เรื่องสั้นนอวอรอรอตอพอลอ
Last Morning on Earth
  • หกสิงหาหกหนึ่ง

    พระอาทิตย์กำลังจมลงดิน​ เติมสีส้มเรื่อๆ​ ให้กับขอบของท้องฟ้าที่กำลังมืดตื๊ดตื๋อ​ มีเพียงแสงสว่างเจิดจ้าเป็นทางยาาาาาาาวจากดาวหางขนาดยักษ์ที่กำลังรับบทเป็นพระเอกในการถ่ายทอดสดที่ทุกมุมโลกได้เห็นพร้อมๆ กัน

    ในสถานการณ์ปกติ​ เธอหรือฉันอาจคาดหวังว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ดวงอาทิตย์จะโผล่มาใหม่ที่ขอบฟ้าฝั่งตรงข้าม​ แต่หัวค่ำวันนี้ทุกคนบนโลกต่างไม่มั่นใจว่าพระอาทิตย์ตอนรุ่งเช้าวันพรุ่งจะมีรูปร่างอย่างไร​ เมื่อดวงจันทร์น่าจะถูกชนจนแตกเป็นเสี่ยง​ หรืออย่างน้อยที่สุดมันก็จะหลุดจากวงโคจรของโลก

    นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์เขาคำนวนผลของการปะทะครั้งนี้ไว้แล้วนะ​ หากดวงจันทร์แตก​ ฉันหรือเธอจะไม่สามารถมอง​เห็นพระจันทร์เต็มดวงอีกต่อไป​ ซ้ำร้ายเสี้ยวหนึ่งของประชากรโลกน่าจะโดนเสี้ยวที่ปริแตกหล่นใส่​ ซึ่งก็คงตายกันหมด ​พวกที่รอดก็ต้องเผชิญกับฝุ่นที่ฟุ้งขึ้นมาปิดชั้นบรรยากาศโลก​ซึ่งไม่ต่างจากสาเหตุที่ไดโนเสาร์สูญพันธ์ุุ​ ฉันและเธอที่ไม่เคยกอดกันก็คงได้หนาวตายไปอย่างไม่ค่อยโรแมนติกเท่าไหร่ ในกรณีเลวร้าย​ เมื่อดวงจันทร์ถูกชนแบบไม่เหลือซากตกมาถึงโลก​ โลกจะหลุดจากวงโคจรที่อบอุ่นไปจนถึงค่อนข้างร้อนในบางโอกาส​ พวกเราคงต้องเตรียมออกเดินทางสู่อวกาศ​และโบกมืออำลาพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ​ ห่วงออกไปทุกวันๆ​ จนถึงวันที่พวกเราจะหนาวตายกันหมด​ ซึ่งก็น่าจะไม่นานหรอก 

    แน่นอนว่านักวิทยาศาสตร์ต้องถูกด่าประจานที่ไม่รู้จักป้องกันเหตุร้ายนี่​ แต่พวกเขาก็แก้ต่างว่า​ แค่คอยสอดส่องและคำนวนโอกาสที่เทหวัตถุจะพุ่งชนโลกก็ยากมากแล้ว​ ไม่มีใครว่างพอจะไปตรวจสอบโอกาสหายนะของดวจันทร์หรอก

    แต่นั่นก็ไม่ใข่สาระสำคัญของจดหมายฉบับนี้หรอกนะ​ ฉันรู้ว่าเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้่​ เธอคงเหมือนทุกคนที่ต้องการใช้เวลากับคนที่เธอรัก​ ตอนนี้เธอกับเขาอาจไปหาซื้อเครื่องกันหนาวที่ขึ้นราคาเพราะมันเริ่มจะขาดตลาด​ ซึ่งมันก็ไม่ต่างจากฉันหรอกนะ​ เพียงแต่ระยะทางระหว่างเรามันมีความสัมพันธ์ของเขาและเธอที่กางแขนกั้นขวางอยู่​ และในความเป็นจริง​ สายการบินรวมถึงขนส่งมวลชนก็หยุดทำงานแล้ว​ ปั๊มน้ำมันก็ปิดบริการเพราะใครๆ​ ก็ลาหยุดกันหมด​ ฉันจึงคิดว่าทางเดียวคือต้องถีบจักรยานเก่าๆ​ ของฉันไปหาเธอ​ 

    วันนี้ ฉันจึงรับงานทุกอย่างและคิดเงินอย่างบ้าเลือด เช่นเดียวกับทุกคนที่ยังพอทำงานอยู่ เพราะอีกไม่ช้านาน เงินก็คงหมดค่า แต่ในเมื่อเดี๋ยวนี้ไม่มีใครหาอาหารเองได้ (หมายถึงพวกจับหมูจับไก่มาเชือดและชำแหละให้ครอบครัวกิน ไปจนถึงบริการหลายๆ อย่าง) มันจึงเป็นโอกาสสำหรับคนอย่างฉัน นี่ฉันเพิ่งปิดจ็อบนึงได้ ลูกค้าของฉันเป็นชายคนหนึ่งที่เคยแยกทางจากคนที่เขารัก เขาเลยฉีกภาพถ่ายสำคัญทิ้ง พอตอนนี้เขาดันอยากทำอย่างไรก็ได้ให้ตัวเองและผู้หญิงคนนั้นกลับมาอยู่ด้วยกันได้ แม้แต่แค่ในภาพถ่ายก็ยังดี ฉันก็เลยรับทำซะ ง่ายจะตาย แค่สแกนภาพและต่อมันเข้าด้วยกันในคอมพิวเตอร์ จากนั้นก็หากระดาษปรินท์ภาพอย่างดีมาพิมพ์ออก แค่นี้ก็ได้เหนาะๆ แล้วแสนนึง นี่เขียนจดหมายเสร็จฉันต้องไปใส่ชุดตัวตลกต่อ เย็นนี้เป็นวันเกิดของลูกชายคนเล็กของเพื่อนบ้าน และเขาอยากสร้างความทรงจำดีๆ ให้กับลูกเป็นครั้งสุดท้าย ก็แค่แต่งตัวตลก เป่าขลุ่ยนิดๆ หน่อยๆ แล้วก็เป่าลูกโป่งมาทำเป็นตัวหมาตัวแมว แค่นี้ฟันได้อีกสี่แสน 

    ถ้าพระจันทร์จะยังเหมือนเดิม ฉันคงหาเงินแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ เห็นมั้ย มันมีโอกาสเสมอในทุกปัญหา 555 

    พรุ่งนี้ พอส่งมอบรูปถ่ายใบนั้นเสร็จ ฉันก็จะออกเดินทางละ ฉันไปหยิบหนังสือมาจากร้านที่เราเคยเข้า ตอนนี้ร้านอะไรก็ไม่มีใครอยู่เฝ้าแล้ว ส่วนมากก็เปิดทิ้งไว้ ใครจะไปหยิบอะไรออกมาก็ได้ ส่วนมากข้าวของก็เริ่มหมดแล้ว ยกเว้นร้านหนังสืออ่ะนะ เพราะแค่ขนาดยังไม่เกิดวิกฤตสิ้นโลกนี้ คนยังไม่ค่อยอ่านหนังสือกันเลย พอตอนนี้ฉันก็เลยไปเลือกหยิบได้สบายๆ หนังสือเล่มนั้นเขียนโดยนักปั่นจักรยานคนหนึ่ง ฉันนั่งคำนวนคร่าวๆ ว่าการจะปั่นไปหาเธอ คงต้องใช้เวลาประมาณเกือบๆ เดือน คงไม่เป็นไร ฉันมีเต้นท์มีถุงนอนเรียบร้อย เงินสดอีกเกือบห้าล้านบาทฉันมัดไว้เป็นฟ่อน เอาไว้ขอซื้อหมูซื้อไก่กินระหว่างทาง  

    หวังแค่ว่า ช่วงเกือบหนึ่งเดือนข้างหน้านี้ พระจันทร์ที่เราเคยนั่งมองด้วยกัน จะไม่ตกมาโป้กใส่หัวฉันนะ ถ้าลูกเล็กๆ คงไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าลูกใหญ่ๆ ละก็นะ 555 

    แต่ฉันก็ทำใจไว้แล้วนะ ไม่ว่าฉันจะรอดหรือไม่รอดยังไง เธอก็คงไม่อยู่ตรงนั้นหรอก ฉันแน่ใจว่า 'ความไม่มีอยู่ของเราสองคน' น่าจะมีความยั่งยืนกว่าอายุขัยของมนุษยชาติ ที่ฉันจะไปเนี่ย ก็แค่แวะไปเยี่ยมดูที่ๆ เราเคยไปมาด้วยกัน ฉันคงเลือกหาที่ๆ ฉันชอบแล้วนอนลงไป ก่อไฟสักกองไว้แก้หนาวในเช้าวันสุดท้ายของโลก เออ นึกได้ เธอจะเรียกว่านี่เป็นการไปหาที่ตายก็ได้นะ ถ้ายังมี social media ให้เล่นอยู่ ฉันว่า hashtag นี้เพียบแน่นอน #ไปหาที่ตายกัน 555 

    ได้เวลาแล้วนะ ฉันจะต้องไปแต่งหน้าก่อน นี่ชุดเมคอัพฉันเตรียมมาพร้อมแล้ว ว่าแต่เขาใช้กันยังไงนะ ฉันยังไม่เคยแต่งหน้าตัวเองสักครั้งเลย คิดแล้วคงตลกน่าดู ฉันคงเป็นตัวตลกคนแรกที่ทาหน้าสองข้างไม่เท่ากัน  

    นึกถึงสำนวนฝรั่ง Jester's tears น้ำตาตัวตลก วลีย้อนแย้งแบบนี้ฉันชอบจัง แต่ไม่หรอกนะ ฉันคิดว่าฉันคงไม่ร้องไห้หรอก มันเป็นเวลางานนี่นา 

    แค่นี้ก่อนนะ ไปละ 

    น้อต 

    ป.ล. เอิ่ม แล้วฉันจะส่งจดหมายนี้ให้เธอยังไงดีเนี่ย 555 


    image credit: Yes' Fragile album cover by Roger Dean

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in