อิน(เทิร์น)หรอ?cherry moon
อิน(เทิร์น)หรอ 7: Last day as an INTERN








  • เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเป็นวันฝึกงานวันสุดท้ายของเรามันเป็นวันที่เราเฝ้ารอมาตลอด

    เย่! ในที่สุดก็ผ่านพ้นไปสักทีจะได้กลับไทยสักทีคิดถึงอาหารเผ็ดโว้ยยยยยยย

     






    เอาจริงมันก็แอบใจสั่นนิดหน่อยที่ต้องไปจากที่นี่เวลา 2 เดือน มันก็มากพอที่จะทำให้เราได้รู้จักสนิทและรู้สึกผูกพันกับทั้งสถานที่และผู้คนแต่อาจเพราะเรารู้แหละมั้งว่ายังไงมันก็ต้องกลับมาประเทศนี้อยู่ในแล้วหรือไม่เราก็อาจจะได้เจอกับพวกเขาในสักที่ใดที่นึงบนโลกอีกแน่ๆในสักวันนึงเราก็เลยไม่ได้เศร้ามากเก็บเรื่องราวครั้งนี้เป็นความทรงและให้มันกลายเป็นความรู้สึกมหัศจรรย์ในตอนที่เจอกันอีกครั้งแล้วกัน:)

     





    ความรู้สึกของเราต่อประเทศนี้มันน่าจะคล้ายๆLove-Hate ล่ะมั้ง5555555555555555 มันมีหลายอย่างที่ทำให้ขมวดคิ้วแต่มันก็มีมากมายเลยที่เราประทับใจ.เอาจริง ตั้งแต่ครั้งนู้นที่มาเที่ยวประเทศเวียดนามครั้งแรกเราอ่านรีวิวมาระดับนึงและมีหลายคนที่เขียนไว้ว่าประเทศนี้น่ากลัวคนขี้โกง บลาๆๆๆ ซึ่งมันก็ทำให้เรารู้สึกไม่มั่นใจระดับนึงแต่หลังจากที่มาเที่ยวครั้งนึงและได้มาใช้เวลาที่นี่ 2 เดือนเราก็พบว่ามันไม่ใช่แบบนั้นเลย คนไม่ดีมันก็มี แต่คนที่เราเจอเอาเป็นว่า 99%เป็นคนดีมาก ยิ้มแย้มแจ่มใสมากและเอาจริงเราว่าชาวเวียดนามเป็นคนที่เข้ากับคนง่ายมากเลยนะ

     


    อาทิตย์สุดท้ายของเราค่อนข้างสนุกมีการลงsite เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับFaçade (ประมาณว่ารูปด้านของตึก)เพื่อจะนำไปจัด Exhibitionเป็นสิ่งที่สนุกที่สุดเท่าที่เราได้ทำมาตลอดการฝึกงานแล้ว 55555555555555คือไปเดินถ่ายรูปตึกในย่าน Old Quarter ซึ่งเป็นย่านเก่าของฮานอยแล้วก็เอารูปพวกนั้นมาวิเคราะห์และทำเป็น Presentation ออกมาคือสนุกมากกกกกกก Presentationที่เราทำกันคือการสเก็ตช์มือรูปด้านอาคารของถนนแต่ละสายใช้เวลานานหน่อยแต่ผลที่ออกมาเรา(และน่าจะทุกคน)พอใจกับมันมาก

     






    สองสามอาทิตย์หลังมานี้ในออฟฟิศสนุกมากมันเริ่มจากการที่เราใส่เสื้อฮาวาย(คืออยู่ไทยไม่เคยใส่เลยกลัวคนหาว่าใส่เสื้อสงกรานต์ทำไม5555555)และคนที่ออฟฟิศเห็นแล้วเขาก็บอกว่า เห้ย เตรียมตัวสำหรับซัมเมอร์หรอเธอแต่งตัวเหมือนอยู่ทะเลมากอ่ะเนี่ยฉันมีอูคูเลเล่นะเดี๋ยวเอามาถือแล้วถ่ายรูปกัน 5555555555555555555คือแล้วอีกวันเขาก็เอามาจริง แต่เอามาเล่นคืออาทิตย์หลังๆว่างหน่อยเป็นหยิบมาดีดกัน ร้องเพลงสนุกสนานหลายภาษาทั้งเวียดนามไทย ญี่ปุ่น อังกฤษ คือสนุกมากกกกก เป็นอาทิตย์แห่งความสำราญมากๆ—รู้งี้ก็ใส่เสื้อฮาวายมาตั้งนานแล้วป่ะ

     





    วันศุกร์วันสุดท้ายของการฝึกงานเรา ทาเกะซังและทิม(เจ้าของบริษัท)พาเราไปเลี้ยงปิ้งย่างสไตล์เวียดนาม คือนั่งโต๊ะเตี้ยๆอ่ะของเยอะมากแต่เราว่าเราอาจจะชินรสชาติไทยเราเลยรู้สึกๆขาดๆเกินๆเรื่องน้ำจิ้มแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันอร่อยมากเพราะได้กินและพูดคุยกับทุกคน

     

    หลังจากกินเสร็จเราได้มีFarewell Party เล็กๆกับแคสซี่เคียวเฮและThuy(เด็กฝึกงานชาวเวียดนามอีกหนึ่งคน)คืนนั้นเรานึกว่าจะไม่ได้ดื่มและคุยครั้งสุดท้ายก่อนต้องจากกันกลับประเทศไทยแล้วเพราะเราเลิกจากปิ้งย่างนั่นดึกมากและเราค่อนข้างเกรงใจไม่อยากให้แคสซี่นางออกบ้านดึกขนาดนั้นแต่สุดท้ายแคสซี่ก็ออกมา นางพิมพ์มาว่า I will go anyway’ คือบั่บโฮรรรรรรรร่ แล้วคือทั้งเคียวเฮและซุ่ย(เราไม่รู้จะออกเสียง Thuy ให้เป็นภาษาไทยยังไงแงงงง) ต่างบ้านไกลจากที่ที่เราเลือกปาร์ตี้อำลาระดับนึงแต่พวกนางก็ยังมาคือบั่บแต้งกิ้วมากๆ

    คืนนั้นไม่ได้มันอะไรมากแต่ก็เป็นคืนcozyๆ ละมุนๆนั่งจิบเบียร์และพูดคุยกันไปเรื่อยๆร้านบรรยากาศโอเคเลยนะชื่อ Pasteur Street อยู่ใกล้โบสถ์เซนต์โจเซฟในโอลด์ควอเตอร์(ไว้เดี๋ยวมาทำรีวิวผับและบาร์ที่เคยไปมาในฮานอยละกัน55555555) และคืนนั้นเราก็ได้รู้ว่าแคสซี่ชอบลาน่า เดล เรย์เหมือนกัน! อิเวรถ้ารู้เร็วกว่านี้คือได้เม้ามอยหอยสังข์เกี่ยวกับเพลงของแม่ไปแล้ว!

    และด้วยความที่ร้านปิดตีหนึ่งแล้วคือวันต่อไปคนที่เหลือต้องไปทำงานและเคียวเฮก็ต้องกลับญี่ปุ่นเหมือนกันก็เลยไม่ได้โย้เย้ยืดยาดมากนักที่จะบอกลากันมีกรุ๊ปฮักเล็กน้อยตามประสาชะนีวัย20กว่า และจับมือกอดตบหลังแบบแมนๆกับผู้ชายหนึ่งเดียวในวงคืนนั้น555555555555555

     





    เช้าวันต่อมาเรากับเพื่อนแยกกันว่าอยากใช้เวลาวันสุดท้ายยังไงเพื่อนเราไปเดินเล่นแถวโอลด์ควอเตอร์ เข้าคาเฟ่ต์ที่เราคิดกันว่าอร่อยครั้งสุดท้ายและซื้อของส่วนเราเลือกใช้ชีวิตอยู่แถวที่พัก กินอาหารร้านที่เคยกินเป็นครั้งสุดท้ายบอกลาป้าคนขายอะไรทำนองนั้น...อันที่จริงก็คือขี้เกียจเดิน 5555555555555555555

     




    เราออกจากที่พักไปสนามบินตอนประมาณสี่โมงคืนกุญแจกับเจ้าของอพาร์ทเม้นต์แล้วเรียก Grab

    บางครั้งการจากลามันก็ง่ายๆแบบนั้นแหละมั้ง

     





    แต่สองเดือนที่ผ่านมามันมีทั้งสิ่งที่เราได้เล่าลงในนี้และบางสิ่งที่เราไม่ได้เปิดเผยให้ใครรู้มันเป็นความทรงจำและประสบการณ์ที่ดีมากสำหรับเราเลยเราว่าเราคิดไม่ผิดจริงๆนะที่มาที่นี่เลือกเดินออกจากคอมฟอร์ทโซนของตัวเองและมาเรียนรู้อะไรใหม่ๆซึ่งมันก็ทำให้เรารู้สึกว่าเราเติบโตขึ้นจริงๆ อาจจะใช่ทั้งความคิดและขนาดตัว5555555555555555555

    ถ้าเราไม่มาที่นี่เลือกฝึกงานอยู่ใกล้ๆบ้าน เราคงไม่ได้เจอเพื่อนที่ดีมากๆอย่างวิคหรือริดดิทรวมถึงแคสซี่ ซุ่ย เคียวเฮ ซาฮีล แม่งเป็นแก๊งค์ชาวอายุ20กว่าในบริษัทที่โคตรลงตัวเลยทั้งปาร์ตี้ทั้งพาไปกินร้านนู้นร้านนี้ วิ่งมั่วไปทั่วเมือง คือบั่บแม่งเป็นกลุ่มคนที่ทำให้รู้สึกว่าเออฉากในหนังComing of Age ที่เราเห็นๆกันแม่งมีจริงว่ะและโคตรเติมเต็มเราเลยอ่ะ. นอกจากนั้นหากเราไม่มานี่เราคงไม่ได้เจอพี่สาวพี่ชายที่ดูแลเราโคตรดีอย่างดั๋ม, อัน, ฮะจัง, ด๊ะ และงา(ที่ถึงแม้จะเจอกันได้ไม่นานก่อนเรากลับก็เถอะ)ขอบคุณทาเกะซังที่รับเราเข้าทำงานที่นี่ไม่งั้นเราก็คงไม่ได้มารู้จักทุกๆคนและมีประสบการณ์ที่มันดีบ้างร้ายบ้างตามประสาชีวิตมนุษย์แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆและทำให้เราเติบโตได้

     

     



    See You :)







เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in