เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Look a Breathenimon
มรดกที่ขอฝากไว้
  • การเลือกเก็บความทรงจำ



         ผมตัดสินใจนำความทรงจำของผมไปฝากใส่ไว้ในขวดแก้ว ที่ร้านความทรงจำ ก่อนผมจะนำขวดแก้วนั้นและหนังสือที่ทางร้านให้กลับที่พักของผม


    เรื่องราวในหนังสือเริ่มต้น



          ท่านพุทธทาสได้ฝากมรดกที่ไม่ใช่ “ทรัพย์” แต่เป็น “ธรรมะ” ที่ทรงคุณค่าไว้ให้แก่ชาวโลก เพื่อชาวโลกนำมาปฏิบัติ ก็พบกับทางหลุดพ้นทุกคน


    [ทุกสิ่งล้วนอยู่ในกฎของ

    ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา]


         ธรรมะเป็นสิ่งมีค่าสูงกว่าเงินและทอง หรือทรัพย์สมบัติใดในโลกนี้ เพราะธรรมคือทรัพย์อันประเสริฐที่ไม่ต้องใช้เงินทองที่ไหนซื้อ แต่อยู่ที่กายกับจิตของผู้เป็นเจ้าของทุกท่าน และนำพาตนพ้นทุกข์ได้สิ้นเชิง ส่วนเงินทองหรือวัตถุนิยมนั้นย่อมอยู่ฝั่งตรงข้าม หากใครติดและข้องแวะ ก็จะนำพาเจ้าของไม่พ้นจากทุกข์โดยสิ้นเชิง


    ยกตัวอย่างบางตอนในหนังสือ


         “งามอยู่ที่ผี ดีอยู่ที่ละ พระอยู่ที่จริง นิพพานอยู่ที่ตายเสียก่อนตาย” นี้คือของเก่าที่ปัดฝุ่นแล้ว นำมาใช้ใหม่ เพื่อรักษาสติปัญญาของบรรพบุรุษไว้ว่า เคยเฉียบแหลมลึกซึ้งอย่างไร แล้วลูกหลานชั้นหลังก็จะมีสติปัญญาไม่น้อยไปกว่าบรรพบุรุษ ก็จะได้เป็นพุทธบริษัทได้เต็มตามความหมาย โดยไม่เอานิพพานไปเก็บไว้ สำหรับตายแล้วตายอีกหลายหมื่นหลายเเสนชาติจึงจะได้ผล ขอให้ช่วยกันรักษามรดกข้อนี้ของบรรพบุรุษกันเถิด

    จาก มรดกที่ ๓๙


    [นิพพาน คือ บรมสุข]


         การฝึกตายก่อนตายนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการเจริญมรณานุสติอย่างถูกต้อง และทำให้เราหลุดพ้นจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวง


         “นิพพานเป็นของให้เปล่า โดยไม่ต้องเสียสตางค์ นั้นเป็นเพียงการเสียสละความยึดถือว่าตัวตนออกไปเสีย เป็นความสงบเย็นสูงสุดแห่งชีวิตที่มีความเต็มสูงสุดแห่งความเป็นมนุษย์ กันที่นี้และเดี๋ยวนี้ แต่ก็ยังไม่เป็นที่สนใจในหมู่พุทธบริษัทเอง ต้องการแต่ชนิดในอนาคตนานไกลและต่อตายแล้ว โดยยอมเสียสตางค์มากๆ เพื่อเตรียมสิ่งที่เป็นปัจจัยแก่นิพพาน”


    [นิพพานเกิดที่กายกับใจ หาใช้สตางค์ไหม]


         หากนักบวชที่สวมใส่เป็นพระ (นอกรีต) หรือสำนักหรือวัดไหนบอกว่า “ต้องเสียเงิน เพื่อนิพพาน” ฉันย่อมไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด เพราะฉันคิดเสมอว่า “ถ้างั้น คนไม่มีก็บรรลุไม่ได้” แต่เพราะนิพพานคือธรรมชาติ คือความเสมอภาค คือความเท่าเทียม ดังนั้น นิพพานจึงไม่ต้องเสียสตางค์


         เพื่อนฉันเคยชวนฉันไปยังวัดชื่อดังแห่งหนึ่งที่บอกว่า “เสียเงินมาก ก็บรรลุมาก” ฉันพบว่า “เป็นเรื่องไร้สาระและไร้แก่นสาร” ฉันจึงไม่ตามไป และสุดท้าย ฉันพบว่า “พอใครหมดตัวจากวัดนี้ วัดนี้ก็ทิ้งไว้ตามข้างถนน และไม่มีทางรับกลับมา ถึงแม้ว่า จะทำบุญมากขนาดไหนก็ตาม” เพราะนักบวชนอกรีตเห็นแก่ตัวเองเป็นหลัก มากกว่าจะเห็นแก่ผู้อื่น


    “ความเป็นจริง มีอยู่ สองสถาน

    คือตามกาล เวลา ที่มีอยู่

    คือต้องพบ กายใจ และตัวรู้

    จะพบอยู่ ที่หน้า นิพพานเอย”


         การมุ่งหวังหรือคาดหวังที่จะเดินตามทางของพระพุทธเจ้าเท่านั้น เป็นของยากยิ่ง หากแม้นจิตใจของเราไม่เข้มแข็ง ไม่กล้าแกร่งพอ ก็ย่อมเดินหลงทางอยู่หลายทาง กว่าจะได้พบสิ่งที่มุ่งไว้ ก็ต้องย่อมไปทางที่ถูก เพื่อจะพบนิพพาน



    [นิพพาน คือ ทางว่างและพบสุข]   


    LOOK A BREATHE

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in