เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
เมื่อว่างแปล | A Translator is TranslatingMeen Geywalin
[แปลสัมภาษณ์] Machida Keita - Music Voice 2019.11.19
  • มาจิดะ เคย์ตะ
    แค่ตั้งใจทำอย่างเต็มที่เท่านั้นเอง

    สัมภาษณ์นี้ตอนเคย์ตะโปรโมต Photobook เล่มแรกเมื่อปลายปี 2019
    และสีผมนี้กำลังถ่ายซีรี่ส์ที่จะฉายใน Netflix อยู่

         หากเอ่ยถึง มาจิดะ เคย์ตะ จาก Gekkidan EXILE แล้ว ในบรรดาเป็นนักแสดงหนุ่มที่มีฝีมือ เขาถือเป็นหนึ่งในนักแสดงฝีมือดีที่น่าติดตามผลงานคนหนึ่งเลยทีเดียว เมื่อปีที่แล้ว(2018) เขาแสดงฝีมือการแสดงอันยอดเยี่ยมในบท โคมัตสิ คิโยคาโดะ (ซามุไรในสมัยเอโดะ) ในละครย้อนยุคของ NHK เรื่อง "Segodon" หลังจานั้นยังแสดงในผลงานที่เป็นที่พูดถึงทั้ง "Chuugakusei Nikki" และ "Hotarugusa Nana no Ken" ด้วย 
         แม้เขาจะวิเคราะห์ตัวเอง "นิสัยขี้เบื่อ" แต่เรื่องที่ตัวเองมีความสนใจเขาก็มุ่งมั่นจริงจังขนาดที่ว่าหาข้อมูล "Segodon" มาอ่านอย่างเต็มที่และก่อนถ่ายทำก็ไปลงพื้นที่ที่คาโกชิมะเพื่อพูดคุยกับคนที่นั่นด้วย วันที่ 20 (พฤศจิกายน 2019)  นี้ "BASIC" Photobook เล่มแรกในชีวิตของเขาจะวางขาย ในนั้นรวบรวมเอาเส้นทางที่สร้างตัวตนของมาจิดะใน"ตอนนี้" ผ่านภาพถ่ายต่างๆ 
         ตัวตนที่แท้จริงของ มาจิดะ เคย์ตะ (ภาพ/เรื่อง: คิมุระ ทาเคโอะ)

         "ผมแค่ตั้งใจทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้อย่างเต็มที่เท่านั้นเองครับ"

         นิสัยของเขาอัดแน่นอยู่ในคำพูดนี้ 
         ช่วงอายุเลข 10 เขาทำอะไรหลายอย่างทั้งเคนโด้และเบสบอล "เพราะนิสัยขี้เบื่อน่ะครับ..." เขาบอกแบบนั้น แต่เมื่อเริ่มแล้วครั้งหนึ่งจะทำจนจบเสมอ ความจริงแล้วเคนโด้ที่เขาเริ่มเล่นตั้งแต่เรียนประถมเขาก็เล่นไปได้จนถึงนิดัน (ระดับต้นของขั้นสูง) ดังนั้นจึงอาจบอกได้ว่าเขาไม่ได้ "ขี้เบื่อ" แต่ "เมื่อสำเร็จถึงจุดที่พอใจแล้วก็ไปทำสิ่งอื่นต่อ" จะเหมาะกว่า

         ช่วงวัยรุ่นที่เติบโตมาในเมืองชนบทอย่างฮิงาชิอากะสึมะ จังหวัดกุนมะ เขาก้าวเข้าสู่การเต้นตอนม.ปลาย และได้รับการยอมรับในฝีมือมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาผ่านเข้ารอบ Gekkidan EXILE Auditon ครั้งที่ 3 ที่จัดขึ้นในปี 2010 จากจำนวนผู้สมัครประมาณ 2000 คน เดิือนธันวาคมปีเดียวกันได้เดบิวต์ในฐานะนักแสดงในละครเวที "Rokudenashi BLUES" ซึ่งควรจะเป็นการเริ่มต้นที่ราบรื่น แต่ระหว่างแสดงเขาประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายที่ขาซ้ายทำให้ต้องพักงานอย่างเลี่ยงไม่ได้

         เวลาเกิดปัญหาอะไรขึ้่นจะไม่หยุดยืนอยู่ตรงนั้นแล้วคิดหาทางอื่น เขาเป็นคนแบบนี้

         "ถ้ามันเป็นไปแล้วมันก็เป็นไป ผมแค่คิดว่าถ้าคิดอย่างเต็มที่ว่าตัวเองทำอะไรได้บ้างและจะทำยังไงก็พอแล้ว"

         "ทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างเต็มกำลังทั้งหมดเท่าที่มี" ความคิดที่ติดตัวเขาอย่างเป็นธรรมชาติแบบนี้ ทำให้เขายังโลดแล่นอยู่ในอาชีพนักแสดง เขาอ่านข้อมูลเท่าที่หาได้ ก่อนถ่ายทำก็เดินทางไปถึงคาโกชิมะและพูดคุยกับคนในสถานที่จริง ศึกษาทุกอย่างอย่างเต็มที่เพื่อเตรียมตัวรับบทใน "Segodon" และนั่นก็แสดงออกมาให้เห็นชัดในการแสดงของเขาจนได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก

         เขาบอกว่าตอนนี้มีอะไรอยากทำอีกมากมายในการทำงานในฐานะนักแสดง

         "ถ้าได้ทำอะไรที่น่าสนุกกับเหล่ามืออาชีพทีละอย่างทีละอย่างก็คงดีครับ"

         "ทีละอย่างทีละอย่าง".... เป็นคำที่เข้ากับการเดินไปทีละก้าวทีละก้าวอย่างจริงจังของเขา


         ใน Photobook เล่มนี้เรียกได้ว่าเป็นการตามรอยการสร้างความเป็น 'มาจิดะ เคย์ตะ' ในตอนนี้ ผู้ที่เป็นคนถ่ายทอดทั้ง 'ความเป็นผู้ใหญ่' และ 'ตัวตน' ของเขาคือ ฮิโกซากะ เอจิ ช่างภาพลูกศิษย์ของ นากามุระ คาซึทากะ ที่เป็นที่รู้จักจากการถ่าย Photobook 'PASSPORT' ของ ชิราอิชิ ไม แห่ง Nogizaka46

         "ถือเป็นโอกาสที่ได้หันกลับมาพิจารณาตัวเองใหม่อีกครั้งว่า ตัวเองทำอะไรมาแบบไหนบ้างและจะทำอะไรต่อไปยังไง" 

         เราถ่ายภาพกันก่อนสัมภาษณ์ สถานที่ถ่ายทำคือบันได เป็นโลเคชั่นที่เลือกโดยธรรมชาติ ระหว่างที่ถ่ายอยู่ก็รู้สึกอยากถ่ายรูปเขาตอนกำลังเดินขึ้นบันไดขึ้นมา ท่าทางการก้าวขึ้นมาทีละขั้นทีละขั้น ตอนนี้พอลองคิดกลับไปมันเป็นรูปที่เหมาะสมกับนิสัย 'พยายามอย่างเต็มที่ทีละอย่างทีละอย่าง' ของเขามาก ซึ่งอาจรู้สึกถึงสิ่งนั้นจากเขาโดยไม่รู้ตัวก็ได้


    --ความรู้สึกหลัง Photobook เสร็จแล้ว
         "คิดว่า 'ลำบากจัง' ครับ ผมได้เข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนและออกไอเดียไปเยอะเลย มีเรื่องให้ทำเยอะเลย ทั้งไปถ่ายรูป ให้สัมภาษณ์ คุยเรื่องชื่อเรื่องและโครงสร้างหลังจากนั้น แต่พอเสร็จออกมาให้ทุกคนได้เห็นแล้วผมก็สบายใจนิดหนึ่งครับ"

    --ในสัมภาษณ์ยาวหนึ่งหมื่นตัวอักษรที่อยู่ใน Photobook มีการบอกว่า "ถือเป็นโอกาสที่ได้หันกลับมาพิจารณาตัวเองใหม่อีกครั้ง" ด้วย
         "ผมอยากอัด 'สิ่งที่เป็นตัวเอง' ลงไปใน Photobook เล่มนี้เยอะๆ หันกลับไปมองว่าตัวเองมีความสนใจเรื่องไหนหรือชอบอะไรแล้วเผชิญหน้ากับมัน แต่ในนั้นก็มีสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ หรือสิ่งที่ไม่สนใจคือไม่สนใจแบบจริงๆ เลยอยู่เหมือนกัน(ยิ้ม) ได้พูดเรื่องนี้ไว้ในหนังสือด้วยครับ"

    --รู้สึกได้ถึงความซื่อตรงและความจริงใจของมาจิดะ ขณะเดียวกันก็คิดว่าน่าจะได้ฝึกฝนหัวใจนักสู้จากประสบการณ์เล่นเคนโด้มาด้วย
         "ก็น่าจะมีนะครับ อย่างที่คุณบอกว่าก็มีความเป็นนักสู้อยู่ในใจครับ เช่น ผมได้เรียนรู้เรื่องการพูดคุยโต้ตอบกับตัวเอง, การเห็นอกเห็นใจอีกฝ่าย และการมีมารยาทจากวิถีของนักสู้ แล้วยังมีเรื่องของทีมและส่วนตัวด้วย ผมว่าการได้ลงแข่งมาทั้งสองแบบก็เป็นส่วนสำคัญครับ อย่างว่ายน้ำที่เป็นการสู้กับตัวเอง แต่ในการแข่งขันแบบเป็นทีมแค่เราคนเดียวทำได้ไม่สำเร็จ ต้องสื่อสารกันไปมาอย่างเต็มที่ ผมกลับมารู้สึกใหม่อีกครั้งว่าทั้งหัวใจนักสู้รวมถึงการมีประสบการณ์เล่นกีฬามามากตั้งแต่เด็กเป็นเรื่องที่น่าขอบคุณ ผมขอบคุณพ่อแม่มากที่เวลาผมบอกว่าอยากทำอะไรพวกเขาก็ให้กำลังใจแล้วบอกว่า "ทำดูสิ" มาตลอด เพราะมีพ่อแม่ผมถึงมีวันนี้ครับ"

    --ในโลกของกีฬาคิดว่าคงมีตอนที่คิดว่า "อยากเลิกแล้ว" เคยมีช่วงเวลาแบบนั้นไหม?
         "อาจเรียกว่าอยากเลิกก็ได้นะครับ แต่ผมมักจะเป็นแบบ 'ทำมาถึงจุดนี้และพอใจแล้วก็ไปต่อ' คิดว่าเพราะผมอาจจะ 'อยากมีประสบการณ์หลายอย่าง' ด้วยน่ะครับ ผมว่าต่อให้เป็นสถานการณ์แบบไหนก็สนุกได้ก็คงดีครับ"

    --ในการสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ที่ถามว่า 'มองย้อนกลับไปในช่วงเวลา 5 ปีเป็นยังไง' คุณคุยว่า 'เป็น 5 ปีที่ตั้งใจทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างเต็มที่' หากรวมช่วงที่อยู่ที่กุนมะด้วย เห็นตัวเองตอนนี้เป็นยังไง?
         "รู้สึกว่าผมทำสิ่งที่ตัวเองมีความสนใจและสิ่งที่ตัวเองชอบเลยมาถึงตรงนี้ได้ครับ ส่วนเรื่องนิสัย ตอนเด็กๆเคยคิดว่า 'คงเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้' แต่ที่จริงแล้วไม่ค่อยเปลี่ยนไปเลยครับ"

    --นี่เป็นสิ่งที่รู้ตัวตอนทำ Photobook เล่มนี้เหรอ?
         "ตอนนี้ตัวเองมีความคิดแบบไหน ตอนนี้ทำการแสดงไปเพื่ออะไร ผมได้คิดเรื่องพวกนี้ไปพร้อมๆ กับหวนมองเรื่องอดีตด้วย เลยทำให้เห็นว่า 'เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นตอนนี้เลยเป็นแบบนี้ ตัวเราเองเลยทำอะไรแบบนี้มา' ถือเป็นโอกาสที่ได้หันกลับมาพิจารณาตัวเองใหม่อีกครั้งครับ"

    --ก้าวเข้าสู่อายุ 30 แล้ว มีโอกาสได้จัดการความรู้สึกตัวเองเพื่อก้าวใหม่อีกก้าวบ้างรึเปล่า?
         "ผมไม่ได้คิดว่าพออายุ 30 แล้วเป็นก้าวใหม่อีกก้าว แต่คิดว่าก้าวหนึ่งก้าวหนึ่งที่เดินทำให้เกิดปัจจุบันครับ เราแค่เดินทีละก้าวต่อไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง และใช้ความคิดให้มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยครับ"

    --ถ้ามีเด็กที่เจอกับอุปสรรคบางอย่าง คิดว่าคงพอมีคำใบ้จากมาจิดะ เคย์ตะ ให้ก้าวผ่านอุปสรรคนั้นไปได้
         "ผมไม่รู้ว่าความกลุ้มใจนั้นคืออะไรดังนั้นมันจะเข้ากับคนคนนั้นได้ไหมไม่รู้ แต่ถ้าคิดเรื่องตัวเองสักครั้งแล้วจะออกจากตรงนั้นได้ หรืออาจเจอคำใบ้ในแบบของตัวเองก็ได้ ผมว่ามันมีหนทางสำหรับแต่ละอย่างอยู่ ดังนั้นอย่าหยุดคิดครับ เพราะเมื่อไหร่ที่เราหยุดคิดก็จะไม่มีอะไรออกมาเลย"


    --เราได้ดู Photobook แล้ว ภาพถ่ายในเมืองดูเป็นผู้ใหญ่คูลๆ ส่วนภาพที่ถ่ายที่กุนมะแสดงให้เห็นถึง "ตัวตน" 
         "เขาถ่ายออกมาดูดีเลยล่ะครับ(ยิ้ม) ฮิโกซากะซังช่างภาพเป็นคนอัจฉริยะนะครับ! ที่หน้างานทุกคนก็บอกเหมือนกัน เดินไปเดินมาตลอดแล้วก็ถ่ายรูปไปตลอดด้วย เขาถ่ายให้ไม่รู้ตั้งกี่ใบน่ะครับ ถ่ายทั้งตอนที่นั่งคิดอะไรอยู่และตอนคุยอยู่ เขาถ่ายทั้งหมดเลย ถ่ายแบบไม่ได้สั่งทำให้ท่าอะไร รู้สึกเหมือนถ่ายรูปร่วมกันเลยครับ รู้สึกเหมือนมาทำด้วยกัน มาสนุกไปด้วยกัน สนุกมากๆ เลยครับ"

    --ภาพถ่ายที่กุนมะสีหน้าเหมือนกลับไปเป็นเด็กเลย ตัวเองรู้สึกไหม?
         "คุยกับทีมงานไว้ตั้งแต่แรกแล้วครับว่า 'ถ้าได้ภาพในสถานที่ที่ดูเป็นอิสระก็คงดี' แต่ทำให้ผมกลับมาคิดอีกครั้งเลยนะครับว่าทั้งสถานที่และสภาพแวดล้อมที่ไปถ่ายนี่สำคัญจริงๆ พอไปอยู่ที่นั่นแล้วมันเป็นบรรยากาศในตอนนั้นที่เป็นธรรมชาติอะไรแบบนั้น ที่นั่นเป็นเมืองที่ผมเติบโตมาก็เลยมีความทรงจำช่วงนั้นเยอะด้วย ดังนั้นมันก็เลยเป็นอย่างนั้น(เหมือนกลับไปเป็นเด็ก)อย่างช่วยไม่ได้ครับ"

    --ได้กลิ่นที่นั่นด้วยสินะ
         "ใช่!"

    --ในสัมภาษณ์มีเรื่องการวางแผนในอนาคตด้วย เป้าหมายหลังจากนี้คืออะไร?
         "ผมมีสิ่งที่อยากทำกับความต้องการเยอะมากครับ อยากแสดงละครย้อนยุคอีก ผมเล่นกีฬามาเยอะก็อยากลองแสดงผลงานที่มีธีมเป็นเรื่องกีฬาด้วย แล้วผมโตมาในชนบทก็อยากลองมีผลงานเรื่องในชนบทสบายๆ ดูบ้าง ผมชอบโลกในฝันอย่างSci-Fiอยู่แล้วด้วย ก็อยากลองอะไรที่เป็น Sci-Fi ด้วยเหมือนกัน ถ้าได้ทำอะไรที่น่าสนุกกับเหล่ามืออาชีพทีละอย่างทีละอย่างก็คงดีครับ"

    --และหนึ่งในวิธีดึงดูดงานเหล่านั้นคือถ้อยคำ?
         "ใช่ครับ ผมว่าการคิดไว้มันดีครับ แต่ถ้าพูดมันออกไปก็อาจไปถึงหูคนเหล่านั้นก็ได้และเราไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นยังไงที่ไหนบ้าง ที่จริงแล้วผมพูดว่าอยากแสดงละครย้อนยุคไป แล้วปีที่แล้วก็ได้แสดงละครไทกะ(ละครประวัติศาสตร์) จริงๆ ปีนี้ความหวังเรื่องการแสดงละครย้อนยุคก็เป็นจริงด้วยการได้แสดง Hotarugusa Nana no Ken นี่เป็นสิ่งที่ผมมีประสบการณ์ตรง ผมเลยคิดว่าคิดอะไรก็พูดออกมาดีกว่าครับ"

    --สุดท้ายบอกอะไรผู้อ่านหน่อย
         "Photobook เล่มนี้รวบรวมเอาสิ่งต่างๆ ที่ผมชอบไว้ครับ ถ้าจะรู้สึกร่วมกันได้แค่สักนิดผมก็ดีใจครับ อยากให้ทุกคนหยิบขึ้นมาด้วยความรู้สึกสบายๆ ครับ ผมคิดว่ามีหลายคนที่ออกจากชนบทมาอยู่ในโตเกียว มันอาจจะมีส่วนที่สื่อสารถึงความแตกต่างระหว่างโตเกียวกับบ้านเกิดอยู่ ส่วนคนที่เติบโตที่โตเกียวก็อาจได้แลกเปลี่ยนว่าชนบทมันเป็นแบบนี้นะ คนที่อยู่ชนบทเขาคิดกับโตเกียวแบบนี้ พอมาที่โตเกียวแล้วรู้สึกแบบนี้ รับPhotobookเล่มนี้กลับไปวางแอบๆ ไว้ที่มุมบ้านผมก็ดีใจแล้วครับ"

    -------------------------------------------------------------------

    แปล&เรียบเรียง(ญี่ปุ่น-ไทย)โดย: @meengeywalin
    *เราแปลสัมภาษณ์คนที่เราชอบจากใจ, เวลา และความสามารถที่เรามีอย่างเต็มที่
    รบกวนไม่นำเนื้อหาที่แปลไปใช้หรือเผยแพร่ต่อโดยไม่ให้เครดิตหรือไม่ได้รับอนุญาตนะคะ
    -------------------------------------------------------------------

    Translator's Note

         ใช่ค่ะ เรากำลังติด Cherry Magic หรือ 30歳まで童貞だと魔法使いになれるらしい ? มาก เลยหาสัมภาษณ์ของเคย์ตะอ่าน แต่สัมภาษณ์ช่วงเร็วๆ เกี่ยวกับซีรี่ส์จะเป็นสัมภาษณ์คู่กับ อะกาโซ เอจิ ซะส่วนใหญ่และดูเหมือนว่าจะมีคนเอามาหวีดเยอะแล้ว เลยเลือกแปลสัมภาษณ์เมื่อช่วงปลายปีที่แล้วแทนค่ะ
         อ่านแล้วรู้ถึงความตั้งใจในการทำงานของเขา จังหวะการเดินก้าวเข้าสู่ทีละผลงานไปเรื่อยๆ ด้วยความตั้งใจและไม่หยุดเดิน 
         ผลงานต่อจากนี้ของเขาน่าติดตามค่ะ มาตามไปด้วยกันเนอะ?
         (รูปใหญ่ๆเต็มๆมีอีกหลายรูป ไปที่ original link นะคะ?)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in