BTS SF/OS Everything is Seokjinพระจันทร์
(OS) Research Assistant [NamJin]

  • #Namjinweeklyth
    Week 07 : วิทยาศาสตร์ (?)
    Note : นี่มันฟิกหัวข้อวิทยาศาสตร์จริง ๆ นะ ...




    'ผู้ช่วยนักวิจัย' อาชีพนี้เป็นอย่างไรในความคิดของคุณ? 
    บางคนก็ว่าเหมือนภาชนะรองรับทุกอย่างของนักวิจัย เช่น ทำแลปให้เสร็จตามกำหนด วิเคราะห์ผลแลปให้ออกมาสมบูรณ์ ถ้าทำได้ไม่ดีก็โดนด่า

    แต่มันก็แค่บางคนน่ะนะ

    คนรู้จักของผมมีหลายคนต่างประสบปัญหาต่าง ๆ นานา โดนด่าบ้าง ทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจบ้าง ผลแลปออกมาไม่ดีก็มานั่งเครียดมาก 
    แต่ก็มีหลายคนได้พบกับนักวิจัยผู้ว่าจ้างที่แสนจะดี ทั้งช่วยกันทำงานอย่างดี รับฟังความคิดเห็น รวมทั้งพาไปเลี้ยงอาหารอร่อย ๆ บ่อย ๆ 

    สำหรับผม 'คิมซอกจิน' คนนี้ ดูเหมือนจะเป็นทั้งสองแบบรวมกัน แต่ก็ค่อนข้างไปทางแบบหลังล่ะมั้ง




    ผมคิมซอกจิน อายุ 23 ปีบริบูรณ์ เรียนจบคณะวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ตอนนี้ก็เพิ่งจะมีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่งได้เกือบห้าเดือนหลังจากเรียนจบมาแล้วได้ปีกว่า ๆ 
    ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดี หรือตัวผมเองที่ไม่ดีกันแน่ถึงได้เพิ่งมาหางานได้ช้าขนาดนี้ ช้าชนิดที่ว่ารุ่นน้องที่เพิ่งเรียนจบน่ะได้งานทำก่อนผมเสียอีก

    ตอนนี้เวลาเจ็ดนาฬิกาผมกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่างเพื่อทำกิจวัตรสำคัญประจำวันนั่นก็คือ

    การดูไพ่ทาโรท์

    ถึงแม้ผมจะเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์มาก็ตาม แต่ผมดูไพ่แม่นมาก ๆ นะจะบอกเอาไว้ ตอนแรกก็กะว่าจะเปิดสำนักดูดวงเป็นของตัวเองแล้วถ้ายังหางานไม่ได้ แต่เผอิญได้งานเสียก่อนน่ะ

    ผมทำการสับสำรับไพ่ในมืออย่างรวดเร็วก่อนจะสุ่มหยิบไพ่ขึ้นมาหนึ่งใบเป็นตัวแทนของโชคชะตาในวันนี้ ดวงตากลมโตมองไพ่ในมือพร้อมกับรอยยิ้มแล้วเก็บไพ่ทั้งหมดให้เข้าที่เข้าทาง



    ดูเหมือนว่าวันนี้จะโชคดีแฮะ





    "คุณคิมครับวันนี้ผมทำหลอดทดลองแตกไปห้าหลอดแล้วรบกวนคุณคิมช่วยเก็บเศษแก้วและทำงานต่อทีนะครับ" นี่คือคำทักทายจากด็อกเตอร์คิมนัมจุนผู้ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างของผม ทันทีที่ผมเปิดประตูเข้ามาในห้องแลป

    คือยังไม่ทันจะวางกระเป๋าในห้องพัก(ที่อยู่ทางด้านซ้ายมือของแลป)เลยอะครับ คุณด็อกเตอร์ที่รักก็สร้างปัญหาไว้รอแล้ว

    "ครับคุณคิมเดี๋ยวผมจัดการให้ครับ" ด็อกเตอร์นัมจุนพยักหน้าให้ผมด้วยสีหน้ายุ่ง ๆ ก่อนจะเดินสวนออกไป ผมคาดว่าเขาคงไปหางานวิจัยอ่านนั่นแหละ

    ผมเดินไปเก็บสัมภาระอีกห้อง แล้วหยิบเสื้อกาวน์ที่แขวนอยู่มาใส่ก่อนจะใส่ถุงมือยางสีฟ้าแล้วเริ่มทำงานต่อจากด็อกเตอร์นัมจุนทันที

    คุณด็อกเตอร์คิมนัมจุนค่อนข้างเป็นคนที่สร้างความประหลาดใจให้ผมในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งการอธิบายบางสิ่งบางอย่างด้วยการอุปมาอุปมัยกับหลักปรัชญาที่เข้าใจยาก (อาจจะง่ายสำหรับเขาแต่ยากสำหรับผม) ชอบมีหลักปรัชญาที่บอกว่าเพิ่งอ่านมาแล้วมาถามความเห็นผม ตัวผมก็แค่ตอบไปตามความคิดตัวเองนั่นแหละครับ ความรู้อะไรไม่ค่อยจะมีหรอก

    แต่สิ่งที่สร้างความประหลาดใจแก่ผมมากที่สุดคงเป็นความซุ่มซ่ามของเขา 'เจ้าแห่งการทำลายล้าง' คุณจองโฮซอกเพื่อนสนิทของด็อกเตอร์คิมเคยบอกผมว่านั่นคือฉายาของเจ้านายผม และผมก็คิดว่ามันไม่ได้เกินความจริงแม้แต่น้อย ตั้งแต่ทำงานร่วมกันมาผมเจอทั้งการทำเครื่องแก้วทั้งหลายในแลปแตก (หลักฐานก็มีปรากฏแทบจะวันเว้นวัน) การเตรียมสารผิดที่ทำให้ผลการทดลองมันรวนไปหมดและตัวผมก็ค่อนข้างจะหัวเสีย ดีที่เขาไม่ใช่คนนิสัยไม่ดีอะไรเขาขอโทษ ยอมรับผิด แถมพาผมไปเลี้ยงบุฟเฟต์แซลมอนอีกต่างหาก 

    แต่ก็นั่นแหละด็อกเตอร์คิมมักจะทำอุปกรณ์นู่นนี่ในแลปพังอยู่บ่อย ๆ จนผมเริ่มสงสัยแล้วว่าเขาเรียนมาจนจบปริญญาเอกได้ยังไง ไม่ใช่ว่าติดหนี้มหาวิทยาลัยอยู่หลายล้านวอนนะ!


    "คุณคิมคิดอย่างไรกับการมีคนรักอายุมากกว่าเหรอครับ" คำถามจากด็อกเตอร์คิมที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยระหว่างที่พวกเรากำลังนั่งทานข้าวกลางวันด้วยกันทำให้ผมชะงักก่อนจะวางตะเกียบในมือลง

    "ถามทำไมครับ" 


    นั่นน่ะคุณถามผมทำไมกัน

    สารภาพเลยว่าด็อกเตอร์คิมเป็นคนที่ทำให้ผมสัมผัสกับความรู้สึกหนึ่งเป็นครั้งแรก 

    'แพ้ทาง' 

    ผมคิดว่าผมแพ้ทางเขาอย่างที่สุด ทั้งรูปร่างที่ดูภูมิฐาน ลักยิ้มมีเสน่ห์ สมองระดับอัจฉริยะที่มาพร้อมไอคิว 148 เขาคือคนแรกที่ผมรู้สึกว่าผมไม่มีทางเถียงหรือเอาชนะเขาได้เลย
    ความรู้สึกที่ผมมีให้เขามันเริ่มมากขึ้นจนผมเองเริ่มที่จะทนไม่ไหว วันหนึ่งผมจึงได้ถามคำถามนั้นออกไป

    "คุณคิมไม่คิดจะมีแฟนบ้างเหรอครับ"

    "ไม่เคยคิดเลยครับ สำหรับผมการอ่านงานวิจัยน่าจะมีความสุขกว่าเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ น่ะครับ"

    นั่นคือคำตอบของเขาที่ทำให้ผมเริ่มหักห้ามใจไม่คิดอะไรกับเขามากไปกว่าคำว่าชอบ แล้วมาวันนี้ดันมาถามเรื่องความรักเนี่ยนะ!

    "เมื่อวานโฮซอกถามคำถามนี้กับผมน่ะครับ เหมือนว่ามันจะไปชอบรุ่นพี่คนหนึ่งเข้า ผมก็เลยอยากฟังความคิดเห็นของคุณดูน่ะครับ" ด็อกเตอร์คิมพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มของเขา 

    ให้ตายสิผมไม่อยากจะตอบสักนิดแต่ใจผมน่ะไม่เคยขัดเขาได้สักที

    "สำหรับผมน่ะ ถ้าเขาหรือเธอคือคนที่ผมรักแล้วอายุมันไม่ใช่เรื่ิองสำคัญหรอกครับ แน่นอนว่ามนุษย์ทุกคนน่ะต่างกันอยู่แล้ว จะรักกันคบกันก็ต้องมีการปรับตัว แต่ถ้าปรับไม่ได้ก็คงต้องแยกย้ายกันไป"

    นั่นสินะ ถ้าผมยังลดความรู้สึกที่มีต่อคุณไม่ได้ ผมก็ควรที่จะไปก่อนที่ความรู้สึกมันจะถลำลึกไปมากกว่านี้

    "แล้วคุณล่ะครับตอนนี้คิดจะมีคนรักบ้างหรือยัง" ผมถามอีกฝ่ายกลับขณะที่เขากำลังตั้งใจฟังคำตอบจากผม

    ดวงตาของผมสบกับดวงตาเรียวของเขา เขายิ้มออกมาจนเห็นรอยบุ๋มที่ข้างริมฝีปาก นั่นทำให้ผมใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา

    "ไม่ล่ะครับเพราะผมน่ะมีคุณอยู่แล้วทั้งคนนี่คุณคิม" 

    ใจผมกำลังเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม
    ผมรู้สึกได้ว่ามือทั้งสองข้างมันกำลังสั่นสะท้าน

    "ม หมายความว่าอะไรครับ" เสียงผมแผ่วเบาจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ 

    ทำไมคุณถึงทำกับผมแบบนี้นะด็อกเตอร์คิม คุณกำลังทำให้ผมหยุดความรู้สึกของตัวเองไม่ได้ 

    "คุณน่ะตอบคำถามผมทุกครั้งแม้ว่าเรื่องนั้นจะไม่ใช่เรื่องที่คุณเข้าใจเลยก็ตาม ผมเคยเริ่มคุยกับใครหลายคนแต่พวกเขาเหล่านั้นบอกว่าผมน่ะน่าเบื่อ พูดแต่อะไรที่ไม่เข้าใจ แต่คุณแตกต่างจากพวกเขา คุณรับฟังผม อีกอย่างไม่มีใครทนความซุ่มซ่ามของผมได้เท่าคุณอีกแล้ว ผู้ช่วยคนอื่น ๆ น่ะลาออกกันตั้งแต่ทำงานได้แค่สองสัปดาห์แล้วครับ" ด็อกเตอร์คิมยังคงยิ้มน้อย ๆ ขณะที่เขาตอบคำถามของผม

    ผมเริ่มรู้สึกว่าขอบตาเริ่มร้อน ใช่ผมกำลังประหม่า เสียใจและไม่เข้าใจ ทำไมเขาถึงพูดเหมือนผมเป็นคนสำคัญทั้ง ๆ ที่ผมก็แค่ผู้ช่วยนักวิจัยที่ทำงานให้กับเขา

    "มันต่างกันนะครับ ผมก็แค่ผู้ช่วยของคุณมันทดแทนการเป็นคนรักไม่ได้หรอกครับ"

    "คุณน่ะทำให้ผมเสียสติ" ด็อกเตอร์คิมพูดต่อไปโดยไม่ได้สนใจคำพูดของผม

    "...."

    "คุณทำให้ผมเอาแต่คิดว่าถ้าวันหนึ่งผมไม่มีคุณอยู่ข้าง ๆ ผมจะเป็นอย่างไร ผมพยายามอ่านทั้งหลักปรัชญาและหลักวิทยาศาสตร์มากมายเพื่อหาคำตอบ บางครั้งผมก็มาถามคุณเพื่อที่จะหาคำตอบแล้วผมก็พบว่าคุณมีคำตอบเสมอ"


    "ไม่สิ คุณนั่นแหละคือคำตอบ"


    "คุณคิม" ผมได้แต่มองเขาด้วยแววตาสับบสน ทั้งอึ้งทังเขินทั้งสับสนปะปนกันจนมั่วไปหมด

    นี่มันอย่างกับว่าผมกำลังถูกบอกรัก

    "ผมไม่คิดเรื่องการมีคนรักหรอกครับ..."



    "เพระว่าผมรู้ว่าผมมีเขาอยู่ข้าง ๆ แล้ว"






    วันนี้ผมช่างโชคดีกว่าใคร ๆ

    END

    --------------------------------------------------------------------------------------
    ขอยืนยันอีกรอบว่านี่หัวข้อวิทยาศาสตร์นะคะ  อิอิ
    ฝากฟิกกาก ๆ ของเราไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะทุกคน
    อย่างน้อยเขาก็เจอกันด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์น้าาาาาา ไม่รู้ว่าพี่จินชอบดูไพ่หรือเปล่าแต่คนแต่งน่ะดูบ่อยเลยค่ะ แหะๆ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in