เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Look a Breathenimon
#438 เรื่องสั้น รักครั้งนี้ไม่หลอกนะ

  • ถึง คุณรักครั้งนี้ เป็นจริง


         ฉันได้ฟังเรื่องราวของคุณรักครั้งนี้ เป็นจริงนั้นทำให้ฉันนึกถึงเรื่องสั้นที่ฉันแต่งเอาไว้สำหรับตอนจบของภาคต่อที่สมบูรณ์เลยค่ะ ซึ่งฉันส่งแนบไฟล์ไปให้ค่ะ


         ฉันคิดเหมือนกันค่ะว่า สักวันคงจะมีเนื้อคู่ของเรารออยู่ที่ใดที่หนึ่ง ที่ไม่ทำให้เราเจ็บปวดและรักเราอย่างเเท้จริงค่ะ ก็คงเหมือนกับเรื่องที่ฉันเขียนนี้จนจบค่ะ


        อย่างที่ฉันบอกค่ะ ฉันแนบไฟล์ไปให้ เรื่องราวในครั้งนี้ เป็นเรื่องราวของตอนจบของตระกูลคุณตำรวจทั้งสามเรียบร้อยแล้วค่ะ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องรักวุ่นๆของคุณนักบินสาวกับน้องเล็กคนสุดท้ายในตระกูลนี้ค่ะ เมื่อมีเรื่องปลอมตัวและจดหมายรักมาทำป่วนใจกันอีก คราวนี้ เรื่องวุ่นๆจะแก้ไขได้อย่างไร ก็ลองติดตามดูค่ะ

  • ตอนที่ 1 จดหมายและเด็กใหม่




    ถึง คุณเจ้าของห้องคนใหม่


    ถ้าหากไม่เป็นการรบกวนเจ้าของห้องคนใหม่จนเกินไป กระผมจะขอร้องให้คุณเจ้าของห้องคนใหม่ช่วยเก็บกล่องที่อยู่ในลิ้นชักบนใต้เตียงข้างขวาให้กับกระผมได้ไหมขอรับ เนื่องจากกล่องนี้เป็นสิ่งสำคัญของกระผม และกระผมเพิ่งมาทราบทีหลังว่า กระผมลืมหยิบกล่องสำคัญนั้นมาด้วยขอรับ และกระผมจะไปหา เมื่อกระผมพร้อม


    ด้วยรักและเคารพอย่างยิ่ง

    วรวิทย์


         ฉันได้รับจดหมายฉบับนี้ หลังจากที่ฉันย้ายมาอยู่ในห้องนี้ได้ไม่นาน ลายมือที่ดูเป็นระเบียบเกินกว่าผู้ชายคนหนึ่งจะเขียน และคำพูดที่ดูนอบน้อมพิเศษจนเกินไป ทำให้ครั้งแรก ฉันเข้าใจว่า “เป็นจดหมายหลอก” แต่เมื่อฉันได้ทบทวนดูหลายรอบ ก็พบว่า “จดหมายฉบับนี้เป็นของจริง” เพราะเนื่องจากมีเจ้ากล่องตัวปัญหาอยู่ในลิ้นชักจริงๆ 

    แต่ฉันไม่เข้าใจคำพูดลงท้ายของคนในจดหมายว่า “กระผมจะไปหา เมื่อกระผมพร้อม” นั้นย่อมพูดยากว่า หมายถึงอะไร และไม่เพียงเท่านั้น ยังไม่ปรากฎที่อยู่ให้ส่งจดหมายตอบกลับไปอีก ยิ่งทำให้ฉันสับสนเข้าไปใหญ่ว่า “แล้วจะมาหาได้ไง” แต่เอาเถิด ตอนนี้ ช่างมันก่อน เพราะยังไง ฉันต้องรีบไปทำงานวันนี้


        เมื่อฉันเดินทางมาถึงสนามบิน ฉันก็พบกับเพื่อนสนิทสมัยเด็กที่ชื่อ “มุก” ฉันเล่าเรื่องนี้ให้มุกฟัง และอยู่ดีๆมุกก็พูดขึ้นมาว่า

    “คงไม่ใช่ วรวิทย์ นักร้อง นักแสดงชื่อดังหรอกนะ”

    “เป็นไปไม่ได้หรอก”ฉันพูด

    “แต่ก็ไม่แน่นะ มิน บางที ชีวิตเธอเหมือนในละครก็เป็นได้”มุกพูด

    “จ้า แม่ช่างฝัน”ฉันพูด

    “แต่เธอรู้ไหมว่า ลายเซนต์ของวรวิทย์เหมือนลายมือเลยนะ สวยมาก เป็นระเบียบสุดๆ”มุกพูด

    “แล้วเธอไปได้มาได้ยังไง”ฉันถาม

    “ก็พี่ฉันไปขอมาล่ะซิ”มุกพูดก่อนเปลี่ยนเรื่องพูดกะทันหัน

    “อืม จริงสิ วันนี้ ฉันได้ยินว่า จะมีหนุ่มหล่อมาฝึกบินกับเธอหรอ ฉันอยากเห็นจัง”มุกพูด

    “หนุ่มหล่อหรอ ไม่เห็นมีใครบอกฉันเลย”ฉันพูดอย่างฉงน

    “ก็คงกลัวเธอประหม่า เพราะเธอเขินทุกทีที่อยู่กับผู้ชายหน้าตาหล่อไง”มุกพูด

    “นั้นก็เรื่องจริง ฉันแก้นิสัยนี้ยากจริงๆ”ฉันพูด

    “แต่คราวนี้ เธอห้ามประหม่าล่ะ เสียเกียรติ นักบินหญิงหมด”มุกเตือน

    “จริง ครั้งนี้ ฉันจะตั้งใจทำใจให้สงบและสอนเด็กใหม่ให้เป็นนักบินที่ดีให้ได้”ฉันพูดอย่างมุ่งมั่น

    “ก็ดีแล้วล่ะ วันนี้ฉันอยู่เครื่องเดียวกันด้วยนะ แล้วเธอบินกับใครล่ะ วันนี้”มุกบอกและถาม

    “ฉันบินกับเจ้าเต้นะ”ฉันพูด

    “ดีล่ะ รายนั้น”มุกตอบ

    “หมายความว่า”ฉันถาม

    “ฮ่าๆ ตามความหมายนะ”มุกพูด

    “เธอกับเขาดูไม่มีทางญาติดีกันได้เลยนะ”ฉันพูด และเตรียมตัวจะขึ้นเครื่องบินแล้ว

    “ไม่ได้จริงๆ”มุกพูดและทำท่าที่โบกไม้โบกมือ ก่อนจะขึ้นเครื่องเช่นกัน


         มุกกับฉัน เราทั้งสองคนเป็นเพื่อนที่ฝึกบินกันมาก่อน แต่มุกไม่ผ่านการเป็นนักบิน แต่ด้วยความรักในการบินนั้น ก็ทำให้มุกมาสมัครเป็นแอร์แทน ซึ่งมุกดูรักในงานนี้อย่างมากอีกด้วย ส่วนฉันก็เช่นกัน รักในการบินเหลือเกิน ฉันก็มานั่งนับๆดู ฉันทำงานมาหลายปีอยู่มาก ก็คุ้มค่ากับสิ่งที่ฉันตั้งใจทำมา และฉันขึ้นไปที่ประจำนักบิน ก่อนจะพบกับเต้ และเต้ก็ชวนฉันคุยว่า


    “พี่มิน รู้ปละ น้องที่จะมาเรียนฝึกบินกับเราหน้าตาดีมาก”เต้พูด

    “รู้จากมุกมาแล้ว”ฉันพูด

    “แต่ต้องไม่รู้แน่ๆว่า หน้าเหมือนกับวรวิทย์ ดาราชื่อดังตอนนี้เลยนะ พี่”เต้พูด

    “หา ขนาดนั้นเลย”ฉันพูด

    “แต่ผมยักไม่ได้ยินว่า เขามีฝาแฝด”เต้พูด

    “ก็ลองถามเขาดูสิ”ฉันพูดไปเรื่อยๆ

    “ไม่เอาหรอก พี่ เดี๋ยวเขาหาว่า ผมชอบผู้ชาย”เต้พูด

    “พี่รู้ทันเรานะ จะให้พี่ถามใช่ไหมล่ะ”ฉันพูด

    “ใช่เลย”เต้พูด

    “แต่พี่ไม่ถาม เพราะไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน”ฉันพูด

    “เซ็งสุดๆ ผมถามเองก็ได้”เต้พูดทำท่าเซ็ง ก่อนที่ฉันจะหัวเราะ


         ตอนนี้ใครๆในโลกนี้ก็รู้จัก นักร้อง นักแสดงไทยชื่อดังระดับโลกคนนี้กันทั้งนั้น เพราะว่า ตอนนี้คงไม่มีใครล่มกระแสนี้ได้จริงๆ เรียกว่า ไม่ว่า ทำอะไร จับอะไรก็ดังไปหมด และเป็นนักร้อง นักแสดงที่ชื่อเสียงไปในทางที่ดีอีกด้วย แถมหน้าตาก็ไม่ต้องบอก เพราะเป็นที่กรี๊ดกร๊าดของหญิงทุกมุมโลกทีเดียว ฉันก็ยังว่า หน้าเขาดูเก๋และน่ารัก น่าเอ็นดูจริงๆนั้นแหละ


         ก่อนที่ฉันจะคิดอะไรต่อ ฉันก็เห็นรุ่นพี่ที่เคารพเดินเข้ามาพร้อมคุยกับฉันและเต้ว่า

    “วันนี้ พี่ฝากน้องวิทย์ด้วยนะ”รุ่นพี่พูดและพูดกับฉันเป็นภาษาภายในว่า “สอนน้องเขาวันนี้ให้บินทางราบด้วย”

    “ค่ะ เดี๋ยวหนูจะสอนค่ะ”ฉันพูด

    “ดีแล้ว พี่ฝากด้วยนะ”รุ่นพี่พูด

    “ค่ะ”ฉันรับคำ และสายตาฉันพร้อมกับเต้ก็หันไปมองยังน้องใหม่ที่เข้ามา และพบว่า “จริงด้วย หน้าตาน้องคนนี้ยังกับแกะกับวรวิทย์จริงๆ” และเต้พร้อมฉันก็ทักทาย “สวัสดี” แนะนำตัวก่อนจะรู้ว่า น้องเขาชื่อ “วิทยา”


    “พี่ถามเรื่องส่วนตัวอะไรหน่อยได้ไหม”เต้ถามวิทยา

    “ถ้าเรื่องที่ผมเป็นแฝดกับคุณวรวิทย์ ไม่ใช่นะครับ ผมไม่มีแฝด และไม่ได้เป็นแฝดกับใคร”วิทยาตอบ

    “อ้าว ซะงั้น”เต้พูด ก่อนหันมาทางฉันและกระซิบบอกว่า

    “เหมือนอย่างกับแกะ”ฉันก็หันไปมองก่อนโรคเก่าจะกำเริบ คือ ฉันเขินทุกครั้งที่อยู่กับผู้ชายหน้าตาดี แต่ฉันก็ต้องข่มใจและคิดเหมือนกับเต้


    “เรียกผมว่า วิทย์เฉยๆก็ได้ เพราะผมคิดว่า พวกเราสามคนคงห่างกันไม่เยอะ”วิทยาพูด

    “อืม”ฉันพูดและเต้บอกว่า “ครับ รับทราบ”

    “เต้ วันนี้เธอไปนั่งที่นั่งหลังฉันล่ะกัน เพราะรุ่นพี่ฝากให้ฉันสอนวิทย์”ฉันพูด

    “ได้ครับ พี่มินรู้ปละ วันนี้ ผมไม่อยากมาที่สุดเลย”เต้พูด

    “แฮงค์ล่ะสิ เมื่อคืนดื่มไปตั้งเยอะ”ฉันพูด

    “ก็ดื่มส่วนของพี่นี่ล่ะ”เต้พูด

    “พี่บอกแล้วว่า ไม่ต้อง เดี๋ยวทีเผลอ พี่ก็ไปเททิ้ง”ฉันพูด

    “ไม่ได้หรอก โถ่ พี่ไม่รู้อะไร คนว่าพี่ใหญ่ เรื่องไม่เข้าสังคม”เต้พูด

    “ก็ช่างเขา”ฉันพูด

    “แต่ผมช่างไม่ได้ มาว่าอาจารย์สุดที่รักของผม ผมไม่ยอม”เต้พูด

    “จ้าๆ พ่อไม่ยอมอะไรทั้งสิ้น”ฉันพูดและเต้กับวิทยาก็หัวเราะขำกัน

    “พวกคุณดูสนิทกันมากนะครับ”วิทยาบอก

    “นิดนึงล่ะ”ฉันพูด

    “มากเลยล่ะ”เต้บอกก่อนจะนำเข็มขัดรัด

    “แล้ววิทย์ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกหรือเปล่า”ฉันถาม

    “เปล่าครับ ผมขึ้นเครื่องหลายรอบ”วิทยาตอบ

    “อืม งั้นก็ดี ไม่ตื่นเครื่อง”ฉันพูด

    “ใช่ๆ ตอนนั้น ผมตื่นเครื่องน่าดู ไม่เคยขึ้นเครื่องบินมาก่อนเลย”เต้บอก และทุกคนก็หันมามองหน้ากัน

         ก่อนที่พวกเราก็จบบทสนทนาเพียงเท่านี้ และฉันตัดสินใจให้วิทยาทวนก่อน และฉันบอกเขาว่า ควรทำยังไงบ้าง ท่านั่งแบบไหนจะทำให้ไม่เมื่อย เวลานั่งนานๆ เเต่วันนี้ก็ถือว่า แค่เป็นไฟล์ทไปกลับสั้นๆเท่านั้นเอง ก็ถือว่า ดี สำหรับการฝึกฝนครั้งแรก


    “ฉันขอโทษนะ ไม่ได้คิดจะจับคุณนะ แต่คุณนั่งแบบนี้สิ เวลาหยิบจับคันโยก มันจะง่ายไง”ฉันพูดและจับไหล่เขานิดนึง

    “ครับ”วิทยาตอบกลับด้วยคำสั้นๆ และคำพูดสั้นๆ ทำให้ฉันแอบคิดว่า “หรือเขาไม่เชื่อหรือเปล่าเนี่ย”


         และเครื่องบินก็เตรียมพร้อมขึ้น โดยที่ฉันพาเครื่องบินขึ้นพุ่งทะยานฟ้าก่อนที่จะให้วิทยาฝึกบินต่อ โดยที่ฉันทั้งมองและช่วยเหลือทุกครั้ง และเต้ก็ยังช่วยฝึกฝนวิทยาให้อีกด้วย ดังนั้น วันนี้ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับก็เป็นไปอย่างเรียบร้อย พอฉันลงจากเครื่อง ฉันอยากคุยกับมุกมากเรื่องเด็กใหม่ แต่เธอติดไฟล์ทคนละไฟล์ทกัน ก็เลยยังไม่มีโอกาสได้คุย


    “เราเก่งมากเลยนะ”ฉันชมจากใจจริง เมื่อเดินทางออกจากเครื่องบินเพื่อจะเดินทางออกไปจากสนามบิน

    “ผมยังต้องฝึกอีกมากครับ”วิทยาบอก

    “ผมยังว่า คุณเก่งจริงๆ”เต้พูดก่อนเอ่ยชวนว่า

    “พวกเราสามคนไปหาอะไรทานกันหน่อยไหม เพราะยังไง ทั้งเดือนนี้ เราต้องเจอกันบ่อยๆ โดยเฉพาะพี่มินกับวิทย์”

    “จริงด้วย เดี๋ยวฉันเลี้ยง”ฉันพูด และเต้ก็รุนหลังวิทยาให้ไปกินด้วยกัน

    “วิทย์ อยากกินอาหารแนวไหน”ฉันถาม

    “แล้วแต่คุณเลยครับ”วิทยาบอก

    “อาหารไทยดีกว่า พี่”เต้บอก

    “ก็ดี”ฉันพูด และเราทั้งสามคนก็ไปจัดร้านอาหารไทยขึ้นชื่อแถวสนามบิน  และวิทยานำแว่นดำมาสวมใส่ เพื่อปกปิดหน้าตาตัวเอง 

    “หน้าเหมือนคนดังก็ลำบากนะ”เต้พูดขึ้นมาด้วยความเห็นใจ

    “ครับ”วิทยาตอบสั้น

    “แต่ก็แปลกนะ ที่ไม่ใช่ฝาแฝดกัน”เต้พูด

    “ครับ”วิทยาตอบสั้นอีกเช่นเคย

    “มีคนทักผิดบ่อยไหม”ฉันตัดสินใจถาม

    “ทุกคนเลยครับ”วิทยาตอบ

    “ลำบากใจจริงๆ”ฉันพูด 


         พวกเราทั้งสามคนก็กินอาหารของใครของมัน โดยจมอยู่กับเรื่องของตัวเอง ก่อนที่เต้จะชวนฉันคุยว่า

    “พี่มิน มุกบอกว่า มีจดหมายหนุ่มๆ เขียนหาพี่หรอ”

    “ไม่รู้ว่า หนุ่มหรือเปล่า เขาไม่ได้เขียนหาฉันแบบที่เราเข้าใจ เขาขอให้ฉันเก็บของสิ่งหนึ่งไว้ให้”ฉันตอบ

    “แล้วของอะไร”เต้ถาม

    “กล่อง”ฉันตอบสั้น

    “แล้วกล่องอะไรล่ะ พี่”เต้ถาม

    “หน้าเกลียดตายชัก เราจะให้พี่ดูของในกล่องหรือไง เจ้าของก็หาว่า พี่ยุ่งล่ะสิ”ฉันพูด

    “อ้าว ก็เผื่อเป็นปืนหรือของไม่ดี”เต้พูด

    “ก็ช่างประไร”ฉันพูด

    “ตามใจ ผมอุตส่าห์หวังดี”เต้พูด

    “จ้า เก็บความหวังดีไว้เลย เราล่ะ ตัวยุ่ง”ฉันพูดก่อนจะพูดกับวิทยาว่า

    “ทานขนมหวานไหม ที่นี่เขาอร่อยนะ”

    “ไม่ดีกว่าครับ ผมอิ่มแล้ว”วิทยาตอบ

    “งั้นก็ตามนั้น”ฉันพูด ก่อนจะเรียกให้มาเก็บเงิน และเดินทางกลับหอ โดยฉันเเวะไปส่งเต้กับวิทยาก่อนจะเดินทางกลับไปยังห้องพักฉัน และฉันก็ต้องตื่นตระหนก เมื่อมีผู้ชายสวมแว่นดำอยู่ในห้องของฉันอยู่แล้ว


    “เฮ้ย คุณคือใคร”ฉันถามก่อนจะกดเบอร์โทรแจ้งความ

    “หยุดก่อนครับ อย่าเพิ่งแจ้งความครับ ผมเป็นเจ้าของจดหมายครับ”วรวิทย์พูด

    “อ้อค่ะ แล้วเข้ามาได้ไงค่ะ”ฉันถามแต่เกร็งๆ

    “กุญแจสำรองครับ ผมเลยอยากนำกุญแจสำรองมาคืนคุณด้วย”วรวิทย์พูด

    “อืมค่ะ”ฉันรับกุญแจสำรองจากเขา และเขาเปิดแว่นตามดำออกมา ทำให้ฉันตกตะลึงจริงๆว่า “คือ วรวิทย์ ดาราชื่อดังนั้นคนนั้นนี่เอง”

    “คุณคือ วรวิทย์ ดารา นักร้องชื่อดัง ใช่ไหมค่ะ”ฉันถามอย่างตะกุกตะกัก

    “ใช่ครับ”วรวิทย์พูด และบอกต่อว่า 

    “ผมขอบคุณที่เก็บของให้ผมครับ เพราะว่า เป็นของพิเศษสำหรับผมมากครับ”วรวิทย์พูด และฉันรีบไปหยิบกล่องนั้นยื่นคืนให้เขา และเมื่อเขารับมา เขาก็เปิดกล่องนั้นให้ฉันเห็นว่า “เป็นจดหมายมากมาย” ฉันก็แอบคิดว่า “สงสัยคงเป็นจดหมายจากคนที่เขารัก”

    “ยังไง เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับด้วยครับ”วรวิทย์พูด

    “ค่ะ ฉันจะเก็บความลับเรื่องที่เจอคุณไว้เป็นความลับ”ฉันพูด

    “รวมทั้งของข้างในกล่องด้วยครับ”วรวิทย์พูด ทำให้ฉันสันหลังหวะขึ้นมาทันที เมื่อนึกถึง คำพูดของเต้ที่ให้เปิดดูข้างใน แต่ฉันก็ตอบไปว่า

    “ค่ะ”ฉันพูด

    “ผมขอตัวก่อน”วรวิทย์พูด

    “เชิญค่ะ”ฉันเดินนำเขาไปส่งที่หน้าห้อง และก่อนเขาจะกลับ เขาก็หันมาบอกกับฉันว่า

    “ผมขอไลน์ได้ไหมครับ”วรวิทย์พูด

    “ฉันไม่ได้เล่นค่ะ”ฉันพูดปดไป เพราะตอนนี้ ฉันแทบเขินอายจนหน้าแดงไปหมดแน่เลย ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้ทุกครั้ง เวลาอยู่ต่อหน้าผู้ชายหน้าตาดี แถมวันนี้ เจอคนที่หน้าตาเหมือนกันทั้งคู่อีก ยิ่งทำให้โรคเก่ากำเริบจริงๆ

    “ครับ”วรวิทย์พูดและจดเบอร์ส่วนตัวของเขาให้กับฉัน และบอกให้ฉันยิงมาหาเขา ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำตามที่เขาบอก และเขายังขอมือถือฉันอีกไปเมมเบอร์ที่ฉันกดไปในมือถือ

    “เผื่อติดต่อกันครับ”วรวิทย์พูด

    “ค่ะ”ฉันตอบได้แค่นั้นเอง 


         และเมื่อเขาออกไปแล้ว ฉันจำได้ว่า ฉันอยากไปพูดและเล่าให้ใครต่อใครฟัง แต่ด้วยที่ฉันรักษาความลับเยี่ยงชีพ ฉันจึงไม่สามารถเล่าให้ใครต่อใครฟังได้

  • ตอนที่ 2 ว้าวุ่นใจ




    ถึง คุณเจ้าของห้องคนใหม่


    ผมยังไม่ทราบชื่อที่แท้จริงของคุณเลยครับ ว่า คุณชื่ออะไร และผมพยายามติดต่อไป แต่คุณก็ไม่ยอมรับ มีอะไรที่ผมรบกวนเกินไปหรือเปล่าครับ


    ด้วยรัก

    วรวิทย์


         ฉันไม่กล้ารับสายเขาเท่าไหร่ เพราะหนึ่งคือเขาเป็นคนที่เราเข้าไม่ถึง แล้วเดี๋ยวจะต้องมีปัญหาอะไรแน่นอน ถ้าฉันเป็นเพื่อนกับเขา ความสงบสุขที่หวังมาก็คงทยอยหมดกันไปแน่ แต่เขาดันส่งจดหมายฉบับนี้มาอีก ดังนั้น วันนี้เป็นวันที่ว่างของฉัน ฉันจึงตัดสินใจโทรศัพท์กลับไปหาเขา


    “คุณวรวิทย์ว่างไหมค่ะ”ฉันถาม

    “สำหรับคุณ ผมว่างตลอดเลยครับ”วรวิทย์พูดดูจริงจัง ไม่ได้เหมือนกับจะหยอกล้อแต่ด้วยประการใด

    “ฉันได้รับจดหมายแล้ว และฉันชื่อ มินตราค่ะ เรียกฉันว่า “มิน” เฉยๆก็ได้ค่ะ”ฉันพูด

    “ครับ คุณมิน”วรวิทย์ตอบสั้น ก่อนจะบอกฉันว่า

    “เดี๋ยวผมโทรกลับครับ”

    “ไม่ต้องค่ะ ฉันไม่กล้ารบกวนค่ะ ฉันขอตัวค่ะ”ฉันรีบพูด

    “ไปไหนครับ กินข้าวหรือเปล่า ถ้าใช่ ก็ใจตรงกันเลย”วรวิทย์พูด

    “ไม่ใช่ค่ะ”ฉันปฏิเสธก่อนที่จะรีบขอตัวและวางสายไปก่อน และฉันตัดสินใจเดินไปหยิบกระเป๋าตังค์ก่อนจะเดินออกไปจากห้องพัก และคิดว่า จะไปหาอะไรกินจริงๆนั้นล่ะ อย่างที่เขาพูด ฉันเลือกร้านใกล้ๆบ้านพักที่กินประจำ

    “เหมือนเดิมค่ะ เจ้”ฉันพูด

    “ได้ วันนี้แถมไข่เจียวสองฟองเลยนะ”เจ้คนขายพูด

    “ทำไมแถมค่ะเนี่ย”ฉันถาม

    “ถูกล็อต”เจ้คนขายบอก

    “โชคดีชะมัด ทำบุญด้วยอะไรค่ะเนี่ย”ฉันถาม

    “สงสัยเหลือบุญแค่นี้ล่ะมั่ง”เจ้ตอบด้วยท่าทางกันเอง

    “ไม่หรอกค่ะ”ฉันพูด และอยู่ดีๆก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาทางฉัน และทักฉัน ซึ่งฉันจำเสียงเขาได้อย่างแม่นยำเลย

    “คุณวรวิทย์”ฉันกระซิบ

    “ครับ ผมมาทานข้าวพอดี”วรวิทย์บอกและยิ้มให้ เพราะถึงแม้จะสวมแว่นตาดำอยู่ แต่เขายิ้มให้จริงๆนั้นล่ะ

    “ผมหิว คุณแนะนำหน่อยสิ”วรวิทย์พูด

    “ฉันกินแต่ข้าวหมูทอดกระเทียมบวกไข่เจียวค่ะ”ฉันพูด

    “ผมเอาด้วย คุณสั่งให้ผมด้วยสิ”วรวิทย์พูด

    “ค่ะ”ฉันพูดและสั่งอีกจานหนึ่งมา เเละเจ้คนขายก็อดถามฉันไม่ได้ว่า “เเฟนหรือ” พอฉันตอบว่า “ไม่ใช่” เจ้แกก็ยิ้มแบบมีเลศนัยให้กับฉัน ทำให้ฉันเขินไปใหญ่

    “คุณมาทานที่นี่บ่อยหรือ”วรวิทย์ถาม

    “ก็ประจำค่ะ แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่ค่ะ”ฉันถาม

    “ถ้าผมบอกว่า มาหาคุณ คุณจะเชื่อไหม”วรวิทย์พูด

    “คะ”ฉันพูดได้แค่นั้น

    “คุณคงไม่เชื่อ แต่ผมมาหาคุณจริงๆ ผมถูกชะตากับคุณ”วรวิทย์พูด

    “คะ”ฉันพูดได้แค่นั้น เพราะไม่รู้จะพูดอะไรเลย


         ฉันคิดว่า “คำพูด” ของเขาทำให้ฉันว้าวุ่นใจเหลือเกิน เพราะฉันไม่มั่นใจว่า “นี้เป็นคำพูดที่หวังได้แฟนคลับเพิ่มหรือเปล่านะ เพราะฉันไม่กล้าหวังอะไรแน่นอน” และฉันก็แอบรู้สึกเครียดไม่ได้ที่ต้องอยู่กันตามลำพัง และเหมือนเขาจะรู้

    “ไม่ต้องเกร็งผม ผมพูดจริง ผมอยากเป็นเพื่อนกับคุณ”วรวิทย์พูดเสร็จก็ทำให้ฉันแอบโล่งอกไปแวบหนึ่ง

    “เป็นเพื่อน”ฉันถาม

    “ใช่ครับ”วรวิทย์ตอบ

    “ดีค่ะ”ฉันตอบ

    “ถือว่า เราสองคนเป็นเพื่อนกันแล้วนะครับ”วรวิทย์พูด

    “ค่ะ”ฉันตอบ และอาหารทั้งสองจานก็มาส่งถึงหน้าเรา และพวกเราทั้งสองก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากกว่านี้ ก่อนที่จะจัดอาหารในจานกันหมดทั้งคู่ และวรวิทย์ก็เดินมาส่งฉัน ก่อนที่จะเเยกย้ายกันไป


         วันรุ่งขึ้น ฉันต้องตื่นเช้าขึ้นมาทำงาน วันนี้บินค่อนข้างไกลเพราะบินไปถึงยุโรปเลย และมีเวลาหยุดพัก 2 วัน ซึ่งจริงๆ ก็วันครึ่งล่ะ ก่อนจะบินกลับมาอีก ซึ่งวันนี้เป็นเจ้าเดิมที่มีทั้งฉัน เต้ และวิทยาอยู่ร่วมการบินกันด้วย 

    “ผมคุยกับวิทย์แล้ว”เต้บอก

    “เรื่อง”ฉันถาม

    “ผมกับวิทย์ เราจะสลับกันบิน”เต้พูด

    “ก็ดี”ฉันพูด และถามวิทยาว่า

    “ตื่นเต้นไหม”ฉันถาม

    “ไม่ครับ”วิทยาบอก

    “ก็ดีนะ”ฉันพูด


         และพวกเราทั้งสามคนก็นั่งกันประจำที่กันก่อนที่จะเตรียมพร้อม นำเครื่องบินจากประเทศไทยบินสู่เวียนนา และพวกเราทั้งสามคนก็วางแผนกัน และช่วยกันบินตามที่คุยกันไว้ เมื่อพวกเรานำเครื่องบินมาสู่เวียนนา ออสเตรีย อย่างสวัสดิภาพ ทำให้ฉันชมทั้งคู่ว่า

    “เก่งมากนะ สองเรา”

    “ครับผม”เต้พูด

    “ครับ”วิทยาตอบ

    “ตอบยาวบ้างก็ได้นะ วิทย์”ฉันตัดสินใจพูดออกไป

    “ครับ”วิทยาบอก และฉันก็ถามว่า

    “เคยมาเวียนนาไหม”ฉันถาม

    “ไม่เคยครับ นี้ครั้งแรกเลยครับ”วิทยาบอก

    “ฉันชอบที่นี้มากเลยนะ เมืองแห่งดนตรี”ฉันพูด

    “ยังไงครับ”วิทยาถามก่อนยิ้มให้ และนี่ก็คงเป็นครั้งแรกที่เขายิ้มให้

    “ไม่รู้สิ มากี่ทีก็รู้สึกแบบนั้น”ฉันพูด

    “รู้ไหม วิทย์ พี่เขาแต่งกลอนด้วยนะ”เต้จับวิทย์ก่อนบอก

    “นั้นมันสมัยก่อนแล้ว”ฉันพูด

    “แต่ผมยังมีหลักฐานอยู่นี่นา”เต้พูด

    “ไม่ต้องเลย พี่อาย”ฉันพูด แต่ไม่ทันแล้ว เพราะเต้นำมือถือของตนที่มีรูปถ่ายโปสการ์ดให้วิทยาดู


    ถึง รุ่นพี่ที่เคารพ 


    “เมื่อใจมาถึงเวียนนา   และเดินมาถึงสวนนี้

    ทำให้ใจนึกถึงดนตรี ที่เธอขับท่วงทำนองกัน”


    ด้วยรักและเคารพอย่างสูง

    มินตรา

    “คุณอารมณ์ศิลป์มากเลยนะ”วิทยาพูด

    “ขอบคุณ”ฉันพูด

    “ผมอยากต่อกลอนต่อ”วิทยาพูด

    “กลอนอะไร”ฉันพูด

    “ความลับ”วิทยาพูดและบอกต่อว่า

    “ผมจะส่งไปให้คุณที่เมืองไทย”

    “ตามใจ”ฉันพูด


         และวิทยาก็เดินเข้าไปที่ร้านขายโปสเตอร์ ส่วนฉันกับเต้ก็เดินแวะไปหาร้านอาหาร ก่อนที่เต้จะกวักมือเรียกให้วิทยาเดินมา

    “ทานอะไรกันดี ผมเลี้ยง”เต้บอก

    “พ่อรวย”ฉันพูด

    “ดูดิ เราจะเลี้ยงก็ดันประชด”เต้บอก

    “พี่ไม่ได้ประชด”ฉันพูด

    “ผมอยากกินพิซซ่าครับ”วิทยาบอก

    “ก็ดีนะ วันนี้กินอะไรสบายก่อน และเดี๋ยวพี่พาไปกินของพื้นเมือง”ฉันพูด

    “จริง ร้านที่พี่เขาพาไป อร่อยจริงๆ”เต้บอก

    “ครับ พรุ่งนี้ไปกัน”วิทยาบอก

    “ไม่ใช่ พรุ่งนี้ มื้อเย็นนี้ล่ะ”ฉันพูด

    “ได้ครับ”วิทยาบอก


         พวกเราสองคนทั้งฉันและเต้ พาวิทยาไปเที่ยวดูโบสถ์ก่อน และเดี๋ยววันพรุ่งนี้ ฉันวางแผนพาไปเที่ยวพระราชวังก่อนจะพาไปดูโรงละครกัน ซึ่งทุกคนก็ตกลงกับแผนการนี้ และหลังจากชมโบสถ์แล้ว พวกเราก็แยกย้ายไปพักที่ห้องก่อน แล้วค่อยไปกินข้าวเย็นกัน


         เมื่อฉันอยู่คนเดียวในห้อง ฉันแอบอยากรู้นักว่า วิทยาเขียนอะไรมาให้ฉันนะ แต่ฉันต้องรอกลับไทยก่อน ถึงค่อยรู้ว่า “คืออะไร” และฉันตัดสินใจอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เป็นเสื้อผ้าธรรมดาก่อนที่จะเตรียมตัวนอนพักสักนิด และไปกินข้าวเย็นกัน และในขณะที่รอวิทยาอยู่ตรงล็อบบี้ เต้ชวนคุยขึ้นมา


    “พี่มินๆ”เต้เรียกอย่างเบาๆ

    “มีอะไร”ฉันถามอย่างเบาเช่นกัน

    “ผมว่า วิทย์ เขาชอบพี่”เต้บอก

    “เป็นไปไม่ได้ ชอบจับคู่ทุกคนให้กับฉันจริงๆ”ฉันพูด

    “วิทย์ถามว่า พี่มีแฟนยัง”เต้พูด

    “จริงหรือ”ฉันถาม

    “จริง พี่”เต้พูด

    “ไม่มีอะไรหรอก คงหาเรื่องชวนคุยมั่ง”ฉันพยายามคิดตามเหตุและผล และฉันคล้อยตามคำพูดนี้ของฉันด้วย


         ฉันรู้ตัวดีว่า ฉันไม่มีทางที่จะมีใครมาชอบฉัน เพราะฉันไม่ใช่ลักษณะที่ผู้ชายจะชอบได้ ผมของฉันที่สั้นๆ หน้าตาของฉันก็ติดจะไม่ได้น่ารักเท่าไหร่ และยังรูปร่างของฉันก็แค่พอดี แต่ไม่ได้ผอมเหมือนกับคนอื่น ดังนั้น การที่จะมีคนมาชอบก็คงจะเกินไป เพราะแม้กระทั่ง รุ่นพี่ที่ฉันชอบ ยังเคยบอกกับฉันเลยว่า “ผู้ชายชอบน้องมินแบบเพื่อนและน้องเท่านั้นล่ะ”นั่นสิ ดังนั้น ฉันรู้ทันทีว่า “ที่วิทยาถาม ก็คงแค่อยากชวนคุยมากกว่า”

    “ผมว่า ไม่ใช่”เต้พูด

    “ทำไม”ฉันถาม

    “ดูจริงจังมากนะ พี่”เต้พูดก่อนหันไปมองเห็นวิทย์และพูดว่า

    “อ้าว เจ้าตัวมาแล้ว”

    “วันนี้คุณใส่กระโปรง ดูเข้ากับคุณมากเลยครับ”วิทยาพูด

    “ขอบใจ”ฉันพูดอย่างเขินอาย เพราะไม่เคยมีใครชมฉันแบบนี้เลยสักครั้ง และนี้ก็คงครั้งแรกที่ผู้ชายชม 

    “ไปกันเถิด”เต้พูด

    “ผมอยากแวะซื้อของฝากด้วยครับ”วิทยาพูด

    “ได้สิ ร้านอาหารอยู่ใกล้ร้านขายของฝากพอดี”ฉันพูด

         ระหว่างที่พวกเราสั่งอาหารพื้นเมืองมากินกันคนละจาน วิทยาก็ขอตัวไปซื้อของฝากก่อน ซึ่งระหว่างนั้น ฉันกับเต้ก็คุยกันถึงวิทยาว่า

    “เขาเป็นคนเงียบนะ”ฉันพูด

    “ใช่ครับ”เต้พูดและพูดต่อว่า

    “ผมอยู่กับเขาที ก็หมดเรื่องคุยเหมือนกัน”

    “นั้นสิ”ฉันพูดแค่นี้ และพอดี ตาฉันก็เหลือบไปเห็นวิทยาเดินเข้ามาพอดี และพร้อมกับที่อาหารมาเสริฟด้วย

    “ซื้อของฝากให้แฟนหรือเปล่า”ฉันตัดสินใจถาม

    “ผมไม่มีแฟนครับ”วิทยาตอบ

    “อ้าว งั้นหรอ”ฉันตอบได้แค่นี้

    “แล้วซื้อให้คนแอบรักใช่ไหม”เต้ถาม

    “ครับ”วิทยาตอบ

    “ดีนะ ที่มีคนแอบรัก”ฉันชวนคุย

    “ครับ แล้วคุณไม่มีหรือครับ”วิทยาถาม

    “เคยมี แต่ตอนนี้ไม่คิดแล้ว”ฉันตอบ

    “ทำไมล่ะครับ”วิทยาถามอย่างอยากรู้จริงๆ

    “เพราะฉัน สามสิบต้นๆแล้วไงล่ะ ฉันเลิกคิดเรื่องนี้ถาวรแล้ว”ฉันพูด

    “ไม่ใช่ เพราะคนที่แอบรักไปคบเพื่อนสนิทหรือครับ”วิทยาพูด และฉันหันไปมองทางเต้

    “เปล่า ผมเปล่าพูดนะ พี่”เต้รีบปฏิเสธ และทำให้ฉันพูดต่อว่า

    “เรื่องมันนานแล้ว แต่เรารู้ได้ไง”ฉันถาม

    “ผมได้ยินมาครับ”วิทยาพูด

    “อืม”ฉันตอบได้แค่นี้ เพราะไม่อยากพูดถึงเรื่องที่เคยทำให้เจ็บอีก นั้นสินะ ตอนนั้น ฉันเขียนจดหมายหารุ่นพี่หลายฉบับมาก และทุกฉบับก็จะพยายามบอกรักกลายๆ แต่รุ่นพี่ไม่รัก ไม่พอ ก็แถมยังไปรักกับเพื่อนสสนิทของฉันที่เป็นนักบินด้วยกัน อย่าง “รวงข้าว” อีกด้วย


         และพวกเราทั้งสามก็ทานอาหารพื้นเมืองกันอย่างเงียบๆ โดยที่ฉันไม่รู้สึกเลยว่า “มื้อนี้จะอร่อย” เพราะความหลังยังฝังใจให้เจ็บปวด และพวกเราทั้งสามคนก็แยกย้ายกันเข้าห้อง 


         ตอนรุ่งเช้า ฉันตื่นมาแต่เช้า เมื่อฉันอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ฉันเปิดประตูออกมาก็เจอกับคนที่ไม่อยากเจอเท่าไหร่ แต่ยังไง ฉันต้องจำใจทักด้วยรอยยิ้มอันปกติ

    “เมื่อคืน วิทย์ นอนหลับสนิทไหม”

    “หลับครับ ผมปลุกเต้เท่าไหร่ก็ไม่ตื่น”วิทยาพูด

    “เดี๋ยวก็ตื่น รายนั้น ไม่ต้องเป็นห่วง”ฉันพูด ก่อนเอ่ยปากชวนว่า

    “ไปกินข้าวเช้ากัน”

    “แล้วคุณละครับ หลับสนิทไหม”วิทยาถาม

    “ฉันหลับสนิท”ฉันพูดปด เพราะฉันไม่ได้หลับเลยทั้งคืน

    “ครับ”วิทยาตอบสั้น ก่อนที่จะให้ฉันเดินไปตักบุฟเฟ่ต์ก่อน และเมื่อฉันตักเสร็จ เขาก็ไปตักต่อ และเมื่อพวกเราทั้งคู่มาอยู่ที่โต๊ะด้วยกัน วิทยาก็ถามว่า

    “คุณใช้น้ำหอมกลิ่นอะไรครับ”วิทยาถาม

    “ฉันไม่ได้ใช้น้ำหอมหรอก ฉันอบผ้า เสื้อผ้าฉันมีกลิ่นหอม”ฉันพูด

    “ใครสอนคุณครับ”วิทยาถาม

    “หมายถึง อบผ้าใช่ไหม”ฉันถาม

    “ครับ”วิทยาบอก

    “แม่ของฉันจ้ะ สอนฉัน”ฉันตอบ

    “วันหลัง คุณสอนผมบ้างสิครับ”วิทยาบอก

    “อืม ได้ ครั้งหน้าจะสอนจ้า”ฉันบอก

    “วันไหนดีครับ”วิทยาถามอย่างกระตือรือร้น
    “อาทิตย์นี้ไหม อาทิตย์นี้ฉันว่าง”ฉันถาม

    “ดีเลยครับ”วิทยาบอกและพูดว่า

    “คุณรู้จักบ้านผมแล้วใช่ไหมครับ”

    “อืม ฉันจำได้”ฉันพูด เพราะครั้งหนึ่งที่ฉันกับเต้ไปส่งวิทยาที่บ้าน

    “ดีเลยครับ”วิทยาบอกก่อนที่จะยิ้มและกินอาหารต่อไป 


         เมื่อเราสองคนก็กินอาหารกันต่อไป ก่อนที่จะคุยเรื่องเรื่อยเปื่อย และเต้ก็ค่อยตามมาสมทบ ก่อนจะพูดว่า

    “ผม ขอโทษ ตื่นสาย”

    “ไม่เป็นไร”ทั้งสองพูดพร้อมกัน

    “ผมมาขัดจังหวะหรือเปล่า”เต้ถาม

    “เปล่า”ฉันบอก

    “โอเคครับ”เต้พูดและยิ้มอย่างมีเลศนัย


         พวกเราทั้งสามคนตัดสินใจเดินทางไปเที่ยวพระราชวัง และฉันก็ลืมตัว เรียกวิทยามาดูหมีขาว

    “ดูสิ วิทย์ หมีขาวน่ารักมากเลย อยากกอดสักตัวจัง”ฉันพูด

    “ครับ”วิทยาพูดและขำ

    “ไม่กอดคนข้างๆล่ะครับ”เต้พูดแบบกระซิบพรางหันไปมองวิทยา

    “ไม่”ฉันตอบอย่างหนักแน่น และเดินไปดูอย่างอื่น

    “ตอนนี้ พี่เขาอย่างกับเด็ก”เต้พูด

    “ผมก็ว่างั้น”วิทยาพูด และฉันก็เดินไปทั่ว

    “เต้ ถ่ายรูปให้พี่หน่อยสิ”ฉันบอก

    “ครับ วิทย์ เข้าไปถ่ายภาพคู่สิ”เต้พูด

    “ได้ไหมครับ”วิทยาถามฉัน

    “ได้สิ”ฉันตอบ พวกเราถ่ายรูปคู่กัน และเต้มีถ่ายภาพเดี่ยวให้กับฉันอีกด้วย 

    “ประวัติศาสตร์ข้างใน สนุกมากเลย”วิทยาบอก

    “จริง ผมตื่นเต้นมากเลย มากี่ทีก็ยังสนุกนะ”เต้บอก

    “พี่ก็ชอบ”ฉันพูด

    “ผมชอบสวนข้างในด้วยครับ สวยมาก”วิทยาบอก

    “ดอกไม้และพืชพันธุ์ในเรือนกระจกอีก”ฉันพูด

    “สวยจริงๆ และวันนี้อากาศดีด้วยนะ”เต้พูด

    “จริง งั้นเราไปหาอะไรกินกันเถิด”ฉันพูด

    “ไปกัน”เต้พูดและพวกเราสามคนไปหาอะไรทานกันก่อน จะเตรียมตัวไปชมโรงละคร และละครเวทีสักเรื่องหนึ่ง ก่อนที่พวกเราจะเดินทางกลับไปพักที่ห้องกัน เพื่อเตรียมตัวบินกลับมาที่กรุงเทพมหานคร

  • ตอนที่ 3 ความจริง



         เมื่อถึงห้อง ฉันพบว่า มีจดหมายสามฉบับมาหาฉันที่ห้อง จากคุณวรวิทย์ และฉันนึกขึ้นได้ว่า ฉันลืมบอกคุณวรวิทย์จริงๆว่า “ฉันไม่อยู่หลายวัน” เมื่อฉันอ่านจดหมายสามฉบับจบ ฉันรีบส่งไปบอกเขาว่า “ฉันมาถึงแล้ว”


    ถึง คุณมินตรา


    ผมโทรหาคุณไม่ติดเลย คุณไปไหนมาครับ ผมเลยตัดสินใจเขียนจดหมายฉบับนี้หาคุณ


    ด้วยรัก

    วรวิทย์


    ถึง คุณมินตรา


    ผมกังวลมากครับ เลยตัดสินใจโทรไปหาที่บ้านพัก ผมพบว่า คุณเป็นนักบินนี้เอง และคุณไปบินที่เวียนนา ผมเป็นห่วงคุณมากครับ


    เป็นห่วง

    วรวิทย์


    ถึง คุณมินตรา


    ผมดีใจที่วันนี้คุณกลับมาแล้ว เดี๋ยวผมว่างเมื่อไหร่ ผมโทรหาครับ


    ด้วยรักและหวังดี

    วรวิทย์


         และฉันเห็นโปสการ์ดที่วิทยาส่งมาให้ฉันหนึ่งฉบับ ซึ่งฉันแปลกใจมากว่า ทำไมถึงส่งมาเร็วจัง


    ถึง คุณมินตรา


    “เมื่อใจมาถึงเวียนนา

    และเดินมาถึงสวนนี้

    ทำให้ใจนึกถึงดนตรี

    ที่มีเธอขับท่วงทำนองกัน”


    ผมขอแต่งต่อครับ

    “ผมอยากจะมีคนมาร่วมขับ

    ขานและรับรักกันตลอดขัน

    รักสองเราจะรักนิจนิรันดร์

    รักร่วมกันรักกันตลอดไป

    เสียงดนตรีร้องและขับขาน

    สองร่วมไขลานชีวิตให้ก้าวไป

    เดินต่อไปด้วยกันตลอดไป

    จะขอไว้ขอให้รู้ว่ารักจริง”


    ด้วยรักอย่างยิ่ง

    วิทยา


         เมื่อฉันอ่านโปสการ์ดนี้จนจบ ก็ทำให้ฉันสับสนเลย และนึกถึงคำพูดของเต้ขึ้นมาว่า “ผมว่า วิทย์ เขาชอบพี่นะ” ซึ่งทำให้ ฉันสับสนอย่างมากว่า “ทำไม” และ “เป็นไปได้ไง”


    ‘อย่าเพิ่งคิดอะไรเลย’ฉันคิด


         แต่ฉันก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่า “วิทยารักฉัน” ซึ่งก็ทำให้รู้สึกไม่ดีและไม่กล้าเข้าหน้าวิทยาเข้าไปใหญ่ และฉันยังจำที่วิทยาดีใจมากที่จะเจอฉันในวันอาทิตย์อีกก็ยิ่งเล่นฉันสับสนใจอย่างยิ่ง และอยู่ดีๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น


    “ผมเองครับ วรวิทย์”วรวิทย์พูด

    “ฉันขอโทษค่ะ ที่ลืมบอกคุณ”ฉันพูด

    “ไม่เป็นไรเลยครับ ผมดีใจที่คุณไม่เป็นอะไร ผมเป็นห่วงมากครับ”วรวิทย์บอก

    “ฉันรู้สึกผิดค่ะ”ฉันพูด

    “ไม่ต้องรู้สึกผิดเลยครับ”วรวิทย์บอก และพูดต่อว่า

    “ผมอยากคุยอะไรคุณเต็มไปหมดเลย อาทิตย์นี้ว่างไหมครับ”

    “ไม่ว่างค่ะ ฉันขอโทษค่ะ”ฉันพูด

    “งั้น ไม่เป็นไรครับ”วรวิทย์พูด

    “วันเสาร์ได้ค่ะ ฉันว่าง”ฉันพูด

    “แต่ผมไม่ว่างครับ เพราะผมกำลังจะเลิกเป็นดาราแล้วครับ”วรวิทย์พูด และบอกว่า “ผมขอไปห้องคุณได้ไหม”

    “ได้ค่ะ”ฉันคิดว่า คงเป็นเรื่องสำคัญมากที่เขาคงอยากคุยกับฉัน และฉันช็อกที่เขาจะไม่เป็นดาราแล้วหรือ


         ฉันรออีกไม่นาน เขาก็เดินทางมาที่ห้อง และเขามาหาฉันที่ห้อง และเริ่มต้นเล่าให้ฉันฟังว่า

    “ผมอยากบอกคุณคนแรกเลยนะ ผมจะเลิกเป็นดารา”วรวิทย์บอก

    “ทำไมล่ะค่ะ เสียดายมากเลยค่ะ”ฉันพูด

    “ผมไม่เสียดายครับ เพราะผมเจอเส้นทางของผมแล้ว ผมฝันมานานถึงเส้นทางนี้ แล้วผมก็ทำมันได้ดี”วรวิทย์บอก

    “ฉันดีใจด้วยค่ะ”ฉันพูดและบอกวรวิทย์ว่า

    “คุณทานอะไรมายังค่ะ”

    “ยังครับ”วรวิทย์ยอก

    “งั้นเดี๋ยวฉันทำให้ทานค่ะ”ฉันพูด

    แล้วฉันก็เข้าครัวไปทำอาหารสักสองอย่าง พร้อมตักข้าว มาให้วรวิทย์ทานด้วยกัน 

    “ฉันมีแค่นี้ค่ะ”ฉันเอ่ยอย่างเกรงใจ

    “แค่นี้สำหรับผม ก็ดีมากแล้วครับ”วรวิทย์บอก

    “คุณวิทย์ ฝันอยากเป็นอะไรหรือค่ะ”ฉันตัดสินใจถาม โดยที่ฉันไม่เคยถามใครแบบนี้มาก่อนเลย

    “ไม่บอกครับ เพราะผมคิดว่า ใกล้เร็ววัน คุณก็คงรู้”วรวิทย์บอก

    “ฉันขอโทษที่ถามค่ะ”ฉันพูด

    “ไม่เลยครับ ผมไม่ว่าอะไรเลย”วรวิทย์บอก และชวนคุยต่อว่า

    “ไปเวียนนา สนุกไหมครับ”

    “คุณรู้ได้ไงว่า ฉันไปเวียนนาค่ะ”ฉันถาม

    “ผมรู้จากบริษัทคุณครับ”วรวิทย์บอก

    “งั้นหรือคะ”ฉันพูด แต่ก็ยังงงว่า “คนในบริษัทบอกได้ไงนะ”

    “ผมเห็นภาพตอนคุณเป็นนักบินเลยนะ”วรวิทย์บอก

    “ขอบคุณค่ะ”ฉันพูด

    “ผมดีใจที่ได้บอกคุณ”วรวิทย์บอก

    “ค่ะ ฉันดีใจที่คุณคิดถึงฉันก่อนค่ะ”ฉันตอบไปตามมารยาท เพราะไม่รู้จะตอบยังไง และเราทั้งสองก็ทานอาหารก่อนจะแยกย้ายกันไป และฉันก็ไปทำงานตามปกติ


    “มุก”ฉันทักเพื่อน

    “แก ดีใจที่เจอแกจัง”มุกทักฉัน

    “รู้เรื่องเด็กใหม่แล้วใช่ไหม”ฉันถาม

    “รู้แล้ว หล่อมาก”มุกบอก “แต่เขาดูไม่มีท่าทีสนใจใครเลย”

    “แล้ววันนี้ เธอต้องสอนเขาอีกไหม”มุกถาม

    “ไม่ เขาหยุด ไม่สบาย”ฉันบอก

    “เธอไม่ไปเยี่ยมเขา”มุกถาม

    “ฉันว่า จะไปเยี่ยมเหมือนกัน แต่วันเสาร์นะ”ฉันพูด

    “ดีแล้วล่ะ”มุกบอก และเราทั้งสองคนก็แยกกัน ฉันไปบินต่อ และอยู่ดีๆ พอฉันหันไปเป็นเพื่อนนักบินคนอื่น ที่ไม่มีวิทยาอยู่ข้างๆ ทำให้ฉันแอบเศร้าๆเหมือนกัน และอยู่ดีๆใจฉันก็คิดได้ว่า

    ‘ฉันชอบวิทยาหรือ’ และฉันคิดต่อว่า ‘ไม่ได้นะ’ ถ้าเราสองคนรักกัน ต้องไม่ดีแน่เลย และขณะที่ฉันกำลังคิดอยู่นั้น เพื่อนร่วมบินของฉันก็ทักขึ้นมา

    “มิน ถึงญี่ปุ่นแล้ว ต้องเปลี่ยนไฟต์”

    “อืม”ฉันพูดได้แค่นั้น แล้วฉันก็ไปพักก่อนที่จะบินกลับไทย และฉันก็รีบกลับบ้านไปพัก พร้อมกับข่าวใหญ่มาก เมื่อฉันมาถึงกรุงเทพมหานครอย่างสวัสดิภาพ


    “วรวิทย์ ลาออกจากวงการ”

    “วงการบันเทิงสะเทือน”

    “ไม่มีข่าวใดดังเท่าข่าวนี้อีกแล้ว เมื่อวรวิทย์ขอทำตามฝัน”

    “วรวิทย์ทำตามฝันที่เป็นนักบิน”

    “เสียดาย วงการบันเทิง”

    “วรวิทย์ ออก เศร้า สะเทือนทั้งวงการ”


         ฉันอ่านข่าวนี้อยู่ตั้งนาน วรวิทย์ฝันอยากเป็นนักบินหรือ ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ย และวันนี้ วรวิทย์ก็ตัดสินใจออกจากวงการบันเทิงอย่างกระทันหัน อย่างที่เขาบอก หรือว่า เขาได้เป็นนักบินแล้วนะ ฉันค่อนข้างสับสน และใจฉันไปคิดถึงที่วิทยาบอกว่า “เขาไม่มีฝาแฝด” หรือว่า “แต่คงเป็นไปไม่ได้มั่ง” ฉันสับสนกับตัวเองอยู่นาน ก่อนที่ฉันตัดสินใจไปซื้อของเยี่ยมไข้ แต่สรุปว่า วันเสาร์ฉันก็ไปไม่ได้ เพราะมีเพื่อนมาขอแลกเวรให้ฉันบินระยะสั้น ซึ่งฉันก็ไปบินให้ ด้วยความกระวนกระวายใจ อย่างบอกไม่ถูก และเมื่อถึงวันอาทิตย์ ฉันก็ตัดสินใจรีบไปเยี่ยมไข้วิทยา


    “รุ่นพี่ ทำไม ถึงอยู่บ้านเดียวกับวิทยาล่ะค่ะ”ฉันถามเมื่อเจอรุ่นพี่ที่เคยแอบรัก เคยเขียนโปสการ์ดและจดหมายถึง เมื่อครั้งวัยรุ่น

    “พี่มาเยี่ยมญาตินะ”รุ่นพี่บอก

    “งั้นหรือคะ”ฉันบอก และรุ่นพี่เปิดประตูบ้านให้ฉันเข้าไป และฉันเข้าไป ก็พบว่า วิทยากำลังนอนอยู่ที่เตียงเดย์เบด 

    “วิทย์ ฉันเอาของมาเยี่ยม”ฉันพูด

    “ขอบคุณครับ พี่ออกไปก่อนได้ไหมครับ”วิทยาบอก

    “ได้สิ”รุ่นพี่บอก

    “ผมมีเรื่องบางอย่างอยากบอกคุณครับ”วิทยาบอก

    “อะไรหรือ”ฉันรู้สึกแปลกยังไงชอบกล

    “ผม”วิทยาพูดอย่างตะกุกตะกัก และบอกต่อว่า

    “ผมคือวรวิทย์ครับ”วิทยาบอก

    “เอ๊ะ ฉันไม่เข้าใจ”ฉันงง

    “วิทยากับวรวิทย์คือคนเดียวกันครับ”วิทยาบอก

    “…”ฉันอึ้ง

    “ผมแอบชอบคุณจากโปสการ์ดและจดหมายที่คุณเขียนถึงรุ่นพี่”วรวิทย์บอก

    “หา คุณอ่าน”ฉันถาม

    “ครับ”วรวิทย์พูดและยื่นกล่องที่เคยอยู่ในห้องฉันให้ เมื่อฉันเห็นกล่องนั้นที่ฉันรู้ว่า ภายในคือจดหมาย แต่ฉันไม่ได้สังเกตดีๆ คราวนี้ เมื่อมาสังเกตดีๆ ฉันก็พบว่า นั้นคือจดหมายที่และโปสการ์ดที่ฉันเขียนถึงรุ่นพี่

    “ผมรักคุณจริงๆครับ”วรวิทย์บอก

    “ฉันไม่รู้จะพูดยังไงเลยค่ะ”ฉันพูด

    “คุณค่อยๆตอบก็ได้ครับ”วรวิทย์บอก

    “ค่ะ”ฉันสับสนไปหมดเลย และไม่คิดว่า เรื่องราวจะเป็นแบบนี้ และฉันก็สับสนใจอย่างบอกไม่ถูก และฉันตัดสินใจลาเขาไปก่อน แต่ก่อนที่จะลากัน เขาหยิบตุ๊กตาหมีขาวจากออสเตรียมาให้ฉัน และฉันก็ตัดสินใจเดินทางกลับบ้านพร้อมเจ้าหมีขาว


         วันรุ่งขึ้น ฉันมาทำงานด้วยความรู้สึกแบบอธิบายไม่ถูกอยู่ดี และฉันเจอเต้ และเต้บอกฉันว่า

    “พี่รู้ยัง วิทยาคือวรวิทย์”

    “พี่รู้แล้ว”ฉันพูด

    “ผมงงไปหมด”เต้บอก

    “อืม พี่ก็งง”ฉันพูด และเต้จับไหล่ฉันก่อนบอกว่า

    “ผมเอาใจช่วย”

    “ช่วยเรื่อง”ฉันถาม

    “รักของพี่กับวิทย์ไง”เต้บอก

    “มันเป็นไปไม่ได้หรอก”ฉันบอก

    “ทำไมจะเป็นไปไม่ได้”เต้บอก 

    “เขาไม่ใช่ดาราแล้วนะ พี่ และเขาก็รักพี่”

    “จริง แก หาผู้ชายแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ”มุกมาจากไหนก็ไม่รู้มาบอก

    “อย่าเล่นตัว แก”มุกพูดต่อ

    “อืม”ฉันก็เริ่มคิดจริงจังสักทีว่า ชีวิตฉันควรจะลองเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ดูบ้าง และฉันจะทดลองคบกับวรวิทย์ดูว่า “รักของเราจะเป็นแบบไหน”


         เมื่อฉันเดินเข้าไปประจำที่นักบิน วรวิทย์บอกรักฉันต่อหน้าหลายคน และฉันตัดสินใจบอกรักเขาไป ก่อนที่เขาจะประกาศแต่งงาน ทำให้ฉันเหวออย่างบอกไม่ถูก แต่ฉันก็ตัดสินใจ “ขบวนสุดท้ายของฉัน ตกลงก็ตกลง” ฉันตัดสินใจ ตกลงแต่งงานกับวรวิทย์ 


         วรวิทย์บอกกับฉันว่า “เราแต่งงานคู่กับรุ่นพี่ที่เขาเคารพ ตอนเป็นตำรวจ อย่างทัศนัยและขวัญไหม” ซึ่งฉันก็ตามเขา และเราทั้งสองก็เริ่มต้นชีวิตรักครั้งนี้อย่างแท้จริงว่า หลังแต่งงานจะเป็นอย่างไรต่อ แต่ฉันก็แอบคิดว่า “รักครั้งนี้ไม่หลอกนะ เป็นรักแท้แน่ๆ” และวรวิทย์ก็ค่อยบอกความลับกับฉันอีกอย่างว่า

    “ผมขอร้องให้รุ่นพี่บอกว่า ผมชื่อวิทยา”

    ‘ต้มฉันซะเปื่อย ฝากไว้ก่อนเถิด เพราะยังไงก็คงเอาคืนได้ทั้งชีวิต’ฉันคิด



  •      อย่างไรก็ตาม คุณรักครั้งนี้ ก็มาบอกกับฉันได้ค่ะว่า เรื่องราวนี้จบลงเป็นอย่างไรบ้าง และอยากให้ฉันแก้ไขตรงไหนก็บอกกับฉันมาค่ะ และฉันขอตอบคุณรักครั้งนี้ ที่ว่า เรื่องนี้ ทำไม สั้นจัง เพราะเป็นความต้องการล้วนๆของฉันนี้ล่ะค่ะ ไม่มีอะไรมากกว่านี้ เพราะฉันอยากลดตอนให้เหลือจากเรื่องแรกที่มี 7 ตอน เป็นเรื่องที่สองที่มี 5 ตอนและเรื่องที่สามมีแค่ 3 ตอน เพื่อให้ตรงกับหมายเลข 3 ค่ะ


    “รักครั้งนี้ ไม่มีทาง ที่จะหลอก

    คลื่นระลอก ครั้งนี้นั้น กว่าไหนๆ

    แต่เมื่อรัก ก็จะทน อยู่เรื่อยไป

    ชีวิตได้ รักกันนั้น เป็นเรื่องจริง”


    .. ฉันขอบคุณที่คุณรักครั้งนี้ตั้งใจอ่าน และยังไง ฉันตอบข้อสงสัยของคุณรักครั้งนี้เรียบร้อยแล้วค่ะ และฉันหวังว่า คุณรักครั้งนี้อ่านเสร็จก็คงจะสนุกตามเรื่องราวที่ฉันตั้งใจเขียนให้จบในครั้งนี้ค่ะ


    จาก บุษยมน


    LOOK A BREATHE




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in