EVERY SINGLE PIECE OF YOU MAKES ME FALLa week before valentine
[JUNGWOO/DOYOUNG] Ex


  • Ex







    เวลา 23:00 น. คือเวลาที่ร้านกาแฟที่คิมโดยองเป็นเจ้าของปิดให้บริการ หลังจากตรวจสอบความเรียบร้อยในร้านเป็นรอบสุดท้าย ชายหนุ่มก็กดแม่กุญแจที่คล้องโซ่ล็อกประตูกระจกของร้าน เป็นอันเสร็จภารกิจของวัน เตรียมกลับบ้านไปนอนแล้วตื่นมาดูร้านตอนเช้า

    “คุณโดยอง!”

    …ซะเมื่อไหร่

    เสียงเรียกอันแสนคุ้นหูทำให้คิมโดยองต้องหันไปมอง เมื่อพบว่าเจ้าของเสียงที่เรียกชื่อเขาคือร่างสูงโดดเด่นที่มีรอยยิ้มประดับใบหน้าสวย เขาก็แอบกลอกตา

    “ถ้าจะมาหามาร์คล่ะก็ กลับไปตั้งแต่ห้าโมงแล้ว”

    “ผมไม่ได้มาหาเด็กคนนั้นสักหน่อย” อีกฝ่ายแย้งทันทีที่เขาพูดดัก “ผมมาหาคุณโดยองนั่นแหละ”

    “ดึกดื่นป่านนี้ยังไม่กลับบ้านนอนอีกหรือไง” เขาบ่น เก็บกุญแจร้านใส่กระเป๋าหันมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายเต็ม ๆ “ผมง่วงแล้ว จะกลับบ้าน”

    “งั้นเดี๋ยวผมไปส่ง”

    “ผมกลับเองได้ คุณกลับไปเถอะ”

    “เอาน่า” ไม่เพียงแค่คำพูดเท่านั้น แต่คิมจองอูยังเดินมาคว้ากระเป๋าเขาไปถือหน้าตาเฉย “ถ้ากลับช้าคุณตกรถไฟแน่เลย รีบไปเถอะ”

    ไม่รอให้เขาตอบรับ จองอูเดินนำลิ่ว ๆ ออกมา ปล่อยให้โดยองยืนอ้าปากค้างอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะรีบร้อนวิ่งตามไป



    ไหนบอกให้รีบกลับเร็วเพราะกลัวตกรถไฟ

    แล้วทำไม...

    คิมโดยองกอดอกจ้องเจ้าของใบหน้าหวานที่ตอนนี้นั่งมองหน้าเขาที่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะเหมือนไม่รับรู้ถึงกระแสความไม่พอใจที่ถ่ายทอดไป คิมจองอูยังคงยิ้มกว้างขณะเท้าคางสบตาเขา

    “มีอะไรอยากพูดกับผมเหรอครับ คุณโดยอง”

    “ผมจะกลับบ้าน”

    “เดี๋ยวผมไปส่งไงครับ”

    “แต่ผมอยากกลับตอนนี้”

    “ขอผมกินอะไรสักหน่อยเถอะน่า ผมไม่มีเพื่อนกินด้วย นั่งเป็นเพื่อนหน่อยนะครับ”

    พูดพร้อมกับใช้หน้าสวย ๆ นั่นออดอ้อน... โดยองคิ้วกระตุก โมโหก็จริง แต่ก็เกิดใจอ่อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น

    เกลียดหน้าสวย ๆ นี่จริง ๆ ให้ตาย

    “รีบกินรีบกลับ พรุ่งนี้ผมต้องเปิดร้านแต่เช้า”

    “ได้เลย ไม่เกินครึ่งชั่วโมงแน่นอน”

    โดยองถอนหายใจ เขายกมือเรียกพนักงานขอเมนูอาหารบ้าง ร้านอาหารที่เปิดถึงช่วงดึกแบบนี้มีแต่อาหารหนัก ๆ แต่โดยองก็สั่งแค่ซุปร้อน ๆ ถ้วยเดียว

    เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ พวกเขาต่างคนต่างกินกันเงียบ ๆ ไม่มีใครเริ่มบทสนทนาขึ้นมาก่อนจนโดยองชักหงุดหงิดอีกรอบ เป็นคนลากเขามาแท้ ๆ แต่ให้นั่งเงียบเป็นใบ้แบบนี้เนี่ยนะ ไร้มารยาทจริง

    “ทำไมวันนี้กลับดึก” เขาเลยเริ่มบทสนทนาเองเสียเลย

    คิมจองอูชะงักมือที่กำลังคีบเนื้อหมู ก่อนจะยิ้มน้อย ๆ แล้วตอบ

    “ทำงานนู่นนี่ หันมองนาฬิกาอีกทีก็ดึกแล้ว คนอื่นกลับกันหมดแล้ว เลยแวะมาหาพี่

    สรรพนามที่นาน ๆ จะหลุดเรียกมาทีทำให้โดยองเสไปมองถ้วยซุป

    “แล้วลูคัสล่ะ”

    “กลับไปตั้งนานแล้ว ก่อนกลับเห็นมันบอกจะแวะร้านพี่อีกรอบ ไม่เห็นเหรอ”

    โดยองตาโต ขมวดคิ้วฉับ อย่าบอกนะว่าหมอนั่นกลับไปพร้อมกับมาร์ค

    “…พรุ่งนี้จะฟอกมาร์คให้ขาวเลย”

    “อย่าไปเข้มงวดกับน้องมันนักเลยน่า พี่” จองอูหัวเราะ “ตัวพี่เองด้วย อย่าเข้มงวดกับตัวเองมากล่ะ ดูแลตัวเองหน่อย”

    คนฟังไม่ตอบ แต่ยกซุปขึ้นซดอีกครั้งเป็นคำสุดท้าย


    กว่าจะได้ออกจากร้าน นาฬิกาก็บอกเวลาเที่ยงคืนกว่าพอดี

    โดยองถอนหายใจ อากาศตอนกลางคืนเย็นลงอย่างรวดเร็วจนเขาต้องห่อตัว ลูบแขนของตนไปมาหวังให้อบอุ่นขึ้น จองอูที่เดินตามออกมาจากร้านเห็นแล้วก็เลิกคิ้ว

    “เดี๋ยวผมขับรถไปส่งพี่ที่บ้านก็ได้”

    “ยังไง” โดยองหันมาถาม “นั่งแท็กซี่ไปก็จบแล้ว”

    “แต่นั่งรถผมสบายกว่า จอดไว้แถวนี้แหละ”

    โดยองหมดอารมณ์เถียง เขาเดินตามจองอูมาที่รถยนต์ซึ่งจอดไว้ไม่ห่างจากแถวร้านอาหารนัก ละแวกที่ทำงานของจองอูกับร้านกาแฟของโดยองอยู่ใกล้กัน รวมถึงร้านอาหารโต้รุ่งนี้ด้วย ดังนั้นรถจึงจอดอยู่ในบริเวณเดียวกัน

    โดยองเปิดประตูเข้าไปนั่งรอด้านในทันที่จองอูปลดล็อกรถ เจ้าของรถตามเข้ามานั่ง แต่ยังไม่สตาร์ทเครื่อง

    คนอายุมากกว่าหันไปมอง “อะไรอีก”

    “ผมรู้ว่าพี่รู้ว่าผมมาหาทำไม”

    ถ้ามาหาตอนร้านเปิดก็คือมาสั่งกาแฟ แต่ตอนนี้ร้านปิดไปเป็นชาติแล้ว โดยองไม่คิดว่าการที่จองอูมาโผล่หน้าร้านเขาตอนห้าทุ่มเป็นเรื่องบังเอิญด้วย เพียงแต่ไม่อยากพูดถึง

    “ไม่พูดเรื่องนี้แล้วนะ” โดยองหันหน้าเข้าหาประตู

    “พี่โดยอง” จองอูโอดครวญ แต่เห็นท่าทางไม่รับรู้สิ่งใดของคนข้าง ๆ ก็ทำได้แค่ถอนหายใจ แล้วสตาร์ทรถ ขับออกจากตรงนั้น

    ตลอดทางไม่มีบทสนทนาใด และคราวนี้อึดอัดยิ่งกว่าในร้านอาหารเสียอีก โดยองง่วงแต่ก็หงุดหงิดเกินกว่าจะหลับตา เขาได้แต่ภาวนาให้ถึงบ้านสักทีจะได้ออกจากตรงนี้ ไม่น่าหลวมตัวตามเด็กนี่มาถึงตรงนี้เลย

    “…พี่จะไม่เลิกโกรธผมจริง ๆ เหรอ” คิมจองอูพูดเสียงเบา แต่รถที่เงียบสนิทและอยู่กันแค่สองคนตอนที่หน้าปัดดิจิทัลบอกเวลา 00:37 ไม่มีทางที่โดยองจะไม่ได้ยิน

    “ไม่โกรธแล้ว แต่ก็ไม่อยากพูดเรื่องนี้แล้ว”

    “ทำไมพี่ใจแข็งแบบนี้น้า...” จองอูถอนหายใจ “ผมง้อพี่มาสามเดือนแล้วนะ ใจอ่อนสักทีเถอะครับ”

    โดยองยังคงทอดสายตามองนอกรถ ไฟถนนวูบวาบตามความเร็วของรถที่เคลื่อนผ่าน จู่ ๆ เขาก็นึกถึงตอนที่ตัวเองปาผ้าเช็ดโต๊ะใส่จองอูตอนร้านปิดเมื่อสามเดือนก่อนขึ้นมา

    …ตอนนั้นเราทะเลาะกันเรื่องอะไรนะ

    “อยู่แบบนี้ก็สบายใจดี” เขาพึมพำขึ้นมา “ไม่ต้องคอยระแวงอะไร ไม่มีเรื่องให้หงุดหงิด นายทำงานของนายไป ฉันก็ทำงานของฉัน เราจำเป็นจะต้องกลับมาหากันด้วยหรือไง”

    รถหักหลบเข้าข้างทางทันทีที่สิ้นประโยค โชคดีที่โดยองคาดเข็มขัดนิรภัยไว้จึงไม่ต้องเอาหน้าไปซบคอนโซลรถเล่นให้เจ็บ เขาหันไปมองคนขับบ้าเลือดข้างตัวด้วยความไม่พอใจ

    “เป็นบ้าหรือไง”

    “พี่นั่นแหละ เป็นบ้าหรือไง”

    เสียงของจองอูเรียบนิ่งผิดวิสัย อีกฝ่ายหันมามองหน้าเขาพร้อมกับโน้มตัวเข้ามาใกล้

    “ตลกเหรอ ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาผมพยายามแทบตายให้เรากลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่พี่พูดเหมือนว่าสามเดือนนี้พี่มีความสุขดีโดยที่ไม่ต้องมีผมก็ได้ ทั้งที่พี่ก็ยังรักผมอยู่น่ะเหรอ พี่เป็นบ้าหรือไง”

    “ฉัน…”

    โดยองนึกอยากเถียงกลับไป แต่กลับไม่มีคำใดหลุดรอดออกมา

    จองอูขยับหน้าเข้ามากใกล้เขา ใกล้จนเห็นขนตายาวเรียงเส้น และใบหน้าเนียนราวกับกระเบื้องเคลือบ ปลายจมูกได้รูปส่งลมผายใจอุ่นร้อนกระทบผิว แต่ก็เพียงเท่านั้น อีกฝ่ายค่อย ๆ ถอยห่างออกไปอีกรอบ

    “ถ้าพี่โอเค ผมก็คงพอ” พูดพลางขยับเกียร์แล้วเหยียบคันเร่งขับต่อไป “ถือซะว่าสามเดือนที่ผ่านมาไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วกัน”

    รถยนต์แล่นไปตามถนน ความเงียบสงบกลับเข้ามาอีกครั้ง แต่คราวนี้โดยองไม่มีความหงุดหงิดอยู่ในใจอีกแล้ว

    คงเหลือแต่ความเสียใจที่ทำให้เขาไม่กล้าสบตาคนข้าง ๆ



    รถยนต์ค่อย ๆ จอดนิ่งที่หน้าคอนโดสูงแห่งหนึ่งในย่านที่พักอาศัย จองอูกดปุ่มปลดล็อกรถ รอคอยให้คนข้าง ๆ เปิดประตูออกไป

    แต่ผ่านไปเป็นนาที ก็ยังคงมีแต่ความเงียบ

    เขาหันไปมอง โดยองนั่งนิ่ง นัยน์ตาไหววูบ

    “…ร้องไห้เหรอ”

    ผมทำพี่ร้องไห้อีกแล้วเหรอ

    ทว่าโดยองกลับส่ายหน้า ผ่อนลมหายใจแล้วหันมาสบตาเขา

    “ขอบคุณนะ จองอู”

    มือขาวกำลังจะเปิดประตูรถ แต่จองอูกลับคว้าแขนข้างหนึ่งของเขาไว้ก่อน โดยองหันมามองอย่างสงสัย แต่ภาพที่เห็นมีเพียงใบหน้าของคิมจองอูที่ขยับเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว สัมผัสของมืออีกข้างอยู่บนหลังคอของเขา รั้งให้ใบหน้าของเขาได้มุมพอที่จะกดริมฝีปากลงมาได้พอดี

    จูบของเราครั้งล่าสุด...คือราวสามเดือนก่อน ก่อนที่เราจะทะเลาะกันจนเป็นแบบตอนนี้

    คิมจองอูกดริมฝีปากลงมาย้ำ ๆ ราวกับจะขอโทษผ่านสัมผัสเหล่านั้น กลีบปากอิ่มเลื่อนจากบนริมฝีปากของคนอายุมากกว่าเป็นบนผิวแก้วขาวที่มีเส้นสายเล็ก ๆ ของหยดน้ำตาเพิ่งไหลผ่าน

    “ผมทำพี่ร้องไห้อีกแล้ว” เขาพูดตอนผละริมฝีปากออก “ขอโทษนะ”

    จองอูค่อย ๆ กลับไปนั่งที่ของตัวเอง ปล่อยให้คิมโดยองเปิดประตูก้าวลงจากรถไป

    เขาเหลือบสายตามองอีกครั้ง ก่อนจะพูดเสียงเบา

    “ไว้เจอกันนะครับ คุณโดยอง



    FIN

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in