Look a Breathenimon
#185 วันออกพรรษา

  • “วันนี้เรามาปฏิบัติธรรมกันเถิดค่ะ”


    วันนี้เห็นเป็นวันพระใหญ่ของสิ้นปีแล้วค่ะ 

    เลยอยากชวนเพื่อนๆทุกคนมาอ่านหนังสือธรรมะ

    และมาปฏิบัติธรรมกันค่ะ


    วันออกพรรษา



         เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอีกวันหนึ่ง เพราะเป็นวันที่สิ้นสุดการเข้าพรรษาและเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับลงมาจากการโปรดพระพุทธมารดา มายังโลกมนุษย์ แถมในวันนี้จะเป็นวันที่โลกเปิด คือ หมายความว่า โลกทั้งสามจะสามารถเห็นกันได้ทั้งโลกสวรรค์ โลกมนุษย์และโลกนรก 



         และมีประชาชนมารอตักบาตร เพราะพระพุทธเจ้าไปโปรดพระพุทธมารดานานถึง ๓ เดือน ซึ่งเรียกประเพณีว่า “ตักบาตรเทโวโรหณะ” 


         และประเทศไทยมีการจัดเทศน์มหาชาติในช่วงนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งในช่วงนี้เอง เป็นช่วงทอดกฐิน ซึ่งหนึ่งปีมีครั้งเดียว ดังนั้นการทำทอดกฐิน โดยถวายผ้ากฐินให้แด่พระผู้จำพรรษาครบสามเดือน จึงเป็นการทำบุญที่ได้ผลดีมากที่สุดอีกบุญและกุศลหนึ่ง

    -1-

    อานิสงส์ของการฟังเทศน์มหาชาติ



    ๑. เมื่อตายจากโลกนี้แล้ว จะมีโอกาสได้พบพระพุทธเจ้า พระนามว่า ศรีอริยเมตไตย ในอนาคต

    ๒. เมื่อดับขันธ์ไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ จะเสวยทิพยสมบัติมโหฬาร

    ๓. เมื่อตายไปแล้วจะไม่ตกนรก

    ๔. เมื่อถึงยุคพระพุทธเจ้าพระนามว่า ศรีอริยเมตไตย จะได้จุติไปเกิดเป็นมนุษย์

    ๕. ได้ฟังธรรมต่อหน้าพระพักตร์ของพระพุทธองค์ จะได้ดวงตาเห็นธรรมเป็นพระอริยบุคคล


    -2-

    อานิสงส์ของการทอดกฐิน


    ๑. ทำให้เป็นผู้มั่งคั่งมีทรัพย์สินมาก และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้โดยง่าย

    ๒. ทำให้เป็นผู้มีจิตใจแช่มชื่น บริสุทธิ์และผ่องใสอยู่เสมอ

    ๓. ทำให้เป็นผู้มีจิตใจตั้งมั่น เป็นสมาธิและเข้าถึงธรรมได้โดยง่าย

    ๔. ได้ชื่อว่าเป็นผู้สามารถใช้ทรัพย์สมบัติให้เกิดเป็นบุญกุศลติดตัวไปในภพเบื้องหน้าได้อย่างเต็มที่

    ๕. ทำให้เป็นคนรูปงาม ผิวพรรณงาม เป็นที่รักของคนทั่วไป

    ๖. ทำให้เป็นผู้มีชื่อเสียง เกียรติคุณ น่ายกย่องสรรเสริญ เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาน่าเคารพนับถือ


    -3-

    ชวนอ่านหนังสือธรรมะของเจ้าคุณนร


         เจ้าคุณนร ท่านนามเดิมว่า ตรึก จินตยานนท์ โดยนามสกุล ในหลวงรัชกาลที่ ๖ ท่านได้ทรงพระราชทานให้ 


         ท่านเป็นบุคคลที่มีความอดทน ขยันหมั่นเพียร และตั้งใจทำงานเป็นอย่างมาก จนเป็นที่รักใคร่ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังนั้น ท่านถูกคนกลั่นแกล้ง โดยการเอาน้ำมาราดที่นอนของท่าน แต่ท่านก็เอาที่นอนออก เพื่อนอนเหล็กแทน หลังจากท่านทำ คนเลิกแกล้งท่าน


          และไม่เพียงเท่านั้น เมื่อสิ้นล้นเกล้าแล้ว ท่านถูกกระเเหนะกระแหนว่า สงสัยสิ้นบุญวาสนา ท่านอดตายแน่นอน ท่านเลยเอาหญ้ามาทานแทนข้าวให้คนดูว่า ท่านไม่มีทางอดตาย ซึ่งท่านไม่เคยโกรธคนเหล่านั้น และให้อภัยในความหลงผิดนั้นอีกด้วย


         ท่านดำรงตำแหน่งหลายตำแหน่งไม่ว่าจะองคมนตรี พระยา หรือหลายตำแหน่ง แต่ที่ท่านโด่งดังมาจนถึงปัจจุบัน คือ ท่านเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จนทุกคนมีความมั่นใจในคำสอนของท่าน และมั่นใจว่า ท่านได้บรรลุนิพพานในพระพุทธศาสนาแล้ว


    คำสอนของท่านเจ้าคุณนร


    ธรรม ๙ บท


    ๑. Personal Magnet


         วิริยะ อุตสาหะ บากบั่น เข้มแข็งแรงกล้า และจิตใจเมตตากรุณา ไม่เย่อหยิ่งจองหอง คุณธรรมเหล่านี้ เป็นเหตุที่ให้ผู้เเวดล้อมอยู่เกิดความเมตตากรุณารักใคร่เห็นอกเห็นใจคิดที่จะช่วยเหลือ


    ๒. เมตตา


         ถ้าปรารถนาความเมตตา ความเห็นอกเห็นใจจากผู้อื่น ก็ควรส่งกระแสใจที่ประกอบด้วยความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจไปยังท่านเหล่านั้น แล้วก็จะได้รับความเมตตาและเห็นอกเห็นใจจากท่านเหล่านั้นเช่นกัน


    ๓. สบายใจ


         ความไม่สบายนี่แหละเป็นศัตรู เป็นมารทำให้ใจไม่สงบ ประสาทสมองไม่ปกติ ทำให้ร่างกายไม่ปกติ ต้องหัดให้จิตใจแช่มชื่น  รื่นเริง เกิดปิติปราโมทย์เป็นสุขสบายอยู่เสมอ


    ๔. สันติสุข


         สงบกาย วาจาและใจด้วยศีล ทำสมาธิไม่ให้คิดถึงเรื่องความกำหนัด ความโลภ ความโกรธ ความหลง ความกลัว ความฟุ่งซ่าน ความลังเล และทำให้เกิดปัญญาในการรู้แจ้งในทุกขัง อนิจจัง และอนัตตา 


    ๕. ทำอะไรไม่ผิดเลย ก็คือไม่ทำอะไรเลย


          เจ็บแล้วต้องจำ ตัวเองผิดเป็นตัวอย่างที่ดี ควรสำรวมระวังไม่ให้ผิดอีกต่อไป และ ระวัง อย่าประมาทนะ อย่าให้ผิดพลาดเช่นนั้นอีก


    ๖. สติสัมปชัญญะ


         ควรฝึกฝนสติ (ความระลึกรู้ก่อนทำ ก่อนพูด ก่อนคิด) และสัมปชัญญะ (รู้ตัวอยู่ทุกขณะที่กำลังทำอยู่ พูดอยู่ คิดอยู่)


    ๗. อานุภาพของไตรสิกขา


         ชนะความหยาบคาย ความยินดี ยินร้าย ความเข้าใจผิด และพ้นทุกข์ทั้งปวงได้แน่นอนไม่ต้องสงสัย ดังนั้น อานุภาพจากไตรสิกขาคือ ศีล สมาธิ และปัญญาย่อมมีมาก


    ๘. ดอกมะลิ


         ขอให้ทำตัวให้ดีที่สุดเมื่อยังมีชีวิตอยู่ ให้หอมที่สุดเหมือนดอกมะลิที่เริ่มแย้มบานฉะนั้น


    ๙. ทำดีกว่าขอพร


         พรเป็นเพียงกำลังใจให้คนประพฤติปฏิบัติเท่านั้น และพระพุทธศาสนาไม่ใช่ศาสนาของการสวดอ้อนวอนขอร้องอะไร พระบรมศาสดาสอนให้เชื่อในเรื่องของกรรมและผลของกรรมนั้น


    วิธีการเสริมสร้างพลังจิต

    (สามารถกดลิงค์ข้างบน

    เพื่อฟังบทธรรมสั้นๆของเจ้าคุณนร)


    5 เหตุผลที่เลือกอ่านหนังสือเล่มนี้


    1. การสร้างกุศลอย่างถูกวิธี

         การทำบุญ สร้างกุศลทุกอย่างต้องรู้จักทำให้ถูกต้อง เพื่อผลกุศลที่ยิ่งใหญ่ อย่างเช่น การทำคุณความดีในขณะที่มีชีวิตอยู่ เมื่อเราได้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องเป็นการสร้างบุญและกุศลในตัวตลอด ทำให้ชีวิตของเรารุ่งเรืองแน่นอน



    “การทำคุณงามความดีคือ

    การสร้างกุศลทางหนึ่งที่ไม่ต้องเสียเงิน”


    2. ความไม่ประมาทในชีวิต

         ถ้าดูประวัติของเจ้าคุณนรจะพบว่า ท่านชอบอยู่กับคนตาย อยู่กับความตาย ศึกษาความตาย และท่านไม่เคยหนีลูกระเบิด ท่านอยู่โดยที่เข้าใจว่า ตนจะตายตลอด ซึ่งเป็นการไม่ประมาทในชีวิต เพราะคนเราไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า


    “ความไม่ประมาททำให้ชีวิตมีความสุข

    เมื่อตายไป ย่อมสู่สุคติ”


    3. การรู้จักตนเอง

         ท่านสอนเสมอให้เรามีสติสัมปชัญญะ เรียนรู้ไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ และปัญญา และนำความผิดของตัวเองมาปรับปรุงแก้ไขไม่ให้ทำผิดซ้ำอีก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ถ้าเราไม่รู้จักตนเองก่อน แล้วใครเล่าจะรู้จักตัว



    “ยากที่จะรู้จักตนเอง ถ้าเราปิดหู ปิดตา และปิดใจ”


    4. การปฏิบัติธรรมแล้วเห็นผล

         จากประวัติของท่าน เราจะเห็นว่า ท่านประพฤติปฏิบัติมาตั้งแต่ตอนยังดำรงตนเป็นฆารวาส คือ การให้อภัย และท่านปฏิบัติต่อเมื่อดำรงตนเป็นพระด้วยความสงัด สงบ และตั้งใจปฏิบัติธรรมจนเห็นผล ถึงแม้เราไม่บรรลุนิพพานตามท่าน แต่ถ้าเราปฏิบัติตามคำสอนท่าน ทำให้ได้ผลเจริญในทางโลกเช่นกัน



    “เราต้องตั้งใจมั่นที่จะปฏิบัติ

    แล้วผลนั้นก็จะปรากฎแก่ใจของเรา”



    5. ความซื่อสัตย์

         เราจะพบว่า ท่านมีนายเดียว คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ถึงแม้ในหลวงรัชกาลที่ ๗ มาขอร้องให้ท่านไปรับราชการ ท่านก็ไม่ไป เพราะท่านรักมั่นและซื่อสัตย์ต่อนายเดียว องค์เดียว คือ ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นคุณธรรมเอกของท่าน



    “ความซื่อสัตย์ต้องมีในใจเสมอ 

    จะทำให้เราไม่หลงผิด”


    เราเรียนรู้เรื่องราวของพระท่านหนึ่งที่ตั้งมั่นในคุณความดีจนหาผู้ใดเปรียบได้

    “หน้าที่ ศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ควรไปด้วยกัน” 



    ไม่มีชีวิตใดเกิดมาแล้วดี

    โดยไม่มีสิ่งที่ตนต้องปฏิบัติตน

    คือการเรียนรู้ที่จะค้น

    ว่าตนนั้นเป็นคนเช่นไร

    อย่าค้นหาโดยเข้าข้างตน

    จะไม่พบคนเพราะพบเพียงสัตว์

    เราทำดีทำชั่วต้องยอมรับ

    ว่าชีวิตสักเป็นตัวตนแค่นี้เอง


    “ขอบคุณสำหรับการอ่านเรื่องเล่านี้จนจบค่ะ เรามาใช้เวลาเรียนรู้ตนกันค่ะ แล้วจะพบว่า ตนนั้นอยู่ที่ไหนล่ะ”

    Look a Breathe

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in