#wirunfica week before valentine
7/7 (UshiOi / Haikyuu)
  • 7/7

    Haikyuu!! Fan Fictions

    Ushijima Wakatoshi x Oikawa Tooru

    Written by Wirunyupha & kaikaiz



    Note: เฉพาะกิจมาก เขียนกันเล่น ๆ ในทวิตเตอร์ เลยมาอัปเก็บไว้ ถือว่าเป็นการอัปฟิคอุชิโออิในรอบ... เอาเป็นว่านานมากแล้วค่ะ 555555555555

    ช่วงแรกเป็นฝีมือไคนะคะ หลังจากนั้นผลัดกันแต่ง ตอนท้ายเราเขียนเอง กร๊ากกก




    พลัดหลงกับพวกอิวะจังซะแล้ว พูดถึงเซนไดหน้าร้อนก็ต้องเทศกาลทานาบาตะ คนเยอะจนขี้เกียจเดินหา ไว้เจอกันที่โรงเรียนละกัน

    "อะ..ขอโทษคร--" ขณะเงยหน้าจะเอ่ยคำขอโทษ พลันสบตากับคนที่เดินชน ให้อยากเรียกคำขอโทษคืนเสียเดี๋ยวนั้น "อุชิวากะจัง!!? "

    "โออิคาวะ? นายมาด้วยเหรอ" นี่กายละเอียดมั้ง ถ้าไม่มาจะเห็นเหรอ อยากตอบกลับไปแบบนี้ชะมัด แต่กลัวใจหมอนี่จะถามกลับว่า กายละเอียดคืออะไร

    ไป ๆ มา ๆ เลยต้องเดินงานกับอุชิวากะจังซะงั้น ฝ่ายนั้นเนียนกุมมือมาเหมือนกลัวเขาหายอีกต่างหาก โออิคาวะกลอกตามองบน ด่าอะไรในใจเรื่อยเปื่อย ทว่าไม่ได้สะบัดมือออก...

    ตลอดทาง พอเขาร้องอยากกินโน่น อุชิวากะจังก็ไปซื้อให้ พอเขาร้องอยากได้ตุ๊กตานั่น อุชิวากะจังก็ไปเล่นเกมมาให้

    เขาด่าอุชิวากะจังว่าเป็นวัวบื้อ อุชิวากะจังทำหน้างง บอก ฟาร์มที่บ้านเลี้ยงวัวก็จริง แต่ตนเองไม่ใช่วัว .... เออ เป็นชายเลี้ยงวัวเลยไป๊!

    พอพูดอย่างงี้ อุชิวากะจังมองเขาด้วยแววตาระยับแปลก ๆ เขาเลยเปลี่ยนเรื่อง อยากดูดอกไม้ไฟขึ้นมา

    ฟ้าเริ่มมืด ใกล้ได้เวลา อุชิวากะจังจูงมือเขาไปตรงที่ไม่ค่อยมีคน ระหว่างรอดอกไม้ไฟดอกแรกขึ้นฟ้า เขาถามอุชิวากะจังว่าขออะไรในวันทานาบาตะ

    แววตาคู่สีดำเหลือบเขียวสบนิ่ง มันพราวระยับหายาก มุมปากอมยิ้มเอ่ยช้าชัด "ฉันขอให้ชายเลี้ยงวัวได้เจอเจ้าหญิงทอผ้าทุกวัน ไม่ใช่แค่ทานาบาตะ"

    เจ้าหญิงทอผ้าช่างพูดที่น่าจะทอผ้าไม่เป็น บัดนี้ใบ้สนิท ตัวแข็งทื่อ หน้าร้อนวูบวาบ น้ำเน่า! น้ำเน่ามาก! อุชิวากะจังน้ำเน่าที่สุด!!



    "นั่นคิดออกมาก่อนพูดแล้วใช่ไหม อุชิวากะจัง"

    "? ก็ต้องคิดแล้วสิ ไม่งั้นจะพูดออกมาได้ยังไง" ชายวัวไม่เข้าใจ

    "..." โออิคาวะรู้สึกว่าความคิดอ่านของคนตรงหน้านี่จะบียอนด์ไปไกลละ

    "?? " คุณชายตระกูลอุชิจิมะยังคงไม่เก็ท แต่แล้วพลันนึกอะไรได้ "จริงสิ มีร้านขนมเปิดใหม่แถวชิราโทริ โกชิคิบอกว่าขนมปังนมอร่อย" ยื่นขนมปังมาให้เขา

    มองขนมในมือสลับกับหน้าตาเรียบเฉยของคนตรงหน้าแล้วก็พาให้อยากถอนหายใจ โออิคาวะรับมันมาพลางพึมพำ

    "ฉันล่ะไม่เข้าใจหมอนี่เลย..."

    เห็นอีกฝ่ายรับไปโล่งใจ แววตาอ่อนลง ก้มลงไปใกล้ ถามเสียงทุ้มติดรอยยิ้ม

    "อร่อยไหม"

    รสสัมผัสนุ่มลิ้นสมคำคุย แต่ทำไมเขาจะต้องทำท่าดีใจเหมือนเด็กต่อหน้าอุชิวากะจังด้วย? "ก็งั้น ๆ " ตอบทั้งที่ยังขนมปังยังคาปาก

    อุชิจิมะเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สงสัยอยู่ครามครัน ถ้ามันแค่ 'งั้นๆ ' ทำไมคนช่างเลือกอย่างโออิคาวะถึงกินจนหมด ทว่าก็ไม่ได้เอ่ยถามออกไป พลันเลิกคิ้ว ยื่นมือไปเกลี่ยเศษขนมปังที่มุมปากให้

    "ชอบกินของเด็กๆ แล้วยังกินเป็นเด็กอีก.."

    โออิคาวะชะงัก ไม่ได้ปัดป้อง แต่ก็ไม่ได้มีสีหน้ายอมรับนัก เขาได้รับการดูแลจากอุชิวากะจังตลอด แต่ถามว่าชินไหม? ไม่เลยสักนิด

    อีกฝ่ายนิ่งไป แถมหลบตา พาให้เลิกคิ้ว ผิวขาว ๆ นั่นแดงเรื่อขึ้นมา เขาจึงทาบสองมือยังข้างแก้ม "ตัวอุ่น ๆ นะ"

    "อะ..." เขาสะดุ้งกับสัมผัสอุ่ม ๆ ของสองมือที่ทาบลงมาโดยไม่ตั้งตัว ก่อนจะรีบดึงออก "ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย"

    "ไม่เป็นอะไรทำไมต้องหลบตาฉัน"

    ทำไมเรื่องง่าย ๆ แบบนี้ก็ไม่เข้าใจ? โออิคาวะกลอกตา "ไม่เป็นไรจริง ๆ "

    "โออิคาวะ" สายตาเป็นกังขา ถอยออกมาเล็กน้อย เอ่ยคล้ายไม่แน่ใจ "หรือว่านาย....เขินฉัน? "

    "..." แล้วทำไมจู่ ๆ ก็เกิดฉลาดขึ้นมาวะ? "...เออ! ฉันเขิน! " ป่วยการที่จะแถไปเรื่องอื่น เกิดเจ้าบ้านี่เข้าใจผิดอีกจะไปกันใหญ่

    เพียงเท่านั้น คนไม่ค่อยแสดงอารมณ์พลันแย้มรอยยิ้มหายาก มันอบอุ่นและจริงใจ แฝงความเอ็นดูในที

    "...หยุดยิ้มแบบนั้นเลยนะ" แต่คนปากแข็งก็คือคนปากแข็งวันยังค่ำนั่นแหละ...

    "ทำไมล่ะ" วงหน้าคมคายยังประดับยิ้ม "ฉันยังออกจะชอบเวลานายยิ้ม"

    โออิคาวะหมดคำจะพูด เขาเบือนหน้าหนีคนที่จับจ้องเขาตลอดเวลา ยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง หลับตาแน่น รับรู้ได้ถึงความร้อนที่พุ่งขึ้นมาบนหน้า

    อุชิจิมะนิ่งไป ก่อนก้มลง ประทับริมฝีปากยังหลังมืออีกฝ่ายนิ่งนาน ให้มีเพียงฝ่ามือบาง ๆ กั้นระหว่างกัน

    ได้แต่มองประสานสายตากับคนตรงหน้า แม้สัมผัสนุ่ม ๆ จะชัดที่หลังมือ แต่โออิคาวะก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการยืนนิ่ง

    ถอนริมฝีปากออกมายืนเต็มความสูง สายตายังคงประสาน ดึงมือที่อีกฝ่ายปิดปากไว้มากุม

    "หน้าแดงหมดแล้ว.."

    ไม่มีคำพูดใดออกจากปากของกัปตันคนเก่งอีก มีเพียงสายตาคาดโทษเท่านั้นที่พอจะส่งไปให้ได้

    เขินจะตายอยู่แล้ว จะให้พูดอะไรอีก!

    เมื่อคนช่างพูดกลายเป็นคนพูดน้อย คนไม่ค่อยพูดจึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากแทน "ฉันไปส่งบ้านนะ" พร้อมแรงกระตุกเบา ๆ และมือที่ประสานแน่นขึ้น

    "...อยากเดินไกล ๆ ก็เรื่องของนายเถอะ" แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่มือกลับไม่ได้สะบัดออกจากการเกาะกุม เพียงแค่ประสานให้แน่นขึ้นอีกหน่อย...

    "เดินจับมือนาย.." ดึงให้อีกฝ่ายขยับใกล้อีกนิด "ไม่ไกลเท่าไหร่หรอก โออิคาวะ"

    "ไม่ไกล? " เขาทวนเสียงสูง "งั้นก็ให้มันยาวไปถึงทางช้างเผือกเลยนะ" เขาประชด

    อุชิจิมะ วากะโทชิหัวเราะออกมาเบา ๆ

    "ถ้าอย่างนั้นนายคงต้องเป็นเจ้าหญิงทอผ้าจริง ๆ "

    ใครจะว่าเขาถือดีก็ช่าง แต่โออิคาวะเพียงแค่แค่นเสียงหัวเราะแล้วรีบลากคนที่ยืนพูดอะไรน้ำเน่าให้เดินไปสักที

    เขาตามใจยอมให้คนเอาแต่ใจลาก ก่อนปรับฝีเท้าให้เดินเคียงกัน "นายถามว่าฉันขออะไร แล้วนายล่ะ ขออะไร? "

    คนโดนถามกลับยิ้มเยาะ "นายบอกฉันเองนะ ไม่ได้บังคับ แต่ฉันจะไม่บอกคำอธิษฐานของฉันหรอก ไม่รู้หรือไงว่าถ้าพูดไปแล้วมันจะไม่เป็นจริง"

    คิ้วเข้มเลิกสูง ติดจะงุนงง "? แต่ปีที่แล้วฉันก็บอกเทนโด คำขอของฉันยังเป็นจริง"

    "..." โออิคาวะเงียบไป "....ยังไงฉันก็ไม่บอกนายอยู่ดี"

    คุณชายตระกูลเก่าแก่ยังพูดต่อไป "ปีที่แล้ว...ฉันขอให้ปีนี้ได้จูงมือนาย"

    "..." คนพูดมากที่สุดตอนนี้เงียบยิ่งกว่าป่าช้า แต่ในใจกลับเต้นรัว "...ก็แค่บังเอิญน่า"

    "ก็อาจจะบังเอิญ..." หยุดฝีเท้า สบตาคนข้างกาย "แต่เรื่องจูบ ฉันตั้งใจ"



    โออิคาวะชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อย แสร้งทำหน้าเหนือกว่าขณะพูด

    "อย่างนั้นเรียกจูบเหรอ? "

    ก่อนจะคิดได้ว่าทำอย่างนี้ไม่เท่ากับว่ากำลังท้าทายเลยเหรอ แล้วทั้งเขาทั้งอุชิวากะจัง ลึก ๆ แล้วก็นิสัยไม่ต่างกัน ชอบเอาชนะกันทั้งคู่

    พอสิ้นคำท้าทายของเขาเท่านั้น คนที่เดินนำเมื่อครู่ก็หยุดกึก ใบหน้าคมคายหันกลับมามอง ก่อนรู้สึกตัวอีกที โออิคาวะจะโดนดึงให้ไปใกล้ มือข้างหนึ่งยังโดนอีกฝ่ายกุมไว้ แต่อีกข้างต้องจับไหล่กว้างของคนตรงหน้าเพื่อทรงตัว เขาเบิกตากว้างมองคนที่จู่ ๆ ก็เล่นอะไรแผลง ๆ แต่ยังไม่ทันเอ่ยปากด่า ริมฝีปากที่เคยจูบซับหลังมือของเขา ก็เปลี่ยนมาเป็นประทับลงบนริมฝีปากของเขาแทน

    เพียงแค่ชั่วระยะเวลาสั้น ๆ แต่กลับยาวนานเป็นปีแสงในความรู้สึกของโออิคาวะ พออุชิวากะผละออกเท่านั้น ก็ถามกลับหน้าตาย

    "แบบนี้เรียกจูบได้แล้วใช่ไหม? "

    "..."

    เหมือนลืมเลือนการพูดไปหมดสิ้น สมองว่างเปล่าไปหมด โออิคาวะได้แต่อ้าปากค้างมองวัวหน้าตายที่ยังคงพูดเหมือนเมื่อครู่ไม่ได้จูบเขากลางถนน (โชคดีที่ไม่มีคน ขอบคุณพระเจ้า) เขาโดนตัวตบเอสคนเก่งลากกลับบ้านโดยที่สภาพเหมือนทิ้งสติไว้กลางทาง

    แล้วคำถามของอุชิจิมะ วากะโทชิก็ดังวนในหัวอีกครั้ง

    "นายถามว่าฉันขออะไร แล้วนายล่ะ ขออะไร? "

    จะให้เขาบอกได้ยังไง ว่าคำขอบนกระดาษที่ผูกกับกิ่งไผ่นั่นน่ะ คือ...



    ถ้าได้จูบดี ๆ ในวันทานาบาตะนะ



    FIN




    กรั่ก ๆ จำไม่ได้แล้วว่าวันสุดท้ายที่เขียนคู่นี้คือวันไหน 55555555 สุขสันต์วันทานาบาตะ (ย้อนหลัง) นะ <3

    ป.ล. มัดมือชกอิวะไคมาเขียนด้วยแท้ ๆ 55555555

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in