เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Look a Breathenimon
#377 ผม แมว และการเดินทางของเรา (The Travelling Cat Chronicles)


  • “เมื่อเราเสี่ยงทายได้ใบนี้

    เราพบชีวิตที่ดีงาม”


    รูปภาพนี้ เมื่อเราจับเซียมซีได้เบอร์ที่ ๓


    “ถึงความตาย ไม่ใช่ การจากลา

    เพียงแค่ว่า เดินทาง จากเดิมมา

    ชีวิตลา ที่เก่า ไปใหม่หนา

    เดินทางมา พบเห็น ความจริงเอย”


    รูปภาพนี้ หนังสือเล่มแรกที่ทำให้นักเขียนมีชื่อเสียงคือ ชิโอะ โนะ มาจิ


         ในครั้งแรก เราตัดสินใจดูภาพยนตร์ก่อน และพบว่า เป็นเรื่องราวที่ซึ้งและเข้าถึงความหมายของชีวิตอย่างมาก ทำให้เราเข้าใจตัวตนของเรามากขึ้น และเข้าใจว่า ความตายไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว ซึ่งเรามารู้ทีหลังว่า มีหนังสืออีกด้วย ทำให้เราตัดสินใจไปซื้อมาอ่าน และพบว่า หนังสือของนักเขียนท่านนี้ก็มีความซึ้งกินใจไม่ต่างกัน


    รูปภาพนี้ นักเขียนท่านนี้ที่ชื่อว่า ฮิโระ อะริคะวะ



         นักเขียนท่านนี้มีงานเขียนมากมาย แต่งานเขียนเล่มนี้ที่อยู่ในมือเราเป็นงานเขียนที่ทำให้เรารู้สึกเข้าใจตัวเอกอย่าง “ซาโตรุ” อย่างมาก เหตุผลเพราะอะไรงั้นหรือ ก็เพราะว่า


    “ชีวิตในเรื่องของซาโตรุไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบเลย

    แต่ชีวิตของซาโตรุกลับสมบูรณ์แบบ

    ในความทรงจำของคนอื่น”


         และความตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว เพราะเพียงแค่คนๆนั้นได้จากโลกนี้ไปอยู่อีกโลกหนึ่งเท่านั้นเอง แถมคนตายเหล่านั้นก็ไม่ได้จากไปไหน เพราะคนตายอย่าง “ซาโตรุ” อยู่ในความทรงจำของทุกคนตลอดไป


    รูปภาพนี้ หนังสือของสำนักพิมพ์ Maxx Publishing


    “ฉันจะเป็นแมวของซาโตรุคนเดียวเท่านั้น”


    เล่าเรื่องหนังสือสู่กันฟัง (แบบย่อค่ะ)


    รูปภาพนี้ หนังสือรูปเล่มที่เป็นภาษาอังกฤษ


         ในเรื่องราวหนังสือ ทุกคนจะเป็นคนที่เล่าถึงเรื่องราวของตัวเองที่มีต่อ “ซาโตรุ มิยาวากิ” ไม่ว่าจะคนหรือแมวที่ทำหน้าที่เล่าว่า แต่ละคนมีความรู้สึกต่อซาโตรุอย่างไร และซาโตรุในความทรงจำของทุกคน คือ คนที่มองโลกในแง่ดี มีความเข้าใจ รักเพื่อน เสียสละ และยอมรับทุกอย่างอย่างจริงใจ


         ซาโตรุพบกับนานะโดยบังเอิญ และได้ช่วยเหลือนานะจากอุบัติเหตุรถชน จึงทำให้นานะมาอยู่กับซาโตรุเป็นเวลาถึง 5 ปี และอยู่ดีๆ วันหนึ่ง ซาโตรุตัดสินใจพานานะออกเดินทาง เพื่อจะไปค้นหาบ้านใหม่ให้กับนานะ


         ซาโตรุพานานะไปหาโคทาโร่ เพื่อนสมัยประถม โคทาโร่พูดกับซาโตรุว่า นานะเหมือนฮาจิ แมวที่โคทาโร่เจอแต่ไม่ได้เลี้ยง และซาโตรุพาไปเลี้ยง ซึ่งโคทาโร่คิดว่า จะเอานานะมาเป็นตัวแทนฮาจิและกาวผสานใจในครอบครัว ดังนั้น ซาโตรุตัดสินใจพานานะกลับ เพราะนานะไม่เหมาะกับเป็นตัวแทนของใคร


    รูปภาพนี้ มิตรภาพระหว่างแมวกับซาโตรุ


         ซาโตรุพานานะไปหาโยมิเนะ โยมิเนะคิดถึงซาโตรุว่า เขาเป็นเพื่อนที่ดีมาก เป็นเพื่อนที่ให้กำลังใจในยามที่พ่อแม่หย่าทางกัน เป็นเพื่อนที่ยิ้มให้ในยามเขาเศร้า เป็นเพื่อนที่ทำให้เขามีเพื่อนและไม่แปลกแยก รอยยิ้มและการมองโลกในแง่ดีของซาโตรุเยียวยาจิตใจโยมิเนะ แต่กลายเป็นว่า นานะเข้ากับลูกแมวของโยมิเนะไม่ได้ เพราะเจ้าลูกแมวกลัวนานะมาแย่งความรัก ดังนั้น ซาโตรุพานานะกลับ


         ซาโตรุพานานะไปหาสุกิกับจิอิโกะ แต่เจ้าหมาไม่ยอมรับนานะอีกเช่นกัน เพราะเจ้าแมวที่ชื่อโมโมะบอกว่า เจ้าหมากลัวว่า นานะที่เป็นตัวแทนของมิยาวากิทำให้ทั้งสองเลิกทางกัน เนื่องจากเพราะว่า จิอิโกะเคยชอบมิยาวากิมาก่อน ดังนั้น ซาโตรุเลยพานานะกลับ


         ซาโตรุพานานะไปยังหลุมฝั่งศพของตระกูลมิยาวากิ และในระหว่างทางที่กลับ ซาโตรุพบกับรุ้งกินน้ำและได้คุยกับนานะ ถึงความหวังในชีวิต และสุดท้าย ซาโตรุได้พานานะมาฝากไว้กับน้าสาวของตัวเอง และถึงแม้ซาโตรุจะจากไป แต่ซาโตรุยังอยู่ในความทรงจำของทุกคน จนกระทั่ง นานะได้กล่าวบอกลาว่า "คงถึงเวลาแล้วล่ะ ที่ตัวเองจะไปพบกับซาโตรุเช่นเดียวกัน"



    ส่วนของการเล่าภาพยนตร์ค่ะ


    รูปภาพนี้ ฟุคุชิ โชตะที่รับเล่นบทนี้และเล่นได้ดีสุดๆ

    แบบเราตกหลุมรักสุดๆ น่ารักมาก


         ฟุคุชิ โชตะ ในบทของ “ซาโตรุ” ที่เขาเหมาะสมมาก เพราะเป็นผู้ชายอ่อนโยน ละมุน ยิ้มง่าย เพียงแค่ยิ้มโลกก็สดใส มองโลกในแง่ดี และเมื่อพูดคุย ก็ทำให้เสน่ห์ล้นออกมาอย่างมาก ทำให้เราตกหลุมรักได้อย่างง่าย ซึ่งโชตะทำให้เราเชื่อว่า โชตะเป็นซาโตรุและรักนานะอย่างแท้จริง เปรียบดั่ง “ซาโตรุเชื่อว่า นานะเป็นคนในครอบครัวจริงๆ”


    อดีต


    รูปภาพนี้ วัยเด็กของซาโตรุกับฮาจิ


         โคทาโร่เพื่อนของซาโตรุได้ไปเจอแมวจรจัดตัวหนึ่ง และเขาเรียกซาโตรุไปดู ซาโตรุบอกว่า จะนำแมวไปเลี้ยง แต่โคทาโร่บอกว่า เขาเป็นคนเจอก่อน จะเอาไปเลี้ยง ดังนั้น ซาโตรุให้โคทาโร่เอาไป แต่พ่อแม่โคทาโร่ไม่ยอม ซาโตรุจึงออกอุบายให้โคทาโร่ทำเป็นหนีออกจากบ้าน และทั้งสองหนีมาถึงดาดฟ้า ซึ่งซาโตรุออกอุบายว่า โคทาโร่จะโดดลงมาพร้อมกับแมว ซึ่งโคทาโร่ไม่ยอมและบอกให้ซาโตรุไปเลี้ยง ดังนั้น ซาโตรุของอนุญาตพ่อแม่ และพ่อแม่ก็ยอมให้เลี้ยง


    รูปภาพนี้ กระดาษซับมันของโยจิยะ


         ซาโตรุได้เลี้ยงแมวและตั้งชื่อแมวตัวนี้ว่า ฮาจิ (Hachi = 8 หน้าของมันมีรูปเลขแปด) และเจ้าฮาจินี้เป็นแมวที่ฉลาดมาก มันมักจะปลอบใจคนที่แพ้ และมันก็เป็นกาวผสานใจให้ครอบครัวกลับมาคืนดีกันเวลาที่ทะเลาะกัน วันหนึ่งก่อนที่ซาโตรุจะไปทริปทัศนศึกษา แม่กับซาโตรุทะเลาะกัน และพ่อบอกกับซาโตรุว่า ให้ซื้อกระดาษซับมันของโยจิยะให้กับแม่ เพื่อขอคืนดี ซึ่งวันที่ไปทัศนศึกษา ซาโตรุได้ซื้อเครื่องรางให้พ่อและกำลังจะซื้อโยจินะให้แม่ แต่กลายเป็นว่า คุณครูมาเรียกให้กลับบ้านก่อน



         โคทาโร่ได้ไปซื้อของฝากโยจิยะมาให้ซาโตรุ แต่แล้วก็ดันเห็นซาโตรุเดินไปพร้อมกับอาจารย์ ดังนั้น เมื่อโคทาโร่กลับมาก็พบว่า พ่อแม่ซาโตรุประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ได้ตายทั้งคู่ และโคทาโร่เอากระดาษซับมันของโยจิยะไปให้ซาโตรุ ทำให้ซาโตรุร้องไห้ออกมาในที่สุด และสุดท้าย น้าสาวก็ตัดสินใจพาซาโตรุไปเลี้ยง แต่ฮาจิก็ต้องถูกนำไปให้ญาติห่างๆเลี้ยงแทน


    ปัจจุบัน


    รูปภาพนี้ มิตรภาพระหว่างคนกับแมว


         ซาโตรุได้เจอกับนานะ (Nana = 7 หางของมันมีรูปเลขเจ็ด) โดยบังเอิญและได้ช่วยเหลือนานะจากอุบัติเหตุรถยนต์ เมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งในขณะที่นานะเกิดอุบัติเหตุ นานะคิดถึงซาโตรุและซาโตรุวิ่งมาหานานะและช่วยเหลือแถมร้องไห้ ทำให้นานะรู้สึกว่า ซาโตรุคือครอบครัวของมัน


         ซาโตรุรู้จากหมอว่า ตัวเองเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และกำลังจะตาย ดังนั้น ซาโตรุเลยตัดสินต้องหาบ้านใหม่ให้กับนานะ ซาโตรุคิดถึงเพื่อนที่ดีหลากหลายในชีวิต


    โคทาโร่


    รูปภาพนี้ มิตรภาพระหว่างโคทาโร่กับซาโตรุ


         ซาโตรุนึกถึงโคทาโร่ และโคทาโร่อยากรับนานะมาเพื่อเป็นกาวใจผสานครอบครัวของเขาที่แตกแยก เพราะเมียของเขาเข้ากับพ่อไม่ได้ และหลังจากลูกตาย เมียเขาก็ไม่คุยกับเขาอีกเลย แต่พอส่งเรื่องนานะไป เมียเขาถึงยอมคุย และเมื่อเขาได้คุยกับโคทาโร่ เขาคิดได้ขึ้นว่า “ชีวิตของเขา เขาต้องเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเขาเอง เขาจะเลี้ยงแมวและกล้าขัดพ่อเขา เพื่อครอบครัวของเขา” ดังนั้น ซาโตรุตัดสินพานานะกลับ เพราะซาโตรุคิดว่า นานะจะเป็นตัวแทนฮาจิอย่างโคทาโร่คิดไม่ได้


    โยมิเนะ


    รูปภาพนี้ มิตรภาพระหว่างโยมิเนะกับซาโตรุ


        ในระหว่างทางที่ ซาโตรุกำลังเดินทางไปหาโยมิเนะ โยมิเนะโทรมาบอกว่า เขาไม่สามารถรับแมวได้แล้ว เพราะเขามีลูกแมวตัวใหม่แล้ว  ดังนั้น ซาโตรุตัดสินใจพาโยมิเนะไปที่อื่นแทน และระหว่างทาง คุณน้าก็โทรมา และซาโตรุบอกว่า ระวังตัวนะ ขับรถปลอดภัย ส่วนซาโตรุบอกว่า ตัวเองอยู่ที่ฟุจิ และถ่ายรูปให้คุณน้าดู


    สุกิและจิคาโกะ


    รูปภาพนี้ มิตรภาพระหว่างสุกิและจิคะโกะกับซาโตรุ


          ซาโตรุแอบรักจิคาโกะ เพราะจิคาโกะเป็นผู้หญิงที่ร่าเริง แจ่มใส ยิ้มแย้ม และน่ารัก และซาโตรุมีความสงสัยว่า สุกิน่าจะชอบจิคาโกะเช่นเดียวกัน และวันหนึ่ง ซาโตรุได้รู้ว่า จิคาโกะรักสัตว์มากจากที่ทั้งสามคนได้เข้าไปช่วยเหลือหมาจรตัวหนึ่ง วันหนึ่ง ซาโตรุหางานพิเศษเพื่อจะได้ซื้อตั๋วไปหาฮาจิ แต่แล้ววันหนึ่ง ทางญาติโทรมาว่า ฮาจิตายแล้ว เมื่อจิคาโกะรู้ความจริง ก็ปลอบซาโตรุและบอกให้ซาโตรุต้องไปหาฮาจิให้ได้

         ซาโตรุตัดสินใจไปหาฮาจิและซื้อของโยจิยะมาฝาก ทำให้สุกิเห็นว่า จิคาโกะก็รักซาโตรุเช่นกัน ด้วยความอิจฉา ดังนั้น สุกิตัดสินใจบอกกับซาโตรุว่า เขารักจิคาโกะ ทำให้ซาโตรุยอมถอยให้ และเมื่อมาถึงวันนี้ วันที่ซาโตรุจะมาฝากแมว ก็ทำให้สุกิกลัวว่า ถ่านไฟเก่าจะครุ 


    รูปภาพนี้ ความน่ารักของสุกิกับจิคาโกะ


         เจ้าหมาบ้านสุกิรู้ว่า นายตัวเองไม่สบายใจก็เลยไม่ต้อนรับนานะ ส่วนเจ้าแมวโมโมะก็เข้าใจว่า เพราะรักครั้งเก่าทำให้เจ้าหมาไม่ยอมรับ และเรื่องเล่า ทำให้นานะเข้าใจ ซึ่งเมื่อนานะอยู่ไม่ได้ ทำให้ซาโตรุต้องพานานะกลับไป และก่อนไป ซาโตรุตัดสินใจสารภาพรักกับจิคาโกะ แต่จิคาโกะก็บอกว่า มาบอกอะไรตอนนี้ และยิ้มให้ ก่อนที่จะทำให้ซาโตรุเข้าใจว่า ทั้งคู่รักกันแต่สายไปแล้ว


    โนริโกะ


    รูปภาพนี้ ความรักระหว่างโนริโกะกับซาโตรุ


         ซาโตรุตัดสินใจพานานะไปไหว้ศพที่สุสานและเห็นรุ้งกินน้ำ ซาโตรุบอกกับนานะว่า นานะเปรียบเหมือนรุ้งกินน้ำ ซึ่งก็คือ หมายความว่า นานะเป็นทั้งครอบครัวและความหวังของการดำเนินชีวิตของซาโตรุ 


         ซาโตรุตัดสินใจพานานะกลับมาหาน้าโนริโกะ คุณน้าตัดสินใจขอโทษซาโตรุที่ดันบอกความจริงกับซาโตรุตั้งแต่เด็กไปว่า ตัวเขาไม่ใช่ลูกแท้ๆของคนในบ้านนี้ และพ่อแม่ของซาโตรุที่แท้จริงทิ้งซาโตรุในถังขยะ แต่ซาโตรุกับบอกกับโนริโกะว่า “เขาดีใจมากที่โนริโกะพูดความจริง เพราะทำให้เขารู้ว่า เขาเป็นคนโชคดีมาก เพราะพ่อแม่ไม่แท้เลี้ยงเขาเหมือกับลูก และเขาดีใจที่ได้อยู่กับโนริโกะ”


    รูปภาพนี้ โนริโกะที่เล่นโดยยูโกะ ทาเกะอุจิ


         ซาโตรุได้บอกลานานะในวันที่ตัวเองต้องไปอยู่โรงพยาบาลและบอกให้นานะเป็นแมวที่ดี แต่ความจริง นานะรู้อยู่แล้วจากเจ้าหมาบ้านสุกิว่า ซาโตรุกำลังจะตาย ทำให้นานะเสียใจมาก


         เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลตัดสินใจให้พานานะมาได้ โดยให้อยู่ที่สวนที่โรงพยาบาล และสุดท้าย เจ้านานะก็ตัดสินใจหนีจากโนริโกะมาเป็นแมวจรจัด เพื่อจะได้เจอกับซาโตรุ และเมื่อถึงวันที่ซาโตรุลาจาก นานะรีบมาขุ้ยประตู และโนริโกะก็ตัดสินใจมาเปิดประตูและพานานะมาหาซาโตรุ ก่อนซาโตรุจะกล่าวขอบคุณและตายในที่สุด ซึ่งหลังตาย ทุกคนก็มาพูดถึงซาโตรุที่อยู่ในความทรงจำของทุกคน ก่อนที่นานะคิดว่า สักวันคงได้เจอกันในที่หนึ่ง


    รูปภาพนี้ ซาโตรุตอนไม่สบายที่อยู่กับนานะ


         “เมื่อเราดูจบ เราพบว่า เราร้องไห้อย่างหนักมาก คือ เรารู้สึกสงสารชีวิตของซาโตรุมาก ชีวิตของซาโตรุที่ถูกถ่ายทอดโดยโชตะ ทำให้เราเชื่อว่า มันดูเหมือนมีแต่ความเศร้า พ่อแม่เสีย ไม่ได้รักกับคนที่รัก แถมตอนตายจากไปในช่วงอายุน้อย แต่ทำไมไม่รู้ เรารู้สึกประทับใจ


         สิ่งที่เราประทับใจในการที่ซาโตรุที่เล่นโดยโชตะไม่เคยคิดว่า ชีวิตตัวเองไม่สมบูรณ์แบบ แต่กลับคิดว่า ชีวิตตัวเองมีพร้อมหมดแล้ว เขารักในมิตรภาพ รักในครอบครัว และเขายิ้มรับความทุกข์ทุกอย่างในตัวเอง และอยากให้ทุกคนจดจำเขาในความสุขที่มีร่วมกัน


         ซึ่งโชตะสามารถถ่ายทอด ทำให้มั่นใจว่า รอยยิ้มของซาโตรุ ความดีและความเสียสละของซาโตรุ กำลังใจของซาโตรุ อยู่ในความทรงจำของทุกคนจริงๆ และทุกคนพูดถึงซาโตรุในความสุขจริง”


    รูปภาพนี้ ความจริงของความสุข


    “ซาโตรุมีความสุขใช่ไหม”

    โนริโกะถามซาโตรุในใจ


         ทุกคนมั่นใจว่า ซาโตรุมีความสุข เพราะซาโตรุเข้าใจและยอมรับว่า ชีวิตของตัวเองกำลังจะจากไป และซาโตรุไม่ได้กลัวในความตายนั้น แต่แค่กังวลว่า “นานะที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวจะอยู่อย่างมีความสุข”



         ซึ่งเมื่อซาโตรุรู้แล้วว่า นานะมีความสุขและคนที่เขารักทุกคนมีความสุข ซาโตรุก็รู้สึกพอใจแล้ว และเรื่องราวทั้งหมดนี้อาจจะจบลงด้วยน้ำตา แต่แฝงด้วยรอยยิ้มที่ประทับใจในหนึ่งชีวิตที่จากไป ซึ่งตลอดการเดินทางระหว่างนานะกับซาโตรุเป็นการเดินทางของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นระยะทางสั้นหรือระยะทางยาว ถือว่าเป็นการเดินทางชีวิตที่สำคัญมาก เพราะทำให้เรารู้ว่า ชีวิตของเราแต่ละคนมีคุณค่าแค่ไหน และเรื่องราวทั้งหมดนี้สอนให้รู้ว่า


    “ชีวิตของคนเราที่จากไปทุกคนก็ลงสู่ดิน

    แต่ชีวิตของคนเราไม่ได้สูญหายไปกับดิน

    เพราะคนที่ตายทุกคนอยู่ในความทรงจำ

    ของคนที่มีชีวิตอยู่เสมอ”


    Look A Breathe

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in