เรื่องสั้นนอวอรอรอตอพอลอ
บริษัท ห้องแห่งความสุข จำกัด
  • - 1 -
    "ห้องแห่งความสุข ยินดีต้อนรับค่ะ"

    พนักงานสาวสวยกล่าวทัก หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส​เธอก้มมองรายชื่อลุกค้านัดหมายแล้วถาม "คุณนวรรตพลใช่ไหมคะ?"

    "ครับ" ผมตอบ

    "คุณนวรรตพลวันนี้จองเต็มออพชั่นหนึ่งชั่วโมง​ ต้องรอจัดห้องนิดนึงนะคะ​ แล้วก็น้องที่นัดไว้ตอนนี้แต่งหน้าอยู่ค่ะ"

    "ได้ครับ" ผมเดินเลยไปเลือกเก้าอี้ที่มุมหนึ่งในห้องรับรอง​ เสียบหูฟังที่เครื่อโทรศัพท์​ เพลง​ Lover's End ของวง Moon Safari บรรเลงต่อจากที่ปิดไว้เมื่อห้านาทีก่อนที่เดินจะเข้ามาในบริษัทห้องแห่งความสุข

    Under the cold light of God's street lamp
    He walks alone the original supertramp
    King of the sticks, mayor of madness
    It gets us all in the end, in this part of the world

    ผมจ่อมจมไปกับเสียงเพลงจนพนักงานต้องสะกิด​ ถึงเงยหน้าขึ้นมา​ "ห้องพร้อมแล้ว​ เชิญเลยค่ะ"
    เราออกจากลิฟต์ที่ชั้น​ 5 และเธอพาผมผ่านทางเดินแคบๆ​ ประตูห้องทั้งสองฝั่งเรียงกันเป็นแนว​ เผยให้เห็นถึงอดีตของอาคารแห่งนี้ที่บริษัทห้องแห่งความสุขปรับปรุงขึ้นจากโรงแรมเก่า​

    ประตูที่สามทางซ้ายมือเปิดคาไว้อยู่​ พนักงานสาวทำหน้ามุ่ย​ รีบปิดประตูและกดวิิทยุเรียกแม่บ้าน​ แต่ไม่ทันสายตาผมที่มองลอดช่องเข้าไปก่อนแล้ว​ ข้าวของแตกหักเสียหายเกลื่อนพื้นห้อง​
    เราทั้งคู่เดินต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    เธอหยุดอยู่หน้าห้อง​ 512 และหันมาหาผมพร้อมกับยื่นเอกสารหนาสามสี่หน้าและปากกา​ให้พร้อมกับถุงขนาดเล็ก​ที่ระบุเลขเดียวกับหมายเลขห้อง "คุณนวรรตพลคะ"

    "ผมมาหลายครั้งแล้วครับ​ ไม่ต้องอธิบายระเบียบให้ผมฟังแล้วก็ได้ครับ" ผมล้วงข้าวของออกจากกระเป๋ากางเกงมาใส่ในถุง​ ถอดนาฬิกาและปลดเข็มขัดใส่​ พนักงานสาวปิดปากถุงทันที

    "มันเป็นระเบียบค่ะ" เธอยิ้มนิดๆ​ และพูดต่อทันที​ "ขอบคุณที่คุณนวรรตพลเลือกใช้บริการห้องแห่งความสุขค่ะ​ ห้องที่คุณจะทำอะไรก็ได้​เพื่่อ​ความสุขของคุณ​ ของทุกชิ้นในห้องสามารถนำมาใช้ทำอะไรก็ได้ที่จะช่วยเพิ่มพูนความสุขของคุณ และเราไม่อนุญาตให้นำสิ่งของภายนอกมาใช้ในห้อง​ รวมถึงวัตถุใดๆ​ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง

    "เวลาหกสิบนาทีจะเริ่มเดินโดยอัตโนมัติเมื่อพนักงานต้อนรับของเราเข้าไปในห้อง​ พนักงานของเราได้รับการอบรมมาอย่างดี​ และพร้อมจะช่วยทำทุกอย่างที่จะให้คุณมีความสุข​ เขาหรือเธอจะไม่ตอบโต้ยกเว้นถ้าเห็นว่าสิ่งที่คุณทำจะนำมาสู่อันตรายถึงชีวิต

    "คุณนวรรตพล​ เลือกใช้บริการนี้ด้วยความสมัครใจ​ ไม่ได้ถูกบังคับขู่เข็นด้วยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดๆ และมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน ไม่ได้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของสิ่งมึนเมาใดๆ ทั้งสิ้น

    "ถ้าเข้าใจแล้วโปรดเซ็นรับทราบในเอกสารด้วยค่ะ" พนักงานพูดด้วยความคล่องแคล่ว​ เธอเหลือบมองกระดาษโน้ตในมือบ้างเวลาที่ต้องพูดชื่อผมในประโยคเท่านั้น

    ผมเคยเซ็นเอกสารเดียวกันนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่าหกครั้งในรอบสามปีที่ผ่านมา​ มีอยู่สองครั้งที่อ่านค่อนข้้างละเอียด​ ในคราวนี้เลยแค่พลิกไปจนหน้าสุดท้ายแล้วตวัดปากกาลงไป​

    "ขอบคุณ​ค่ะ​ ขอให้มีความสุขเต็มที่นะคะ" พนักงานสาวเปิดประตูห้องให้​ เมื่อผมเดินเข้าไป​ ประตูก็ปิดตามหลังช้าๆ

    - 2 -

    ผมไม่รู้ว่าห้องอื่นประดับตกแต่งไว้อย่างไร เพราะผมใช้ห้องนี้ทุกครั้งที่มาทีนี่ ทุกอย่างในห้องยังอยู่ในตำแหน่งเดิมเหมือนครั้งแรกที่ผมเข้ามาไม่ผิดเพี้ยน ไม่ว่าจะเป็นแจกันสีขาวที่พยายามหันรอยบิ่นหลบสายตาของผู้เข้าพัก ขวดน้ำเย็นเฉียบเป็นไอที่วางอยู่บนโต๊ะ หรือรอยบากเล็กๆ รูปหัวใจที่ขาเตียง ซึ่งผมเองเป็นคนเอามีดกรีดไว้เมื่อมาที่ห้องนี้ครั้งแรก

    ครั้งแรกที่มาใช้บริการของบริษัทห้องแห่งความสุข ผมรู้สึกว่าค่าบริการชั่วโมงละสี่หมื่นบาทมันน่าจะแพงเกินไป แต่พอครบชั่วโมงกับความสุขที่ได้กลับคืนมาทำให้ผมกลับรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่สุดที่ได้จ่ายเงินก้อนนี้ออกไป และเมื่อมาครั้งที่สองและสาม พอได้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ พวกนี้ผมถึงกับทึ่งและคิดว่าเงินเพียงสี่ห้าหมื่นนี่ถูกมาก

    แค่ค่าแจกัน ค่าทีวี และข้าวของอื่นๆ ทั้งโต๊ะ ตู้เตียงที่ผมทุบทำลายทิ้งจนไม่เหลือสภาพก็ไม่น่าจะต่ำกว่าสองสามหมื่นแล้ว

    ครั้งที่สี่กับครั้งที่แล้ว ผมเลือกออพชั่นอัพเกรด โดยขอพนักงานต้อนรับมาบริการ ซึ่งก็ทำให้ค่าบริการสูงขึ้นไปแตะแปดหม่ืนบาท แต่มันก็คุ้ม ไม่ใช่แค่เพราะทางบริษัทฯ แถมบัตรสมาชิกสะสมแต้มให้ แต่เพราะการได้ปลดปล่อยอารมณ์ไปกับสิ่งของเครื่องใช้ มันต่างจากการมีคนมาร่วมเติมเต็มความเว้าแหว่งในจินตนาการของผม จะว่าไปตอนแรกผมก็ไม่ค่อยกล้าหรอก แต่พนักงานขายทางโทรศัพท์ก็ได้ยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า พนักงานต้อนรับเหล่านี้ ทางบริษัทก็ได้ดูแลอย่างดี ทุกคนรู้ความเสี่ยงจากอาชีพนี้ และ ทุกห้องแห่งความสุขมีกล้องวงจรปิดและมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูอย่างระมัดระวัง เจ้าของบริษัทฯ ซึ่งมีโรงพยาบาลของตัวเองก็ได้จัดหมอและพยาบาลคอยดูแลอย่างดี และมีประกันชั้นหนึ่งให้

    ตอนใช้บริการอัพเกรดครั้งแรก ผมส่งรูปของปรารถนาใหักับทางบริษัท และเมื่อพนักงานต้อนรับเดินเข้ามาในห้อง ผมก็แทบกลั้นหายใจเมื่อพบปรารถนาเดินเข้ามาในห้อง และประหลาดใจในความคล้ายคลึงราวกับพี่น้องฝาแฝด แน่นอนว่าไม่ใช่ แต่เขาถูกตบแต่งมาด้วยกระบวนวิธีที่ผมเองก็ไม่อาจเข้าใจได้ พนักงานต้อนรับในบุคลิกของปรารถนาต้องนั่งนิ่งๆ เกือบยี่สิบนาที กว่าทีผมจะกล้าบอกความต้องการออกไป

    และนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้นั่งกุมมือของปรารถนา ตลอดสี่สิบนาที ความเงียบเข้ามาห่อคลุมเราทั้งสองจนเสียงเตือนครบเวลาดังขึ้น ผมก็ยังไม่ปล่อยมือ ในไม่กี่วินาทีหลังจากเสียงสัญญานเงียบลง ปรารถนาที่นั่งเงียบมาตลอดจึงสะบัดมืออก และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนในชุดหน่วยสวาทพร้อมอาวุธครบมือก็เปิดประตูห้องเข้ามา

    ส่วนครั้งล่าสุด เป็นคราวแรกที่ผมรู้สึกแย่จากการใช้บริการของบริษัทห้องแห่งความสุข ผมมั่นใจว่าพนักงานต้อนรับไม่ใช่คนเดิม แต่ก็ยังถูกแต่งมาจนแทบไม่สังเกตเห็นความแตกต่าง ผมกอดปรารถนา่ ไว้แน่น ผมพยายามจูบเธอ ผมตัดพ้อต่อว่าที่เธอตัดความสัมพันธ์ระหว่างเราไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อสี่ปีก่อน ผมอาละวาดทุบแจกันแตก และใข้เศษกระเบื้องคมๆ กรีดใบหน้าสวยๆ ที่ผมได้แต่ฝันถึงอย่างช้าๆ

    ไม่มีเสียงกรีดร้องตอบโต้อะไรจนเสียงเตือนหมดเวลาดังขึ้น พนักงานต้อนรับลุกขึ้นและเปิดประตูห้องให้ผมเดินออกมาอย่างเงียบๆ

    ในเวลานั้น การได้เห็นเลือดของ 'เธอ' ไหลซึมออกมาจากแก้มทำให้ผมพอใจอย่างประหลาด มันอาจเป็นผลพวงของความคับแค้นและความผิดหวัง แต่ขณะที่เดินทางกลับบ้าน ผมกลับร้องไห้อย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ นอกจากความรู้สึกที่ผมทำให้คนแปลกหน้าคนหนึ่งบาดเจ็บและอาจจะเสียโฉมแล้ว ผมยังรู้สึกผิดที่ผมไปทำร้ายคนที่ผมรักไปได้

    ความสุขชั่วครู่ยาม ถูกแทนที่ด้วยอารมณ์ความรู้สึกด้านลบมากมาย ไม่ต่างจากสมัยที่ "เธอ" ตัดสินใจจากผมไปในคราวนั้น ใต่้ก้นเหวของความสิ้นหวัง ผมรู้สึกเหมือนจมดิ่งไปในหลุมดำที่มืดสนิท

    - 3 -
    ผมเปิดประตูเข้ามาในห้อง

    นั่นเป็นแค่พนักงานต้อนรับ ไม่มีทางใช่ผมแน่ๆ เพราะผมเองนั่งอยู่ตรงนี้ และเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เองที่ผมส่งรูปถ่ายของตัวเองเมื่อห้าปีก่อนไปให้บริษัทห้องแห่งความสุข

    ผมเดินเข้าหา​ 'ผม' ที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง เรานิ่งงันในการเผชิญหน้า ผมมองสำรวจรายละเอียดของพนักงานต้อนรับ ผมเผ้าของเขาดกดำและยาวกว่าของผมในวันนี้เล็กน้อย​ ที่บริเวณคางข้างขวามีรอยมีดโกนบาดบางๆ​ ที่วันนี้มันถูกกาลเวลาเยียวยาไปแล้ว​ นับเป็นอีกครั้งที่บริษัทฯ ทำให้ผมทึ่งในความสามารถที่จะแปลงโฉมพนักงานได้ตามความต้องการของลูกค้าอย่างที่สุด

    "นั่งสิ" เขาทำตามอย่างว่าง่าย​ ขณะที่ผมครุ่นคิดหาคำที่จะพูด​ ผมรู้ดีว่าผมอยากบอกเขาว่าอย่างไร​ แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะเรียบเรียงมันออกมาเป็นประโยคได้อย่างไร

    "สบายดีมั้ย?"

    เขาพยักหน้า​

    "ตอนนี้​คุณ.... นาย.... แก.... อืมมม​ ไม่มีใครหยั่งรู้อนาคตได้หรอก​ นายเองก็เช่นกัน

    "อีกไม่เกินหนึ่งปีจากนี้ไป​ นายจะได้เจอกับผู้หญิงคนหนึ่ง​ที่ชื่อ​ว่าปรารถนา​ และเขาจะพานายไปยืนอยู่ตรงที่ฉันยืนอยู่ในนาทีนี้

    ผมหยิบดอกกุหลาบในแจกันขึ้นมาดม หนามของมันสัมผัสปลายนิ้วของผม​เบาๆ

    "แล้วนายก็ได้พบกับที่แห่งนี้​ สมัยที่มันยังเป็นโรงแรม​ บริษัทห้องแห่งความสุขยังไม่ถือกำเนิดขึ้น​ ใช่​ นายมาที่นี่กับปรารถนา​ ด้วยความคิดว่าเขาพร้อมจะรัับความรักของนาย​ ในห้องนี้เองที่นายบอกรักเขา​ และเขาพบว่าเขาเองยังไม่พร้อมที่จะรับความบ้าคลั่งและความซับซ้อนของนาย

    "เมื่อปรารถนาหายไปจากชีวิตของนาย​ นายจะรู้สึกว่าโลกนี้ไม่น่าอยู่อีกต่อไป​ นายจะพยายามฆ่าตัวตาย​ แต่จิตใจนายอ่อนแอเกินไป​หรือไม่ร่างกายของนายก็แข็งแรงเกินไป​ ลมหายใจของนายจะคงอยู่จนถึงวันที่เรามานั่งอยู่ในห้องนี้​ นายจะมองเห็นความตายในทุกที่​ นายจะนั่งอยู่ริมหน้าต่างแล้วจินตนาการเห็นตัวของนายนอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้น​ เวลาที่นายเดินอยู่ริมถนน​ นายจะจินตนาการถึงรถเมล์ที่เบรกแตกแล้ววิ่งชนทุกสิ่งอย่างจนมาถึงตัวนาย​ นายจะออกวิ่งอย่างบ้าคลั่งให้หัวใจของนายมันเต้นออกมาระเบิดนอกหน้าอก​ และอื่นๆ​ อีกมาก

    "ในคืนวันที่มืดหม่นนั้น​ ฉันอยากจะบอกนายว่าไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร​ แต่ก็คงไม่มีประโยชน์​อะไร​ ความเสียใจทั้งหลายนั่น​ มันจะระเบิดโลกใบเก่าของนายเป็นเสี่ยงๆ​ และคนแปลกหน้าที่นายไม่เคยรู้จักมาก่อนจะหาหนทางออกมาจากซากปรักหักพังเหล่านั้น​ เขาจะเข้ามาแทนที่ชีวิตของนาย​ และจะหยิบเศษซากหัวใจที่ยับเยินของนายมาสร้างสรรค์เป็นบทกวี​ เป็นเสียงเพลง​

    "แต่ด้วยเหตุนี้​ ปรารถนาจึงไม่เคยหายไปจากชีวิตนายอย่างสิ้นเชิง​ เธอกลับมาหานายทุกครั้งที่เขากรีดนิ้วไปตามเส้นลวดหกสายบนคอกีตาร์​ และเมื่อปรารถนาปรากฏตัวขึ้น​ นายเองก็จะกลับมา​เพื่อที่จะพังทลายอีกครั้ง​ และคนแปลกหน้าคนนั้นก็จะปรากฏตัวขึ้นมารวบรวมเศษซากที่หักพังขึ้นมาอีก​ เป็นเช่นนี้วนเวียนไปจนนับวันนายเริ่มอ่อนแรงลง​ จนคนแปลกหน้าผู้นั้นเริ่มเหนื่อยระอากับการกลับมาของนาย​ เขาจึงวางมือจากเสียงดนตรี​ เขาหยุดเขียนหนังสือ​ เขาพยายามปิดประตูทุกบานที่จะพาปรารถนากลับมา​ และพยายามสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมารอบกักขังนายเอาไว้ เช่นเดียวกับที่ปรารถนาสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นกางกั้นระหว่างนายและเธอ

    "แต่วันหนึ่ง​ น้ำแข็งก็จะละลาย​ และนายก็ได้กลับมา​ ความบังเอิญของจักรวาลยังพานายมายังที่แห่งนี้ นายจ่ายราคาที่แสนแพงเพื่อพบว่าปรารถนามิได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว​ ไม่มีอะไรที่เหมือนเดิม​ แม้แต่ตัวนายเองก็เปลี่ยนไป​ ในวันที่น้ำแข็งละลายลง​ นายและชายแปลกหน้าคนนั้นก็ได้หลอมรวมเป็นอายตนะหนึ่งเดียว​กัน

    "ความรู้สึกผิดกลับมาหลอกหลอนนายบ้างในบางครั้ง​ แต่โลกใบใหม่ที่นายพบเจอ.... ไม่สิ​โลกใบใหม่ที่นายสร้างขึ้น​ ผู้คนใหม่ๆ​ ที่นายพบเจอ​ บางคนจะไปสะกิดแผลเป็นในใจของนาย​ แผลที่นายและคนที่ได้พบเห็นมั่นใจว่ามันสมานสนิทแล้ว​ แต่เนื้อเยื่อตรงนั้นมันยังใหม่และบอบบาง​ ในบางเวลา​ นายจะนึกถึงปรารถนาอยู่บ้าง​ แต่โลกใบเก่าเก็บกักเธอไว้อย่่างแนบแน่น​จนไม่อาจเล็ดรอดมาได้อีก

    "หลายครั้งที่นายเพลิดเพลินในโลกใบใหม่ของนาย​ มันไม่ได้นำมาแต่ความสุขใหม่ๆ​ แต่บางทีมันก็พกเอาปัญหาใหม่ๆ​ มาให้​ มันทำนายคิดถึงโลกใบนั้นบ้าง​ และนายก็ได้กลับมาที่นี่บ้างเพื่อที่จะได้สัมผัสกับความรู้สึกเก่าๆ​ แม้นายจะรู้ว่ามันถูกสังเคราะห์ขึ้นมา​ ปรารถนาทั้งสองคนนั้นก็เป็นเพียงนักแสดงแทน​ ที่ดำรงตำแหน่งพนักงานต้อนรับ​ เช่นเดียวกับตัวของนายเอง"


    - 4 -
    ผมหยุดพัก​ เปิดน้ำขึ้นดื่ม รู้สึกได้ถึงความเย็นวูบวาบที่ไหลผ่านระบบย่อยอาหาร​ของตน เขายังนั่งนิ่งจ้องมองผมด้วยสายตาที่ผมไม่อาจตีความได้ ชั่วครู่หนึ่ง​ ผมจึงทุบขวดน้ำใบนั้น​ เศษแก้วแตกกระจาย​ ที่คาอยู่ในมือของผมมีส่วนทู่และคมที่ผมมั่นใจว่ามันจะสร้างความเจ็บปวดได้​

    "แต่วันนี้​ ฉันมาที่นี่เพื่อหยุดวงจรทั้งหมดนั้น​ นายไม่ควรได้พบกับปรารถนาตั้งแต่แรก​ นายเข้าใจที่ฉันพูดไหม?"

    สายตาที่ว่างเปล่า​แทนคำตอบที่ไร้คำพูด​ ผมพิจารณาดูปากฉลามในมืออย่างใกล้ชิด​ เศษแก้วบางส่วนยังไม่หลุดออก​มา​ บางมุมสะท้อนแสงวิบๆ​ แก้วทำมาจากทรายที่ผ่านความร้อน​ แม้วันที่มันแตกกลับเป็นเกล็ดอีกครั้ง​ มันก็ไม่ใช่ทรายอีกต่อไป

    " ฉันเชื่อว่านายเข้าใจ​ ระเบียบของบริษัทนายอาจไม่ยอมให้นายสื่อสารกับฉันด้วยคำพูด​ แต่ขณะเดียวกัน​ มันก็สั่งให้นายทำตามทุกความต้องการของฉัน"

    เพียงชั่วครู่ที่ผมรู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในประกายตาของเขา​ มันคือความกลัว? การเย้ยหยันท้าทาย?​ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน​ แต่ก็ยื่นเอาปากฉลามนั้นไปที่หน้าของเขา​

    ผมพลิกมือและส่งด้านคอขวดไร้คมที่ผมจับให้กับเขา

    "รับ"

    เขาทำตามทันที​ ขวดอยู่ในมือของเขา​ อ้าปากฉลามของมันมาทางผม​ ซึ่งกำลังคุกเข่าลง

    "สงเคราะห์ฉันที​ แทงฉันให้ตายเถอะนะ"

    เขาไม่ตอบคำสั่งนี้​ มือยังถือขวดแตกๆ​ ใบนั้นนิ่งๆ​

    "เอาสิ​ ฉันเบื่อมันเต็มทนแล้ว​ ช่วยหยุดมันที"

    นิ่ง

    ผมเอื้อมมือไปจับมือของเขา​ กดปากฉลลามนั้นไว้ที่บนหัวของผม

    "กดลงมาสิ​ ทุ่มน้ำหนักตัวของนายทั้งหมดลงมาและปลดปล่อยฉันไป"

    มือนั้นขืนต้านแรงมือผมไว้ เขาคงไม่ถูกจ้างมาทำร้ายลูกค้า

    อีกมือหนึ่งของเขา​ เอื้อมมาแตะไหล่ของผม​

    "ไม่เป็นไรนะ" เป็นประโยคแรกที่คนในห้องนี้พูดกับผม​ นับตั้งแต่วันแรกที่ผมเดินออกจากโรงแรมแห่งนั้นในคราวโน้น

    มือนั้นยังลูบไหล่ผมอย่างอ่อนโยน​ ​"ไม่เป็นไรนะ"

    "ไม่เป็นไรนะ"

    ประตูห้องถูกพังลงมา​ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองนายปรี่เข้ามาในห้องและช่วยกันลากตัวเขาออกไปทันที เขายังคงพูดประโยคเดิมอยู่ "ไม่เป็นไรนะ"


    เสียงพนักงานสาวจากหน้าเคาน์เตอร์ผ่านอินเตอร์คอมในห้อง​ "คุณนวรรตพลคะ​ ขอโทษนะค​ะ​ พนักงานต้อนรับของเราวันนี้มีความประพฤติไม่เหมาะสม​ เพื่อเป็นการขอโทษ​ ทางบริษัทฯ​ ขอมอบสิทธิพิเศษให้คุณนวรรตพลมาใช้บริการได้ฟรีอีกหนึ่งครั้งค่ะ​..."

    ผมไม่รู้ว่าเธอพูดอะไรบ้าง​ เพราะหูของผมได้ยินแต่เสียงฝีเท้าของพนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งสอง​คน​ เสียงของหนักๆ​ ถูกลากไปบนพื้นกระเบื้อง

    ในความอลหม่านของเสียงจากโถงทางเดิน​ เขายังคงพูด​ "ไม่เป็นไรนะ" ซ้ำแล้วซ้ำเล่า​ด้วยจังหวะที่คงที่และสม่ำเสมอ​

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in