Look a Breathenimon
#182 Oda Nobunaga

  • “มีสองฉายาสำหรับโอดะคือ

    เจ้างั่งแห่งโอวาริและจอมมาร”


    หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือประวัติศาสตร์

    ที่ต้องตั้งใจอ่านแบบมีสติ 

    เพราะจะมีการอ่านประวัติศาสตร์

    และย้อนประวัติศาสตร์ ก่อนจะย้อนกลับมาที่เดิม และมีเกร็ดประวัติของแต่ละคนให้รู้

    ซึ่งหนังสือเล่มนี้สนุกมาก

    และจะมีสรุปเรื่องราวทั้งหมด

    ในภายหลังให้ดูอย่างเข้าใจอีกด้วย


         เรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวของชายผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่มีความฝันอยากรวมญี่ปุ่นเป็นหนึ่ง และถึงแม้ว่าตัวเองจะทำไม่สำเร็จ แต่ลูกน้องของตัวเองอย่างฮิเดโยชิสามารถทำสำเร็จได้ก็ตาม

    -1-

    ก่อนเรืองอำนาจ


         โอดะเกิดในตระกูลใหญ่ และแต่ละคนในตระกูลอยากเป็นใหญ่ โดยที่ตระกูลจะมีแบ่งออกเป็นสองฝั่งคือ พ่ออยากให้โอดะเรืองอำนาจ ส่วนแม่อยากให้น้องชายเรืองอำนาจ 



         ดังนั้น โอดะเลยต้องแกล้งทำเป็นโง่ หยาบคาย ทำตัวแปลกๆ ไม่ทำตามธรรมเนียม เพื่อให้คนภายนอกไม่รู้ว่า จริงๆ ตัวเองเป็นคนฉลาดและตัวเองรู้เท่าทัน (ทำให้ศัตรูเผลอ) และการกระทำนี้เองที่ทำให้มีฉายาว่า “เจ้างั่งแห่งโอวาริ” 

         และไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นซามุไรผู้สืบทอดพิธีชงชาอีกด้วย โดยที่มีหลายต่อหลายคนรู้ถึงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของโอดะว่า หากใครได้ชิมสักครั้งหรือเข้าร่วมพิธีสักครั้งในชีวิต ถือว่า คุ้มค่ามากๆ



    (สมัยก่อน ไดเมียวมีธรรมเนียมปฏิบัติต้องชงชา 

    เพื่อฝึกความเยือกเย็นและอดทน)


          เมื่อพ่อของตัวเองเสียชีวิตลง ทำให้โอดะรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น โอดะคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จำเป็นต้องรักษาอำนาจของตัวเอง โดยการที่แสดงออกถึงความจริงของตัวเอง คือ เป็นคนที่เยือกเย็น และเงียบสงบ เพื่อดูว่า ศัตรูเป็นแบบใด 

         โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ น้องชายของตัวเองที่จะโค่นอำนาจ โดยที่โอดะตั้งใจกำจัดแบบไม่ได้ฆ่าเพราะตามคำแม่บอก แต่น้องชายยังวางแผนฆ่าอีก โอดะตัดสินใจฆ่าน้องชายตัวเองทิ้ง ซึ่งในแง่ประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ดูโหดร้าย



         หลังจากนั้น โอดะก็เริ่มเข้าสู่ในช่วงที่มีอำนาจอย่างแท้จริง และเริ่มที่จะทำตามความฝันของตัวเองให้เป็นจริง คือ การรวมประเทศญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งเดียว และไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นผู้ริเริ่มการทำเบนโตะเพื่อง่ายในการกินเวลาสู้สงครามด้วย




    -2-

    เรืองอำนาจ


         โอดะได้วางแผนในการทำศึกสงครามอยู่หลายครั้ง และรู้จักใช้คน แถมคนที่อยู่รอบตัวหลายคนเป็นคนซื่อสัตย์ พร้อมที่จะช่วยเหลือให้โอดะประสบความสำเร็จ อย่างเช่น ฮิเดโยชิและอิเอยัตสึ รวมทั้งอีกหลายคน ซึ่งโอดะวางแผนการใช้คนและรวมทั้งตัวเองจะเป็นผู้นำที่ต่อสู้ร่วมกันทำให้ชนะศึกหลายครั้ง ดังนั้น อำนาจของโอดะมีมากขึ้นๆเรื่อยๆ

         ถึงแม้ว่า มีคราวหนึ่งที่โอดะเกือบจะแย่ แต่ก็มีฮิเดโยชิที่ช่วยเหลือจนตัวเองรอดมาได้ และหลังจากเหตุการณ์นั้น ทำให้โอดะไม่ได้อยู่ในความประมาท และวันหนึ่งโอดะเลยตัดสินใจที่จะกำจัดกลุ่มพระอิกโก-อิกกิที่เป็นพระในพระพุทธศาสนาทุศีลมาจับดาบเพื่อเป็นนักรบ



         หลายคนมีการทัดทานในการกำจัดนักบวชกลุ่มนี้ แต่โอดะไม่สนใจ คิดที่จะกำจัดให้ได้ โอดะวางแผนโดยสุ่มเป็นกองโจร และตัดสินใจล้อมวัดเอาไว้ที่ภูเขา ก่อนจะเผาพระพร้อมประชาชนตายในทีเดียว ซึ่งทำให้พวกมิชชันนารี ที่โอดะแสดงท่าที่เป็นมิตรโดยอยากเรียนรู้ตะวันตกอย่างตั้งใจ เพราะจะได้เปิดโลกทัศน์ รู้สึกกลัวว่า โอดะจะเผาตัวเช่นเผาพระในศาสนาพุทธ เลยทำให้มิชชันนารีเหล่านั้น ไม่กล้าแสดงตนที่จะเป็นใหญ่หรือเอาญี่ปุ่นแต่ด้วยประการใด



         ในไม่ช้า จักรพรรดิ์ส่งมาบอกกับทางโอดะให้สงบศึกต่อกันกับพระสังฆราชเพื่อจะได้ไม่ทำให้ประเทศหรือชาติตระกูลตัวเองเกิดความด่างพร้อย ซึ่งโอดะยินยอมที่จะสงบศึก แต่เพราะศึกครั้งนี้ ถูกตั้งฉายาว่า “จอมมาร”


    -3-

    ถูกกำจัด


         หลังจากนั้น โอดะต่อสู้สงครามเพื่อขยายอำนาจตัวเองอีกมากมาย ถึงแม้ต้องมีการทั้งกำจัดพี่เขย กำจัดอีกหลายคน โอดะจำเป็นต้องทำ และโอดะมีความคิดในการวางแผนทำสงครามที่หลายต่อหลายครั้งดูโหดร้ายในหน้าประวัติศาสตร์ แต่บางคนก็เข้าใจว่า ต้องทำ

          จนแม้กระทั่งว่า น้องสาวตัวเองไม่คุยด้วย เพราะโอดะทำให้สามีตัวเองถึงกับต้องฮาราคีรีท้อง เพื่อจากไป แต่โอดะยังต้องดำเนินต่อไป อย่างเงียบ ชาญฉลาด เพื่อทั้งความอยู่รอด และเพื่อความฝันของตัวเองที่จะเป็นจริงด้วย



          ในไม่ช้า เมื่อมีคนรักและเคารพย่อมมีคนเกลียด เพราะโอดะถูกคนสนิทอย่างมิตสึฮิเดะที่เปรียบเหมือนกับกุนซือสำคัญของโอดะ ได้ตัดสินใจฆ่าโอดะทิ้ง โดยวางแผนเผาวัดฮอนโนจิเพื่อฆ่าโอดะ แต่โอดะยังไม่ตายในทีเดียว บางประวัติศาสตร์บอกว่าตายเลย แต่บางประวัติศาสตร์บอกว่ายังไม่ตาย แต่คว้านท้องตัวเองตาย เพราะรู้ว่าหนีไม่พ้นชะตากรรมตัวเองแล้ว 



         เพราะเนื่องจากว่า จริงๆแล้ว มิตสึฮิเดะไม่พอใจโอดะอยู่หลายครั้ง และมีความคิดว่า การก่อสงครามไม่ใช่เป็นการทำให้ญี่ปุ่นรวมเป็นหนึ่งได้อย่างแท้จริง เขาเป็นพวกรักความสงบ ไม่ได้ชอบทำศึกสงคราม และโอดะทำให้ครอบครัวเขาลำบากเพราะศึกสงครามอยู่หลายครั้ง แถมไม่ช่วยแม่ของเขาในสงครามอีก และยังฆ่าพระในพระพุทธศาสนา ทำให้เขาเก็บความเครียดและความแค้นชิงชังมาจนถึงเวลาที่ต้องกำจัดโอดะอย่างสิ้นซาก



         ถึงแม้จะปิดตำนานโอดะไปอย่างไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด เพราะโอดะไม่สามารถรวมญี่ปุ่นสำเร็จ แต่ฮิเดโยชิที่เป็นลูกน้องของโอดะได้มากำจัดมิตสึฮิเดะเพื่อล้างแค้นให้นายก่อนจะรวมญี่ปุ่นสำเร็จ ฮิเดโยชิมีความเหมือนกับมิตสึฮิเดะอยู่อย่างตรงที่ว่า รักความสงบเหมือนกัน และไม่เห็นด้วยกับนายหลายอย่าง แต่ก็สามารถเข้าใจนายได้ อย่างเช่น ฮิเดโยชิไม่ชอบที่โอดะดูสนใจศาสนาคริสต์เพราะเขาเป็นคนนับถือศาสนาพุทธและเชื่อในพุทธ เป็นต้น


    5 เหตุผลที่เลือกอ่านหนังสือเล่มนี้


    1. การไว้ใจ

         โอดะเป็นเจ้านายที่รู้จักคน ไว้ใจคน และใช้คนให้ไปทำงานในที่ๆเหมาะกับตัวเอง แถมยังมีการทัดทานคน อย่างเช่น ตอนฮิเดโยชิจะพาทหารไปจัดการศัตรูก็มีการทัดทาน แต่เมื่อฮิเดโยชิขอร้องว่าจะไป ก็ยอมไว้วางใจจนฮิเดโยชิสามารถนำชัยชนะมาให้ได้ และโอดะปูนบำเหน็จให้อย่างมากอีกด้วย 


    “ความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นสิ่งที่ดี”


    2. การแกล้งโง่

         เราจะพบว่า โอดะแกล้งโง่และเล่นทีเผลออยู่หลายครั้ง โดยที่แกล้งโง่ ไม่ทำตามธรรมเนียม เพื่อให้ศัตรูไม่รู้ว่า ตัวเองต้องการอะไร และศัตรูเผยทุกอย่างออกมาเอง หรือเล่นทีเผลออย่างตอนที่กำจัดกลุ่มพระอิกโก-อิกกิ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เราสามารถนำสิ่งหนึ่งมาปรับในชีวิตประจำวันได้ คือ การแกล้งโง่ เพราะอย่าลืมว่า ไม่มีใครอยากเห็นเราฉลาดกว่าตัว เมื่อเราแกล้งโง่ เราอาจจะพบว่า เหลือเพียงใครบ้างที่ดูน่าไว้ใจในชีวิตของเรา

    “แกล้งโง่ไม่ต่างจากซ่อนดาบในรอยยิ้ม 

    เพราะเพียงแค่ดูให้ลึกว่า คนอื่นเขามองเราเพียงใด”



    3. ความตั้งใจ

         โอดะมีความตั้งใจทำทุกอย่างเพียงเพื่อสิ่งเดียวในชีวิตของเขา คือ การรวมญี่ปุ่นเป็นหนึ่ง เขาอยากประกาศให้โลกรู้ว่า ถึงญี่ปุ่นเล็กแต่เล็กพริกขี้หนู และสามารถอยู่เหนือนานาประเทศได้ อย่างเช่น ญี่ปุ่นชนะรัสเซีย (ไม่ได้เกิดในยุคนี้แต่ก็เกิดในไม่ช้า) เป็นต้น


    “อย่าดูถูกสิ่งที่ดูเล็ก 

    เพราะจริงๆแล้วซ่อนความยิ่งใหญ่ไว้ก็ได้”


    4. ความประมาท

         โอดะมีความประมาทในช่วงท้ายชีวิตของเขาอีกครั้งหนึ่ง โดยที่เขามั่นใว่า อยู่ในเขตของตน คงไม่มีใครมาทำร้ายเขาได้ เขาเมามาย และถึงแก่ความตายโดยที่ทำความฝันยังไม่เป็นจริงเพราะเพียงความประมาทและน้ำเมาของตัวเองเท่านั้น


    “หลายต่อหลายครั้งในชีวิตของเราประมาท 

    จนทำให้ชีวิตของเราพังลงได้”



    5. สถานการณ์สร้างคน

         โอดะได้สร้างสถานการณ์ให้กับตัวเองอยู่หลายครั้ง ไม่ว่าศึกไหนก็จะฝากไว้ในประวัติศาสตร์ว่า “โอดะ โนบุนางะ” ผู้นี้ที่ยิ่งใหญ่ เป็นแคว้นเล็กแต่สามารถชนะแคว้นใหญ่ๆและค่อยๆรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ และไม่เพียงเท่านั้น ยังสร้างสถานการณ์ให้พ่อตาเข้าใจผิดว่า ตัวเองไม่รู้ธรรมเนียม และพอถึงตอนแต่งงานก็สามารถแสดงออกถึงการรู้ธรรมเนียมได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำเพื่อปกป้องตัวเองและสร้างให้ตัวเองยิ่งใหญ่


    หลากหลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา 

    และเราตัดสินใจกระทำกับสถานการณ์นั้นตรงหน้า

    เทียบเท่ากับว่า เราสร้างตนด้วยมือตน

    และย่อมหมายความว่า 

    เราทำลายตนด้วยมือตนเช่นกัน



    เราเรียนรู้เรื่องราวของคนๆหนึ่งที่มีทั้งคนรักและคนชัง แต่คนเราหนีไม่พ้นโลกธรรมแปดกันทั้งนั้น

    “เราไม่สามารถตัดสินใจการกระทำของคนๆหนึ่ง

    จากการกระทำของคนๆนั้น แต่เราต้องเข้าใจ

    ในสถานการณ์ของเขาด้วย 



    ถึงแม้คนจะมองว่าโหดร้าย

    ทำตัวคล้ายสัตว์เหล่านี้

    แต่หากแม้นเราไปอยู่ในวิถี

    หามีทางหนีพ้นการกระทำ

    การกระทำมีรักย่อมมีเกลียด

    หากหนีไปเฉียดตายก็มีผล

    คนทุกคนย่อมรู้การกระทำตน

    ว่าทำผลนั้นออกมาเป็นสิ่งใด


    “ขอบคุณสำหรับการอ่านเรื่องเล่านี้จนจบค่ะ เรามาใช้เวลาในการเรียนรู้แต่ละด้านของเขาเพื่อปรับปรุงแก้ไขส่วนของเราค่ะ”

    Look a Breathe

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in