เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Look a Breathenimon
#343 แมวฉันอยู่บนสวรรค์ (หลิว ตีชวน)


  •      ครั้งแรก เราไม่อยากหยิบเล่มนี้มาอ่านเท่าไหร่ เพราะเราคิดว่า จะถูกหลอกเหมือนหลายๆเล่มที่ไม่ได้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับแมว แต่เป็นเรื่องราวที่นำแมวมาเป็นสัญลักษณ์อีก



    รูปภาพนี้ พออ่านเล่มนี้จบแล้วพบว่า


         เมื่อเราได้เริ่มต้นอ่านและกลับพบว่า ทำไม เราหยิบมาอ่านช้าจัง เพราะเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับแมวจริงๆ และเป็นเรื่องราวในมุมของแมวที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน และไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นเรื่องราวสุขปนทุกข์ ซึ้งปนเศร้า และหลากหลายความรู้สึกที่ไม่สามารถเอื้อนเอ่ยออกมาได้ หรือบางครั้งก็รู้สึกเจ็บปวดแทนความรู้สึกแมวทั้งหลาย จนน้ำตาไหลซึมออกมาทีเดียว


    “ชีวิตของแมวปักกิ่งที่โลดเเล่นอยู่ในวิถีชีวิตของมัน

    ก็สามารถเปรียบได้กับ

    จิตใจของมนุษย์ที่กระทบคลื่นฝั่ง”


    รูปภาพนี้ ความเป็นจริงของแมว


         ครอบครัวหลักนี้ ประกอบด้วย พ่อ แม่และลูก ซึ่งรักแมวมากๆ ได้พาแมวมาเลี้ยง ต้องพรากจากกันด้วยว่า แมวตายไปบ้าง และ แมวหายไปบ้าง แต่สุดท้าย ความทรงจำที่เกี่ยวกับแมวก็ยังมีอยู่ และไม่เพียงเท่านั้นยังมีการเล่าถึงเรื่องราวของคนอื่นที่เกี่ยวกับแมวอีกด้วย


    “ความรักที่แมวมอบให้แก่เราคือความรักที่บริสุทธิ์” 


    เปรียบดั่ง

    “ไม่มีรักใดเท่ารักของแมว

    ที่ให้แล้วก็ไม่เคยขอคืนมา

    ขอเพียงแค่ให้ลมหายใจทุกเวลา

    เจ้าแมวพาความฝันกลายเป็นจริง”



    รูปภาพนี้ ความรักคืออะไร

    (ความรักของผมที่มอบให้ทุกคนคือ รักบริสุทธิ์)


         แมวที่บ้านนี้มีหลายตัว แต่ตัวที่จะขอพูดถึงก็คือ อาไต อาไตเป็นราชาของแมว มันดูแลปกครองแมวได้อย่างเอาใจใส่และรับฟังแมวทุกตัว แถมยังช่วยเหลือเจ้าของดูแลบ้านด้วย แต่มันแก่ชราภาพแล้ว ดังนั้น เมื่อถึงเวลาของมันที่ปวดฟันและตอนนั้นยังไม่มีทางรักษา มันจึงถึงแก่ความตาย หลังจากมันตาย เจ้าของก็เสียใจมาก แต่เจ้าของได้เลี้ยงแมวอีกหลายตัว ซึ่งมีทั้งตายจากและพรากจากกันอีก



         แต่มีเรื่องราวหนึ่งที่สุดแสนจะพิศวงคือ พ่อของเจ้าของเรื่องได้ป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หาย และเจ้าแมวชอบเหมือนทำเป็นคุยเล่นอะไรกับใครอยู่ก็ไม่รู้ และแถมยังชอบทำเป็นเหมือนมองแบบมีลางบอกเหตุ ในขณะที่พ่อป่วย แมวดันไม่สบายด้วย ดังนั้น ลูกพาแมวตัวนี้ไปหาหมอก็พบว่า ตาเกือบบอด และไม่มีทางรักษา แต่แล้ววันหนึ่ง แม่ตัดสินใจพาร่างทรงมา และพบว่า พ่อไปหยิบของอะไรไม่ดีเข้าบ้าน ร่างทรงบอกว่า ให้พ่อเอาไปทิ้ง แล้วพอหลังจากพ่อเอาไปทิ้ง ทั้งพ่อและแมวก็หายดีปกติและแมวก็เลิกคุยอะไรกับใครก็ไม่รู้อีกต่อไป


    “เราแอบคิดนะว่า แมวติดต่อกับวิญญาณได้หรือเปล่า

    และเนื่องจากแมวรักเจ้าของมาก

    แมวดูดเรื่องไม่ดีของเจ้าของมาเข้าตัว”



    รูปภาพนี้ ฆ่าพวกเราทำไม

    (พวกเราไม่เคยทำอะไรผิดเลย ฆ่าพวกเราเพื่ออะไร)


         ไม่เพียงเท่านั้น ทั้งแม่และพ่อก็รักแมวมาก มีลูกแมวตัวหนึ่ง ที่พ่อนำมันมา แต่กลับอยู่ได้ไม่นาน มันก็ตาย เพราะเนื่องจากว่า ตอนนั้น พ่อและลูกยังไม่รู้วิธีของการเลี้ยงลูกแมว 



         แล้วในวันหนึ่ง แม่ได้เล่าความทรงจำเรื่องหนึ่งที่นำมาสู่ความเศร้าที่สะเทือนใจก็คือ "แมวชื่อดอกไม้ กับลุงจาง" ช่วงนั้นมีปฏิวัติจากกลุ่มแดง พวกเขามีแนวคิดจะกำจัดแมวให้หมดไปจากโลกนี้ ลูกสาวของลุงจางเป็นพวกหัวแดง แต่ลุงจางไม่เข้าข้าง ลุงจางถูกทำร้ายจากกลุ่มปฏิวัติ จนเกือบตาย ซึ่งลุงจางได้ตัดสินใจไปหาป้าตี๋ที่เป็นเพื่อนบ้าน ก่อนที่ลุงจางตัดสินใจฆ่าตัวตาย (ไม่แน่ชัด) แต่ยังไม่ตาย ลูกสาวก็ได้ตามมาใช้ขวานฟาดไปอีกทีและฆ่าเจ้าดอกไม้ที่เป็นแมวด้วย



         ไม่เพียงเท่านั้น เหตุการณ์ในครั้งนี้ นำมาสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์แมว โดยที่หัวแดงได้ตามฆ่าลูกของแมวที่ชื่อ ผ้าม่าน แมวของป้าตี๋จนหมดทุกตัว และรวมถึงผ้าม่าน ซึ่งเป็นแม่แมวด้วย แต่ผ้าม่านดันรอดมาได้


    “เรื่องราวที่อ่านมาถึงตอนนี้ 

    คือ เรารู้สึกว่า คนเรานี้ล่ะ โหดเหี้ยมสุดแล้ว

    กล้าฆ่าแม้กระทั่งพ่อตัวเอง 

    แล้วนับประสาอะไรกับแมว ถึงไม่กล้าฆ่า

    และไม่เพียงเท่านั้น ยังถูกล้างสมองอย่างไม่ฉลาดอีกด้วย

    เราอ่านตอนนี้แล้ว ขนลุกสุดๆ ว่า ลูกทำกับพ่อได้ไง

    และเศร้ามากๆที่ฆ่าล้างเผ่าพันธ์แมวทำไม”


    รูปภาพนี้ การให้อภัยทำให้โลกนี้สวยงาม

    (พวกแมวไม่โกรธมนุษย์หรอก เพราะมันเรียนรู้การให้อภัย

    ในขณะที่มนุษย์ดันไม่รู้จัก)


         เมื่อผ้าม่านรอด คุณป้าตี๋ก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง เลยมีการจัดฉลอง แล้ววันหนึ่ง เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ แล้วเจ้าผ้าม่านก็ไปปลุกทุกคน เพื่อให้ทุกคนตื่น แถมยังได้ช่วยเหลือลูกของป้าตี๋ที่เป็นหัวแดงและเป็นคนฆ่ามัน (แต่ไม่ตาย) และลูกของตัวมันเองทั้งหมดอีกด้วย ซึ่งทุกคนทั้งหมดรอดจากเหตุการณ์นี้ โดยที่มันอยากบอกกับคนว่า 


    “ถึงมันเป็นแมว แต่มันมีความซื่อสัตย์

    มีความกตัญญูรู้คุณ และรู้จักให้อภัย

    ถึงสมองแมวจะเล็ก แต่จิตใจของแมวก็ยิ่งใหญ่

    ผิดกับมนุษย์ที่ถือว่า ตัวเองยิ่งใหญ่

    แต่แค่บุญคุณคน ยังไม่รู้จักตอบแทน

    พออ่านถึงตอนนี้ น้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว”



         แมวคือเพื่อนทั้งยามเศร้าใจ ยามเหงาใจ ยามทุกข์ใจ ยามสุขใจ และทุกๆยามที่มีแมวอยู่เคียงข้างนั้น ย่อมเป็นความทรงจำที่วิเศษสุดแล้ว



    “เรารักแมว ถึงแม้ไม่ได้เลี้ยงแมว

    แต่เราเข้าใจความรู้สึกของแมวที่มีต่อคน”


    Look A Breathe 

    (LAB)

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in