เมื่อว่างแปล | A Translator is TranslatingMeen Geywalin
[แปลสัมภาษณ์] Nakamura Tomoya - Livedoor 2020.06.30
  • นากามุระ โทโมยะ
    เป็นทั้งตัวเองและไม่ใช่ตัวเอง
    สัมภาษณ์โปรโมตภาพยนตร์เรื่อง 水曜日が消えた (Gone Wednesday)

         ช่วงสองสามปีมานี้เรามีโอกาสได้เห็นการแสดงในหลายบทบาทของ นากามุระ โทโมยะ มากขึ้นเรื่อยๆ      
         เมื่อต้นปีตั้งแต่ครึ่งหลังของเดือนเมษายนยาวไปอีกเดือนครึ่ง เขาอัพวิดีโอ "中村さんちの自宅から。" ใน YouTube ที่มีทั้งทำอาหารและให้คำปรึกษาเรื่องความรักกับแฟนๆ ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมเขายังได้ลองเป็นพิธีกรรายการพิเศษครั้งแรกด้วย
          การได้เห็นหลายๆ ด้านแบบนี้ อาจทำให้เรารู้สึกว่าได้เห็นส่วนที่ "ตัวตน" ของเขา แต่ นากามุระ โทโมยะ เป็นผู้ชายที่น่าแปลก ยิ่งเรามีโอกาสได้เห็นเขามากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งดูเหมือนจะไม่รู้จักโฉมหน้าที่แท้จริงของเขามากขึ้นเท่านั้น
         แค่ไหนคือตัวตนของเขาและแค่ไหนคือสิ่งที่เขาแสดง? หรือส่วนที่เขาแสดงให้เห็นว่าเหมือนเป็นตัวตน แท้จริงแล้วคือคาแรกเตอร์ที่คิดมาแล้วอย่างชาญฉลาด? เจ้าตัวบอกด้วยท่าทางไม่ค่อยแคร์เท่าไหร่ว่า
         "เป็นอย่างนั้นก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอครับ?" เขาพูดอย่างนั้นพร้อมรอยยิ้มอ่านได้ยาก


    --ภาพยนตร์เรื่อง 水曜日が消えた (Gone Wednesday) คุณรับบทเป็น 'ตัวละครเอกที่เคยเกิดอุบัติเหตุทำให้กลายเป็นคนมีบุคลิกภาพ 7 บุคลิกภาพเปลี่ยนไปตามวัน' แม้เป็นบทที่ยากเพราะต้องแสดงถึง 7 บทบาทคนเดียว แต่ดูเหมือนว่าโปรดิวเซอร์และฝ่ายแคสติ้งคุยกันตั้งแต่ตอนประชุมแล้วว่า 'คิดถึงใครไม่ออกเลยนอกจากนากามุระ โทโมยะ'

         "แหม่ คนเป็นโปรดิวเซอร์เนี่ยขี้โกหกทุกคนแหละ (หัวเราะ) คิดแล้วเชียวว่าต้องพูดอะไรแบบนี้ มีอะไรอยู่เบื้องหลังรึเปล่าเนี่ย? (หัวเราะ)
         ตอนแรกที่ได้ยินว่า 7 คาแรกเตอร์นี่ก็คิดนะครับว่า 'อะไรเนี่ย?' แต่พอได้อ่านบทดูแล้วก็พบว่าการมี 7 บุคลิกเป็นสิ่งสำคัญของเรื่องก็จริง แต่สุดท้ายแล้วองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดคือชีวิตประจำวันของพวกเขาได้พบเจออะไรบ้าง เติบโตและเปลี่ยนแปลงไปยังไง ผมแสดงโดยให้ความสำคัญกับตรงนั้นเป็นหลักครับ"

    --ในเรื่องเล่าผ่านตัวละคร 'วันอังคาร' ที่ต้องรับภาระงานที่น่ารำคาญอย่างการทำความสะอาดและทิ้งขยะจากอีก 6 คน คิดว่าคงมีคนดูรู้สึกแบบเดียวกับ 'วันอังคาร' อยู่บ้าง แล้วตัวคุณล่ะ?

         "ผมรู้สึกร่วมและเข้าใจ(วันอังคาร)นะ แต่ตัวผมไม่ได้เป็นอย่างนั้น ผมน่ะต่อให้มีช่วงที่ถูกปั่นหัว สุดท้ายแล้วผมจะยอมไปเป็นฝ่ายถูกปั่นหัวซะเองน่ะครับ
         สิ่่งสำคัญคือสุดท้ายแล้วเราได้เลือกรึเปล่า ที่พูดนี่จะกลายเป็นเรื่องงานเนอะ การถูกปั่นหัวอย่างชาญฉลาดแล้วทำให้ทีมดีขึ้นก็มีไม่ใช่เหรอครับ เวลาแบบนั้นผมก็พร้อมให้ถูกปั่นหัวนะ คือไม่ได้อยู่ในหน้าที่ที่ถูกกระทำแล้วเสียเปรียบน่ะ
         การทำให้ภาพรวมของผลงานทั้งหมดออกมาดีเป็นหน้าที่ของนักแสดงอย่างพวกผมและเราก็ทำงานร่วมกับคนมากมาย ส่วนตัวแล้วมีน้อยครั้งมากที่ผมรู้สึกว่า 'หน้าที่นี้เสียเปรียบจัง' และต่อให้มีเรื่องเสียเปรียบ แต่ผมก็ตระหนักอยู่แล้วว่าการทำหน้าที่ของผมก็เพื่อขับเคลื่อนให้ผลงานออกมาดีขึ้น
         พูดง่ายๆ คือมันไม่ได้จบลงด้วยการที่ผมเป็น 'ผู้เสียหาย' น่ะครับ (ยิ้ม)"

    โทโมยะ ในบท 'วันจันทร์'
    --ได้แสดงเป็นบุคลิกในแต่ละวันที่มีความแตกต่างกันทั้งนิสัย, งาน และงานอดิเรก เป็นยังไงบ้าง? โดยเฉพาะคนนิสัยเถื่อนๆ อย่าง 'วันจันทร์' ดูคุณสนุกกับการแสดงเป็นเขานะ...

         "นิสัยของ 'วันจันทร์' เป็นประเภทชอบบ่นชอบแทรก สนุกดีครับ(ยิ้ม) แต่แสดงไปก็รู้สึกเหงามากนะ  เพราะมีวันที่ได้แสดงกับนักแสดงคนอื่นน้อยมาก คิดแต่ว่า 'อยากแสดงกับคน!' น่ะครับ (หัวเราะ)
         ส่วนวันอื่นๆ (คาแรกเตอร์อื่น) โดยพื้นฐานแล้วพวกเขาทุกคนเป็นคนมีจังหวะเป็นของตัวเอง ซึ่งพอเขียนออกมาเป็นตัวอักษรแล้วอาจอธิบายว่าเป็น 'คนแบบนี้' นะ แต่ผมว่าคนเรานี่ถ้ายังมีชีิวิตอยู่ก็ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ด้วยคำเดียวน่ะครับ
         ยกตัวอย่างเช่นถูกถามว่า 'เป็นคนยังไง?' แล้วตอบว่า 'เป็นคนร่าเริง' แต่คนร่าเริงเองก็ร้องไห้ด้วยความเศร้าเหมือนกัน เพราะทุกคนต่างมีความสัมพันธ์กับครอบครัว, เพื่อน, หัวหน้า...และอีกหลายๆ คน และใช้ชีวิตไปตามเวลา, สถานที่ และสถานการณ์ต่างๆ อยู่แล้ว
         สิ่งที่เรียกว่า 'บทบาท' พอได้แสดงแล้วไม่ว่าจะบทไหนก็เป็นตัวผม ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ตัวผมด้วย แต่หลังจากดูรอบปฐมทัศน์จบแล้วมีชั่วขณะที่รู้สึกถึง 'หลายๆ ด้านที่ตัวเองมีอยู่ในการใช้ชีวิต' เหมือนกันครับ
         บางครั้งด้านหนึ่งกังวล บางครั้งด้านนั้นก็มีความสุขกับตัวเอง... ผมว่ามันมีอีกหลายอย่างนะครับ การยอมรับมันและใช้ชีวิตโดยโอบรับเอาด้านเหล่านั้นของตัวเองเข้ามา หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่พูดถึงความอิ่มเอมแบบนั้นครับ"

    --หนังเรื่องนี้ต้องเลื่อนวันฉายมาจากกำหนดแรกหนึ่งเดือน คิดว่าคงมีแฟนๆ รอดูอยู่หลายคนเลย

         "ผมว่ามันมีส่วนที่ 'แสดง 7 บทบาทคนเดียว' ที่ทำให้ดูมีภาพลักษณ์ที่พิเศษซึ่ง(ต่างกับเรื่องทั่วๆไป)คงทำให้คนอยากเข้ามาดูด้วย แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นอย่างนั้นซะทีเดียว ผมว่ามันเป็นหนังที่(แต่ละบุคลิกของตัวละคร)ใกล้ตัวมาก... ระยะห่างเหมือนนั่งอยู่ที่นั่งข้างๆ เลยละครับ ทั้งตัวละครที่อินและจุดที่มีความรู้สึกร่วมไปด้วยน่าจะแตกต่างกันไปแล้วแต่คนดู ดังนั้นอยากให้มาสนุกกันอย่างสบายใจครับ"


    --ตัวละครเอกในหนังเรื่องนี้มีถึง 7 บุคลิก แต่งานนักแสดงอย่าว่าแต่ 7 บทบาทเลย อาชีพนี้เป็นอาชีพพิเศษที่ได้สัมผัสกับบุคลิกภาพจำนวนมากเท่ากับผลงานและตัวละครที่ได้รับ บทบาททั้งหมดที่เคยได้รับมามีตัวตนยังไงสำหรับคุณ?

         "อืม นั่นสินะ... เมื่อกี้พูดไปแล้วนิดหนึ่งว่าคงมีตัวตนแบบ 'เป็นตัวผม ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ตัวผม' มั้งครับ? ในแง่ของระยะห่างน่ะนะ ผมแสดงบทนั้นไม่ได้ถ้าไม่รู้สึกเข้าอกเข้าใจหรือมีส่วนที่เชื่อมโยงกับตัวเอง การตามหาส่วนนั้นอย่างเต็มที่เป็นการเตรียมตัวสำหรับบทบาทนั้นๆ ของผม ผมกำหนดขั้นตอนนั้นไว้ ก็คง 'เป็นตัวผม ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ตัวผม' จริงๆ นั่นล่ะครับ"

    --เก็บบทบาทที่เคยแสดงมาไว้กับตัวเองบ้างรึเปล่า?

         "ผมเป็นบทนั้นแค่ตอนกำลังถ่ายทำเท่านั้น หลังจากนั้นมันก็ค่อยๆ หายไปนะ... พอบอกว่า 'โอเคครับ นากามุระ โทโมยะ ปิดกล้องแล้ว ขอบคุณครับ!' ตัวละครนั้นก็เดินทางออกจากตัวผมไปแล้วล่ะ
         แต่ความทรงจำของบทนั้นก็ยังอยู่นะ อย่างช่วงเวลาระหว่างถ่ายทำก็ใช่ว่าผมจะเป็นตัวละครนั้นอยู่ตลอด พอใส่ชุดของตัวละครนั้นเดินเข้าไปในกองถ่ายแล้วก็เป็น 'หน้า' นั้นมั้ง...? ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันครับ (หัวเราะ)"

    --หลังจากถ่ายทำเสร็จแล้วบุคลิกของตัวละครเคยติดตัวแล้วส่งผลกระทบกับชีวิตส่วนตัวบ้างไหม?

         "ไม่มีครับ ถ้าแสดง 4 เรื่องในเวลาเดียวกันก็อาจสับสนบ้าง(ยิ้ม) แต่ถ้า 3 เรื่องนี่ยังโอเคนะ"

    --มีเคล็ดลับในการรักษาตัวเองยังไงให้บทที่ได้รับไม่มีผลกระทบกับตัวเอง?

         "อาจอธิบายไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ แต่ไม่ว่าจะไปที่ไหนผมมีจุดที่ 'ตัวเองเป็นแบบนี้เสมอล่ะ' อยู่น่ะครับ ผมมีจังหวะของตัวเองค่อนข้างชัดเจน และจะเปลี่ยนเป็นตัวละครนั้นแต่ช่วงเวลาที่แสดงในการทำงานเท่านั้นน่ะครับ" 


    --คุณเป็นที่รู้จักและชื่นชอบมากขึ้นและดูเหมือนว่าคุณยังเป็นตัวของตัวเองได้โดยที่ไม่ถูกดึงไปกับความเปลี่ยนแปลงและเสียงจากคนรอบข้างได้

         "โดยพื้่นฐานแล้วก็ไม่ได้สูญเสียความเป็นตัวเองไป ไม่เปลี่ยนไปครับ แต่มีความรู้สึกนะว่าแบกรับอะไรหลายๆ อย่างไว้โดยไม่รู้ตัว มีช่วงที่รู้ตัวว่ามีความเครียดแบบนั้น... แต่ก็นะ ในสถานภาพที่เป็นอยู่มันก็ช่วยไม่ได้เหมือนกัน"

    --ไม่ใช่แค่รับบทบาทในผลงานต่างๆ เท่านั้น แต่ก็มีโอกาสไปออกรายการโทรทัศน์ในฐานะ นากามุระ โทโมยะ เพิ่มขึ้นด้วย

         "ใช่ครับ แต่ต่อให้บอกว่าไปในฐานะ นากามุระ โทโมยะ ระยะหลังผมเองก็คงเริ่มแยกใช้ 'หน้า' หลายๆ หน้าขึ้นมาบ้างแล้วนะ หน้าตอนที่ต้องไปออกในฐานะ 'นากามุระ โทโมยะ ที่เป็นนักแสดง' หรือที่เรียกว่าเป็นแบบ 'คนในวงการบันเทิง' กับหน้าตอนที่เป็น 'ตัวตน' ที่ไม่ได้เอาออกไปให้เห็นที่ไหนมั้ง? เหมือนชื่อร้านต่างกันมั้ง อาจจะต่างแค่ในระดับจิตใต้สำนึกก็ได้ครับที่มันแบ่งหน้าที่กันไป นี่เป็นสิ่งที่เพิ่งทำได้ในช่วง 2-3 ปีมานี้
         แต่ในบรรดาใบหน้าต่างๆ ที่ตัวเองมีอยู่ ผมว่าใบหน้าที่ออกไปให้คนเห็นมากที่สุดคงเป็นในฐานะนักแสดงล่ะครับ การให้สัมภาษณ์แบบนี้ก็เหมือนกัน รายการวาไรตี้ที่ไปออกเพื่อโปรโมตหนังก็ด้วย แรกสุดเลยคือสถานภาพในฐานะ 'นักแสดง' แต่ถ้าพูดถึงใบหน้าด้านอื่นๆ ผมมีจุดยืนว่าจะถูกมองว่าเป็นแบบไหน ถูกตีค่ายังไงก็ได้ แค่ทุกคนสนุกไปกับ นากามุระ โทโมยะ อย่างอิสระก็พอ
         จะว่าไปความหมายที่แท้จริงของส่วนที่เป็น 'ตัวตน' นี่ รู้สึกเหมือนอยู่คนละบริษัทกันล่ะมั้ง?"


    --ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของเดือนเมษายนคุณอัพวิดีโอ '村さんちの自宅から。' 30 กว่าตอนใน ช่องYouTube ของต้นสังกัด เราจะเรียก 'ใบหน้า' ของคุณในตอนนั้นว่าอะไรดี? มีทั้งแฟนๆ ที่รู้สึกว่านั่นใกล้เคียงตัวตนของคุณ และอีกหลายคนที่คิดลึกว่าคุณพยายามแสดงมันออกมาให้เป็นอย่างนั้น...

         "เป็นอย่างนั้นก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอครับ? (ยิ้ม)     ตัวผมเวลาจะส่งสารหรือเทคแอคชั่นอะไรสักอย่าง ผมจะคิดแล้วถึงตัดสินใจเลือกให้มันออกมาในรูปแบบนั้น สำหรับตัวผม ผมส่งมันออกมาในธีม 'ปล่อยชีวิตประจำวันให้ไหลไป' ครับ
         โลกเราทุกวันนี้มันกลายสภาพเป็น 'ผิดไปจากชีวิตประจำวัน' ไปแล้ว แต่เดิมนักแสดงอย่างพวกผมมีตัวตนที่ผิดแปลกไปจากชีิวิตประจำวันอยู่ 'อีกฝั่งหนึ่ง' ของผลงานและโทรทัศน์ ผมเลยเอาสลับเอาความเป็นชีวิตประจำวันออกมาอยู่แทนที่น่ะครับ ผมเริ่มทำมันโดยคิดว่าปล่อยให้มันไหลออกมาอย่างเป็นชีวิตประจำวันน่าจะดีกว่า"

    --ช่วงกักตัวไม่ได้คิดแค่ให้แฟนๆ สนุก แต่คิดลึกไปถึงขนาดนั้นด้วย...

         "ถ้าไม่คิดให้รอบคอบและเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วค่อยทำ มันจะไม่ชัดเจนน่ะครับ ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องบอกถึงขนาดนี้เลยไม่พูดอะไร คนดูจะคิดว่า 'นี่มันตัวตนของ นากามุระ โทโมยะ จริงๆ เลย!' แล้วสนุกกับมันผมก็สนุกดี ส่วนคนที่คิดว่า 'คงคิดมาแล้วถึงทำล่ะสิ' ก็สนุกไปอีกแบบ ผมคิดว่าให้มันมีประโยชน์กับชีวิตของแต่ละคนได้ในรูปแบบไหนสักอย่างแค่นั้นก็ดีแล้วครับ"


    -------------------------------------------------------------------
    แปล&เรียบเรียง(ญี่ปุ่น-ไทย)โดย: @meengeywalin
    *เราแปลสัมภาษณ์คนที่เราชอบจากใจ, เวลา และความสามารถที่เรามีอย่างเต็มที่
    รบกวนไม่นำเนื้อหาที่แปลไปใช้หรือเผยแพร่ต่อโดยไม่ให้เครดิตหรือไม่ได้รับอนุญาตนะคะ
    -------------------------------------------------------------------

    Translator's Note
         อีกสัมภาษณ์ของโทโมยะในช่วงโปรโมต Gone Wednesday เป็นสัมภาษณที่ดีและภาพสวย สัมภาษณ์กับ livedoor ทีไรภาพเยอะจริงๆ เข้าไปดูใน link ได้เลยค่ะ
         สำหรับเราที่ติดตามงานของโทโมยะมานานตั้งแต่สมัยยังไม่เก่งจนถึงตอนนี้ ความเป็นตัวเขามันออกมาในบางสิ่งที่เขาทำเสมอ ไม่ใช่ในด้านของ appearance ภายนอกแต่เป็นวิธีคิดที่เขาใช้กับงาน วิธีดีลกับความคิดและการพิจารณาตัวเองรวมถึงคนรอบข้าง

         ส่วนใบหน้าที่เราว่าใกล้เคียงตัวจริงมากที่สุดน่าจะใบหน้านี้ล่ะค่ะ...😉


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in