รีวิวเว้ย (2)Chaitawat Marc Seephongsai
เสมอมา-ตลอดไป By จักรพันธุ์ ขวัญมงคล
  • รีวิวเว้ย (666) ในสังคมที่ดูบิดเบี้ยวแบบสังคมไทยในปัจจุบัน (2563) เราในฐานะของผู้อยู่อาศัย ซึ่งจริง ๆ แล้วควรจะอยู่ในฐานะของเจ้าของประเทศตามคำนิยามของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน หากแต่ในปัจจับนประเทศไทยถูกทำให้ผู้อยู่อาศัยถูกทำมห้เหมือนรู้สึกว่า "เช่าเขาอยู่" ภาษีที่กูเสีย และอะไรต่าง ๆ ที่มอบให้กับรัฐเพื่อหวังให้มันพัฒนา แต่สิ่งสุดท้ายที่ได้กลับคือมาคือการ "ทวงบุญคุณ" ทั้งที่จริง ๆ แล้วเจ้าของบุญที่ควรจะทวงควรจะเป็น "พวกกู" หรือเราทุกคนไม่ใช่เพียงแค่ของคนบางกลุ่มเท่านั้น และในช่วงที่ผ่านมาอย่างในเดือนตุลาคม (2563) เราจะเห็นได้ว่าวังคมนี้มันบิดเบี้ยวผิดรูปผิดร่างอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อการต่อสู้เรียกร้องของคนในสังคมกลายเป็น "การคุกคามรัฐ" ที่รัฐให้ความสำคัญและทุ่มทุกอย่างที่รัฐมีเพื่อตัดการปัญหาดังกล่าว ทั้งที่ผู้ต่อสู่เรียกร้องเหล่านั้นไม่มีแม้กระทั่งอาวุธและไม่เข้าใกล้นิยามของการใช้ความรุนแรงในการชุมนุมเลยแม้แต่น้อย หากแต่คนบางกลุ่ม สถาบันบางสถาบัน และรัฐบาลกลับอาศัยอำนาจที่ตนมี และพยายามในการทำทุกวิถีทางเพื่อทำร้ายและทำลายคนกลุ่มที่ไม่ใช้ความรุนแรงและแสดงออกซึ่งการต่อสู้ในเชิงสัญลักษณ์ หากเราติดตามเรื่องดังกล่าวมากพอและเราอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ (ที่ไม่ใช่ของรัฐ) มากพอเราจะพบว่า กระบวนการของการก่อความขัดแย้งที่ทั้งรัฐและผู้กุมอำนาจกำลังดำเนินการอยู่นั้น มันคือการปูทางไปสู่การ "สร้างความชอบธรรม" ในการใช้ความรุนแรง โดยที่รัฐทำหน้าที่เป็นผู้สร้างกระแส ปั่นความรุนแรง ยุยงให้แตกแยก และในท้ายที่สุดรัฐก็จะใช้คสามรุนแรงและสร้างความชอบธรรมผ่านการกระทำของตน ซึ่งการกระทำตลอดกระบวนการนั้นมันเคยเกิดขึ้นแล้วหลายครั้งในสังคมไทย แต่คนหลาย ๆ กลุ่มก็มีความทรงจำที่ไม่ยาวพอที่จะจำมันได้ หรือคนบางกลุ่มก็ไม่แม้แต่จะแสวงหาความจริง หากแต่มึงใจกับการเป็น "ควาย" ที่ยอมให้เขากดขี่และจูงจมูก อีกทั้งยอมเป็น "หมา" ที่เพียงได้รับเศษเนื้อที่ติดกระดูกจากกลุ่มของผู้เลี้ยงหมาเท่านั้นก็พอใจแล้ว ถึงเวลาแล้วหรือยังที่พวกเราจะต้องทำให้มันจบที่รุ่นเราเสียที 
    หนังสือ : เสมอมา-ตลอดไป
    โดย : จักรพันธุ์ ขวัญมงคล
    จำนวน : 168 หน้า
    ราคา : 195 บาท

    "เสมอมา-ตลอดไป" หนังสือรวมเรื่องสั้นบ้าง ยาวบ้างที่บอกเล่า ตั้งคำถาม ที่ชวนให้มอง และขยายภาพของ "ความบิดเบี้ยว" ของสังคมไทย ผ่านลักษณะของหารเล่าเรื่องในมิติของเรื่องสั้นและเรื่องแต่งที่มีตัวละครและฉากหลังคือสังคมจริง และเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความไม่สมมาตรทางอำนาจ ความเอารัดเอาเปรียบของผู้มีอำนาจ ความเลวร้ายของคนบางกลุ่มในสังคม และความจริงบางเรื่องที่หลายคนหยิบมันมาบอกเล่าเหมือนเรื่องขำขันซึ่งในความจริงมันคือเรื่องจริงที่ขื่นขมจนขำแทบไม่ออก

    นอกจากนั้นแล้ว "เสมอมา-ตลอดไป" ยังบอกให้เราลืมตาตื่น และตบหัวเราแรง ๆ ว่า "ไอ้เหี้ย" มึงช่วยมองให้เห็นความบิดเบี้ยวของสังคมแห่งนี้สักที มึงช่วยเดือดร้อนจากสภาวะความบิดเบี้ยวของสังคมอันต่ำตมนี้เสียที และถ้าเป็นไปได้มึงช่วยลุกขึ้นมาทำอะไรสักที มันกล้าที่จะส่งมอบสังคมที่บิดเบี้ยวแบบนี้ให้คนรุ่นต่อไปได้อย่างไร มึงกล้าให้ลูกหลานของพวกมึงเติบโตมาให้สังคมที่ "พวกเหี้ย" ครองเมืองได้ยังไงกัน

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in