้ขึ้นมา เพื่ออยากจะถ่ายทอดเรื่องราวของกลุ่มคนที่ห่างไกลจากตัวเอง คนที่เขาไม่เคยเข้าใจ ทั้งความคิดและการกระทำ โดยการลองพยายามที่จะมองผ่านมุมของคนเหล่านั้นสักครั้ง Escaping Gravity จึงเป็นอัลบั้มที่ถือเป็น turning point ของวง เมื่อคิมจงวานเริ่มแต่งเพลงจากจินตนาการ และสิ่งรอบตัว จากแต่ก่อนที่เนื้อเพลงส่วนใหญ่จะมาจากเรื่องราวของตัวเขาเองเป็นหลัก ทำให้เพลงของ NELL เริ่มมีเนื้อหาหลุดออกจากกรอบเดิมๆ มีอิสระ และมีกลิ่นของความเป็นแฟนตาซีเพิ่มเข้ามา


    แม้ก่อนหน้านี้ จะมีการจิกกัดในเนื้อเพลงอยู่บ้าง เช่น last advice หรือ 1분만 닥쳐줄래요 (Would you please shut up for 1 minute) ที่พูดถึงความเห็นแก่ตัว ความงี่เง่า น่ารำคาญ ซึ่งล้วนมีความหมายต่อว่าในเชิงลักษณะส่วนบุคคลทั้งสิ้น แต่ Boy-X ให้ความหมายที่ใหญ่และกระเพื่อมวงกว้างกว่านั้น เพราะมันวิพากษ์สังคมอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา ความป่วยไข้ของผู้คนที่อาจขับเคลื่อนความโกรธเคืองให้ใครก็ตามพร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ ทั้งกับคนที่ไม่อาจจัดการกับความโกรธเคืองเหล่านั้นได้ หรือกับคนที่ไม่สามารถแบกรับได้ไหวอีกต่อไป


    Boy-X : Rainbow Festival 2013
    youtube chanel : willustaywithme
    / ชอบผมทรงเห็ดช่วงนี้มาก แม้จะไว้แป๊บเดียวก็เหอะ /

    นอกจากความหมายกระทบกระเทียบตามตัวอักษร และมุมมองความคิดอันน่าทึ่งอันเป็นที่มาของเพลงแล้ว Boy-X ยังมีท่อนร้องจางๆ ในช่วงท้ายของเพลง ที่กล่าวถึง "ศิลปินที่ไร้คุณสมบัติ" อีกทั้งเราจะได้ยินเสียงร้องที่ถูกบีบให้แหลมเล็ก จนกลายเป็นเสียงมนุษย์ต่างดาว ร้องถ้อยความที่ฟังไม่เข้าใจ คลอในช่วงนาทีที่ 3:21-4:14 ซึ่งเป็นปกติในเพลงของ NELL ที่มีการเข้ารหัสซ่อนไว้ เป็นเกร็ดสนุกๆของผู้แต่ง ที่ตั้งใจทำให้เนื้อร้องมีความคลุมเครือ ไม่ชัดเจน แต่ก็ไม่สามารถซ่อนพ้นจากความอยากรู้ของแฟนเพลงได้ ซึ่งทำการถอดความโดยการลดคีย์ลงมา เราจึงได้ยินประโยคที่คิมจงวานร้องซ่อนเอาไว้ เพิ่มความแสบสันของเพลงให้ทวีคูณยิ่งขึ้น กับเนื้อร้องที่วนซ้ำไปซ้ำมาในท่อนนี้ 


    "자격 미달의 예술가
    심장이없는 자들의 찬송가"
    /
    ศิลปินที่ไร้คุณสมบัติ
    ผู้ร้องเพลงสวดโดยไร้หัวใจ


    Ref / NELL Backward masking  youtube channel : 신성우


       " ถ้อยความที่คุณไม่ได้ยิน อธิบายเนื้อร้องในส่วนนั้น (ศิลปินที่ไร้คุณสมบัติ...) มีผู้คนมากมายที่เอาแต่พล่าม เห็นค่าของคำพูดมากกว่าการกระทำ ไม่ทำอะไรนอกจากส่งเสียงดังเอะอะ สำหรับผม บุคคลประเภทนี้คือคนไร้คุณสมบัติ ซึ่งบางคนก็อาจจะมองเราในแง่นั้นด้วยเช่นกัน "


       Jong Wan Kim - 2013
     [130719] Nell Doran Doran Culture Playground interview


    IG : hakuna_insta


    ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น Boy-X ยังเป็นเพลงที่มีคำหยาบปรากฏอยู่ตั้งแต่คำแรก (แปลในบริบทภาษาอื่นลำบากมาก) first impression ของคนที่ฟังเพลงนี้เลยจะช็อคหน่อยๆ ก่อนที่เพลงจะเดินทางไปถึงท่อนด่ากราดด้วยซ้ำ บวกกับความหมายแรงๆ ที่เด่นหราอยู่ในเนื้อเพลง ทำให้เพลงนี้ถูกแบนไม่ให้ออกอากาศอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งแน่นอน วงไม่เคยแคร์ เพราะชินแล้ว (list เพลงโดนแบนวงคุณนี่ประมาณนึงเลยนะ เยอะใช้ได้เลย 555555)


    " 같은 날 만도 못한 얘길 듣고 있으려니까 기분이 좀 그래"

    คำว่า '개' ในที่นี้มีทำหน้าที่คล้ายคำสบถในภาษาเกาหลี


    Boy-X :  CHRISTMAS IN NELL'S ROOM 2018
    Boy-X : Rainbow Festival 2013
    youtube channel : YUN2
    *Life doesn’t forgive weakness.
    *What luck for rulers that men do not think.
    When the war start, the winning comes first than justice.
    Killing few people is a murderer, but killing thousands then you will become the ruler.
    Mexican government keeps sending criminals to the United States.
    The national power is derived from a attack not from a defence.
    If a wife or child does not break bone....
    We help korea but we get not...
    I borrowed only 1.1 billion won from my father and...
    A declaration is for a reporter that look like who...
    China is still a country where national diplomatic games are...
    MURDERER
    RELIGION
    WALL

    *quotes by Adolf Hitler
    NELL'S ROOM 2018 Boy-X visual screen
    / เป็นเรื่องการเมืองตรงๆ ชัดๆ


    แม้ว่าไลน์ของเสียงร้องจะถูกลำดับให้ดังรองลงมา แต่ความหมายจุกๆของเนื้อเพลงกลับทำให้มันโดดเด้งออกมาอย่างอัตโนมัติ จัดจ้านทัดเทียมกับซาวด์ดนตรีที่มีสีสันมากๆได้อย่างพอดิบพอดี แถมโทนการร้องของคิมจงวาน ยังสร้างความยียวน กวน-  ถ้าใครฟังดีๆจะได้ยินเสียงแค่นหัวเราะในบางท่อน เพลงนี้จึงเต็มไปด้วยอารมณ์ถากถางแดกดัน เหมือนตัวเพลงแสยะยิ้มให้เราอยู่ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันก็หนักแน่น ราวกับมีคนมาตะโกนอยู่ตรงหน้า 


    Boy-X ไม่ได้เป็นเพลงที่ฟังยาก แม้เนื้อหาจะหนัก แต่ความเฟรชของดนตรีกับบีทเพลงเจ๋งๆ ทำให้มันโลดแล่นและติดอยู่ในหัว เป็นเพลงที่วงเล่นสดอยู่บ้างตามโอกาสแม้จะไม่บ่อยนัก แต่เมื่อใดก็ตามที่เพลงนี้ปรากฏใน Setlist มันจะโดดเด่นเสมอ ทั้งงานวิชวลและฟิลลิ่งของเพลง งานสเตจจะคูลมากๆ จงวานยืนร้องนิ่งๆ เย็นๆ ปล่อยให้เนื้อเพลงและดนตรีเคลื่อนไหว สร้างบรรยากาศของความขบถเคลือบคนดูจนอยู่หมัด และเพลงนี้ยังมีเกร็ดเพิ่มเติมสนุกๆอีกเล็กน้อย คือ มันมีความเกี่ยวข้องกับลีแจคยอง (มือกีตาร์) แน่ๆ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งวงเคยให้สัมภาษณ์ในรายการ People Inside (백지연의 피플INSIDE) แม้จะเป็นการพูดถึงแบบทีเล่นทีจริงก็ตาม แต่ดูแล้วมันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังแน่ๆ รวมกับงานคอนเสิร์ต CHRISTMAS IN NELL'S ROOM 2015 เมื่อคิมจงวานร้องเพลงนี้และชี้นิ้วไปทางเพื่อนของเขา ซึ่งนี่คงเป็นความลับของจักรวาลสำหรับเพลง Boy-X  ที่คงไม่มีใครรู้นอกจากคิมจงวาน และสมาชิกวง


    Boy-X :  CHRISTMAS IN NELL'S ROOM 2015

    และในปี 2020 ล่าสุด หลังจากที่จงวานคิม ร้างราจากการโพสทวิตเตอร์ไปนานมากกกกก (ไม่นับการใช้เป็นทางผ่านของ instagram) ท่านก็กลับมาทวิตข้อความแอบด่าคนเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เหน็บได้แสบ เจ็บจี๊ด กระแทกใจเหมือนเคย จนสงสัยเลยว่าใครกันที่บังอาจทำให้โมโหได้ขนาดนี้ ฮ่าาา






       " เพิ่งรู้ว่าปกติแล้ว คนที่ไม่มีความรับผิดชอบ ทักษะ หรือความตั้งใจ ผู้ที่ไม่เคยทำงานอย่างหนักเพื่อบางอย่าง พวกเขาช่างมีคำติมากมายเหลือเกิน แต่ ว้าว ผมก็อิจฉานะ ที่พวกคุณยังกล้าตีความ 'คำติ' เหล่านั้นเป็น 'ความเครียด' ได้ "


       Jong Wan Kim - 2020


    เจ็บใช้ได้เลย กลัววว 5555555 อ่านแล้วเพลง Boy-X แว๊บเข้ามาในหัวทันที เพราะเนื้อหาใจความที่เหน็บ ก็ยังวนเวียนอยู่กับเรื่องในเพลง สงสัยคุณเขาจะไม่ถูกกับคนประเภทนี้จริงๆ ก็อย่างว่า


    " มีผู้คนมากมายที่เอาแต่พล่าม
    เห็นค่าของคำพูดมากกว่าการกระทำ 
    ไม่ทำอะไรนอกจากส่งเสียงดังเอะอะ 

    สำหรับผม 

    บุคคลประเภทนี้คือคนไร้คุณสมบัติ "

    .
    .
    .


    X



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in