รีวิวเว้ย (2)Chaitawat Marc Seephongsai
CITY SIGHT: เมืองที่มองไม่เห็น By สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์
  • รีวิวเว้ย (225) เมืองกลายมาเป็นโจทย์ใหญ่ของโลกในยุคปัจจุบัน ว่าจะทำอย่างไรเมืองจึงจะเป็นเมืองยังยืน เมืองฉลาด เมืองประหยัดพลังงาน เมืองที่มำให้คนมีความสุข เมืองที่ผู้คนสัญจรไปมาได้สะดวก เมืองที่ยานพาหนะกับคนเดินเท้ามีสิทธิเท่าเทียมกัน เมืองที่ทางเท้าจะเป็นที่สำหรับคนเดินเท้าจริง ๆ และเมืองที่จะเป็นเมืองที่ผู้คนในเมืองรู้สึกรัก หวงแหน ผูกพันธ์และมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันประดุจครอบครัว โจทย์เกี่ยวกับเมืองดังที่กล่าวไป สำหรับใครหลาย ๆ มันควเป็นไปไม่ได้ตั้งแต่ข้อแรกยันข้อสุดท้าย แต่สำหรับใครบางคน "เมื่อเมืองกลายเป็นโจทย์" คำตอบของคำถามเหล่านั้นมันมักรอเราอยู่เสมอ เพียงแค่เรา "ไม่หยุดที่จะพยายามตามหามัน" สักวันหนึ่งโจทย์เหล่านั้นต้องได้รับการตอบ ด้วยคำตอบที่มีคุณภาพ
    หนังสือ : CITY SIGHT: เมืองที่มองไม่เห็น
    โดย : สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์
    จำนวน : 192 หน้า
    ราคา : 185 บาท

    หลายครั้งเรามักเข้าใจว่า "เมือง" เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพื้นที่สำหรับการทำงาน ทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งผลโดยตรงในทางเศรษฐกิจ โดยลืมบริบทในเรื่องของการเป็นส่งนหนึ่งของชุมชนที่สร้างปฏิสัมพันธุ์ระหว่างคนในชุมชน สร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สร้างความรู้สึกร่วมกัน รวมไปถึงสร้างสิ่งที่เรียกว่าวัฒนธรรมร่วมของสังคมหนึ่ง ๆ

    หลายปีมาแล้วที่ความหมายของคำว่า "เมือง" เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก จากการเป็นพื้นที่ที่แสดงถึงปฏิสัมพันธุ์ของคนในชุมชนผ่านเรื่องของวัฒนธรรม การใช้ชีวิต วิถีทางของชุมชน ปัจจุบันเมืองกลายเป็นพื้นที่ของระบบเศรษฐกิจ กิจกรรมที่สร้างและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ รวมไปถึงปฏิสัมพันธุ์ของผู้คนในแง่ของการตอบสนองต่อระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสียเป็นส่วนมาก วิถีของเมือง จังหวะของเมือง ลมหายใจของเมืองที่เคยเดินไปพร้อมกับจังหวะของผู้คนในเมืองเปลี่ยนแปลงไปเป็นจังหวะของเมืองที่สอดรับกับทุนนิยม

    ในท้ายที่สุดเมืองหลาย ๆ เมืองทั่วโลก รวมไปถึงเมืองกรุงฯ ก็กลายเป็นหนึ่งในเมืองที่มีจังหวะการเดินสอดรับไปกับระบบเศรฐกิจที่ให้ค่าเป็นตัวเงิน และวัดผลกันที่ GDP มากกว่า จังหวะของคนในเมืองเหมือนที่แต่ก่อนเคยเป็นมา

    "CITY SIGHT: เมืองที่มองไม่เห็น" ได้ทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ "เมือง" ในความหมายของเมืองที่ต่างออกไปจากเมืองที่ตัดขาดปฏิสัมพันธุ์ของผู้คน แต่ "CITY SIGHT: เมืองที่มองไม่เห็น" พยายามชี้ชวนให้เราเห็นถึงความสำคัญของเมืองในแบบเก่า ๆ ว่าเมืองนั้นสำคัญกับผู้คนในเมืองอย่างไร

    นอกจากเรื่องของการเป็นสถานที่ทำงาน สถานที่ตั้งอาคารสำนักงาน เมืองใหญ่ ๆ ยังแอบซ่อนเรื่องราวของผู้คนเอาไว้ในซอกมุมต่าง ๆ ของเมืองด้วย ที่ยิ่งนับวันเสียงของเครื่องจักรในระบบทุนนิยม และเสียงของเครื่องยนต์บนท้องถนนดูจะดังกลบเสียงของผู้คน และเรื่องราวต่าง ๆ ของคนเมืองตามซอกมุมต่าง ๆ ให้จากลงในทุก ๆ วัน

    บทความทั้ง 30 บท ในหนังสือ "CITY SIGHT: เมืองที่มองไม่เห็น" ช่วยทำหน้าที่เป็นเครื่องกระตุ้นเตือนให้เรากลับมาตั้งคำถาทกับคำว่า "เมือง" ว่าแท้จริงแล้วมันควรมีหน้าตา มีคำตอบของคำถาม รวมไปถึงอย่างไรถึงจะเรียกว่ามีความเป็น "เมือง" ในความหมายของพื้นที่ของผู้คนที่สามารถอยู่ร่วมกันได่แย่างดีและมีความสุข

    คำตอบของคำถามอาจจะไม่ยาก และก็ไม่ง่ายสำหรับโจทย์ใหญ่อย่างเมือง แต่ถ้าเราเริ่มที่จะตั้งคำถามและค่อย ๆ ทบทวนตัวเองเพื่อหาคำตอบ วันหนึ่งเมืองอาจจะกลายเป็น "เมือง" ที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนคนหนึ่ง

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in