Look a Breathe (Read a Book and Travel Easily)nimon
#147 もしものせかい (โลกสมมติ)

  • “หนังสือเด็กภาษาญี่ปุ่น

    ที่ใช้เวลาในการอ่านยาวนาน

    แถมอ่านซ้ำๆวนไปวนมาอีกด้วย

    เพราะต้องใช้ใจในการคิดตามว่า 

    หมายความว่าอะไร

    แต่สุดท้ายจบลงด้วยความน่ารัก

    และความประทับใจ” 

    เนื้อหาสาระสำคัญในหนังสือ

    “เป็นหนังสือเด็กที่ภาพน้อย ตัวอักษรน้อย

    แต่คุณค่าของเนื้อหาหนังสือดี

    ต่อใจมากและอบอุ่นหัวใจ”


        หุ่นยนต์หรือกล่องในเรื่อง จะมีใช้ศัพท์คำว่า ボク (โบคุ) ที่พอเราไปเปิดดูพจนานุกรม มันมีคำว่า ぼく แทนคำว่า "ผม" ได้อีกด้วย และมีคำว่า  もしも ที่หมายความว่า "สมมติว่า" และ せかい ที่มีความหวายว่า "โลก" ทำให้เราอดนึกไม่ได้ว่า คำว่า "โลกสมมติ" จะไปเกี่ยวอะไรกับโบคุตัวนี้นะ 


    "もしも なにかをなくしたら。

    もしも もどってこないなら。"

    (สมมติว่า ถ้าพลาดอะไรบางอย่าง

    สมมติว่า ถ้าเจ้าไม่กลับมา)


    ภาพเรื่องเริ่มต้น คือ เด็กนอนหลับอยู่ และแมวมาขโมยหุ่นยนต์ไป


    もしも あれがうまくいってたら 

    もしも あちらをえらんでいたら 

    もしも あの人が   そばにいたら 

        もしも 

    (สมมติว่า ถ้าหากผ่านไปด้วยดี 

    สมมติว่า ถ้าเลือกสิ่งนั้น 

    สมมติว่า ถ้ามีคนอยู่เคียงข้างกัน

    สมมติว่า)


    เพื่อนๆเคยคิดไหมว่า หนังสือเด็กมันเริ่มต้นด้วยคำว่า "สมมติว่า" ซึ่งสร้างความแปลกใจให้กับเรามาก แถมคำโปรยบอกว่า ต้องอ่านวนซ้ำๆอย่างช้าๆเพื่อความเข้าใจมากขึ้น ทำให้เรามองในมุมว่า 

    นี่ต้องเป็นหนังสือสร้างเด็กอีกเล่มหนึ่ง


    やあ、おはよう。

    とつぜんでもうしわけ   ないんだけど、

    ボク、もしものせかいに  いくことになりました。

    (เฮ้ หวัดดีจ้า 

    ขอโทษที่มาปลุกกระทันหัน 

    โบคุ ขอฝากเนื้อฝากตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไปโลกสมมติกัน)


    แล้วโบคุ (หรือว่าจะหมายถึงกล่องหรือผมนี่)

    จะพาเด็กคนนี้ไปที่ไหนกันนะ


    え?もしものせかいって   なにかって?

    もしものせかいは、きみがくらしている

    いつものせかいではなく、

    きみのこころのなかにある 

    もうひとつのせかいだよ。

    (เอ๊ะ โลกสมมติคืออะไร

    โลกสมมติคือโลกที่คุณกำลังมีชีวิตอยู่

    ไม่ได้อยู่ในโลกความจริง

    ในใจเต็มด้วยความหวังของคุณ 

    โลกการอยู่อย่างไร้จุดหมาย)


    การมีชีวิตของทุกคนย่อมอยู่เพื่อเติมเต็มความหวัง

    แต่ในหลายครั้ง เราไม่รู้จุดมุ่งหมายของการมีชีวิตอยู่

    ว่า เรามาทำอะไรที่นี้ เรามาทำไม เป็นต้น


    きみが どうしても できなかったことや、

    ずっといっしょにいたかったひとや

    かわってほしくなかったもの。

    きみのめのまえからきえしてまって、

    「もしもしあのとき」おもいだすもの。

    それは、みんなもしものせかいに いるんだ。

    ボクも、いまからそこにいく。

    (อย่างไรก็ตาม คุณเคยไหม 

    ที่พยายามทำอะไรก็ไม่สำเร็จ

    คุณเคยไหม ที่มีคนที่คุณอยากให้อยู่ตลอดไป

    คุณเคยไหม ที่มีบางสิ่งที่คุณไม่ต้องการเปลี่ยนแปลง

    ในครั้งนั้นมีทักทายด้วยคำว่า สวัสดี นึกออกหรือยัง

    นั้นคือ โลกสมมติของทุกคนจะอยู่ที่นี้

    โบคุด้วย จะไปที่นั้นต่อจากนี้)


    หลายครั้งที่เราคิดทุกอย่างไม่เป็นไปตามความคิด

    ตั้งใจทำอะไรก็ไม่เป็นไปตามความตั้งใจ

    เพราะอะไรกันล่ะ เพราะอะไรนะ เรามาค้นกันต่อเถิด


    え?なんでボクが もしものせかい

    いかなくちゃいけないのかって?

    なんでボクときみが、そんなめにあわたくちゃ

    いてなにのかって?

    (เอ๊ะ ทำไมโบคุจะไปยังโลกสมมติอย่างไรนะ

    แล้วฉันล่ะ ต้องไปด้วยไหม

    ทำไมโบคุ ดูรีบร้อนจัง

    แล้วจะไปไหน)


    โบคุจะไปไหนล่ะเนี่ย


    ボクも そのことについて すっとかんがえていたんだけど

    どうやらりゆうは ないみたいなんだ。

    (โบคุด้วย เมื่อฉันคิดถึงมัน เกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น

    เห็นได้ชัดว่ายอดเยี่ยม มีอะไรบางอย่างที่ไม่อยากให้เห็น)


    ไม่ว่าเราคิดถึงเรื่องอะไร 

    ทุกเรื่องที่อยู่ในห้วงความคิดเรา 

    มันจะเข้ามาข้องเกี่ยวกับตัวเราตลอด

    หลายครั้งเราคิดว่ามันยอดแล้วอยากบอกให้คนรู้

    แต่หลายคนมันก็ไม่ใช่ อยากให้เป็นความลับ


    「たまたまそっただけ」とか

    「さいしょか そうきまってた」とか

    「だれかのせいで」とか、

    いろんなかんがえかたが

    あるみたいだけど、ひとつだけ たしかなことがある。

    それは、ボクがもしものせかいに いっちゃうってこと。

    そしていつものせかいには もどってこないってこと。

    (บังเอิญแค่อึดอัดเท่านั้น เป็นต้น

    คุณเป็นคนใหม่ทีแรก เป็นต้น

    เพราะใครบางคน เป็นต้น

    หลากหลายวิธีคิด

    คล้ายกับว่า มีเพียงความคิดของคนเท่านั้น

    นั้นก็คือ ไปพบโลกสมมติของโบคุด้วยกัน

    และโลกของความจริงด้วยที่จะไม่หวนกลับมา)


    บางครั้ง เราคิดนะ ว่า เราอยู่ในโลกที่สมมติอยู่ 

    โลกที่แสดงความเป็นตัวเองมากจนเกินไปก็ไม่ได้

    โลกที่แสดงความจริงก็ไม่เป็น เพราะมีสังคมคำ้คออยู่

    หรืออีกนัยหนึ่งคือ โลกสมมติคืออารมณ์ 

    ส่วนโลกแห่งความจริง คือ การแสดงออก


    でも だいしょうぶ

    ボクは、もしいものせかいに ずっといるから。

    (แต่ว่า ไม่เป็นไรนะ 

    โบคุว่า โลกสมมติเยี่ยมยอดเลยล่ะ)


    การเรียนรู้โลกสมมติมันเยี่ยมยอด 

    เลยทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า 

    การเรียนรู้อารมณ์มันเยี่ยมยอด

    แล้วมีอะไรเยี่ยมล่ะ ตามกันต่อไปค่ะ


    どんなものでも どんなことでも

    どんなひとでも どんなきもちも

    きえてなくなったりしない。

    いつものせかいから もしものせかいに

    あるばしょが、 いるばしょが かわるだけなんだ。

    (ของแบบไหน เหตุการณ์อะไร

    คนแบบไหน ความรู้สึกอะไร

    ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะไม่หายไป

    โลกแห่งความจริงนั้น โลกแห่งสมมตินี้

    มีอยู่และเปลี่ยนแปลงไป)


    ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลงไป 

    ไม่ว่าเราอยู่ในโลกไหน

    เพราะไม่ว่าทุกอารมณ์และการแสดงออก 

    ไม่มีทางอยู่กับเราตลอดไป


    きみのみらいに なるはずだったものが、そこにはみんなある。

    (อนาคตของคุณ สิ่งที่ควรจะเป็น ทุกคนรออยู่ที่นั้น)


    อยาคตของเรา มีทุกคนรอเราอยู่ค่ะ

    ทุกคนในที่นี้คืออะไร เรามีการตั้งคำถามและครุ่นคิดนะ

    ความทรงจำหรือเปล่า อารมณ์ร่วมไหม


    もしものせかいは てでさわることはできないけれど

    きみのなかに ちゃんとある。

    もうひとつのみらいとして いつまでもきみといっしょにいる。

    (โลกสมมติ คือโลกที่ไม่สามารถสัมผัสได้

    อยู่ในตัวของคุณ เป็นตัวของคุณ

    แม้เป็นเรื่องอนาคต ฉันจะอยู่กับคุณตลอดไป)


    การเปรียบเทียบว่า โลกสมมติคือภายใน 

    ส่วนโลกจริงคือภายนอก 

    ที่ทุกคนมีความรู้สึกแบบเดียวกัน

    ไม่ว่า จะอยู่ในเวลาไหน 

    ก็จะมีโลกสมมติอยู่กับเราตลอดไป

    ย่อมทำให้เราคิดว่า โลกสมมติคือ อารมณ์ 

    ที่ผ่านมา ผ่านไป

    ส่วนโลกจริง คือ การกระทำของเรา

    ที่ชี้วัดผลเป็นปัจจุบันและส่งถึงอนาคต


    きみにとってとてもだいじなものが

    もしものせかいにいってしまったとき。

    もしものせかいがおおきくなる かわらに、いつものせかいは

    すごくちいさくなってしまう。

    それは とても つらいことだ。

    たっているのも やっとかもしれない。

    (สิ่งสำคัญสำหรับคุณมาก 

    เมื่อเราไปโลกสมมติด้วยกัน

    โลกสมมติใหญ่ขึ้น แต่ในทางกลับกัน

    โลกความเป็นจริงจะเล็กลง

    นั้นก็คือ  มันเป็นเรื่องยากมาก

    จนแทบจะยืนไม่ไหวเลย)


    การเปรียบเทียบใจของตัวเรา เมื่อใจเราคิดว่า ตัวเองใหญ่กว่าคนอื่น ย่อมหมายความว่า โลกนั้นแคบลงตามความคิดเเละการกระทำของเรา เพราะฉะนั้น การที่เราคิดว่า เราใหญ่มันทำให้เรายากที่จะยืนอยู่ในโลกนี้ เนื่องจากไม่มีทางที่คนเราจะยิ่งใหญ่ได้ด้วยคนเดียวแบบลำพัง แต่เราต้องยิ่งใหญ่ด้วยท่ามกลางคนอื่น

    (หรืออีกนัยหนึ่งก็เปรียบเหมือนคนหลงในอำนาจ วาสนาในขณะเป็นใหญ่อยู่ โดยที่จริงๆแล้ว เราไม่รู้หรือไง ว่า ไม่เหลือใครสักคน

    ที่ชื่นชมเรา หรือคิดว่า เรายิ่งใหญ่จริงๆ)


    でも、ちいさくなった いつものせかいは、そのうち

    また ゆっくりゆっくり ふくらんでくる。

    たとえ きみが なにもしなくても。

    (แต่ โลกความเป็นจริงเล็ก ซึ่ง

    มันจะใหญ่ขึ้นอย่างช้าๆ ช้าๆ

    โดยไม่ต้องทำอะไรเลย)


    บางทีเราแค่เป็นตัวเราเอง เป็นตัวเราปกติ 

    เป็นอย่างสม่ำเสมอ

    ค่อยเป็นค่อยไป ในไม่ช้า จากคนที่เราตัวเล็ก

    ชีวิตเราดีขึ้น

    โดยที่เราไม่ต้องเปลี่ยนไปเป็นคนอื่นเลย



    そして、もしものせかいが おおきひとで あれはあるほど、

    いつものせかいも おおきく 

    ふくらませることが できるはずなんだ。

    (และ โลกสมมติที่มีอยู่ในตัวเราใหญ่ขึ้น

    โลกจริงสามารถใหญ่ขึ้นด้วย)


    เมื่อใดที่เราพบตัวเอง เมื่อนั้นฉันภูมิใจด้วยความสามารถตัวเราเอง

    และทุกคนภูมิใจในตัวเราด้วย


    なぜなら、もしものせかいは きみだけの、きみのための 

    エネルギーのかたまりだから。

    (เพราะ โลกสมมติเป็นสำหรัคุณคนเดียว สำหรับคุณ

    เป็นมวลของพลังงานด้านบวก)


    พลังงานหรือพลังใจที่เกิดจากการเข้าใจตัวเอง เป็นตัวเอง สร้างตัวเอง

    นั้นทุกอย่างเกิดขึ้นมาเพียงเพื่อตัวเราเฉพาะ 

    ถ้าเราสามารถปลุกความเป็นตัวเอง ให้กำลังใจตัวเอง

    เราก็สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเราเอง



    いつものせかいと もしものせかい。きみがもっている 

    ふたつのせかいを、ふたつとも、

    (โลกแห่งความจริงนั้น โลกแห่งสมมตินี้ มีในตัวคุณ

    มีอยู่ในโลกทั้งสองนี้)


    สิ่งสองสิ่งที่คู่กันและอยู่ในตัวเราด้วย 

    คือ กายกับใจ ความรู้สึกนึกคิด

    การที่เราเข้าใจและมองดูตัวเอง เมื่อเรามีสิ่งนั้น 

    เมื่อเรารู้จักมัน

    เราจะเข้าใจตนเอง โดยไม่ว่า จะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม


    ゆっくり、ゆっくり、

    (อย่างช้าๆ ช้าๆ)


    การที่เราเรียนรู้ตัวเองอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป 

    เราอาจจะพบหลายสิ่งอยู่เบื้องหลังและเบื้องหน้านั้นอยู่


    だいじに、だいじに、

    (อย่างระมัดระวัง ระมัดระวัง)


    การที่เราเรียนรู้ตัวเองอย่างระมัดระวัง 

    ว่า มีอะไรควรแก้ไข ปรับปรุง

    มีอะไรควรเพิ่มเติมให้ดีขึ้น ระวังกาย วาจาและใจ


    おおきく、 おおきく、

    (อย่างยิ่งใหญ่ ยิ่งใหญ่)


    เมื่อเราเรียนรู้ตัวเองไปเรื่อยๆ 

    เราพบความยิ่งใหญ่ในตัวเราเองว่า

    เรามีความสามารถมากแค่ไหน ว่าเราเก่งแค่ไหน 

    ว่าเราต้องขอบคุณตัวเอง ว่าเราต้องให้อภัยตัวเอง


    たのしく、たのしく、していこう。

    (มาทำกันเถิด ทำอย่างสนุกสนาน)


    เราทุกคนพร้อมแล้วหรือยังที่จะลงมือทำ

    ในการเรียนรู้ตัวเอง 

    ค้นหาตัวเอง อย่างสนุกสนาน


    ภาพเรื่องจบ คือ เด็กได้ตื่นขึ้นมา

    และมองออกไปนอกหน้าต่าง



    เราพยายามตั้งใจแปลมากค่ะ 

    แปลทั้งเล่มให้เพื่อนๆอ่าน 

    เรายังแปลได้ไม่เท่าคนที่เก่งภาษาญี่ปุ่น

    หรือเรียนที่ญี่ปุ่นมาก่อน

    แต่อยากขอโอกาส

    ให้คนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยตัวเองอย่างเราด้วยค่ะ

    และเราพยายามเปิดพจนานุกรม

    พร้อมทำความเข้าใจในประโยค


    ดังนั้น หากมีข้อผิดพลาดประการใด 

    ขออภัยใน ณ ที่นี้ด้วยค่ะ


    ความรู้สึกส่วนตัว

         เรื่องนี้เป็นเล่มการ์ตูนภาพขนาดบาง แต่ศัพท์ค่อนข้างยากในการตีความ ทำให้เราอ่านนานมาก และเนื่องด้วยเปิดพจนานุกรม พร้อมกับพยายามเข้าใจศัพท์ และอ่านทวนหลายๆรอบจนจบหลายรอบ และพบว่า เรื่องราวนี้น่ารักมาก เป็นเรื่องราวของเด็กที่เหมือนทำตัวเองสูญหายไป และได้ค้นพบตัวเองว่า ตัวเราอยู่ที่ไหน ตัวเราเล็ก ตัวเราใหญ่ ตัวเราคือใคร และเราพร้อมที่จะกลับมาเก็บตัวที่หายไป ซ่อมแซม เข้าใจ จนกลับมาดีขึ้นกว่าเดิม และเราชอบนะที่มีการเปรียบเทียบโลกทั้งสองใบให้เราเห็นภาพง่าย ชัดเจน เกี่ยวกับตัวเรา มากที่สุด เพราะจริงๆแล้ว ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ล้วนติดอยู่ในโลกสมมตินี้ด้วยกัน แต่เราทำยังไงให้โลกสมมตินี้กับโลกความจริงอยู่กันอย่างสมดุลค่ะ


    ค้นหาชีวิตของตัวเองที่หล่นหายในเล่มนี้

    “ชีวิตของคนเราสำคัญที่มองมา

    เพียงพกพาตัวเองไปทุกที่

    ไม่ลืมในความรู้ตัวเองที่มี

    เข้าใจสิ่งนี้คือตัวตนที่แท้จริง

    เพียงวางแผนชีวิตให้รอบด้าน

    ไม่ม่านหมอกหนาจะเพียงไหน

    เพียงทำใจยอมรับไป

    ช้าๆไว้ชีวิตค่อยมั่นคง"

                        Look a Breathe

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in