#wirunfica week before valentine
มากกว่า ยิ่งกว่า เท่ากับ (UshiOi / Haikyuu)
  • Song Fic Haikyuu!! 

    Ushijima Wakatoshi x Oikawa Tooru




    มากกว่า ยิ่งกว่า เท่ากับ | STAMP




    NOTE:

    • อย่าเรียกว่าฟิคเลยเหอะ 5555555555555555 สั้นไป
    • แรงบันดาลใจมาจากเพลง “มากกว่า ยิ่งกว่า เท่ากับ” ของพี่แสตมป์ค่ะ เพิ่งได้ฟัง ชอบบบบ
    • ติดสถานะเห็นอะไรก็เอามาแต่งฟิคได้หมด << ลืม ๆ ไปซะว่าจะสอบแล้ว หนังสือยังไม่ได้อ่านสักตัว /ร้องไห้
    • เราต้องบอกก่อนไหมว่าเราแต่ง Song Fic ไม่เป็น 555555 TTwTT /ก็เราอยากเขียนอะ โฮววว




    เธอรู้บ้างรึเปล่า ว่าโลกมันกว้างเพียงใด

    เธอรู้บ้างรึเปล่า มีคนมากมายแค่ไหน

    ถ้าไม่เคยลองเปิดออกมาดู เธอจะเห็นมันได้ยังไง

    แค่เธอลองเดินมาเปิดประตู เธอจะเห็นว่ามันมีอยู่

    รู้ว่ามันยังมีแค่ไหน


    คนเรามี ‘โลกส่วนตัว’

    ทว่า โลกส่วนตัวนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีใครเข้ามาได้เลย โออิคาวะเองก็ไม่ใช่คนที่มีโลกส่วนตัวสูงเสียจนน่ากลัว เพราะด้วยบุคลิกเขาก็เป็นเฮฮาร่าเริงดี เปิดใจให้กับทุกคนอยู่เสมอ

    ยกเว้นอยู่คนหนึ่ง

    ประตูที่เชื่อมต่อระหว่างโลกของเขากับคน ๆ นั้นคาดว่าจะถูกปิดตายไปแล้ว หรืออาจไม่มีอยู่ตั้งแต่แรก ไม่อย่างนั้นก็อาจเป็นตัวเขาเองที่ทำทุกวิถีทางให้ไม่มีใครเปิดมันออก ไม่ว่าหมอนั่นจะหาสารพัดวิธีมาเปิดมัน โออิคาวะก็จะทำเพียงมองนิ่ง ๆ จากอีกฟากของประตูเท่านั้น

    มองดูความพยายามที่ไร้ค่าของอีกฝ่าย

    “ฉันชอบนายนะ”

    “ทำไมนายถึงไม่เปิดใจให้ฉันบ้าง?”

    นั่นสิ ทำไมกันนะ? 

    อาจเพราะบาดแผลที่เกิดขึ้นในทุกครั้งที่พ่ายแพ้คน ๆ นั้น เมื่อตระหนักรู้ถึงความอ่อนแอของตนเอง เลยใช้ความรู้สึกด้านลบเป็นตัวผลักดัน คิดแต่จะเอาชนะให้ได้เพื่อเยียวยาบาดแผลนี้ รู้สึกตัวอีกที ความคิดที่จะทำตัวญาติดีเป็นมิตรกับฝ่ายนั้นก็หายไป

    ถ้าคิดจะเปิดใจให้ เขาก็จะสูญเสียความตั้งใจที่จะเอาชนะหมอนั่น

    แล้วก็จะต้อง…แพ้อีกครั้ง

    โออิคาวะไม่อาจบอกความคิดของตนเองไปตรง ๆ ได้ เพราะถ้าพูดจากันตรง ๆ ก็เท่ากับว่าเขาเปิดใจให้ฝ่ายนั้นจริง ๆ จึงเลือกที่จะเบี่ยงประเด็นหรือโต้ตอบกลับไปด้วยถ้อยคำที่โหดร้าย โดยหวังว่าสักวันเจ้าคนงี่เง่านั่นจะยอมล้มเลิกความพยายามไปสักที

    สักวัน…

    สักวันที่เขามาตระหนักภายหลังว่า คงไม่มีวันมาถึงในชาตินี้แน่ ๆ




    ทุกครั้ง อุชิจิมะ วากะโทชิ คนนั้น จะมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย

    ทว่าไม่เคยละออกไปแม้แต่ครั้งเดียว หากไม่ใช่ในระหว่างการแข่งขัน ถ้าเพียงเขาเดินผ่านและไม่ได้สังเกตถึงตัวตนของอีกฝ่าย นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นก็ยังคงจับจ้องมาทางเขาตลอด ราวกับถูกดึงดูดด้วยอะไรบางอย่าง

    น่าแปลกที่แทนที่เขาจะขยะแขยง ดันรู้สึกตลก

    คนที่ไม่เคยสนใจอย่างอื่นนอกจากชัยชนะในเกมแบบนั้น กลับละสายตาจากตัวเขาไม่ได้ ยิ่งคิดยิ่งชวนให้หัวเราะ

    แต่นับวัน โออิคาวะก็สังเกตเห็นแววประหลาดในสายตาที่อีกฝ่ายมองทอดมา และมันอดไม่ได้ที่เขาจะเผลอถอยห่างออกไปอีกก้าวหนึ่ง

    แต่บางครั้ง การถอยห่างออกไป ก็ทำให้เขาเห็นอะไร ๆ ชัดขึ้น

    ประตูบานนั้นอยู่ตรงหน้าเขานี่เอง

    มันไม่ได้ล็อก …มันไม่เคยลงกลอนไว้

    เพียงแค่เขาเปิดมันออก…


    แล้วเธออาจได้เจอคนนั้น คนที่จะรักเธอจนหมดใจ

    คนที่จะพร้อมให้เธอได้มากกว่า ยิ่งกว่าคนไหน


    วินาทีแรกคือความหวาดหวั่น… กลัวว่าความตั้งใจทั้งหมดจะพังทลายลงไปหากเขาเปิดประตูบานนี้ออกไป

    แต่เมื่อได้เห็นอีกฟากของประตู ทุกความกลัวนั้นก็ราวกับถูกพัดหายไป

    “นายยอมเปิดประตูออกมาแล้ว”

    “…แล้วอุชิวากะจังก็ยังทู่ซี้รออยู่ตรงนี้”

    คนที่ยืนอยู่อีกฟากมาตลอดขยับยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้แล้วคว้ามือทั้งสองของเขาไปกอบกุมไว้

    นัยน์ตาสีนิลจ้องตรงมายังเขา มันไม่ได้เรียบนิ่งอีกต่อไป ทว่ากลับสั่นไหวเปี่ยมด้วยอารมณ์ความรู้สึกชวนให้ผู้ที่เห็นต้องหลบสายตา

    คนที่เขาพร้อมทุ่มเทได้ทุกสิ่ง ทุกอย่าง

    แค่เปิดประตูบานนั้นในหัวใจ โอ้ว ใครคนนั้นอาจอยู่ข้างเธอ

    “ฉันยินดีรออยู่ตรงนี้ตลอด จนกว่านายจะเปิดประตูออกมานั่นแหละ”

    “น้ำเน่ามาก รู้ไหม ฟังแล้วจะอ้วก”

    “…มียิ่งกว่านี้อีกนะ”

    เขานึกอยากเดินหนีท่าทางแปลก ๆ ที่แสดงออกเต็มที่ว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไรกับเขา ทว่าอุชิจิมะยึดมือเขาไว้แน่น มืออีกฝ่ายใหญ่กว่ามือของเขานิดหน่อย แม้จะค่อนข้างหยาบทว่าอุ่นและให้ความรู้สึกน่าพักพิง

    “ฉันจะพูดกับนายอีกครั้ง”

    “…ไม่ ไม่ต้องเลย นายเคยบอกไปแล้ว ฉันไม่ได้ล้มเลิกความตั้งใจทั้งหมดมาฟังประโยคซ้ำซากจากนายหรอกนะ”

    เขาปากดีตอบกลับไปอย่างนั้น ทั้งที่ความเป็นจริงรู้ดีว่า ตนเองกลัวที่จะได้ยินคำพูดนั้นอีกครั้ง เพราะเพียงประโยคเดียวอาจจะทำให้เขายอมแพ้อีกฝ่ายทุกอย่าง

    อุชิจิมะขมวดคิ้ว แต่วินาทีถัดมาสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งเหมือนเดิม รวมถึงนัยน์ตาที่คราแรกสั่นไหวด้วย สีเข้มดุจน้ำหมึกราวกับจะดูดกลืนตัวตนของเขาลงไป

    ก่อนที่น้ำเสียงทุ้มจะเอ่ยออกมาอย่างช้า ๆ และหนักแน่นราวกับสัตย์สาบาน

    “ถ้าอย่างนั้น… นับจากนี้ไป”

    “…”

    “เวลาทั้งหมดของนาย”

    “…”

    “ให้ฉันเป็นคนดูแลมันเถอะนะ”

    …หรือมันอาจจะเป็นคำสาบานจริง ๆ ก็เป็นได้


    เธอเห็นเขารึเปล่า เธอเห็นเขาหรือไม่ อยู่ตรงนี้เอง

    เธอเห็นเขารึเปล่า เธอเห็นเขาหรือไม่

    เขาอาจจะอยู่ใกล้เธอ


    FIN

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in