CinemaniaRED 8
รื้อหนังเก่า : รักน้อยนิดมหาศาล : เศษเสี้ยวแห่งความเว้าแหว่งของจักรวาล
  • เรายังคงรอใครบางคน ทั้งๆที่รู้ว่าจักรวาลมันกว้างใหญ่แค่ไหน 

    รอ..จนเข็มนาฬิกา วนซ้ำไปซ้ำมา
    รอ..จนเหนื่อยหน่าย และเลิกที่จะสนใจ
    รอ..จนลืมว่าเราเคยมี นาฬิกาเรือนนั้นอยู่
    รอ..จนรู้ว่าทั้งจักรวาลนี้ มีเพียงเรา

    แหว่งโหว เป็นความรู้สึกแรกหลังดูหนังเรื่องนี้จบ หนังค่อนข้างพุ่งตรงเข้าปลุกความรู้สึก เหงา เปลี่ยว เดียวดาย ได้เป็นอย่างดี ด้วยงานมุมกล้องที่เป็นศิลปะ การเล่าเรื่องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ  และการกำกับทุกอย่างได้อย่างลงตัว ปี พ.ศ. 2546 - รักน้อยนิดมหาศาล / Last Life in the Universe คือหนึ่งในหนังไทยที่ดีที่สุดตลอดกาลของ เป็นเอก รัตนเรือง น่าเสียดายที่เราไม่มีโอกาสได้เห็นหนังรูปแบบนี้อีกแล้วในยุคปัจจุบัน เพราะเป็นยุคที่โฆษณาเข้ามามีผลกับทุกอุตสาหกรรมมากขึ้น การทำตามผู้ผลิตจึงหลีกเลี่ยงได้ยาก หนังแนว 'อินดี้' จึงเกิดขึ้นน้อยมาก เรียกว่าทางเลือกในการเสพสื่อศิลปะมีน้อยลง หนังก็ต้องเน้นขายแมสมากขึ้น

    สิ่งที่น่าสนใจอย่างนึงในหนังเรื่องนี้คือ การสูบบุหรี่ของนางเอก นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่เห็นนางเอกหนังไทยประเภทนี้ ประเภทที่จุดบุหรี่สูบได้แบบมวนต่อมวน ถือเป็นอีก character ที่ห่างหายไปจากวงการหนังไทยเหมือนกัน อาจเป็นเพราะอุตสาหกรรมหนังในบ้านเรายังไม่เฟื่องฟูพอ ที่จะสะท้อนภาพบางมุมของในสังคมออกมาได้ จึงเป็นอีกเรื่องที่ต้องทำใจ 'คนไทยไม่ดูหนังไทย' ก็เพราะหนังไทยไม่มีทางเลือกให้พวกเค้ามากนัก การหันไปซบหนังนอกจึงเป็นทางเลือกที่มีความหลากหลายและน่าสนใจมากกว่า 

    อะ เข้าเรื่องหนังดีกว่า ...

    รักน้อยนิดมหาศาลเป็นเรื่องที่ทำมาจากหนังสือปลายปากกาของ ปราบดา หยุ่น ซึ่งผมอ่านหนังสือเล่มนี้ก่อนได้ดูหนังซะอีก หนังสือได้เขียนไว้ให้เห็นภาพดีมากๆ ตัวละครเต็มไปด้วยความเว้าแหว่งในจิตใจ 
    อ่านจบแล้วรู้สึกอยากเจอใครซักคน ที่เข้าใจอารมณ์เว้าแหว่งนี้เหมือนกันบ้าง เรียกว่าหนังสือทำคะแนนไว้สูงลิบอยู่แล้ว แต่หนังก็เอามาทำได้ดีไม่น้อยไปกว่ากัน

    หนังได้ช่างภาพอย่าง Christopher Doyle ที่ได้ถ่ายเรื่อง Chungking Express, In the Mood for Love, Happy Together และอีกหลายๆเรื่องของ หว่องกาไว จึงเข้าใจภาพของความ 'เหงา' เป็นอย่างดี เพราะหนังแต่ละทำภาพออกมาแล้วทั้ง dark และ deep ได้อีก

    อะ เข้าเรื่องหนังดีกว่า ... (2)

    คนสองคนถูกแรงดึงดูดให้ต้องมาเจอกัน และแรงดึงดูดนั้น คือ ความตาย แม้จะเป็นเรื่องที่เรียกว่า 
    'คนอยากไม่ได้ตาย คนตายไม่ได้อยาก' แต่เค้าทั้งสองก็ได้มาอยู่ด้วยกันในความสัมพันธ์แบบซับซ้อน 
    เกินจะอธิบายว่ามันคืออะไร เพื่อน? คนรู้จัก? หรือคนแปลกหน้า? ก็ล้วนไม่ใช่คำอธิบายที่เพียงพอต่อความสัมพันธ์ครั้งนี้ การรวมตัวของ 2 คนเหงา คนนึงเหงาเพราะการจากไปของน้องสาวแบบไม่ทันตั้งตัว อีกคนหนึ่งเหงาเพราะชีวิตไม่มีใคร ไร้ค่า และเชื่อว่าการฆ่าตัวตายเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่ง 

    What is the point in living, if I don't have anyone to talk to
    จะมีชีวิตไปเพื่ออะไร ถ้าไม่มีใครซักคนให้คุย

    เพราะชีวิตที่ไม่มีใครให้พูดคุย จึงเป็นชีวิตไร้ค่า ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่ากับผู้คน กับพี่น้อง หรือกับโลกใบนี้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งไม่มีความหมายอะไรเลยต่อจักรวาล ไม่ได้มีค่ามากไปกว่าฝุ่นละอองในชั้นบรรยากาศ การฆ่าตัวตายจึงไม่มีความหมายซักนิดต่อวงโคจรใดๆ เป็นเพียงการพักผ่อนจากเรื่องวุ่นวายในชีวิต มันก็เหมือนการฟุบหลับ ก่อนที่จะตื่นขึ้นอย่างสดใส พร้อมเริ่มต้นกับชีวิตใหม่ หรือจริงๆแล้วแอบคิดเล่นๆว่า ความตายบางทีคงเป็นอีกรูปแบบของแรงดึงดูด ที่ทำให้ใครซักคนเข้ามาชีวิตเรา แม้จะกลายเป็นร่างไร้วิญญาณไปแล้วก็ตาม


    This is bliss
    นี่แหละคือความสุข

    เป็นข้อความที่ เคนจิ (รับบทโดย Tadanobu Asano) ตั้งใจที่จะฝากไว้ให้กับคนที่มาพบศพของเค้า เคนจิเป็นชายผู้มีระเบียบจัด เป็นคนที่ของทุกอย่างในห้องต้องตรงเป๊ะอยู่ในองศาเดิมทุกครั้ง ทำทุกอย่างเป็น pattern ไม่เปลี่ยนแปลง (ไม่แน่ใจว่าเข้าข่ายโรค OCD รึเปล่า ถ้าใช่ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นโรคซึมเศร้า)
    เคนจิเป็นผู้ชายที่มีเบื้องหลังอันมืดมน แสงสว่างอย่างเดียวที่เค้าเห็นในความมืดคือความตาย สิ่งรอบตัวไร้คุณค่าไร้ความหมาย ความตายจึงกลายเป็นความสุข แม้หนังไม่ได้แตะต้องกับเนื้อเรื่องในอดีตของเคนจิมาก แต่แผ่นหลังของชายผู้นี้ได้แสดงให้เห็นว่าเค้าเคยทำงานใน 'ด้านมืด' มาก่อน อาจเป็นงานที่ต้องฆ่าคนเป็นผลักปลา จนใจตัวเองเริ่มด้านชากับคำว่า 'ชีวิต'

    เคนจิ มีงานอดิเรก คือ การฆ่าตัวตาย แต่ความพยายามหลายต่อหลายครั้งของเค้ากลับล้มเหลว 
    เคนจิอยากฆ่าตัวตายจริงๆรึเปล่า? ผมมองว่าเคนจิก็ไม่ได้อยากตาย แต่ชีวิตมันก็ไม่มีอะไรเหลือให้เค้าทำอีกแล้ว วินาทีนั้นเค้าตั้งใจกระโดดน้ำฆ่าตัวตายอีกครั้ง โดยที่เคนจิเองคงไม่คาดคิดว่า การเข้าใกล้ความตายกลายเป็นการสร้างแรงดึงดูด ให้เค้าต้องมาพบกับคน 2 คน คนแรกเป็นคนตาย คนที่สองคือจิ้งจกเดียวดาย


    น้อย และ นิด (สินิทรา - เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) สองพี่น้องที่ไม่ค่อยลงรอยกัน การใช้ของร่วมกันจนเคยชินได้เลยเถิดไปเป็นการใช้ผู้ชาย 'ชั่วๆ' คนเดียวกัน ความบาดหมางนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รวดเร็ว และจบลงอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่ถึงจะโกรธเกลียดกันแค่ไหนทั้ง 2 คนก็ขาดกันไม่ได้ การขาดคนใดคนหนึ่งไปจึงเกิดบาดแผลใหญ่ที่ไม่มีวันหายให้กับอีกคน และเป็นกลายเป็น นิด ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับมา

    วินาทีที่ 'คนอยากไม่ได้ตาย คนตายไม่ได้อยาก' เคนจิถูกขัดขวางจากการฆ่าตัวตาย และนิดที่ตายโดยที่ตนเองไม่ได้ตั้งใจ การสูญเสียน้องสาวที่เป็นเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิตทำให้ น้อย กลายเป็นจิ้งจกเดียวดายไปในทันใด เคนจิต้องหยุดการฆ่าตัวตายของตัวเองลง และเค้ากลายเป็นที่เอนพิงหลักสุดท้ายในจักรวาลของน้อยอย่างไม่รู้ตัว เคนจิได้ยืดเวลาตายของตัวเองออกไปโดยการมานั่งเล่นที่บ้านน้อย 
    ซึ่งน้อยเองก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร เพราะการสูญเสียนิดไปทำให้บ้านที่มี 'ไอ้ยุ่น' อยู่ ย่อมดีกว่าบ้านที่มีแค่เธอเพียงลำพัง ความตายได้ดึงดูดให้คน 2 คนโคจรมาเจอกันและเริ่มเรียนรู้กันอย่างช้าๆ


    ความสัมพันธ์ของทั้งคู่คืบคลานไปแบบมื้อต่อมื้อ ค่อยๆเติมเต็มชิ้นส่วนที่ขาดวิ่นซึ่งกันและกัน 
    หนังเลือกการเล่าเรื่องแบบเดินไปอย่างช้าๆ ให้คนดูได้สัมผัสและทำความเข้าใจกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครได้ไม่ยากนัก เรามีเวลามากพอที่จะสังเกตกิริยาต่างๆของตัวละคร ไม่ว่าจะ เดิน กิน นั่ง หรือ นอน ทุกอย่างดูเป็นธรรมชาติ นอกจากนั้นยังมีการกระทำอื่นๆที่ดูเหมือนไร้ความหมาย แต่เมื่อมองว่า 
    ตัวละครในเรื่องนี้กำลังสะท้อนความเป็น 'คน' ออกมา ก็ถูกต้องแล้ว ที่ทุกกิริยาในชีวิตไม่จำเป็นต้องมีความหมายเสมอไป เราไม่ได้อุ้มหลักเหตุผลออกมาจากท้องแม่ เราไม่คิด เราทำเพราะแค่อยากทำ 

    'อารมณ์' จึงเป็นจุดเด่นที่หนังเรื่องนี้สื่อออกมาได้ดีกว่าเรื่องอื่น หนังได้อนุญาตให้คนดูคิดตามได้อย่างไม่มีถูกมีผิด เพราะสิ่งที่หนังต้องการจะสื่อนั้นไม่เกี่ยวกับตอนเริ่ม หรือ ตอนจบ แต่เกี่ยวกับระหว่างทางที่ทั้งคู่ได้มีปฏิสัมพันธ์กันมากกว่า ตัวละครไม่จำเป็นและไม่เหตุผลที่จะต้องพูดว่า 'ฉันรักเธอ' หรือ 
    'ฉันคิดถึงเธอ' แต่บรรยากาศของหนังและสิ่งที่ผู้กำกับมอบให้ ได้ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกเหล่านั้น
    ออกมาอย่างชัดเจนและสัมผัสได้ เพราะบางทีแค่ 'รอยยิ้ม' ก็บอกได้แล้วว่า คนๆนึงเริ่มรับรู้จุดหมายของการมีชีวิต และพร้อมที่จะเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่กับคำว่า 'รัก'

    หนังเรื่องนี้จะพาคุณไปรู้จักกับความแหว่งโหวของจิตใจ ความเหงาที่มากเกินอาจทำให้เรากลายเป็นเพียง 'เศษเสี้ยวแห่งความเว้าแหว่งของจักรวาล' เพราะบางทีความเหงามันน่ากลัวกว่าที่คิด

    The lizard wakes up and finds he's the last lizard alive.
    จิ้งจกตื่นขึ้น และพบว่าตัวเองคือจิ้งจกตัวสุดท้ายที่ยังมีชีวิต

    .......

    It's better being with your enemies than being alone.
    การอยู่กับศัตรู ก็ยังดีกว่าต้องอยู่ตัวคนเดียว


    จะมีใครบ้างที่อยากเป็นจิ้งจกเดียวดายตัวสุดท้ายของจักรวาล


     คะแนนความอิน : 8.5 / 10


    - - - - --------------------------------------------- - - - - 

    เผื่อใครดูหนังจบแต่อารมณ์ไม่จบ มาฟังเพลงต่อได้นะ เป็น Ost. ของหนังด้วย



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in