Look a Breathe (Read a Book and Travel Easily)nimon
#172 ชีวิตเด็กนอกเข้ากรุง (上京はしたけれど)

  • “หลายต่อหลายครั้ง เราขอบคุณ

    ในการกล้าตัดสินใจของตัวเราเองในวันนั้น 

    เช่นเดียวกับชีวิตของคุณนาโอโกะ”


    เราอยากจัดหนังสือเล่มนี้ในหมวดการดำเนินชีวิต 

    แต่ขอเปลี่ยนเป็นหมวดการ์ตูนดีกว่า 

    เพราะว่าหมวดหมู่ของหนังสือของคุณนาโอโกะทุกเล่มจัดให้อยู่ในการ์ตูน


          เรื่องราวในเล่มเริ่มต้นจากที่คุณนาโอโกะออกจากงานมาอยู่บ้าน และเริ่มต้นทำงานขนย้ายของเวลาย้ายบ้าน ซึ่งพบเรื่องราวสุดประทับใจไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีในขณะที่ต้องใช้บริการนี้ อย่างเช่น บางคนทิ้งบ้านที่ตัวเองอยู่จนชราไปอยู่กับลูกสาวในเมืองก็รู้สึกผูกพันบ้านเก่าจนไม่อยากจากไปไหน บางคนย้ายบ้านเพื่อไปเรียน บางคนย้ายเพราะแต่งงาน

          ในบรรดางานที่ทำอยู่นี้ ทำให้พบเจอความทรงจำมากมายที่เต็มด้วยสุขและทุกข์ แต่ทุกครั้งที่ทุกคนไป ก็มีความหวังกันทั้งนั้น ความหวังในการเริ่มต้นชีวิตใหม่


    “ชีวิตกับความหวังย่อมไปด้วยกันเสมอ”


          หนังสือเล่มนี้ มีเพื่อนซื้อภาษาจีนมาให้ฝึกฝนด้วย แต่เราอ่านภาษาจีนไม่ออก และเพื่อนบอกว่า ถ้าเราอ่านญี่ปุ่นออก ต้องอ่านภาษาจีนออกแน่ แต่อยากบอกเพื่อน มันไม่แน่เสมอไป ถึงแม้ภาษาจีนจะเป็นอุปสรรคในการอ่าน (เพราะความจริงคือคันจิก็อ่านไม่ค่อยได้เหมือนกัน) แต่เราตั้งใจที่จะค่อยๆอ่านให้ได้

    เอาเป็นว่า ถ้าครั้งหน้าอ่านจีนพอได้หรือพอจะมีความเข้าใจ เราจะมาแบ่งปันเล่าสู่กันฟังถึงเล่มอื่นของคุณนาโอโกะที่เป็นภาษาจีนให้อ่านค่ะ (แบ่งปันเป็นภาษาไทยนะ ฮ่าๆๆ)


    -1-

    เริ่มต้นตัดสินใจ


          นี่เป็นการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ของ(คุณ)นาโอโกะที่ตัดสินใจไปโตเกียวเพื่อจะไปเริ่มต้นทำงานสิ่งที่ฝัน ซึ่งก็คือ วาดภาพประกอบอิสระ นาโอโกะตัดสินใจบอกความต้องการให้พ่อ แม่ พี่สาว และน้องชายฟัง

          วันที่นาโอโกะต้องตัดสินใจออกจากบ้าน จากมิเอะมาที่โตเกียว ทำให้นาโอโกะกลัวอยู่มาก ว่าตัดสินใจถูกไหม ถึงกับทำให้นอนไม่หลับในวันนั้น แต่วันรุ่งขึ้นก็มาถึง คือ วันที่ต้องจากบ้านเกิดมาเติมเต็มความ

    ฝันตัวเองในโตเกียว ซึ่งเพื่อนๆมีมาลา ทำให้เธอซึ้งใจ



           นาโอโกะเล่าถึงความลำบากในการใช้รถไฟที่สุดแสนจะยากแสนยาก เรื่องนี้จริง ไม่รู้ทำไม มันจะยากขนาดนี้ เอาเป็นว่า ไปกี่ทีก็ยังหลง และทำให้เราเข้าใจเวลาคนญี่ปุ่นมาถามทางเพราะเข้าใจว่า คนญี่ปุ่นด้วยกัน ซึ่งก็ไม่แน่ คนญี่ปุ่นเหล่านั้นที่ถามทาง ก็มาเติมเต็มความฝันเหมือนนาโอโกะก็ได้

            นาโอโกะเล่าว่า วันหนึ่ง มีพ่อมาหา ซึ่งเรื่องราวนี้ประทับใจมาก พ่อช่วยแก้เรื่องปลั๊กไฟ พ่อมาช่วยเติมมู่ลี่ให้ เพราะแดดส่อง พ่อทำหลายอย่างให้ และนาโอโกะพาพ่อไปเที่ยว ก่อนจะกลับ พ่อยื่นเงินให้นาโอโกะใช้ เธอบอกกับตัวเอง ว่า รู้สึกไม่ค่อยดีที่ต้องรับเงินพ่ออีก 


    “ความรักของพ่อแม่มักไม่มีอะไรมาขวางกั้น 

    ถึงแม้ลูกจะโต แต่พ่อแม่คิดว่าลูกเป็นเด็กเสมอ”


    -2-

    ทำงานที่โรงงานซูชิ


         หลังจากที่อยู่โตเกียวนาน ก็เพียรพยายามหางานทำ แต่ก็หางานทำไม่ได้ จนใช้เงินเก็บหมด ดังนั้น นาโอโกะเลยตัดสินไปสมัครงานที่ทำงานชั่วคราวที่โรงงานซูชิ ซึ่งเธอบอกว่า เธอเหนื่อยมาก และวันนั้น มีคนที่ทำงานด้วยกันมาคุยกับเธอถึงหนูในท่อว่ากินดี อยู่ดี ทำให้เธออดตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้ว่า


    “เรามาทำอะไรที่นี้นะ นับจากนี้ไปชีวิตเป็นอย่างไร 

    และคลื่นชีวิตจะพัดเราไปทิศทางไหนนะ”



         แต่เธอก็ยังทำงานต่อไป จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอได้เจอเพื่อนที่ทำงานซูชิด้วยกันลาออกจากงานไปเที่ยวให้รางวัลกับชีวิตที่สู้มานาน ชวนเธอไปกินอาหารด้วยกัน โดยที่เพื่อนผู้นั้นเป็นคนเลี้ยง เพราะเธอเหลือเงินไม่เยอะแล้ว จริงๆเธอรู้สึกเกรงใจ แต่เพื่อนบอกว่า ไม่เป็นไร ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เธอกินอาหารกับเพื่อนในโตเกียว และเธอรู้สึกประทับใจและซึ้งในน้ำใจจนถึงวันนี้ ถึงแม้ไม่ได้เจอกันอีกเลย แต่เธอยังจดจำเพื่อนคนนั้นได้ไม่รู้ลืม


    -3-

    อนาคตเป็นอย่างไรก็ไม่รู้


         อยู่มาวันหนึ่ง มีโทรศัพท์หนึ่งดังขึ้นมาว่า งานของนาโอโกะจะได้โชว์ในนิทรรศการ เธอดีใจมาก และทั้งครอบครัวมาจากมิเอะ เพื่อมาดูงานนิทรรศการนี้ และเป็นครั้งแรกที่ได้ถ่ายภาพครอบครัวกันในโตเกียว ซึ่งทุกคนก็อดเขินกันไม่ได้



          นาโอโกะพาทุกคนไปเที่ยวโตเกียวก่อนที่จะแยกย้ายกลับไป ซึ่งทำให้เธอคิดถึงในช่วงเด็กว่า รู้สึกกลัวการมาโตเกียวมากที่สุด แต่วันนี้เธอมาถึงแล้ว


    “เธอไม่รู้ว่า อนาคตเธอจะเป็นอย่างไรต่อไป 

    ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้”


          ปัจจุบัน นาโอโกะสามารถทำความฝันของตัวเองสำเร็จ ไม่ว่าความฝันอยากวาดภาพ มีครอบครัวที่น่ารัก อบอุ่น แต่ความฝันหนึ่งที่ไม่มีทางสำเร็จ คือ ความฝันอยากสูงค่ะ


    “ติดตามต่อในชีวิต 150 CM"


    5 เหตุผลที่เลือกอ่านหนังสือเล่มนี้


    1. การเอาชนะความกลัว

         ในช่วงชีวิตของคนหนึ่งจะต้องมีความรู้สึกกลัวในการตัดสินใจหรือเผชิญหน้ากับสิ่งหนึ่ง อย่างเช่นตอนไปเรียนที่อังกฤษ รู้สึกกลัวกับกังวลมาก ร้องไห้ตอนที่ต้องลาครอบครัวไปเรียนคนละทวีป จะกลับก็ไม่ได้ ต้องมุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว ตอนนั้น เราจำคำพูดของคนญี่ปุ่นคนหนึ่งได้



    “อย่าหันหลังเด็ดขาด ถ้าไม่พบความสำเร็จ 

    จงมุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว 

    และอย่ากลัวที่ต้องเผชิญหน้ากับมัน”


         พอมาถึงก็ยังกลัวในการใช้ชีวิตอยู่ดี แต่พอปรับไปปรับมาก็สนุกดีเหมือนกัน หลายครั้ง เคยคิดสับสน ว่า เรามาทำอะไรที่นี้เนี่ย ทำไมไม่เรียนหนังสือสบายๆที่ไทย 

         แล้วมีวันหนึ่งตอนขากลับบ้าน เราโดยสารการ์ตาร์กลับไทย เจอคนเวียดนามที่นั่งด้วยกัน ซึ่งคนเวียดนามบอกว่า ให้ยกขายืดขึ้นกันคนละฝั่งจะได้หลับได้ สรุปไม่ได้หลับ เพราะนั่งคุยกันแทน

          เรากับคนเวียดนามชวนคุยกัน จึงได้รู้ว่า คนเวียดนามที่เป็นผู้หญิงร่างสูงประมาณ 165 เซนติเมตร หน้าตาสวย คนนี้ไปเที่ยวอังกฤษคนเดียว เราอดนับถือเขาไม่ได้ว่า เก่งมาก ที่ไปเที่ยวคนเดียว แต่เขากลับบอกเราว่า


    “เราสู้เธอไม่ได้เลย เพราะการไปเที่ยวคนเดียวง่ายกว่า

    การปรับตัวไปอยู่เพื่อไปเรียนมาก มันคนละวัฒนธรรม

    คนละศิลปะและคนละการใช้ชีวิต เรานับถือเธอมาก”



          พอเรามาอ่านเล่มนี้ที่ใด ทำให้เรานึกถึงเรื่องราวในครั้งนั้นเช่นกัน เพราะความกลัวของเราคงไม่ต่างจากคุณนาโอโกะที่ตัดสินใจข้ามความกลัวจนสำเร็จถึงวันนี้


    2. การตั้งจุดมุ่งหมายในชีวิต

          ชีวิตของคนเราทุกคนต้องตั้งจุดมุ่งหมายในชีวิต อย่างเช่น คุณนาโอโกะมาโตเกียวเพราะเป็นนักวาดภาพอิสระ เช่นเดียวกันว่า เราตั้งจุดมุ่งหมายอะไรในชีวิตของเราบ้าง และเราต้องมุ่งมั่นทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ อย่างเช่น เราตั้งจุดมุ่งหมายในชีวิตของเรา ว่า ทำงานในหน้าที่ๆเราได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด และเราพยายามทำทุกอย่างให้มันดีขึ้นในแต่ละวัน


    “ทุกคนมีจุดมุ่งหมายในชีวิตกันอย่างไร”


    3. ความกล้าตัดสินใจ

         เมื่อเราวางแผนจุดมุ่งหมายในชีวิตแล้ว ก้าวต่อไป คือ เราต้องกล้าตัดสินใจที่จะไปต่อด้วยความหวังของเราที่จะสำเร็จ ถึงแม้จะใช้เวลาที่นาน แต่เราต้องมุ่งมั่นทุกวันเพื่อความสำเร็จ

         ดั่งจะเห็นในหลายๆเรื่องของคนญี่ปุ่น ที่ดูเหมือนเฉื่อยๆแต่จริงๆเขามุ่งมั่นและจริงจังมาก อย่าง การ์ตูนริรัคคุมะที่เราเคยแบ่งปันเล่าไป จริงๆ เป็นการ์ตูนแนวเน้นเฉื่อยชาแต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่นของมิตรภาพและคำสอนที่ดีทุกประการ



    “ความกล้าตัดสินใจบวกความตั้งใจทำและมุ่งมั่น

    นำไปสู่ความสำเร็จโดยง่าย”


    4. ความประทับใจ

          เรื่องราวในเล่มนี้เต็มไปด้วยความประทับใจ ไม่ว่า ตอนพ่อมาหาที่โตเกียว ตอนครอบครัวมาหาช่วงงานได้เข้านิทรรศการ ตอนเพื่อนเลี้ยงอาหาร และอีกหลายอย่างที่สร้างเรื่องราวของนาโอโกะให้ดีถึงวันนี้



    “ความประทับใจในเรื่องเป็นความทรงจำที่ดี”


    5. ขอบคุณตัวเอง

         นาโอโกะขอบคุณตัวเองที่นำพาชีวิตตัวเองมาที่โตเกียว และตั้งใจทำงานมาจนถึงทุกวันนี้ จนปัจจุบันก็สำเร็จในเส้นทางชีวิตของเรา เช่นเดียวกับเอดิสันที่สำเร็จในการประดิษฐ์หลอดไฟถึงแม้ล้มเหลวหลายครั้ง



    “ขอบคุณทุกอย่างในชีวิตที่ผ่านมาของตัวเอง”


    เรื่องราวในเล่มนี้เต็มไปด้วยประสบการณ์ของคนๆหนึ่งที่มีทั้งทุกข์ทั้งสุขปนกันไป เฉกเช่นเดียวชีวิตของคนเราหนึ่งคน

    “ไม่มีใครหนีพ้นทุกข์สุขในชีวิตได้” 



    ขอบคุณตัวเองที่พาตน

    สำเร็จสมความมุ่งหมาย

    ชีวิตเราเจอคนหลากหลาย

    มรสุมมากมายก็หนีพ้น

    ชีวิตเดินตามความฝัน

    ถึงกลัวนั้นก็ต้องก้าวผ่านไป

    ชีวิตสุดแสนประทับใจ

    เมื่อได้เจอคนจริงใจตลอดไป


    “ขอบคุณสำหรับการอ่านเรื่องเล่านี้จนจบค่ะ เรามาเรียนรู้ประสบการณ์ที่ก้าวผ่านความกลัวด้วยกันค่ะ”

    Look a Breathe


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in