เดินเคียงข้างไปกับความเศร้าระบบสุริยะ
How to fight.....?
  •                     หากคุณลองพิมพ์ลงไปในกูเกิ้ลว่า How to fight…(วิธีการต่อสู้กับ....) สิ่งที่ขึ้นมาอันดับแรกนั้น จะไม่ใช่วิธีการต่อสู้กับสัตว์ป่า งูพิษ น้องสาวตัวร้าย โจรรีดไถ หรือภาวะโรคร้อน แต่จะพบว่าสิ่งที่ขึ้นมาอันดับแรกสุดของแถบค้นหานั้นคือ How to fight depression “วิธีการต่อสู้กับโรคซึมเศร้า” และตามมาติดๆด้วย How to fight loneliness(วิธีการต่อสู้กับความเหงา) คุณคงเห็นแล้วว่ามีคนเศร้าและคนเหงามากมายแค่ไหนในโลกใบนี้ ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยแต่เป็นเรื่องระดับอินเตอร์ พวกเค้าเหล่านั้นก็เป็นเหมือนกับผมและคุณ เราต่างมีเรื่องให้กลุ้มใจ เรื่องที่อยากระบายและเรื่องที่หนักหนาจนไม่รู้จะระบายออกอย่างไร ผู้ที่เราอยากปรึกษาหาคำตอบอาจไม่ใช่จิตแพทย์หรือคนใกล้ตัว แต่เป็นเพียงคนที่มีประสบการณ์เดียวกันกับเรา จึงทำให้หลากหลายคนเลือกวิธีการค้นหาในอินเตอร์เน็ต ตั้งกระทู้ถามตามพันทิป แทนที่จะบอกพ่อแม่เพื่อขอพบจิตแพทย์ให้ป้าข้างบ้านเอาไปนินทาในกลุ่มแม่บ้านประจำซอย(ถึงแม้การพบจิตแพทย์จะเป็นเรื่องที่เหมาะสมก็เถอะ!) 

                        ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาของผมนั้น ผมได้พบเจอผู้คนมากมายในชีวิตที่มีความเศร้าในใจ ผู้คนที่เคยต่อสู้กับโรคซึมเศร้าเอาชนะจนกลับมาเข้มแข็งได้ใหม่ ผู้คนที่กำลังประสบกับภาวะซึมเศร้าอยู่ในขณะนี้ ต่อสู้โดยมีครอบครัวเพื่อนฝูงอยู่เคียงข้าง หรือแม้กระทั่งต่อสู้ด้วยตัวคนเดียว และคนกลุ่มที่ผมไม่เคยลืมคือกลุ่มที่พ่ายแพ้ต่อมันโดยไม่มีโอกาศได้แก้ตัวอีกแล้ว ผมเคยเป็นทั้งผู้ชมและเป็นทั้งตัวแสดงนำ ที่เดินเคียงข้างความเศร้าและความจริงหลังจากวันที่หมอวินิจฉัยว่าคุณพ่อของผมจะสามารถอยู่ด้วยกันได้ไปอีกไม่นานนัก 
     
                        ผมเองก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ เพราะการต่อสู้กับความเศร้านั้น ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะเกิดความเชี่ยวชาญเมื่ออยู่กับมันเป็นเวลานานเหมือนใบปริญญาหรือการเรียนต่อเฉพาะทาง ยิ่งคุณอยู่กับมันนานเพียงใดมันก็พลันแต่จะกัดกินจิตใจจนกลวงโบ๋ เปราะบาง และว่างเปล่าเหมือนฟันผุที่กัดกร่อนจากแกนในของประสาทฟัน จนวันนึงถึงจุดที่ทนไม่ไหว สิ่งที่ตามมาคุณก็คงจะพอจินตนาการได้ “แตกสลาย” ภายหลังทราบอาการป่วยของคุณพ่อ วงจรชีวิตของผมเริ่มเปลี่ยนแปลงไป(ในทางที่ไม่ดีน่ะสิ แน่นอนอยู่แล้ว) ผมปิดตาตอนกลางคืนเท่าไหร่ก็นอนไม่หลับ แต่ง่วงนอนจนแทบจะหลับทั้งที่ลืมตาในตอนกลางวัน ผมไม่อยากจะทำอะไรเลยนอกจากนอนนิ่งๆที่ไม่ใช่การนอนหลับ(ฟังดูน่าสับสนใช่มั้ยครับ แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ) ผมใช้เวลาประมาณสองเดือนเพื่อรับรู้และยอมรับว่าตนเองป่วย และใช้เวลาอีกนานหลังจากนั้นเพื่อรักษาอาการซึมเศร้าของตัวเองด้วยวิธีการต่างๆมากมายทั้งทางร่างกายและจิตใจ วิธีการต่างๆนั้นผมได้มาจากทั้งการแบ่งปันประสบการณ์กันในกลุ่ม การอ่านหนังสือหลายต่อหลายเล่มและหลากหลายหมวดหมู่ทั้งหนังสือวิชาการหนาเป็นพันหน้า หนังสือแปลไทย หนังสือนิยายหรือเรื่องสั้น แม้กระทั่งหนังสือธรรมะ! ซึ่งบอกได้ตรงนี้เลยว่าหนังสือธรรมะมันดีกว่าที่เราคาดไว้เยอะแม้กับคนที่ไม่เชื่อในปาฏิหารณ์และการมีอยู่ของชาติหน้าอย่างผม 

                        วิธีการนั้นมีหลากหลายทั้งเล่นกับสัตว์ นั่งสมาธิ ทานยากล่อมประสาท ออกกำลังกาย กอดคุณแม่และคุณพ่อนานๆ จนสุดท้ายผมมองความเศร้าเป็นเพียงอีกอารมณ์หนึ่งที่มนุษย์ต้องมี เดินเคียงข้างกับมันยอมรับและให้ความเคารพต่อเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น มันทำให้ผมก้าวต่อไปข้างหน้าได้ และผมจึงอยากเอาวิธีการทั้งหลายเหล่านี้ มาเล่าให้คุณฟังในฐานะเพื่อนคนนึงเผื่อในวันที่คุณเศร้าใจ หรือคนใกล้ตัวบ่นออกมาเบาๆว่าเค้ามีเรื่องราวเศร้าไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร คุณจะสามารถตบบ่าเค้าเบาๆแล้วบอกได้ว่า ลองทำแบบนี้ดูมั้ย มีคนเคยทำแล้วได้ผลนะ ซึ่งคนๆนั้นก็คือผมและอีกหลากหลายคนที่ผมได้เรียนรู้มา แต่สิ่งที่สำคัญที่คนเศร้าคนนั้นจะได้รู้ก็คือ “เค้าไม่ได้เศร้าอยู่คนเดียวบนโลกเหงาๆใบนี้” มีคนอีกมากมายนับล้านๆต่าง อายุ เพศ ชาติพันธุ์ และสาขาอาชีพ ที่เศร้าอยู่ และต่างค้นหาทางออกด้วยการค้นหาในกูเกิ้ลว่าจะต่อสู้กับมันได้อย่างไร

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in