เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Look a Breathenimon
Exclusive Review "Perfect World (Movie)"


  •      เราเริ่มดูภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่องนี้จากคำแนะนำของเพื่อนที่เขียนคอมเมนต์มาแนะนำในเพจเราค่ะ ดังนั้น เราถึงเวลา เราตัดสินใจดู


    รูปภาพนี้ ภาพยนตร์เรื่อง Perfect World


          และเราพบว่า มีทั้งซีรีย์และการ์ตูนอีกด้วย ก่อนแรกเราเริ่มต้นดูซีรีย์แล้วทำให้จำได้ว่า เราเคยดูเรื่องนี้มาแล้วนี่เอง ดังนั้น ตัดสินใจมาดูภาพยนตร์เลยดีกว่า แต่ไม่มีซับไทย เราดูซับอังกฤษ บางครั้ง อ่านก็งงๆหน่อย แต่พอจะเข้าใจค่ะ


    “โอกาสที่ดีเกิดจากที่เราเริ่มต้น

    ทำให้ขึ้นมาด้วยตัวเอง”


    รูปภาพนี้ ซีรีย์ญี่ปุ่นเรื่อง Perfect World


         เราขอกล่าวถึงซีรีย์ก่อนที่ดูมานานแล้ว เราขอบอกว่า เราชอบความทุ่มเทของนางเอกที่มีต่อพระเอก ถึงแม้ว่า พระเอกจะพิการก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในความรักของนางเอก ถึงแม้จะมีหลายอุปสรรคเข้ามา นางก็พร้อมที่จะฟันฝ่าไปให้ได้ ส่วนพระเอกก็รักนางเอก แต่ก็เข้าใจพ่อแม่นางเอกด้วย คือ ถึงพยายามแค่ไหน แต่ด้วยความพิการก็ทำให้ไม่สามารถปกป้องนางเอกได้ดีเท่าที่ควร และเรื่องของเพื่อนนางเอกที่แอบชอบนางแต่ก็ยอมถอย เพื่อให้พระนางรักกันอีก



          ซีรีย์จะใส่รายละเอียดได้มากกว่าภาพยนตร์ ตรงไม่ว่า เพื่อนร่วมงานที่ดี ที่เข้าใจและให้โอกาสคนพิการ ซึ่งญี่ปุ่นทำเหมือนคนพิการเป็นคนปกติ ช่วยเหลือยามจำเป็น ความรักของครอบครัวที่เอาใจใส่ดูแลกัน ความรักของมิตรภาพที่มีต่อกัน และความรักหนุ่มสาวที่ไม่ว่า ผ่านไปนานแค่ไหน เมื่อสิ่งนั้นคือรักบริสุทธิ์ ก็ยังขอยืนยันจะรักต่อไป


    “อนาคตจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้

    ขอแค่อยู่ปัจจุบันกับอิทสึกิก็พอ”


    เปรียบดั่ง

    “ทำปัจจุบันนี้ดีที่สุด

    ชีวิตรุดเดินไปข้างหน้า

    มีเรื่องดีหรือร้ายเจอมา

    เพียงไม่ลาท้อถอยก็พบทาง”


    รูปภาพนี้ อิวะตะคุงหรือกันจังเล่นเป็นอิทสึกิ

    (ช่วงนี้ชอบคุณเขามาก พอๆกับไคไคเลย โดยเฉพาะเรื่องนี้

    คุณเขาเล่นเป็นผู้ชายอบอุ่น ใจดี และมีน้ำใจ)


         สึงุมิแอบชอบอิทสึกิมาตั้งแต่สมัยตอนที่ตัวเธอเองเรียนหนังสืออยู่ และเธอเจอกับอิทสึกิตอนที่มายืมหนังสือ ก่อนที่เธอจะแอบไปดูเขาซ่อมบาสเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอตัดสินใจวาดภาพใต้ต้นซากุระเพื่อจะมอบให้อิทสึกิ แต่ก็ไม่ได้มอบให้ ซึ่งภาพนี้ เธอได้รางวัล และอิทสึกิได้ไปดูภาพนั้นด้วย ก็เกิดความประทับใจ


    รูปภาพนี้ ความน่ารักของคู่พระ-นาง


         ผ่านไป 10 ปี ทั้งสองได้มาเจอกันอีกครั้ง และเธอพบว่า อิทสึกิเดินไม่ได้และต้องใช้ชีวิตอยู่ที่รถเข็น ตอนแรก เธอรู้สึกสับสน แต่เมื่อที่เธอคิดถึงรอยยิ้มที่ทำให้โลกสดใสของอิทสึกิ เธอตัดสินใจจะรักอิทสึกิต่อไป


         สึงุมิกับอิทสึกิได้มาทำงานร่วมกันในโปรเจคต์หนึ่ง เธอพบว่า ไม่ว่า อิทสึกิจะป่วยขนาดไหน เขาก็พยายามทำงานต่อไปอย่างไม่ย้อท้อ เพื่อไม่ให้เป็นภาระของคนที่ให้โอกาสเขาและสึงุมิตัดสินใจเข้ามาช่วยเหลือด้วยอีกทาง


    รูปภาพนี้ ภาพบรรยากาศในหนัง


         วันหนึ่งของงานเลี้ยงรุ่น สึงุมิได้เข้าใจว่า อิทสึกิต้องเลิกกับแฟนเก่าเพราะเรื่องที่เขาพิการ และแฟนเก่ามาบอกกับเขาว่า เธอจะแต่งงาน ดังนั้น สึงุมิตัดสินใจพาอิทสึกิไปงานแต่งงานเพื่อจะได้ไม่ติดค้างใจกัน

             

         หลังจากนั้น ทั้งสองก็เจอแมว และอิทสึกิก็พาแมวไปเลี้ยง ในวันหนึ่ง สึงุมิเห็นอิทสึกิกำลังตามหาแมวท่ามกลางฝน เธอได้ไปช่วย ก่อนพูดความจริงว่า เธอรักอิทสึกิ และทั้งสองตัดสินใจคบกัน

            

     

         ครั้งแรกพ่อของสึงุมิไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ และขอร้องให้อิทสึกิเลิกกับสึงุมิหลังจากที่สึงุมิประสบอุบัติเหตุตกรางรถไฟแต่อิทสึกิช่วยไม่ได้ ดังนั้น อิทสึกิตัดสินใจจะไปเที่ยวกับสึงุมิครั้งสุดท้ายก่อนจะเลิกกัน


         แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลังจากที่อิทสึกิบอกเลิกสึงุมิในวันที่นั่งชิงช้าสวรรค์ด้วยกัน สึงุมิไม่มีความสุข และสึงุมิขอร้องพ่อว่า เธอจะไปหาและให้กำลังใจอิทสึกิที่ผ่าตัด หลังจากสึงุมิได้รับโทรศัพท์จากคนดูแลอิทสึกิ พ่อของสึงุมิเลยยอมให้ลูกเลือกเส้นทางตัวเอง ดังนั้น ทั้งสองตัดสินใจแต่งงานกันหลังจากอิทสึกิผ่าตัดสำเร็จ 



         เราชอบฉากที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันมาก ที่ไปเที่ยวด้วยกัน ดูวิวภายใต้ผืนฟ้าเดียวกัน เล่นเครื่องเล่นด้วยกัน เรารู้สึกได้ถึงความอบอุ่น โรแมนติก ความซึ้งปนเศร้าและความประทับใจในรักทั้งสองคน ทำให้เราเพียงดูจนจบก็สุข 


         และเราชอบฉากที่อิทสึกิบอกกับสึงุมิว่า เธอคือโลกที่สมบูรณ์แบบของเขา (สำหรับเราคิดว่า สึงุมิมาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายของอิทสึกิค่ะ เพราะสึงุมิคือผู้หญิงที่เข้าใจ ให้กำลังใจ และไม่ว่าจะมีอุปสรรคแค่ไหนก็อยู่เคียงข้าง)



         และเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้น้ำตาไหล เพราะเราคิดว่า ต้องจบดีแน่ๆเลย คงไม่จบเหมือน "Me Before You" (เรื่องนั้นร้องไห้ในโรงหนังใหญ่ เลย และงอแงกับเพื่อนด้วยว่า ไม่เข้าใจ ทำไม พ่อคุณที่ดูดีขนาดนี้ ต้องตัดสินใจทำแบบนี้ และเพื่อนคิดเหมือนกัน ในเมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว)



    “ซีรีย์ทำออกมาได้เพิ่มเนื้อหามากมาย

    ส่วนภาพยนตร์ทำออกมาได้อบอุ่นใจ

    ใครได้ดูกันแล้ว ก็มาแบ่งปันกันฟังด้วยค่ะ”


    Look A Breathe 

    (LAB)

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in