เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Look a Breathenimon
ความคิดคำนึง (Reflexions)
  • การแลกเปลี่ยนความทรงจำ


         ผมขอแลกความทรงจำเมื่อวัยเยาว์กับชีวิตแก้วน้ำหนึ่งใบในอนาคต และเจ้าของร้านพาผมเดินทางไปยังดินแดนแห่งวรรณกรรม และผมได้รับหนังสือเล่มนี้จากเจ้าแห่งวรรณกรรม


    ความคะนึงหาและความคิดคะนึง



    ณ จุดแห่งคะนึงหา


         กวีนิพนธ์ขององค์ท่านที่ได้แปลไว้อย่างสละสลวยและสวยงาม แถมเมื่ออ่านก็นึกถึงธรรมชาติ สดชื่น และความเรียบง่ายของชีวิต


    [ความเรียบง่าย คือ ความพอเพียง]


         ในปัจจุบันนี้ที่คนเรากำลังมุ่งสู่แต่ความเป็นวัตถุนิยมอย่างแรงกล้า และชอบแสร้งทำตัวเป็นเรียบง่ายแบบเรียบหรู หรือการยอมขายตัวและขายวิญญาณเพื่อแลกกับวัตถุนิยม แต่กวีนิพนธ์ที่ท่านเเปลนั้นสื่อถึงความเรียบง่ายที่แท้จริง คือ ความเรียบง่ายที่เพียงพอและพอเพียง แบบพึ่งพาตัวเองได้ และ ทำทุกวันเป็นวันที่สุขได้


    สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า

    กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

    สยามบรมราชกุมารี


         “หนังสือนี้มีมากมายหลายชนิด

    นำดวงจิตเริงรื่นชื่นสดใส

    ให้ความรู้สำเริงบันเทิงใจ

    ฉันจึงใฝ่ใจสมานอ่านทุกวัน

    มีวิชาหลายอย่างต่างจำพวก

    ล้วนสะดวกค้นได้ให้สุขสันต์

    วิชาการสรรมาสารพัน

    ชั่วชีวันฉันอ่านได้ไม่เบื่อเลย”


    [หนังสือที่สำคัญ 

    คือ หนังสือที่อ่านแล้ว พบประโยชน์]


         การอ่านที่ดีเริ่มต้นจากการอ่าน และคิดตามว่า “หนังสือเล่มหนึ่งต้องการสื่ออะไรที่เป็นประโยชน์” ดุจดั่ง หนังสือเล่มนี้ที่บอกถึงประโยชน์มากมาย


    อย่างเช่น


         “มันทำให้คนตกใจในบางครั้ง ... ระหว่างพุ่มไม้เล็กเล็ก ประดับด้วยหยาดน้ำค้างในตอนเช้าตรู่ แมงมุมชักใย เป็นงานศิลป์ชิ้นเอกของธรรมชาติ”

    จาก แมงมุม


    [มองให้รอบด้าน]


         จากตอนแรกจะมีกล่าวว่า คนหลายคนไม่ชอบแมงมุม เพราะมันชักใยทำให้บ้านสกปรก แต่ถ้าหากมองดูรอบด้านจากใจจริงๆ จะพบว่า แมงมุมเปรียบดั่งใจที่อยู่ไม่สุข ชักใยคือกระแสแห่งอารมณ์ ถ้าเราเป็นผู้ดูแค่แมงมุมชักใย แต่ไม่ได้เอาอารมณ์โกรธเข้าไปข้องเกี่ยว แมงมุมคือใจก็จะแค่ชักใยคืออารมณ์อยู่อย่างนั้นและดับไปในที่สุด (เพราะสุดท้าย ใยของแมงมุมจะหลุดออกตามกาลเวลาเอง)


         “รุ่งอรุณที่หนาวเหน็บแห่งเดือนหนาว บนยอดดอยสูงลมเย็นพัดโชยมา วันใหม่เริ่มขึ้นแล้ว แสงสีทองเริ่มจับขอบฟ้า ดวงอาทิตย์ยังไม่เจิดจ้า ... มองดูเมืองเบื้องล่างของดอย ฉันเห็นแต่ม่านหมอก ขาวดั่งหิมะ”

    จาก รุ่งอรุญเดือนหนาวบนยอดดอย


    [การบรรยายธรรมชาติและอยู่กับธรรมชาติ]


         ชีวิตของคนเราย่อมมีทั้งมืดและสว่าง แต่อย่าลืมไปว่า ชีวิตของคนเรายังมีแสงวันใหม่ ที่เป็นแสงสีทองจับขอบฟ้าได้ ดังนั้น ชีวิตของคนเราย่อมมีวันใหม่ หากวันนี้ไม่ใช่วันของเรา ก็ย่อมมีสักวันที่เป็นวันของเรา เพียงแค่เรายอมรับชีวิตของเราให้ได้เท่านั้นเอง


         “บัดนี้ฉันเชื่อแล้วว่าฉันรู้จักชีวิต จากความทุกข์ทรมานของมวลมนุษย์ที่ท่องเที่ยวไป รอบรอบตัวฉัน จากใบหน้าแห่งความสุขที่ฉันพบ ... ไปสู่ปรัชญาสากล”

    จาก เพลงจากใจเพื่อผู้อ่าน


    [ครู คือ ธรรมชาติ]


         ธรรมชาติและเวลาเป็นครูที่ดีแก่มวลมนุษยชาติ เพราะทั้งสองสิ่งเป็นสิ่งที่ใช้แล้วหมดไป อย่างเวลาก็เรียกคืนไม่ได้ ส่วนอย่างธรรมชาติก็ต้องใช้เวลามากในการฟื้นฟู ดังนั้น หากแม้นคนเราอยู่กับธรรมชาติแล้วไซร้ ใช้อย่างพอเหมาะ และใช้เวลาอย่างมีค่า ความจริงที่เป็นสุขแท้ก็ปรากฎตรงหน้า


    “คิดคำนึง ห่วงหา อาทรนัก

    ชีวิตสัก ว่าจริง น่าค้นหา

    ทุกวันพา กันลา นะเวลา

    มีคุณค่า เป็นธรรม ของตัวเอง”


         การพึ่งพาตนเองตามธรรมชาตินั้นย่อมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้คนทุกคนอยู่เย็นเป็นสุข และมีความสนุกสนานได้ในทุกวันและทุกเวลา เพราะความสุขอยู่เพียงประตูข้างหน้าที่เปิดออกไปรับลมเย็นและอากาศบริสุทธิ์ และสิ่งสำคัญคือการยอมรับความเป็นจริงในทุกวัน อย่าได้หลงใหลไปกับวัตถุนิยมรอบข้าง



    [ความคิดคำนึง คะนึงหาอยู่ทุกเมื่อ]   


    LOOK A BREATHE

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in