รีวิวเว้ย (2)Chaitawat Marc Seephongsai
การเมืองแห่งความหวัง By ปิยบุตร แสงกนกกุล
  • รีวิวเว้ย (528) เวลาที่เราเป็นเด็ก ประเทศนี้มันมีคำถามแปลก ๆ เพื่อท้าทายเราเสมอ ๆ อย่างตอนเป็นเด็กเล็กจิ๋ว อยู่ในโรงเรียน คำถามโลกแตกที่มักพบเจอได้ทั่วประเทศของเด็ก ๆ ทุกคนคือ "โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร" (?) พอเราตอบอะไรแปลกประหลาดออกไป หลายครั้งก็มักถูกดักคอเสมอว่า "มันจะดีหรอ" และจะตามมาด้วย "ครูว่าอาชีพ...ดีกว่านะ" คำถามคือ ผู้ใหญ่เหล่านี้ทำไมถึงชแบยัดเยียดความต้องการให้เด็ก ๆ เสมอมา ยัดเยียดตั้งแต่วัยเด็ก จนบางคนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็แล้ว ภายใต้การตัดสินใจใด ๆ ก็ยังอยู่ภายใต้การครอบงำของผู้ใหญ่บางจำพวกอยู่ดี อาจจะเรียกได้ว่าสังคมนี้อุดมไปด้วย "ความหวัง" (ของคนอื่น) ที่คอยมุ่งหวัง ภายใต้คำว่า "หวังดี" ให้กับคนอื่น ๆ อยู่เสมอ โดยที่ไม่เคยคิดถึงใจคนอื่นที่เขาเป็นผู้เลือกหรือผู้ตัดสินเลยแม้แต่น้อย น่าแปลกใจที่เราวาดหวังให้ใครหลาย ๆ คนในสังคมนี้มี "ความหวัง" และอยู่กับความหวัง โดยที่ความหวังต่าง ๆ เหล่านั้น "เป็นของใครก็ไม่รู้" เรื่องของการเมืองก็เช่นเดียวกัน เหตุใดเราจึงยังเห็นคนบางกลุ่ม บางจำพวกชอบ "คิดแทน" และยัดเยียดความหวังของตนเองให้คนอื่นแบบบังคับบัญชา หากไม่ทำตามต้องได้รับผลของการต่อต้าน และการถูกลงโทษ เป็นที่น่าแปลกใจยิ่งกว่า ที่ในสังคมนี้ยังมีคนบ้าที่ยอมเชื่อฟังพวกคนเหล่านั้นอยู่มิใช่น้อย
    หนังสือ : การเมืองแห่งความหวัง
    โดย : ปิยบุตร แสงกนกกุล
    จำนวน : 272 หน้า
    ราคา : 300 บาท

    "การเมืองแห่งความหวัง" หนังสือที่รวบรวมเอาบทสัมภาษณ์ของ ปิยบุตร แสงกนกกถุล นักวิชาการมือเก๋าด้านกฎหมายมหาชน ที่ผันตัวเองไปเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ ในนามของ "พรรคอนาคตใหม่" ที่ตัวเขาเองและเพื่อน ๆ ตัดสินใจก้าวออกจากเส้นทางที่มั่นคงและปลอดภัยของตัวเอง เพื่อมาทำตามความฝันและ "ความหวัง" ที่พวกเขาเชื่อว่าสักวันหนึ่งสังคมจะดีขึ้น แม้ว่าพวกเขาอาจจะไม่มีโอกาสได้เห็นในชั่วชีวิตของพวกเขาก็ตามที

    "การเมืองแห่งความหวัง" ได้บอกเล่ามุมมอง ประวัติ ความเป็นมา ของทั้งตัวเขาและ "พรรคอนาคตใหม่" ที่ก่อตั้งขึ้นมาภายใต้ "ความหวัง" ในสังคมไทยในช่วงเวลาที่ดูไร้สิ้นความหวังมากที่สุดอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากปัญหาทางการเมือง และเป็นผลต่อเนื่องของการกระทำรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เป็นผลผลิตจากผลสืบเนื่องก่อนหน้าอย่าง คมช. และ รสช. ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นตัวกร่อนและบ่อนทำลาย "ความหวังของสังคมประชาธิปไตย"

    เนื้อหาในหนังสือ "การเมืองแห่งความหวัง" นอกจากบอกเล่าเรื่องราวของผู้เขียน ทั้งความจริง ความหวังและความฝันแล้ว ใน "การเมืองแห่งความหวัง" ยังบอกเล่าถึงแนวความคิดเบื้องหลังของการตัดสินใจออกจากพื้นที่ความหวังหนึ่ง มาสู่พื้นที่ของความ "ฝัน" และความ "หวัง" อีกอันหนึ่งของชายนักวิชาการธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ที่เขาหวังว่าความเปลี่ยนแปลงในสังคมนี้ต้องมาถึง ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่เกิดในช่วงชีวิตของเขาก็ตามแต่ หากแต่การปลูกต้นไม้ไม่ว่าจากเม็ดหรือต้นอ่อน ล้วนต้องใช้ "เวลา ความหวังและความเชื่อ" ว่าสักวันหนึ่งข้างหน้าต้นอ่อนเหล่านี้จะเติบใหญ่และกลายเป็นต้นไม้ที่ให้ร่มเงา ดอกผล และแพร่ขยายตัวเองออกไปอีกไม่รู้กี่พันกี่หมื่นต้นในวันข้างหน้า 

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in