เรื่องสั้นนอวอรอรอตอพอลอ
ถึงดาวดวงนั้น ที่เกิดขึ้นมาเมื่อสี่สิบล้านปีก่อน
  • 00.20 น.

    เมื่อสี่สิบล้านปีก่อนหน้าวันนี้พอดิบพอดี ดาวดวงนั้นได้ถือกำเนิดขึ้นมา

    ผมได้พบกับดาวดวงนั้นครั้งแรกเมื่อสี่ล้านปีที่แล้ว วันนั้นเป็นวันที่หนึ่งเมษายน แม้มันจะนานมาแล้วแต่ผมก็ยังจดจำได้ถึงชั่วขณะที่คลื่นความโน้มถ่วงจากดาวดวงนั้นมากระทบถูก ยานที่ผมขับอยู่ต้องหลุดออกนอกเส้นทางที่วางไว้ก่อนหน้า นาทีนั้นผมลังเลว่าจะขอลงจอดฉุกเฉิน แต่ในที่สุดก็เลือกฝีนเดินทางต่อไป

    จนเมื่อสองล้านปีก่อน ผมอยู่ระหว่างการเดินทางอันเดียวดายในจักรวาลที่มืดมิด มีเพียงเสียงของอุปกรณ์ในยานครางหึ่งเบาๆ แต่แม้จะเบาแค่ไหนก็ยังดังกึกก้องกว่าเสียงยานอวกาศของผมที่เดินทางผ่านสสารมืดด้วยแรงเฉื่อยที่ความเร็วเฉียดแสง จนผมคว้ากีตาร์ขึ้นมาร้องเพลงลั่นยาน
    ในอวกาศ จะมีใครที่ไหน
    ได้ยินเสียงที่ฉันกู่ร้อง
    หรือเสียงของหยดน้ำตา
    ที่ฉันหลั่งริน

    ทันใดนั้น ผมรู้สึกถึงความสั่นสะเทือนเช่นเดียวกับเมื่อสองล้านปีก่อนไม่มีผิด ราวกับมีใครกำลังตอบเสียงเพลงที่ผมร้องออกมา ผมปล่อยกีตาร์ให้ลอยออกไปในยานอวกาศที่ไร้แรงโน้มถ่วง ความสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นจนผมรู้สึกสูญเสียการควบคุม

    แล้วอวกาศที่ดำมืดก็หายวูบไป

    00.50 น.

    ผมรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง ก็รีบเปิดหน้าจอสำรวจความเป็นไปของยาน ไม่มีส่วนใดที่เสียหาย วงจรยังชีพยังคงทำงานอยู่ตามปกติ อุปกรณ์ต่างๆ ไม่บุบสลายหากเพียงแปดเปื้อนด้วยร่องรอยเสื่อมสลายตามกาลเวลาและการใช้งานอย่างไม่ทนุถนอมของผมเอง

    ผมหันความสนใจไปที่กำแพง ผมสั่งให้มันฉายภาพด้านนอก แล้วผมก็ได้เห็น

    เธอ...

    ดาวดวงนั้นเองที่ผมเคยเฉียดเข้าใกล้เมื่อสี่ล้านปีก่อน มันยังคงสดสวยเหมือนเดิม 

    จากวันนั้นมา ยานอวกาศของผมก็ตกอยู่ในแรงโน้มถ่วงอันยิ่งใหญ่ของเธอ ผมไม่สามารถควบคุมยานของตัวเองให้บินจากมันไปได้ ก็คงเหมือนกับโลกที่หมุนอยู่รอบพระอาทิตย์หรือดวงจันทร์ที่หมุนรอบโลก เราถูกดูดเข้าหากัน (หรือจะบอกว่าผมถูกเธอดูดเข้าไป) แต่ด้วยแรงโน้มถ่วงจากเทววัตถุอื่นๆ บนท้องฟ้าอันมืดมิดในเวลานั้น หรือจะเป็นอิทธิพลจากสิ่งใดๆ ที่อยู่เหนือความเข้าใจของสมองของผม ผมกลับไม่สามารถจะลงจอดหรือเข้าไปใกล้เธอได้มากกว่าที่เป็นอยู่ เพียงแต่ล่องลอยอยู่ในวงโคจรที่ถูกชะตากรรมขีดเอาไว้

    หากย้อนเวลาได้ ผมอาจลองปรับค่าต่างๆ เพื่อพยายามลงจอดอย่างนิ่มนวลตั้งแต่เมื่อเราได้เจอกันครั้งแรก แล้วผมก็จะได้ครอบครองดาวที่สวยที่สุดที่เคยเห็นดวงนั้นได้ แต่การเป็นนักท่องเวลาจะมีประโยชน์อะไรถ้าเราได้แต่เดินทางสู่อนาคตได้ฝั่งเดียว

    ระหว่างที่รอให้จุดจบของนิรันดร์กาลมาถึง ผมเลยถือโอกาสศึกษาดาวดวงนี้เพิ่มขึ้น ทำให้ผมรู้ลึกไปจนถึงว่า เธอเกิดมาวันไหน (สุขสันต์วันเกิดนะครับ) ผมพบว่า นอกจากสภาพภายนอกที่สวยงามแล้ว ดาวดวงนี้ยังมีสภาพที่เหมาะกับการอยู่อาศัยสำหรับผมเป็นที่สุด ระดับแก็ซอาร์กอน (Ar) สูงกว่าโลกถึงเกือบๆ หนึ่งเปอร์เซ็นต์ (ที่เป็นระดับที่ผมชอบ) อากาศออกจะเย็นกว่าที่ผมชอบไปนิด แต่น้ำค้างแข็งที่ก่อตัวห่มคลุมผิวดินเอาไว้กลับแฝงไว้ด้วยเสน่ห์จนผมถึงกับลืมวันลืมคืนส่องกล้องดูจนไม่เป็นอันกินอันนอน ด้วยสติที่สลึมสลือ ผมเพ้อฝันถึงวันที่จะได้ลงไปสัมผัสกับผิวของดาวดวงนี้จริงๆ 

    ในความเป็นจริง ผมก็น่าจะสามารถอยู่อย่างนี้ไปได้เรื่อยๆ แต่คนเราจะทนมองความฝันของเราอยู่ห่างๆ ไปตลอดได้อย่างไร 

    บางครั้งผมเคยถามตัวเองว่า หากมีใครมาบันทึกประวัติศาสตร์ทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์ของดาวดวงนั้น ผมจะอยู่ตรงไหนกันแน่ ระหว่างคำที่สะกดผิด ฟุตโน้ต จุดมหัพภาค หรือรอยเปื้อนบนหน้ากระดาษ

    ผมไม่มีคำตอบให้ตัวเอง

    ผมปรับแต่งยานใหม่ ด้วยความหวังว่าจะเพิ่มพลังให้หลุดพ้นจากวงโคจรนิรันดร์นี้ไปลงจอดให้ได้ อุปกรณ์ Ionocraft หรือทรัสเตอร์ที่ติดตั้งตำแหน่งปกติตรงด้านหน้าของยาน ปกติจะใช้พ่นลมไอออนที่ฝั่งหน้าของยานเพื่อเอาไว้ใช้เบรกฉุกเฉิน ผมย้ายมันไปไว้ท้ายยานเพื่อเพิ่มแรงดันให้กับไอพ่น ตามการคำนวนของผม มันน่าจะมีพลังมากเกินพอที่จะผลักให้ยานหลุดออกจากกระแสแรงโน้มถ่วงนี้ได้ แต่มันก็มีความเสี่ยงอยู่สองอย่าง หนึ่งคือผมจะไม่สามารถชลอหรือควบคุมทิศทางของยานได้อีก แปลง่ายๆ คือยานของผมอาจจะพุ่งเข้าชนเธอจนย่อยยับ หรือผมอาจจะหลุดลอยสูงขึ้นไปในอวกาศห้วงลึก
    ผมไม่มีอะไรต้องเสียอีก ไม่่ว่าจะออกหัวหรือออกก้อย ย่อมดีกว่าการติดแหงกอยู่อย่างนั้นตลอดไป ผมเดินเครื่องสั่งพลังงานไปขับดันไอพ่นร้อนๆ และกดปุ่มเปิดทรััสเตอร์ 

    แล้วผมก็พลาด...



    01.47น.

    ตั้งแต่วันที่ยานของผมหลุดออกจากวงโคจรของเธออย่างถาวร ยานผมล่องลอยไร้ทิศทางมาตลอดสองล้านปีที่่ผ่านมา ถูกดาวดวงอื่นดูดเข้าไปอยู่ในวงโคจรหลายต่อหลายครั้ง ผมเชื่อว่าการได้เปิดสายตาให้กับสิ่งใหม่ๆ อาจเปิดช่องให้ความทรงจำใหม่เข้าไปเจือจางภาพความทรงจำเดิมๆ เกี่ยวกับเธอได้ 
    ผมมั่นใจว่า เราคงไม่มีโอกาสได้พบกันอีก ก็เข็มทิศของผมก็พังไปตั้งแต่คราวนั้น แถมจักรวาลนี้มันกว้างใหญ่เหลือเกิน สำนวนสมัยโบราณที่ว่า งมเข็มในมหาสมุทร หรือหาเข็มในกองฟาง มันยังห่างไกลกันอีกไม่รู้กี่ล้านเท่า

    ด้วยเหตุนี้ ผมจึงพยายามออกเดินทางไปสู่วันพรุ่งนี้ ซึ่งมันก็เป็นสิ่งเดียวที่ผมทำได้ทางกายเนื้อนี้ แม้ว่ามันจะเป็นอยู่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ใจอยากจะไป 

    บางเวลา ผมก็คิดถึงเธอ มากบ้างหรือน้อยบ้างก็แล้วแต่สภาพแวดล้อม ณ ชั่วขณะนั้นๆ แต่นานๆ ทีก็จะมีบางสิ่งมาคอยเตือนให้นึกถึงเธออยู่เสมอ บางที ขณะที่เหม่อมองเข้าไปในกล้องโทรทัศน์และได้เห็นกับเกล็ดน้ำค้างแข็งบนดาวดวงอื่นที่ห่างไกลออกไป ผมก็คิดถึงเธอ บางคราวที่เข้าใกล้ดาวสักดวงแล้วถูกแรงโน้มถ่วงมาสั่นสะเทือนยาน ผมก็คิดถึงเธอ 

    หรืออย่างวันนี้ วันที่สิบสองพฤษภาคม ครบรอบสี่สิบล้านปีก่อนเธอได้ถือกำเนิดขึ้น ก็เตือนให้ผมคิดถึงเธอ

    ผมเชื่อว่าพระเจ้าย่อมดูแลเธออย่างดีที่สุด แต่กระนั้นผมก็อยากขอพักสักชั่วครู่เพื่ออธิษฐานขอพรให้กับดาวดวงนั้น

    วันพรุ่งนี้รอผมอยู่ และผมต้องเดินทางต่อไป

    02.20 น.

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Piti Pui (@pitipui)
เขียนเก่งจังเลย รออ่านอยู่นะคะ
@pitipui มิกล้าครับ มิกล้า