เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
ALL I GOT FROM BOOKRada Subphachaisirikul
หนังสือเล่มนี้เสียงดังและน่าโยกหัวตามชะมัด!
  • เป็นหนังสือที่สนุก ตลก และมันมากกกกกกกกกกกกกกกก!

    ความยาวเกือบ 500 หน้า เราอ่านจบภายใน 2 วัน แบบที่ว่างค่อยอ่าน ว่างค่อยอ่าน ไม่ได้อ่านตลอดเวลาด้วยนะ แต่มันสนุกมากกกกก

    เราซื้อ Live from Planet Earth มาตั้งแต่งานหนังสือตุลาคมปีที่แล้ว แต่ด้วยความที่เฉยๆ เลยไม่ได้อ่านสักทีจนกระทั่งมาถึงจุดที่อยากพูดว่าไม่มีอะไรอ่านแต่พอมองกองหนังสือจากงานครั้งล่าสุดแล้วละอายใจเลยเปลี่ยนเป็น...มาถึงจุดที่ "ไม่มีหนังสือที่ดูไม่เครียดให้อ่าน" ก็เลยลองดูๆ หนังสือล็อตเก่า กะว่าพกไปด้วยตอนออกไปข้างนอก อาจจะไม่ได้อ่าน แต่พอไปนั่งรอน้ำปั่นแล้วไม่มีอะไรทำ...อ่านไปนิดเดียวเท่านั้นแหละ แต่บอกตัวเองเลยว่าสนุกมากกกก 

    ประเด็นคือมันตลกเว่ย ตลกมาก ตลกด้วยจังหวะที่พอเหมาะพอเจาะ ตอนแรกตลกเฉยๆ นะ แต่พอถึงตอนได้ดูููคอนเสิร์ตคือ มัน! มันมาก!

    เขียนมาถึงตรงนี้ก็ระลึกได้ว่ากำลังจะเป็นบ้าอยู่คนเดียว และคนอ่านก็จะออกไปเพราะเราไม่บอกเลยว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับอะไร(วะ)

    คือ Live From Planet Earth สดจากโลกมนุษย์ เนี่ย เป็นหนังสือที่ว่าด้วยผู้ชายคนนึง มนุษย์เงินเดือน ทำงานและคลุกคลีอยู่กับวงการเพลง ติ่งวง MUSE ที่ตั้งใจว่าจะดูคอนเสิร์ตวงมิวส์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในชีวิต 
    ซึ่งวงมิวส์เป็นวงที่ไม่เข้ามาจัดคอนเสิร์ตในไทยแน่ๆ มันเลยเป็นการไปเที่ยวสำหรับคนที่ไม่ค่อยจะไปเที่ยวต่างประเทศและเป็นการได้ดูคอนเสิร์ตวงที่ตัวเองชอบด้วย หลายๆ ครั้งก็ได้ดูวงอื่นด้วย และอารมณ์ที่เราได้จากการอ่านก็คือ คอนเสิร์ต(หรือโชว์)ของทุกวงที่เขียนถึงเนี่ย เปี่ยมไปด้วยความสุขเลยแหละ
  • เราอ่านไปก็เปรียบกับตัวเองไป คือเรามีความติ่งสำนักพิมพ์ a book และ Salmon (รวมถึง Bun book ด้วย) มาก ติ่งไปจนถึงตัวนักเขียน ประเด็นคือนักเขียนหลายๆ คนเป็นคนตลก เราเป็นคนประเภทที่เจอเรื่องตลกแล้วจะชอบเอาให้คนอื่นดู เล่าให้คนอื่นฟัง แล้วจะให้เล่าให้ใครฟังล่ะ...

    ครอบครัวเราไม่ติ่งสองสำนักพิมพ์นั้นพอจะรู้จักนักเขียนคนนู้นคนนี้ค่ะ แต่ช่วยไม่ได้อยู่กับครอบครัวเยอะสุด เวลาเล่าก็จะตัดทอนรายละเอียดออกไปเหลือแค่ 'มีพี่นักเขียนคนนึงเขียนสเตตัสว่า' แต่หลายครั้งก็ยากกว่านั้นเพราะพี่นักเขียนคนนึงเขียนสเตตัสถึงพี่นักเขียนอีกคนนึง แล้วพี่บก.สำนักพิมพ์ก็มาคอมเมนท์ว่า...พ่อแม่พี่น้องหันหน้าหนีสิฮะทีนี้ 

    ยิ่งมุกวงในเท่าไรยิ่งเล่ายาก เช่น (เหตุการณ์สมมติ) พี่บก.ของสำนักพิมพ์หนึ่งหน้าเหมือนอัลปาก้า พี่นักเขียนคนหนึ่งเลยแชร์รูปอัลปาก้ามาพร้อมแคปชั่นสุดฮา เราขำ คนวงในขำ เราอยากเล่าให้พี่สาวฟังจึงบอกว่า "เออ นี่มีพี่บก.คนนึงเขาหน้าเหมือนอัลปาก้า แล้วทีนี้พี่แชมพ์(นามสมมติ) ที่เขียนหนังสือเรื่อง.... กับ....ไง ที่วาดรูปการ์ตูนอะ เขาเขียนคอลัมน์นึงใน อะ ไนท์(นามสมมติ) ด้วย เขาก็แชร์รูปอัลปาก้าอันนี้มา ดูแคปชั่นดิ ตลกกก" ผลตอบรับจากพี่สาวคือ..อืม...

    จริงๆ ก็ต้องอธิบายด้วยว่าพี่บก.คนไหนกลัวตัวอย่างจะยาวไป แล้วเราก็ไม่ได้ยากจะอธิบายยาวๆ อย่างนี้ไง อย่างได้คนที่คุยด้วยได้แบบว่า "เฮ้ยเห็นยัง รูปพี่เมย์อะ ที่พี่แบงค์โพสต์ ที่ถือเครื่อง Ps4 ยอมให้ซื้อล่ะ ฮ่าๆๆ คอมเมนท์อย่างฮา ที่พี่คนนึงเรียกพี่นิดนกมาดู ตลก ฮ่าๆๆๆ"
    ถ้าต้องคุยกับพี่สาวนี่ใส่ประวัติหลังชื่อกันยาวเลยค่ะ  

    ยากไปอีกเมื่อสองสำนักพิมพ์นี้มักคุยข้ามไปมา...คนที่ติ่งแซลมอน...มี คนที่ติ่ง a book...มี แต่คนที่ติ่งสองสำนักพิมพ์นี้ "อย่างยิ่งยวด" ล่ะ มีมั้ย?
  • เพราะเราจะคุยกับคนติ่งแซลมอนได้แค่บางเรื่องค่ะ และเราจะคุยกับติ่ง  a book ได้แค่นักเขียนบางคน แต่การครอสจักรวาลนั้นง่ายดายยิ่ง เมื่อนักเขียนสองสำนักพิมพ์นี้เดินทางมาเจอกัน เราจะคุยเรื่องนั้นกับใครไม่ได้เลย...

    ชีวิตช่างน่าเศร้า

    ประเด็นคือเรามารีวิวหนังสือนี่หว่า!

    คือพี่แพทผู้เขียนเนี่ย เขียนไว้หลายๆ จุดในเล่มว่าดีจังที่มีเพื่อนคุยเรื่อเพลงได้ เราก็นึกถึงตัวเองที่ยังไม่มี...และเรายังเปรียบตัวเองที่อยากจะไปขายหนังสือที่ a book กับการได้ไปดูคอนเสิร์ตของพี่แพทด้วย การที่เราได้แค่ไปยืนเลือกหนังสือและขอลายเซ็น...มันก็เหมือนการได้แต่ฟังเพลงจากซีดี จากโทรศัพท์นั่นแหละ...แต่การที่เราได้ไปยืนขาย มันก็คงเหมือนกับที่พี่แพทได้ไปยืนดูคอนเสิร์ตมิวส์นั่นแหละ โคตรมีความสุข การได้ขายที่แซลมอนก็มีความพีคเหมือนที่พี่ได้ดูวงอื่นๆ 

    เลยเข้าใจพี่แพทมากเลย เคยฟังเพลงมิวส์นิดหน่อยด้วย ชอบ แล้วคำบรรยายถึงคอนเสิร์ตแต่ละที่ที่พี่แพทได้ไป มันทำให้เรารู้สึกว่ามันมาก! บรรยากาศที่คนที่รักในสิ่งเดียวกันมาอยู่รวมกันมันดีจริงๆ ฟินแทน

    หลังจากอ่านจบก็คิดว่า ... จะอ่านอีกรอบ ประกอบเพลย์ลิสต์ที่จัดให้ และจะฟังเพลงมิวส์!


  • ...

    รู้สึกผิด เขียนถึงหนังสือไปน้อยมาก เราจะมาเริ่มต้นกันใหม่นะ

    คือเล่มนี้มีพูดถึงคอนเสิร์ตประมาณ 5 ที่ได้มั้ง ประมาณนะ จากที่ดูมิวส์ไปสิบรอบและใน แต่ละรอบก็พีคมากเลยแหละ ทำเอาเราอยากฟังเลงมิวส์ อยากอินมากกว่านี้ เชื่อว่าต้องมันสะเด็ดกว่านี้ จริงๆ แล้วมันมีมากกว่าเลงเยอะ มีมิตรภาพจากเพื่อนใหม่และเก่า มีความฉิบหายวายป่วง มีความโชคดีมากมาย...และมีความสุขล้นปรี่ 

    พี่แพทความจำดีมากกกกกกกกกกกกก เขียนเรื่องย้อนไปถึง ปี 2006 แน่ะ 

    อืม...จริงๆ ที่อยากพูดถึงหนังสือก็แค่นี้แหละ หลักๆ คือ อยากตะโกนว่า มันสนุกมากกกกกกกกกกก!!! และ (หยาบคายนะจ๊ะ) มันสัสสสสสส!! สุดท้ายอยากพูดกลั้วหัวเราะว่าโคตรตลก ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    และอยากเชิญชวนให้ไปหยิบมาอ่าน ไม่ต้องรู้จักวงไหนเลยก็สนุกได้ และมันเปิดโลกดนตรีให้เราด้วยแหละ ภาษาพี่แพทคือภาษทั่วไปอ่านง่ายมาก ไม่ได้วิจิตรพิศดารไปกับคำพูดมากมาย เป็นคำทั่วไป ที่ทำให้เรามันไปเพลงในหนังสือได้...

    โคตรหนุก โคตรมัน และ โคตรตลก
    หนังสือเล่มนี้เสียงดังและน่าโยกหัวตามชะมัด!
  • FACT
    แพท บุญสินสุข เขียน
    ผลงานชิ้นแรก
    เล่มนี้พิมพ์ครั้งแรก ตุลาคม 2558 ค่ะ
    ราคาปก 345.-
    หาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
    ซื้อผ่านเว็บ Godaypoets ก็ได้ ลดเหลือ 311.-

    ขอบคุณที่อ่านค่ะ เวิ่นเว้อไปมากทีเดียว...

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in