รีวิวเว้ย (2)Chaitawat Marc Seephongsai
ปรัชญาเกรียน: สมบัติ บุญงามอนงค์ By ธิติ มีแต้ม
  • รีวิวเว้ย (316) "บ.ก.ลายจุด" เป็นชื่อที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในช่วงของการชุมนุมทางการเมืองของคนเสื้อแดงในช่วงปี 53 และหลังจากนั่นเป็นต้นมาชื่อของ บ.ก.ลายจุด เป็นอีกหมุดหมายหนึ่งที่ถูกใช้เป็นจุดยึดโยงการเมืองของไทยในช่วงกีฬาสี (เสื้อ) ได้เป็นอย่างดี แต่เอาเข้าจริงแล้วชื่อของ บ.ก.ลายจุด เป็นชื่อที่ถูกใช้ในโลกออนไลน์มายาวนานพอสมควร นับตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์เสื้อสีจะทวีคนามรุนแรงขึ้นด้วยซ้ำไป 

    หนังสือ : ปรัชญาเกรียน: สมบัติ บุญงามอนงค์

    โดย : ธิติ มีแต้ม

    จำนวน : 144 หน้า

    ราคา : 120 บาท 


    หลายปีผ่าน ชื่อของ บ.ก.ลายจุด กลายเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานในการระบุตัวตนของคนคนหนึ่งเพื่อสร้างความเกลียดชังทางการเมืองผ่านวาทกรรม "ควายแดง" บ้าง "เสื้อแดง" บ้าง นั่นนับเป็นการกดบทบาทของ บ.ก.ลายจุด ให้เหลืออยู่เพียงมิติเดียว นั่นคือมิติของความเป็นคนเสื้อแดงที่ถูดนิยามทางการเมืองกำหรดเอาไว้ 


    ด้วยความที่ชื่อของ บ.ก.ลายจุด ถูกทำให้เหลือเพียงมิติเดียว คือ มิติของความเป็นคนเสื้อแดง ทำให้หลายครั้งการออกมาเคลื่อนไหวหรือการจัดกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมทางการเมืองก็ดี หรือกิจกรรมทางสังคมในฐานะและบทบาทของ NGOs ก็ดี ในท้ายที่สุดกิจกรรมหรือสิ่งที่ บ.ก.ลายจุด ทำก็ถูกนิยามให้เป็นเพียงการกระทำของคนเสื้อแดงหรือควายแดงแต่เพียงเท่านั้น 


    หลังจากมิติของความเป็น บ.ก.ลายจุด ถูกทำให้กลายเป็นภาพแทนของความเป็นเสื้อแดง หลังจากนั้นไม่นานนักชื่อของ "สมบัติ บุญงามอนงค์" หรือ "พี่หนูหริ่ง" ซึ่งเป็นชื่อจริงและชื่อเล่นจริง ๆ ของ "บ.ก.ลายจุด" ก็ถูกทำให้เหลือเพียงมิติและบทบาทของ "คนเสื้อแดง" เช่นเดียวกันกับชื่อ "บ.ก.ลายจุด" เป็นที่น่าแปลกใจปนฉวนสนเท่ห์เป็นอย่างยิ่ง ว่าเหตุใดชื่อของ "สมบัติ บุญงามอนงค์" ในมิติของ NGOs ที่เหล่า NGOs ก็รู้ดีว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่มีบทบาทในการผลักดันเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม มากกว่าปัญหาทางการเมือง ถึงถูกทลายลงให้เหลือเพียงแค่มิติเดียวซึ่งก็คือมิติของ "คนเสื้อแดง" 


    ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วบทบาทของการเป็น NGOs ของ "สมบัติ บุญงามอนงค์" ดูจะเข้มแข็งและแข็งแรง (อาจจะแข็งแรงกว่าบทบาทของ "คนเสื้อแดง" ด้วยซ้ำไป) ในฐานะของผู้ก่อตั้ง "มูลนิธิกระจกเงา" และฐานะของ NGOs ผู้ทำกิจกรรมช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และในฐานะของนักสันติวิธีที่ใช้อารมณ์ขันในการต่อสู้เพื่อสังคมและการเมือง กลายเป็นสิ่งที่ไม่ถูกพูดถึงมากนักในช่วง 10 ปีหลังมานี้ 


    "ปรัชญาเกรียน: สมบัติ บุญงามอนงค์" เป็นหนังสือสัมภาษณ์ที่ทำขึ้นโดยนักสัมภาษณ์มือค้นของประเทศ อย่าง พี่ป่าน ธิติ มีแต้ม ในหนังสือพูดถึงเรื่องราวในหลายมิติของ บ.ก.ลายจุด นับตั้งแต่มิติของ NGOs นักต่อสู้เพื่อสิทธิของคนวงนอกของสังคม การต่อสู้ทางการเมือง (ในมิติของนักสันติวิธี และนักเกรียนรติวิธี) รวมไปถึงบทบาทของนักเกรียนรติวิธี ที่ใช้อารมณ์ขันธ์และความกวนตีนในการต่อสู้และท้าทายอำนาจรัฐ (ประหาร) แบบหยิกแกมหยอก จนผู้นำรัฐ (ประหาร) หัวร้อนจนแทบระเบิด จนต้องส่งคนไล่ล่าตัวเขาแบบแทบพลิกแผ่นดิน มิวายหลังจากถูกจับได้เขายังสามารถสร้างแรงกระทำต่อสังคมวงกว้างได้อย่างน่าอัศจรรย์ อย่างการทำรูปสัญลักษณ์นกพิราบผ่านมือคู่นั่นที่ถูกจองจำด้วยกุญแจมือของทางการ 


    "ปรัชญาเกรียน: สมบัติ บุญงามอนงค์" เป็นหนังสือที่ไม่ได้บอกเล่าถึงเรื่องราวการต่อสู้ของ บ.ก.ลายจุด เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นบันทึกที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของคนหนึ่งคนเท่านั้น คนที่เป็นเพียงคนธรรมดา มีสองมือ สองเท้า หนึ่งหัวใจ เพียงแต่สิ่งที่เขามีมากกว่าคนอื่นหน่อย คือ ใจของความรักความยุติธรรม และอารมณ์ขันที่เหลือล้นกว่าคนทั่วไปที่เขาหยิบมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับความอยุติธรรม 


    หากถามว่าหลังจากอ่าน "ปรัชญาเกรียน: สมบัติ บุญงามอนงค์" จบแล้วเราในฐานะของคนอ่านได้อะไร สำหรับเรา เราคงตอบได้แค่ว่า ได้รู้จักชีวิตของคนคนหนึ่งมากขึ้นและลึกขึ้นก็เท่านั้นเอง มันอาจจะไม่ได้สลักสำคัญอะไร แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยให้เรารู้ว่า ชีวิตของคนเรามีหลายด้าน เพียงแต่ด้านที่คนอื่นจะเลือกมองเรา เราไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะให้ใครมองเห็นเราจากด้านหนึ่งด้านใดตามที่ใจต้องการ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in