รีวิวเว้ย (2)Chaitawat Marc Seephongsai
Don't Worry, Be Daddy By วิชัย
  • รีวิวเว้ย (623) หลายเดือนก่อนมีเพื่อนเสนอให้เราลองเอาหนังสือเล่มที่เคยรีวิวไปแล้ว ลองกลับมานั่งอ่านและลอง "รีวิวอีกครั้ง" เพื่อดูว่าความรับรู้ของเราเกี่ยวกับตัวเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ (?) และถ้าเปลี่ยนแปลงไปมันเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร (?) หนังสือ "Don't Worry, Be Daddy" เราเคยอ่านมันไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อตอน พ.ศ. 2558 ซึ่งตอนนั้นความรับรู้ของเราต่อหนังสือเล่มนี้ก็ไม่ได้มีอะไรที่มากไปกว่าหนังสือที่ว่าด้วยเรื่องราวของการมีลูกและการเลี้ยงลูกผ่านมุมมองของ "วิชัย" นักเขียนที่เราตามอ่านมาตั้งแต่ "สิ่งมีชีวิตในโรงแรม" และด้วยช่วงเวลาของการได้อ่าน "Don't Worry, Be Daddy" ครั้งแรกนั้นมันอยู่ในช่วงของการเรียนจบปริญญาตรีพอดิบพอดี ทำให้ชีวิตช่วงนั้นไม่มีเรื่องของการเป็นพ่อของลูก เป็นสามีของภรรยา อยู่ในหัวเลยแม้แต่น้อย การรับรู้ถึงเนื้อหาของหนังสือมนช่วงนั้นก็รับรู้แค่ในฐานะของการอ่านบันทึกชีวิตบทหนึ่งของ "วิชัย" ก็เท่านั้นเอง หลังจากนั้นเรากลับมาอ่าน "Don't Worry, Be Daddy" อีกครั้งในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ความรับรู้ในสิ่งที่ได้จาก "Don't Worry, Be Daddy" เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร เพราะด้วยช่วงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป บทบาทและหน้าที่ที่ก้าวไปข้างหน้า และก้วยตัวเลขของอายุที่เฉียดใกล้เลข 3 เข้าไปทุกทีมำให้การทบทวนตัวเองถึงบทบาทของ "สามี" และ "พ่อ" กลับมาเป็นหัวข้อให้เราต้องคิดถึงอีกครั้งหนึ่งในวัยนี้ แน่นอนว่าสิ่งที่ได้จากการอ่าน "Don't Worry, Be Daddy" ในครั้งนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยที่เราอ่านมันในฐานะของ "คู่มือ" ในการเรียนรู้ เพื่อเตรียมการในการทำความเข้าใจถึงบทบาทของการเป็นพ่อและเป็นสามี ที่ในวันหนึ่งข้างหน้ามันอาจจะเดินทางมาถึงและทำให้เราอาจจะต้องสวมบทบาทเหล่านั้น "Don't Worry, Be Daddy" ในวันที่กลับมานั่งอ่านใหม่อีกครั้งมันช่วยให้เราเข้าใจการมีลูกของคนคนหนึ่งมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะมุมมองในเรื่องของการมองลูกตัวเองและมองสังคมที่ลูกต้องออกมาใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น ๆ เราเริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าเพราะอะไรพ่อแม่หลาย ๆ คนจึงกังวลเรื่องของลูกมาเป็นอันดับต้น ๆ เราเริ่มเข้าใจว่าทำไมคนบางกลุ่มจึงออกมาขับเคลื่อนหรือเรียกร้องความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสังคม เพราะวันใดวันหนึ่งข้างหน้าหากเราเป็นพ่อหรือแม่ของใครสักคน เราเองก็คงไม่อยากให้ลูกของเราต้องมาเผชิญกับสังคม "เฮ็งซวย" แบบที่เรากำลังเผชิญอยู่ในทุกวันนี้ เอาเข้าจริงเราเองก็อยากส่งมอบสังคมที่มันดีกว่านี้ให้ลูกของเรา และให้กับคนรุนต่อ ๆ ไป เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ต้องมาแบกรับสภาวะของความระยำตำบอนที่ตกทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วก็ควรจะให้มัน "จบที่รุ่นเรา" เพื่อที่เราจะได้ส่งมอบสังคมที่น่าอยู่ และลบล้างมรดกบาปไม่ให้ส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อ ๆ ไปของสังคมนี้
    หนังสือ : Don't Worry, Be Daddy
    โดย : วิชัย
    จำนวน : 272 หน้า
    ราคา : 265 บาท

    "Don't Worry, Be Daddy" หนังสือที่ว่าด้วยเรื่องราวของการบันทึกความทรงจำในฐานะ "พ่อ" ของมนุษย์เพศชายที่ครั้งหนึ่งตัวเขาเองก็คิดภาพไม่ออกเช่นกันว่าเขาจะเป็นพ่อได้อย่างไร และเขาจะเป็นพ่อแบบไหนกัน

    "Don't Worry, Be Daddy" นอกจากจะบอกเล่าเรื่องราวของการเป็นพ่อของคนคนหนึ่งแล้ว "Don't Worry, Be Daddy" ยังช่วยนำเสนอข้อมูลในเรื่องของการเตรียมตัวสำหรับการเป็นพ่อ-แม่ มือใหม่ของลูกสักคนหนึ่ง ว่าการเป็นพ่อ-แม่ นั้นจำเป็นที่จะต้องรู้ เตรียมพร้อม และฝึกซ้อมเพื่อที่จะเป็ยพ่อและแม่ของเด็กคนหนึ่งอย่างไรบ้าง

    อาจจะเรียกได้ว่า "Don't Worry, Be Daddy" คือหนังสือคู่มือสำหรับการทำความเข้าใจ และเตรียมพร้อมในการรับบทบาทเป็นพ่อและแม่ของเด็กคนหนึ่ง ซึ่ง "Don't Worry, Be Daddy" อาจจะไม่ใช่คู่มือในการเลี้ยงลูกตามนิยามของหนังสือแม่และเด็ก หากแต่ "Don't Worry, Be Daddy" คือคู่มือในการเตรียมพร้อมสู่การเป็นพ่อและแม่ในแบบที่พ่อและแม่หลาย ๆ คนในโลกมักจะเป็นกัน ทั้งเรื่องของความงง ความตื่นเต้นและความเหวอแดก มันถูกบอกเล่าเอาไว้ใน "Don't Worry, Be Daddy" ได้อย่างลงตัว

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in