Look a Breathenimon
#192 อิเหนา


  • “เรื่องราวอีรุงตุงนังไปหมด 

    เพราะเพียงแค่คนๆเดียว คือ อิเหนา”


    วรรณคดีเล่มนี้เป็นวรรณคดีที่ทรงคุณค่าทางสังคม ครอบครัว คู่ครองและตัวเอง 

    โดยอ่านร้อยกรองอย่างสวยงาม


    และหากเพื่อนๆอยากอ่านแต่หาซื้อไม่ได้แล้ว

    โปรดคลิกที่นี้ค่ะ เพื่ออ่านได้เลยค่ะ


    จากที่อ่านผ่านหนังสือเลาะวัง

    (เรื่องเล่าคราวก่อน) มีกล่าวว่า

    ในหลวงรัชกาลที่ ๒ เปรียบเทียบ 

    เจ้าฟ้าบุญรอดเป็นจินตะหราวาตี

    เพราะถึงแม้ถวายยศแล้วท่านก็ไม่กลับมาหาอีก

    และเจ้าฟ้ากุณฑลเป็นบุษบา


    เรื่องนี้ก็น่าสมจริงอยู่มาก


    -1-

    อิเหนาพบรักจินตะหราวาตี


    พ่อของอิเหนาต้องการให้อิเหนาแต่งงานกับบุษบา แต่อิเหนากลับไม่อยากแต่งงานกับบุษบา วันหนึ่งอิเหนาไปหาญาติและพบกับจินตะหราวาตีแล้วแอบหลงรัก เลยไม่ยอมกลับเมืองไปแต่งงานกับบุษบา

    ส่วนบุษบา มีคนมาแอบเขียนภาพวาดบุษบาและภาพนั้นลอยไปยังที่ๆจรกาอยู่ ซึ่งจรกาถูกบรรยาว่ารูปลักษณ์น่าเกลียด และจรกาแอบหลงรัก และก่อสงครามกัน ดังนั้น พ่อของอิเหนาเรียกให้อิเหนากลับมาช่วยทำศึก



    อิเหนาลาจินตะหราวาตีไปทำศึก แต่นางกลับตัดพ้อ เพราะกลัวว่า เดี๋ยวอิเหนาจะไปหลงรักบุษบาดุจผู้ชายหลายคนที่หลงรักนางบุษบา โดยมีใจความว่า


    “แล้วว่าอนิจจาความรัก 

    พึ่งประจักษ์ดั่งสายน้ำไหล

    ตั้งแต่จะเชี่ยวเป็นเกลียวไป 

    ที่ไหนเลยจะไหลกลับคืนมา

    สตรีใดในพิภพจบแดน 

    ไม่มีใครได้แค้นเหมือนอกข้า

    ด้วยใฝ่รักให้เกินพักตรา 

    จะมีแต่เวทนาเป็นเนืองนิตย์

    โอ้ว่าน่าเสียดายตัวนัก 

    เพราะเชื่อลิ้นหลงรักจึงช้ำจิต

    จะออกชื่อลือทั่วไปทั่วทิศ 

    เมื่อพลั้งคิดผิดแล้วจะโทษใคร”


    ส่วนอิเหนาพยายามพูดคำปลอบใจ โดยบอกว่า ตนจะจากไปไม่นาน เดี๋ยวก็กลับมาหา ซึ่งเป็นคำพูดปากหวานของผู้ชายที่ทำให้ผู้หญิงหลงเชื่อ และจินตะหราวาตีก็หลงเชื่อ จนยอมให้ไป และไม่เพียงเท่านั้นขอฝากเมียรักอีก ๒ คนไว้ด้วยอีก ซึ่งจินตะหราวาตีก็รับปากว่าจะดูแลเป็นอย่างดี


    -2-

    ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง


    เมื่ออิเหนาได้มาช่วยเหลือเรื่องรบและได้พบเจอบุษบา ทำให้อดที่จะหลงรักบุษบาไม่ได้เพราะความงามที่ใครๆเห็นก็ต้องตกตะลึง แต่คราวนี้ บุษบาเล่นตัว ถึงแม้จะชอบเพราะรูปงาม แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้ ว่า ถ้าตัวเองไม่ทิ้งเธอไป เธอคงไม่ต้องมาประสบพบกรรมเฉกเช่นนี้ ที่มีผู้ชายมาทำศึกแย่งชิง



    หลังจากนั้น อิเหนาเริ่มจากใช้สียะตราเป็นสื่อรัก  เผาเมืองดาหาระหว่างพิธีอภิเษกแล้วใส่ความจรกาว่าเป็นคนเผา  อิเหนาได้ปลอมตัวเป็นจรกาลักบุษบาไปไว้ที่ถ้ำทอง  และอิเหนาจึงได้บุษบามาครองสมใจ

    ดุจดั่งคำกลอนที่กล่าวว่า


    “เมื่อนั้น 

    พระสุริย์วงศ์เทวัญอันสูงส่ง

    เนาในถ้ำสุวรรณบรรจง 

    กับโฉมยงนงนุชบุษบา

    แสนกระสันบันเทิงเริงจิต 

    ถ้อยทีถ้อยคิดเสน่หา

    แต่คลึงเคล้าเฝ้าชมภิรมยา 

    ไม่นิราศคลาดคลาสักนาที

    เอนองค์อิงแอบแนบนาง 

    แนบปรางปรีดิ์เปรมเกษมศรี

    เชยทรวงดวงปทุมมาลี 

    นางทำทีงามงอนค้อนคม

    พระแย้มยิ้มพริ้มเพราเย้าหยอก 

    สัพยอกยียวนสรวลสม

    พักตร์เจ้าเศร้าสลดอดบรรทม 

    พี่จะกล่อมเอวกลมให้นิทราฯ”


    เมื่อนั้น บุษบาตื่นขึ้นมาเห็นอิเหนาทำเศร้าเพราะจริงๆอิเหนาเศร้าเพราะฝันร้าย แต่บุษบากลับไม่พอใจที่คิดว่า คิดถึงจินตะหราวาตี แต่พอรู้ว่าฝันร้าย ก็เป็นกังวล และอิเหนาบอกให้บุษบารอที่นี้ เพราะว่า ตัวเองจะไปแก้สงสัยในความฝันครั้งนี้


    -3-

    คำสาปให้ทั้งสองพลัดพราก


      ในระหว่างที่อิเหนาไปแก้สงสัยที่เมืองดาหา  องค์ปะตาระกาหลาโกรธอิเหนาที่ก่อเหตุเดือดร้อนไปทั่ว  จึงดลบันดาลให้ลมหอบบุษบาพรากไปเสีย  


    และให้บุษบาปลอมเป็นชายชื่อมิสาอุณากรรณและมอบกริชให้แล้วไม่เพียงเท่านั้นได้สาปให้อิเหนากับบุษบาจำกันไม่ได้  จนกว่า ๔ กษัตริย์ คือ อิเหนา บุษบา สียะตรา และวิยะดาจะได้อยู่เมืองเดียวกัน



    อุณากรรณพร้อมพี่เลี้ยงทั้ง 2 คน พบท้าวประมอตัน  ท้าวประมอตันจึงรับเลี้ยงอุณากรรณเป็นโอรสบุญธรรม


    อิเหนากลับมาจากแก้สงสัยโดยพาวิยะดามาด้วย และเมื่อมาถึงถ้ำ อิเหนาไม่พบบุษบาก็รู้สึกโศกเศร้าเสียใจจนสิ้นสติและตัดสินใจออกตามหาบุษบา โดยปลอมตัวเป็นปันหยีและพาน้องสาวคือวิยะดาไปด้วย โดยเปลี่ยนชื่อเป็นเกนหลงหนึ่งหรัด 


    อิเหนาตามหาบุษบาเป็นเวลาหลายปี ระหว่างทางได้สู้รบกับเมืองน้อยใหญ่และได้เชลยและเครื่องบรรณาการมากมาย อิเหนาตามหาบุษบาทั่วแดนชวา  ข้ามไปยังเกาะมะละกา แล้วจึงกลับมาแดนชวาอีก 


    เมื่อมาถึงเขาปัจจาหงันใกล้เมืองกาหลังจึงบวชเป็นฤษีชื่อกัศมาหราอายัน  เพื่อสะเดาะเคราะห์และขอให้กุศลบันดาลให้พบบุษบา



    องค์ปะตาระกาหลาแนะให้อุณากรรณออกตามหาอิเหนา  อุณากรรณจึงลาท้าวประมอตันไปตามหาชายที่รัก  ระหว่างทางมีเมืองต่าง ๆ ยอมอ่อนน้อม  พร้อมถวายเครื่องราชบรรณาการและโอรสธิดา  อุณากรรณได้พบอิเหนาในรูปฤษีกัศมาหราอายัน  แต่ต่างฝ่ายต่างจำกันไม่ได้เพราะคำสาป


    สังคามาระตาสงสัยว่าอุณากรรณคือบุษบาปลอมตัวมา แต่อิเหนาไม่เชื่อ  พี่เลี้ยงของบุษบาก็คิดว่ากัศมาหราอายันคืออิเหนา  แต่อุณากรรณก็ไม่เชื่อเช่นกัน 

     


    อุณากรรณเข้าเมืองกาหลังและได้รับแต่งตั้งเป็นโอรสบุญธรรม  ต่อมาอิเหนาลาพรตกลับเป็นปันหยีตามเข้าเมืองกาหลัง  ท้าวกาหลังต้อนรับปันหยีเช่นเดียวกับอุณากรรณ


    “ต่างพินิจพิศโฉมอุณากรรณ

    ว่างามดังอสัญแดหวา

    อันบุรุษสุดสิ้นแดนชวา 

    ทั้งในใต้ฟ้าไม่เทียมทัน

    บ้างว่าเปรียบเทวัญนั้นเห็นผิด 

    ดูจริตรูปร่างเหมือนนางสวรรค์

    นวลละอองผ่องพักตร์ผิวพรรณ 

    ดั่งบุหลันวันเพ็ญอำไพ

    ที่พวกชายหนุ่มจำนรรจา 

    ถ้าแม้นหาภรรยาอย่างนี้ได้

    จะอยู่เคล้าเฝ้าชมภิรมย์ใจ 

    มิให้จากห้องสักนาที

    ลางคนบ้างว่าข้าสงสัย 

    จะปลงใจว่าชายก็ใช่ที่

    ครั้นจะหมายมั่นว่าเป็นนารี  

    จะมาไยอย่างนี้ผิดทีนัก

    แล้วก็เที่ยวรบรุกทุกบ้านเมือง 

    ลือเลื่องเรืองฤทธิ์สิทธิศักดิ์

    ชาวบุรีมีจิตคิดรัก 

    พิศพักตร์เสน่หาอาลัย”



    -4-

    เจอกันแต่จำกันไม่ได้


    ท้าวจะมาหรายกทัพมาทำศึกชิงราชธิดาเมืองกาหลัง ปันหยีและอุณากรรณจึงยกทัพไปทำศึก  โดยอุณากรรณฆ่าท้าวจะมาหราตาย  และปันหยีฆ่าท้าวกะปาหลันตาย  


    ท้าวกาหลังจัดงานสมโภชพระราชธิดา  ปันหยีจึงได้พบนางสะการะหนึ่งหรัดและหลงรักนาง  อุณากรรณพยายามกีดกันเพราะคิดว่าปันหยีจะทำให้เสื่อมเสียเกียรติวงศ์เทวา 



    ต่อมาอุณากรรณเกิดเกรงว่าจะมีคนรู้ว่าตนเป็นหญิงจึงลาท้าวกาหลังทำทีจะกลับเมือง  และไปบวชเป็นแอหนังและเรียนรู้วิชาพยากรณ์


    เมื่อสียะตราอายุได้ 15 ปี  ผ่านพิธีโสกันต์แล้ว  เกิดคิดถึงบุษบาและอิเหนา  จึงทำอุบายลาท้าวดาหาออกล่าสัตว์พร้อมพี่เลี้ยง  แล้วปลอมเป็นชาวป่าชื่อย่าหรันวิลิศมาหรา  เที่ยวติดตามหาบุษบาและอิเหนา


    “เห็นรูปทรงอุณรุทธ์นั้น

    จะผิดเพี้ยนย่าหรันก็หาไม่

    รูปอุษานารีที่เขียนไว้ 

    เหมือนเกนหลงกระไรไม่คลาดคลาย

    พระพิโรธโกรธกริ้วคือไฟฟ้า

    นัยนาดังแสงสุริย์ฉาย

    ดูดู๋คนคดประทุษร้าย 

    เย่อหยิ่งหยาบคายเป็นพ้นนัก

    แสนมหาแต่บุตรระตู 

    ยังเกรงกลัวกูไม่หาญหัก

    นี่เป็นกระไรมาจึงฮึกฮัก 

    อ้ายอัปลักษณ์ลูกชายพนาวา

    จะอวดหาญแก่กูนี้ฤๅไร 

    หากเกรงภูวไนยนี้หนักหนา

    แต่วันนี้ไปแม้นมึงมา 

    จะให้ข้ากูไสคอไป”  

    องค์ปะตาระกาหลาแปลงเป็นนกยูงมาล่อย่าหรันไปเมืองกาหลัง  ย่าหรันเข้าเฝ้าท้าวกาหลัง ท้าวกาหลังต้อนรับและเลี้ยงแทนอุณากรรณ  ย่าหรันพบปันหยีแต่จำกันไม่ได้  ส่วนสังคามาระตาจำสียะตราได้แต่ไม่บอกปันหยี  


    ย่าหรันพบนางเกนหลงก็นึกรัก  แต่ปันหยีไม่พอใจ  สังคามาระตาเป็นใจให้ย่าหรันลักนางเกนหลง  สังคามาระตาตามไปบอกปันหยีขณะที่ปันหยีกำลังปีนขึ้นตำหนักนางสะการะหนึ่งหรัดพอดี 

     

    ปันหยีหุนหันไปรบกับย่าหรัน  เมื่อกริชของทั้งสองกระทบกันก็เกิดเปลวไฟ  สังคามาระตาจึงบอกปันหยีว่าน่าจะเป็นด้วยร่วมวงศ์เทวา  ปันหยีหยุดรบและท้าวกาหลังก็มาห้ามด้วย  ปันหยีจึงกลับวังด้วยความเสียใจ  ต่อมาสังคามาระตาไปขอกริชย่าหรันมาให้ปันหยีดูจึงรู้ว่าเป็นสียะตราปลอมมา



    -5-

    กว่าจะได้รักกัน


    ฝ่ายเมืองมะงาดาต้องการสะการะหนึ่งหรัดเป็นมเหสีของน้องชายตน  แต่เกรงฝีมือปันหยีจึงส่งให้คนไปลักปันหยีมา  ปรากฏว่าลักผิดตัวได้ย่าหรันมาแทน  นางดะราหวันบุตรีมะงาดาเห็นย่าหรันแล้วนึกรัก  จึงลอบไปหาย่าหรัน 

     

    ฝ่ายปันหยีให้คนออกตามหาย่าหรัน  ประสันตาไปเที่ยวตามหาย่าหรันไปพบแอหนังซึ่งพยากรณ์ว่าให้ไปตามย่าหรันที่เมืองมะงาดา


    ปันหยีฟังเรื่องของแอหนังแล้วสนใจจึงปลอมเป็นเทวดาลวงนางแอหนังว่าจะพาไปสวรรค์  แต่พานางมาเมืองกาหลัง  อิเหนาได้เห็นกริชที่นางแล้วสำคัญผิดคิดว่านางเป็นเมียอุณากรรณ


    พี่เลี้ยงตามไปพบย่าหรันที่เมืองมะงาดา  และได้พาหนีกลับมาที่เมืองกาหลัง  ย่าหรันจึงพานางดะราหวันมาด้วย  ฝ่ายแอหนังเกรงว่าจะต้องเป็นเมียปันหยีจึงคิดฆ่าตัวตาย  ประสันตาแสร้งทำอุบายเล่นหนังเป็นเรื่องราวของอิเหนาและบุษบา  



    ในที่สุดกษัตริย์ทั้ง ๔ จึงพ้นคำสาปและจำกันได้  ย่าหรันลอบส่งสารไปยังท้าวกุเรปันและท้าวดาหา  เพื่อแจ้งให้ทราบว่าพบอิเหนาและบุษบาแล้ว


    ท้าวกุเรปันและท้าวดาหายกทัพไปยังเมืองกาหลังและจัดการวิวาห์แก่อิเหนา  พร้อมกษัตริย์วงศ์เทวาทั้งหมด  โดยให้จินตะหราวาตีมาร่วมพิธีด้วย อิเหนาได้ชายา 10 องค์  จินตะหราเป็นประไหมสุหรีฝ่ายขวา และบุษบาเป็นประไหมสุหรีฝ่ายซ้าย 


    “ให้ระเด่นจินตะหราวาตี

    เป็นประไหมสุหรีฝ่ายขวา

    อันองค์อะหนะบุษบา 

    เป็นอัครชายาฝ่ายซ้าย

    ระเด่นสการะวาตี 

    มะเดหวีฝ่ายขวาโฉมฉาย

    นางมาหยารัศมีเพริศพราย 

    มะเดหวีฝ่ายซ้ายคู่กัน

    บุษบาวิลิศกัลยา  

    มะโตฝ่ายขวาเฉิดฉัน

    บุษบากันจะหนาลาวัณย์ 

    นั้นเป็นฝ่ายซ้ายเทวี

    ระหนากะระติกาโฉมตรู 

    เป็นลิกูฝ่ายขวามารศรี

    ฝ่ายซ้ายอรสานารี 

    ตามที่ลำดับกันมา

    อันสุหรันกันจาส่าหรี 

    เป็นเหมาหลาหงีฝ่ายขวา

    เบื้องซ้ายนั้นให้กัลยา 

    นางหงยาหยาควรกัน

    ครบที่ซ้ายขวาทั้งสิบองค์ 

    เป็นปิ่นอนงค์สาวสรรค์

    ในราชธานีกุเรปัน 

    ไพร่ฟ้าทั้งนั้นจะเปรมปรีดิ์

    อันระเด่นสุหรานากง 

    จะดำรงสิงหัดส่าหรี

    ให้สการะหนึ่งหรัดเทวี 

    เป็นประไหมสุหรีโสภา

    เอาธิดากษัตริย์ยศยง 

    สี่องค์มาตั้งให้ครบห้า

    ตามประเพณีวงศ์เทวา 

    จงทราบบาทาพระทรงธรรม์ฯ


    เมื่อนั้น 

    องค์ท้าวกาหลังรังสรรค์

    ทั้งอนุชาสิงหัดส่าหรีนั้น 

    บังคมคัลแล้วทูลไปทันใด

    อันระเด่นสียะตราหนึ่งหรัด 

    ผ่านสมบัติดาหากรุงใหญ่

    อะหนะวิยะดาหทรามวัย 

    เป็นประไหมสุหรียุพาพาล

    ตำแหน่งที่มะเดหวีนั้น 

    ดะราหวันผู้ยอดสงสาร

    จินตะหรารัศมีเยามาลย์ 

    เป็นมะโตนงคราญถัดมา

    อันที่ลิกูโฉมยง 

    นั้นองค์จินดาอรสา

    ที่เหมาหลาหงีโสภา 

    รัตนาวาตีทรามวัย

    อันกะหรัดตะปาตีชัยชาญ  

    ผ่านกรุงกาหลังเป็นใหญ่

    บุษบารากาดวงใจ 

    เป็นประไหมสุหรีนงลักษณ์

    ถัดนั้นจัดราชบุตรี 

    กษัตริย์ทั้งสี่มีศักดิ์

    ตั้งเป็นมเหสีที่รัก 

    ครอบครองนักสนมนารีฯ” 


    เมื่อจัดการอภิเษกเสร็จแล้ว  ท้าวกาหลังนำกษัตริย์ทั้งหมดไปทำพิธีแก้บนที่เขาปันจะหรา  ก่อนจะแยกย้ายกันกลับไปเมืองของตน


    “เรื่องราวทั้งหมดของเล่มนี้ 

    จบลงตรงด้วยอุปสรรคน้อยใหญ่ก็ผ่านไปด้วยดี


    แต่อุปสรรคของเราที่ยากสุดคือตัวละครทุกตัวที่จดจำได้โดยยาก

    และปลอมตัวกันไปกันมา ทำให้เราอดสับสนไม่ได้ 

    แต่จะไม่สับสน ก็คือวิธีจดตัวละครออกมา โดยเขียนว่า อิเหนา ปลอมเป็นใครบ้าง บุษบาและคนอื่นๆก็เช่นกัน


    ส่วนการอ่านออกเสียตัวละครแต่ละตัวยาก ทำให้ออกเสียงได้ยากเช่นกัน ดังนั้น ถ้าหากจะให้พูดถึงตัวละครก็ลำบากมากเช่นกัน


    แต่ถ้าให้พูดถึงความสนุกนั้น สนุกแทบวางไม่ลง 

    เอาเป็นว่าไม่ได้หลับ ไม่ได้นอน ลืมกินกันทีเดียว

    เพราะผจญภัยไปเรื่องราวซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ทั้งการกระทำ

    อารมณ์ และเหตุผล กว่าเรื่องราวเรื่องใดในโลกนี้


    และเราปวดหัวกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น

    เพราะผู้ชายคนเดียวอย่างอิเหนา 

    ที่ทำให้เรื่องราวมีอุปสรรคมากมาย”



    5 เหตุผลที่เลือกอ่านหนังสือเล่มนี้


    1. ความรักฉันท์มิตร

    จินตะหราวาตีเป็นเมียเอกแต่ก็ยอมรับปากจะดูและเมียของอิเหนาและทั้งสามคนก็รักกันฉันท์มิตรถึงแม้ว่าจะมีสามีคนเดียวกัน โดยเมตตา กรุณาและช่วยเหลือกันและกันยามสามีไม่อยู่ โดยที่เมื่อเมียเอกรู้แล้วว่า สามีท่าจะกลับมายาก แต่ก็ไม่ได้โวยวายแต่ด้วยประการใด และช่วยเหลือกันฉันท์มิตรต่อไป


    “มิตรภาพจะพบกันเมื่อยามยาก”


    2. ความรักฉันท์ครอบครัว

    เรื่องราวในอิเหนามีการกล่าวถึงครอบครัวเป็นหลักว่า ผู้หญิงไม่สามารถเลือกผู้ชายได้ ต้องเป็นฝ่ายยอมฝ่ายเดียว ส่วนผู้ชายจะเป็นใหญ่ แต่ความรักของพ่อที่มีต่ออิเหนาและต่อบุษบาก็มีอยู่จริง รวมถึงแม่ที่รักบุษบามาก ที่ทำให้กล่าวถึงว่า เป็นครอบครัวสุขสันต์เพราะรักและเข้าใจกัน โดยเรียนรู้การให้อภัยซึ่งกันและกัน

    “ครอบครัวคือสิ่งพื้นฐานที่เราต้องดูแล เพื่อสังคมที่มั่นคง”


    3. ความรักฉันท์คู่ครอง

    เรื่องราวนี้เป็นความรักของชายหนึ่ง หญิงสิบที่ทุกคนก็เป็นคู่ครองของอิเหนาที่ทั้งหล่อ ทั้งมากรัก ปากหวาน แต่ก็ทุกคนสามารถอยู่ด้วยกันได้ โดยที่เคารพซึ่งกันและกัน และเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกันอย่างไม่โกรธเคืองกัน แต่แบ่งรักให้กันและกันอย่างเท่าเทียมกันทีเดียว


    “คู่ครองที่ดีที่อยู่ด้วยกันต้องเรียนรู้และเข้าใจซึ่งกันและกัน”


    4. ความสามัคคี

    เรื่องราวนี้เห็นหลายอย่างของความสามัคคีที่ทั้งอิเหนาและบุษบาที่ปลอมตัวไปช่วยกันสู้ศึก และไม่เพียงเท่านั้นยังจะมีอีกหลายครั้งที่ต้องร่วมแรงร่วมใจกันในการทำให้ทุกอย่างประสบความสำเร็จและเพื่อทุกหัวเมืองเรียบร้อย ไม่เพียงเท่านั้น ทุกการฝ่าฝันอุปสรรคของเรื่องนี้ผ่านการผจญภัยก็ต้องผ่านด้วยการวางแผน ระงับอารมณ์ และรวมพลังกัน สามัคคีกันจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี


    “พลังสามัคคีย่อมเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่”


    5. อย่าติคนอื่นจนกว่าจะรู้ด้วยตัวเอง

    อิเหนาไม่อยากแต่งงานกับบุษบาและเมื่อมาเจอบุษบาก็หลงรักทำให้เกิดเรื่องยุ่งเหยิงที่เป็นเรื่องราวให้เราได้เรียนมากมายนั้น เพราะความผิดของคนๆเดียวเท่านั้น คือ อิเหนา ที่ติเตียนคนอื่นก่อน ถ้าหากคนเรายังไม่รู้เรื่องจริง อย่าเพิ่งพูดออกไป แต่เราควรมีสติที่จะค่อยๆค้นหาว่า ความจริง ถึงค่อยคิด พูด หรือ ทำออกไป


    “ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง”


    เราเรียนรู้จากการที่ฝึกอ่านออกเสียงภาษาไทย เราเป็นคนพูดเร็ว จึงทำให้ออกเสียงภาษาไทยไม่ชัด แต่พออ่านออกเสียงชื่อตัวละครทั้งหลายที่ยากและต้องใช้สติอย่างแท้จริง ทำให้ออกเสียงภาษาไทยดีขึ้น

    “การฝึกฝนภาษาไทยเป็นสิ่งสำคัญ” 



    ภาษาไทยคือสิ่งสำคัญไฉน 

    ออกเสียงไทยก็สำคัญฉะนั้น

    เราเรียนรู้ตัวคำทุกคืนวัน 

    ทำให้ฉันฝึกภาษาไทยทุกที

    เรื่องนี้ได้เรียนวรรณศิลป์ 

    อ่านสนุกลิ้นพัลวันเสน่ห่า

    เรียนรู้ผจญภัยทุกเวลา

    รู้จักลากันในวันนี้เอย


    “ขอบคุณสำหรับการอ่านเรื่องเล่านี้จนจบค่ะ เรามาใช้เวลาฝึกภาษาไทยกันเถิด”

    Look a Breathe




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in