Tribute to my fav song :)bunkermine
Movie Playlist ในระยะกักกัน
  • บางทีเราก็รู้สึกว่าสถานการณ์ที่ทำให้ทุกคนติดอยู่กับบ้านตอนนี้ ค่อนข้างเซอร์เรียลมากๆ
    มีข่าวผ่านตามาให้สะเทือนใจ แต่บางคอนเท้นต์ก็เรียกเสียงหัวเราะให้กับความบ้าบอจากผู้คนที่ดูเหมือนจะไม่ไหวแล้วกับการอยู่บ้านทั้งวัน

    เราก็หนึ่งในนั้นที่พยายามหาอะไรใหม่ๆทำในบ้าน ทั้งทำอาหาร อบขนม ทะเลาะกับสามี (เรื่องไม่เป็นเรื่อง?) และสุดท้ายก็จบด้วยการหาหนัง ซีรี่ย์ดูไปเรื่อยๆ ให้หนึ่งวันมันจบไปเร็วๆ

    แต่การดูหนังของเรา นอกจากจะเพลิดเพลินไปกับเนื้อเรื่อง และตัวแสดง (หล่อๆ) ก็อดไม่ได้ที่จะหยิบจับเพลงที่โดนใจในแต่ละเรื่องมาแชร์

    1. OZARK SEASON 3 ENDING CREDIT

    ซีรี่ย์ดังจาก Netflix (แต่ไม่ค่อยเป็นกระแสในไทยเท่าไหร่) เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวหนึ่งที่ช่วยกันฟอกเงินให้กับ Drug Lord เพื่อความอยู่รอด อาจจะเหมาะกับคนที่กำลังมองหาซีรีย์แนว Breaking Bad เพราะมีทั้งดราม่าครอบครัว การชิงไหวพริบกันในทางธุรกิจ ซึ่งจะมีความดาร์ค โหด เครียดให้บั่นทอนจิตใจเล่น

    หลังจากที่ดูรวดเดียว 3 ซีซั่น มีหลายเพลงที่ทำเราสะดุด เพราะด้วยความดาร์คของโทนหนังแต่ก็มีสีสันจากเพลงบีทสนุกๆอยู่หลายฉาก โดยเฉพาะเพลย์ลิสต์ของ Ruth ตัวละครโปรดของเรา ที่เธอจะมาพร้อมกับเพลงแร็พ old school บีทแน่นๆ พร้อมกับหน้าเหวี่ยงๆตามสไตล์คนคูล
    แต่เพลงที่โดนใจและฟังแล้วต้องแชร์มากที่สุด คงจะหนีไม่พ้น Ending track ของซีซั่น 3
    หลังจบฉากที่ทิ้งคนดูให้อึ้ง ทึ่ง เหี่ยว เพราะต้องรอซีซั่นต่อไป เพลง Run The Jewels - OoH LA LA 
    ก็ขึ้น มาเย้ยหยันคนดู  "อยากดูต่อหรอ รอต่อปายยย" 



    2. Suspiria (2018) 

    หนังแม่มดรีเมคที่รวมนักแสดงดังๆอย่าง Dokota Johnson จาก Fifty shade of Grey, Tilda Swinton  จาก Doctor Strange และ ยัยหนูจิ๋วจี๊ด Chole Graze Moretz จาก Kick Ass  เรื่องราวสยองขวัญของคณะบัลเลต์ชื่อดัง ที่ไม่ได้มีจุดประสงค์แค่แสดงศิลปะ แต่มีเบื้องหลังสยองขวัญกับพิธีกรรมลึกลับของเหล่าแม่มด  

    เนื่องจากสถาปนาตัวเอง เป็น die-hard fangirl ของคุณ Thom Yorke นักร้องนำจาก Radiohead ก็พยายามตามดูหนังที่พี่แกเป็น sound director ที่ดูจะเยอะแยะเหลือเกินตามประสาของคนจีเนียส (อวยเยอะอวยแยะ) ซึ่ง Suspiria หนังสยองขวัญทีี่มากับโทนสีสันจัดจ้าน ตัดฉากฉึบฉับ มึนๆแต่แปลกใหม่ ฉากพิธีกรรมตอนจบ ที่ควรจะกระอักกระอ่วน แต่กลับสวยงามด้วยทำนองช้าๆ เนิบๆ เนื้อเพลงปรัชญา ตามสไตล์พี่แกนั้นแหละ

    Unmade - Thom York 


    Movie Scene :  

    "What do you ask?"
    "To die."
    "Mother. Mother, we're so tired."
    "What do you ask?"
    "To die. I want to die."
    "Sweet girl, what do you ask?"
    "Die."


    3. Vivarium (2018) 

    หนังพล็อตแปลกใหม่ คู่รักวัยทีนที่กำลังตัดสินใจซื้อบ้าน จึงทำให้พบกับเซลล์พิลึกของหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง พวกเขาตามเซลล์ไปดูหมู่บ้าน และถูกเซลล์ทิ้งไว้กับเส้นทางที่เหมือนเขาวงกต นั้นจึงทำให้พวกเขาต้องติดอยู่กับบ้านหมายเลข 9 วันหนึ่งพวกเขาพบกับกล่องปริศนาที่มีเด็กทารกอยู่ในนั้น พร้อมกับข้อความหน้ากล่องว่า "Raise the child and be released"

    Is this child adorable ? 

    พล็อตหนังที่ฟังแล้วสยองอย่างหน้าประหลาด พร้อมฉากสดใสแข่งกับฉากของเทเลทับบี้ หลังดูจบเราก็ไม่สามารถบอกได้ว่าชอบหรือไม่ชอบกันแน่ ในทางหนึ่งเราก็ว่าหนังสุดยอดมากในสเกลที่low budget ขนาดนี้ แต่อีกทางก็ยังรู้สึกว่ายังไปได้สุดกว่านี้น๊า นี้คือเหตุผลที่อยากจะรีวิวหนังแต่ไม่ตัดสินใจเขียนซักที เพราะยังเรียบเรียบความรู้สึกตัวเองไม่ค่อยดีเท่าไหร่ 

    เราเลยเลือกที่จะแนะนำเพลงที่เราว่าแต่ละเรื่องคัดสรรมาเพื่อเข้ากับธีมของหนัง หรือว่าเลือกให้ disturbance มู๊ดของฉากๆนั้น ซึ่งเราว่ามันฉลาดมากๆ อย่างซาวด์แทร็คใน Virarium ในฉากที่ Tom และGemma เริ่มท้อ และหดหู่กับการมีชีวิตในหมู่บ้านประหลาดแห่งนี้ จังหวะน่ารักอย่างเพลง The specials - A Message to you Rudy !  ก็มาสร้างสีสัน และเรียกรอยยิ้มให้คนดูได้แว่บนึง



    ** The specials วงเก่ารุ่นเก๋าที่เราก็เพิ่งทำความรู้จักเหมือนกัน มีความผสมผสานเร็กเก้และพังค์ร็อคลงตัวมากๆ เพลงสนุก ลองไปโยกตามในช่วง Quarantine นี้ได้ค่ะ ** 

    4. Motherless Brooklyn 

    เรื่องราวของนักสืบผู้มีโรคประจำตัว Tourette Syndrome ซึ่งตามล่าหาความจริงในการฆาตรกรรมของ Frank เพื่อนรักผู้มีพระคุณของเขา ทำให้ต้องไปขัดแข้งขากับผู้มีอิทธิพลในนิวยอร์ค 

    สำหรับเราเป็นหนังที่ดีแต่ยาวไป พล็อตหนังจริงๆไม่น่าจะยืดมาถึง 2 ชั่วโมง แต่ด้วยนักแสดงยอดฝีมืออย่าง Edward Nortan สีสันจากเฮีย  Williem Dafoe สุดเก๋า และ Sountrack สุดปังจากเทพ Thom Yorke (อีกแล้ว) เพลง Daily Battles - Thom Yorke ที่ฉุดให้เราดูจนจบ 



    5. SKY CASTLE 

    ซีรีย์ดังจากแดนกิมจิ ซึ่งเราเพิ่งมีโอกาสได้ดูจากความว่างในช่วงนี้ เรื่องราวของครอบครัวทั้ง 4 ฐานะดีในหมู่บ้าน Sky Castle ซึ่งพ่อแม่มีจุดมุ่งหมายให้บรรดาลูกๆประสบความสำเร็จ เพื่อเป็นหน้าเป็นตาให้กับวงศ์ตระกูล ความหวังของพ่อแม่ทีี่ทำให้เกิดความกดดันต่อลูกๆ และทำลายความสัมพนธ์ของครอบครัว เป็นพล็อตเรื่องที่ไม่ซับซ้อน แต่มีหลายเรื่องให้พูดถึง แถมเล่าปัญหาครอบครัวต่างๆให้เป็นรูปธรรมผ่านเรื่องราวสะเทือนใจ และตัวละครลับ 

    ถ้าใครเคยดู เราเชื่อว่าน่าจะคุ้นหูกับเนื้อเพลงภาษาอังกฤษ ที่ขึ้นด้วยประโยคจุกๆอย่าง "WE ALL LIE"

    We All Lie - Ha Jin 


    ส่วนตัวชอบเส้นเรื่องของชาเซรี มาน้อยแต่อิมแพค 


    วันนี้ขอจบไปก่อนกับ 5 เพลง 5 เรื่องที่เราได้มาจากquarantineในบ้านร่วมเดือน หวังว่าทุกคนจะได้หนังและเพลงไปอยู่ในลิสต์ช่วงlockdownนี้นะคะ 

    เราจะผ่านช่วงเวลายากๆนี้ไปด้วยกัน :)  
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in