BTS SF/OS Everything is Seokjinพระจันทร์
(sf) คุณ, ผม และความทรงจำ [NamJin Feat. HopeGa]

  • https://i.pinimg.com/originals/8a/db/62/8adb62fc9671754c5521ec5cf81c44c9.jpg


    #Namjinweelyth
    Week09 : ถ้าขอพรได้ 1 ข้อ
    Warning : ตัวละครมีอาการทางจิต





    ถ้าหากสามารถขอพรได้ 1 ข้อ
    ถ้าหากพรเป็นสิ่งที่สามารถขอได้จริง 
    และถ้าหากพรนั้นจะเป็นจริง


    ผมขออ้อนวอนต่อใครก็ตามที่สามารถมอบพรนั้นได้
    ขออ้อนวอนต่อทุกสิ่ง
    โปรดทำให้พรนี้เป็นจริงดังที่หวัง


    ผมขอให้พี่กลับมาได้มั้ย... พี่จิน






    "มีอะไรโทรหากูได้ตลอดเลยนะ" เสียงของจองโฮซอกกับประโยคเดิม ๆ ที่ดังขึ้นเป็นครั้งที่ห้าในรอบหนึ่งชั่วโมงนี้ ทำให้คนฟังอย่างคิมนัมจุนถึงกับถอนหายใจ

    "มึงบอกกูรอบที่เท่าไหร่แล้วเคยนับมั้ย ตอนนี้กูปกติดีมึงสบายใจได้ ถ้าเกิดกูนึกถึงเขาอีกเมื่อไหร่กูจะโทรหามึงทันที โอเคนะ" 

    "ก็กูห่วงมึงไหมล่ะ ไปรักษาตัวมาตั้งนาน"

    "นี่ไอ้โฮซอกเพื่อนรัก ที่นี่ก็บ้านกูมั้ยมึงจะห่วงอะไรนักหนา" นัมจุนถอนหายใจออกมาอีกรอบ

    "พอกันทั้งคู่นั่นแหละ" เสียงเย็น ๆ จากใครอีกคนที่ฟังบทสนทนาซ้ำ ๆ แบบนี้มาทั้งชั่วโมงเอ่ยขึ้น

    "แต่พี่ยุนกิครับ..."

    "นี่โฮซอกนัมจุนมันไม่ใช่เด็กประถมที่จะอยู่บ้านคนเดียวไม่ได้นะ ที่นี่ก็บ้านมัน มันก็บอกหลายรอบแล้วว่ามีอะไรมันจะโทรหา"

    ประโยคที่ยาวที่สุดนับแต่เริ่มวันนี้ผสมกับน้ำเสียงที่เริ่มจะหงุดหงิดของคนพูดทำให้โฮซอกได้แต่นั่งนิ่งมองตาปริบ ๆ

    ใครมันจะไปกล้าเถียงแฟนตัวเองกันล่ะ

    "งั้นวันนี้กูกับพี่ยุนกิกลับก่อนนะมึง มีอะไรรีบโทรหากูเลยนะ" 

    นัมจุนลุกไปส่งทั้งสองที่หน้าประตูบ้าน โฮซอกส่งยิ้มมาให้พร้อมกับมองอย่างห่วง ๆ พี่ยุนกิยิ้มจาง ๆ ก่อนที่ทั้งสองจะขึ้นรถและขับออกไป

    ตอนนี้ก็เหลือแค่คิมนัมจุนแล้วสินะ




    คิมนัมจุนเริ่มทำกิจวัตรแรกในการกลับมาอยู่บ้านด้วยการนั่งดูรายการตลกจากโทรทัศน์พร้อมกับกินมันฝรั่งทอดที่โฮซอกซื้อมาตุนไว้ให้ (อันที่จริงทั้งโฮซอกและพี่ยุนกิซื้อเสบียงมาตุนไว้ให้นัมจุนมากมายเสียจนเขาคิดว่าพรุ่งนี้จะเกิดอุทกภ้ยใหญ่) 

    เสียงหัวเราะและมุกตลกนั้นไม่ได้เข้าถึงการรับรู้ของนัมจุนสักเท่าไหร่ ดวงตาเรียวมองไปรอบ ๆ บ้านของตนที่ถึงแม้จะไม่ได้มอยู่นานแต่มันยังคงเรียบร้อยเพราะเพื่อนสนิทส่งคนมาดูแล สวนเล็กหน้าบ้าน สนามหญ้าที่แสนละมุนเท้า เครื่องใช้ต่าง ๆ ยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมที่คุ้นเคย

    แต่บางสิ่งที่หายไปนั้นกลับสร้างหลุมลึกไม่รู้จบในใจของนัมจุน


    บ้านหลังนี้มันทั้งเงียบและเหงาขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน



    นัมจุนปล่อยเวลาไหลผ่านไปจนกระทั่งถึงเวลาอาหารเย็น แน่นอนว่าคนอย่างเขานั้นไม่สามารถทำอาหารดี ๆ ได้หรอก แค่ทอดไข่ไม่ให้ไหม้ได้จนมานั่งกินข้าวได้นี่ก็ดีมากแล้ว

    "นัมจุนน่ะ ต้องหัดทำอาหารบ้างรู้มั้ย" 

    เสียงหวานนุ่มนวลของใครอีกคนที่ดังขึ้นมาในความคิดทำให้นัมจุนต้องวางช้อนในมือลงบนจาน

    ตอนนี้ลิ้นของเขาไม่สามารถรับรู้ได้ถึงรสชาติของอาหาร อาการปวดศีรษะและน้ำตาที่กำลังไหลรินคือสิ่งเดียวที่นัมจุนรู้สึกได้ ฝ่ามือสองข้างที่กำลังสั่นเทายกขึ้นปิดหน้าของตัวเอง ก่อนที่เสียงร้องไห้ของผู้ชายคนหนึ่งจะดังก้องไปทั่วอาณาเขตของบ้านหลังนี้

    ที่ผ่านมาคิมนัมจุนคนนี้ยังเจ็บปวดไม่พอหรืออย่างไร

    ขอร้องล่ะ 


    ได้โปรดหายไปเสียที



    หลังจากที่ร้องไห้จนปวดตาไปหมดนัมจุนจึงตัดสินใจวางจานข้าวที่กินไปไม่ถึงครึ่งไว้ที่อ่างล้างจานก่อนจะเดินเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวเข้านอน
    ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในห้องน้ำสิ่งแรกที่ปรากฏคือแปรงสีฟันสองอันที่วางอยู่คู่กันในแก้วพลาสติกสีชมพูอ่อน 

    "กูให้คนเข้าไปทำความสะอาดดูแลบ้านมึงทุกสองสัปดาห์รับรองทุกอย่างเหมือนเดิม"

    "เหมือนเดิมเกินไปหรือเปล่าวะโฮซอก"
    นัมจุนพูดกับตัวเองก่อนตัดสินใจหยิบแปรงอันหนึ่งขึ้นมาเริ่มต้นแปรงฟัน ล้างหน้าเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย

    เจ้าของบ้านพาร่างสูงเกิน 180 เซติเมตรของตนลงไปแช่ในอ่างอาบน้ำ นี่เป็นกิจวัตรที่นัมจุนชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ

    "นัมจุนนี่แช่น้ำนานอีกแล้วนะถ้าเป็นหวัดขึ้นมาอีกจะทำยังไง"

    น้ำเสียงหวานที่คุ้นหูทำให้เจ้าของร่างที่กำลังหลับตาผ่อนคลายต้องลืมตาขึ้นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลริน และเหมือนเป็นการย้ำเตือนว่าเสียงนั้นจะไม่มีทางหายไปไหน
    ไม่สิ นัมจุนคนนี้คงจะไม่ยอมให้เสียงนั้นหายไป ไม่ว่าจะทำอะไร ในบ้านหลักนี้ ทุกห้องทุกมุม ล้วนมีแต่คน ๆ นั้น

    และต่อให้นัมจุนจะเจ็บปวดเจียนตายเสียงนั้นก็จะอยู่ได้เพียงในความทรงจำ

    นัมจุนตัดสินใจล้างตัวให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมเข้านอน


    บางที... การที่หลับอาจจะช่วยให้ไม่ต้องรู้สึกอะไร




    "เก็บดอกไม้มาให้พี่อีกแล้วเหรอขอบใจมากนะ" เสียงหวานของคนที่กำลังทำอาหารอยู่ในครัวทำให้นัมจุนก้มลงมองช่อดอกไม้ในมือของตนเอง

    ...ดอกไม้อย่างนั้นหรือ...

    สัมผัสของก้านดอกไม้ทีี่มีความขรุขระเล็กน้อยตามพื้นผิว ลักษณะของดอกที่เพียงมองก็รู้สึกถึงความนุ่มนวล ทว่าก็บอบบางราวกับจะสลายไปเพียงแค่สัมผัสแผ่วเบา

    นัมจุนตัดสินใจเดินเข้าไปในครัวมองแผ่นหลังที่คุ้นเคยกำลังขะมักเขม้นเตรียมมื้ออาหารเย็นของเราทั้งสองคน นัมจุนชอบที่จะยืนมองอีกฝ่ายอย่างนี้เสมอ ชอบที่จะเห็นทุก ๆ อิริยาบถของอีกคน ชอบที่จะได้ยินน้ำเสียงหวานนั้นบ่นเวลาที่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจหรือเป็นน้ำเสียงที่พึงพอใจเมื่อสิ่งที่ทำออกมาดีกว่าที่คิด

    "จะยืนมองกันทุกเลยรึไง" เจ้าของร่างนั้นหันกลับมาถามนัมจุนด้วยรอยยิ้ม ดวงตากลมโตนั้นช่างเปล่งประกายสดใสกว่าดาวดวงใด รอยยิ้มที่มากจากริมฝีปากนุ่มนั่นสวยงามยิ่งกว่าอะไรที่นัมจุนรู้จัก

    "พี่ถามก็ตอบสิ ยืนยิ้มอยู่ได้" อีกฝ่ายว่าก่อนจะหันไปตักอาหารที่เพิ่งทำเสร็จใส่จานให้เรียบร้อย ใบหูน่ารักนั่นกำลังเป็นสีแดงระเรื่อและถ้าให้นัมจุนเดาล่ะก็ที่แก้มทั้งสองข้างนั่นก็คงไม่ต่างกัน

    "แล้วนี่ไม่คิดจะช่วยกันบ้างหรือไงนะ ส่วนดอกไม้น่ะเอาไปใส่แจกันทีี่โต๊ะหน้าที่วีไว้ก่อนมั้ยล่ะจะถือไว้ตลอดเลยหรือไง" 

    "ผมอยากยื่นให้พี่รับกับมือก่อนนี่ครับ" นัมจุนว่าก่อนจะยื่นช่อดอกไม้แสนสวยในมือไปให้อีกฝ่าย

    คนอายุมากกว่ายิ้มบางก่อนจะเอื้อมมือมารับดอกไม้ช่อนั้นจากนัมจุน

    "ขอบใจมากนะนัมจุน พี่รักนายนะ"

    ปุ! 
    เสียงช่อดอกไม้หล่นกระทบกับพื้นของห้องครัวทำให้นัมจุนก้มมองตามช่อดอกไม้แสนสวยที่ตอนนี้กำลังนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น กลีบอันอ่อนนุ่มของมันกระจายออกมาบนพื้นเล็กน้อย ตัวก้านที่เคยถูกเรียงอย่างเป็นระเบียบกลับกระจัดกระจายออกจากกัน

    ดวงตาเรียวยกสายตาจากพื้นเพื่อมองอีกคนตรงหน้า 

    "พี่จิน..."

    ตรงหน้าของนัมจุนไม่มีคนที่ส่งยิ้มหวานมาให้ บนโต๊ะอาหารนั้นว่างเปล่าไม่มีกับข้าวหอมกรุ่นที่รอให้ทั้งสองไปทานร่วมกัน ตอนนี้มีเพียงคิมนัมจุนกับห้องครัวที่รับแสงจากดวงอาทิตย์ยามเย็นที่แสนเลือนราง 

    ตอนนี้กำลังจะพลบค่ำ

    เหมือนกับชีวิตของนัมจุนที่กำลังจะมืดมิด มองไม่เห็นหนทางที่จะเดินไป


    "ได้โปรดกลับมาหาผมได้มั้ย"




    เฮือกกก
    ร่างของนัมจุนสะดุ้งตื่นพร้อมกับหายใจหอบ แผ่นหลังที่ชุ่มโชกพร้อมกับฝ่ามือที่สั่นเทาหยาดเหงื่อและน้ำตาไหลปะปนกันบนใบหน้า นัมจุนค่อย ๆ ปรับลมหายใจของตนให้เป็นปกติก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาที่หัวเตียง

    ตีห้าสี่สิบนาที 

    นัมจุนตัดสินใจลุกจากเตียงนอนเพื่อไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวเริ่มต้นวันใหม่ ตอนนี้คิมนัมจุนไม่ควรจมอยู่กับอะไรทั้งนั้น เขาควรเริ่มต้นใช้ชีวิต ถึงแม้มันจะยาก แม้ทุก ๆ การหายใจจะแสนแสบร้อน เขาก็ต้องทำให้ได้

    ตอนนี้เวลาเจ็ดนาฬิกานัมจุนกำลังนั่งทานมื้อเช้าเป็นกาแฟหอม ๆ พร้อมกับขนมปังปิ้งทาแยมสตรอเบอรี่ที่โต๊ะไม้เล็ก ๆ หน้าบ้าน ดวงตาเรียวมองพืชพรรณเขียวขจีที่กำลังมอบความสดชื่นรับอรุณร่วมกับแสงอันอบอุ่นจากดวงอาทิตย์

    ตึ้ง! 
    เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนทำให้นัมจุนต้องวางแก้วกาแฟในมือลงก่อนจะกดดูข้อความที่พบว่าถูกส่งมาจากเพื่อนสนิทของตน

    'เป็นไงบ้างวะกลับมานอนที่บ้านคืนแรก'

    'ก็เหมือนเดิม'

    ใช่ นัมจุนก็ยังคงเหมือนเดิม

    'เหมือนเดิมของมึงนี่มันยังไง'

    'จะยังไงก็ช่างเหอะ เดี๋ยวตอนบ่าย ๆ กูกับพี่ยุนกิจะเข้าไปหา'

    'ไอ้เด็กกระต่ายด้วยนะ มาบ่นแง้ว ๆ ตั้งแต่เมื่อวานว่าอยากเจอมึงกูนี่หูชาละ'

    ข้อความรัว ๆ จากโฮซอกทำให้นัมจุนยกยิ้มเล็กน้อย เขาแค่อ่านแต่ไม่ได้ตอบอะไร เพราะถึงอย่างไรนัมจุนก็ขัดใจคนที่จะมาหาทั้งสามคนนั้นไม่ได้อยู่แล้ว

    แก้วกาแฟที่ถูกวางทิ้งไว้ได้ถูกยกขึ้นจิบอีกครั้ง แสงแดดที่อ่อนโยนเริ่มร้อนแรงขึ้นจนต้องขยับตัวหลบ หลังจากนั้นเพียงสิบนาที นัมจุนตัดสินใจย้ายร่างของตนเองเข้าไปในบ้านเพื่อหนีจากแสงสว่างที่แสนร้อนแรงนั่น


    เพราะนัมจุนก็ยังคงเหมืิอนเดิม
    เป็นคิมนัมจุนที่รักในความร่มเย็นของเงา




    "พี่นัมจุน!!!" เสียงดังสดใสเป็นเอกลักษณ์พร้อมกับอ้อมกอดที่โถมเข้าใส่ทำให้นัมจุนถึงกับเซเล็กน้อย

    "ใจเย็น ๆ จองกุกตอนนี้เราไม่ได้ตัวเล็กเท่าตอนอายุสิบห้าแล้วนะ" นัมจุนพูดกับคนในอ้อมกอดก่อนจะผละออกเพื่อมองหน้าน้องรักให้ชัด ๆ

    "ก็ผมคิดถึงพี่นี่อยากร้องเพลงที่ทำให้จะแย่แล้วเนี่ย" เจ้าเด็กหน้ากระต่ายว่าก่อนจะดึงตัวพี่ชายเดินเข้าไปในบ้านทิ้งให้คนอีกสองคนที่มาด้วยกันได้แต่ส่ายหน้าอย่างปลง ๆ

    "วันนี้พี่ยุนกิบอกว่าจะทำสเต็กให้พสกเราด้วยนะครับ" จองกุกยังคงเอ่ยปากคุยกับพี่ชายคนสนิทไม่หยุด และแน่นอนว่านัมจุนได้แต่ฟังแล้วก็ยิ้มตาม 

    ก็นะ นัมจุนน่ะไม่เคยพูดแทรกได้ทั้งพี่ทั้งน้องนั่นแหละ

    "ถ้าอยากกินก็มาช่วยกันขนของ" น้ำเสียงนิ่ง ๆ จากยุนกิทำให้จองกุกผละออกจากนัมจุนแล้ววิ่งไปหาพี่ชายทั้งสองที่ถือของพะรุงพะรังเข้ามาทันที นัมจุนได้แต่เดินตามไปช่วยทั้งสามที่กำลังเริ่มเถียงกันอีกครั้ง

    วันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ดีหรือยังนะ


    เกือบสามส่วนสี่ของการพูดคุยกันในวันนี้เป็นการที่จอนจองกุกเอาแต่บ่นพีดีมินและพีดีจองในการทำงาน และแน่นอนว่าทั้งสองคนที่ถูกกล่าวหาก็บ่นเจ้าเด็กหน้ากระต่ายไอดอลที่สาว ๆ กรี้ดกันทั่วประเทศ และถึงจะเกือบวางมวยกันไปหลายยก แต่นัมจุนก็พบว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เขาคิดถึงมากจริง ๆ

    นัมจุนได้ทำลายช่วงเวลาแสนสุขไปนานเท่าไหร่แล้ว
    และเขาช่างโชคดีแค่ไหนที่ความสุขนี้ยังคงไม่ลืมตัวเขาไป

    "นัมจุนน่ะต้องยิ้มให้เยอะ ๆ ด้วยนะรู้มั้ย" 

    เสียงหวานที่คุ้นเคยทำให้นัมจุนลุกขึ้นเดินออกไปจากวงสนทนาทันที

    "มึงจะไปไหนวะ" โฮซอกเอ่ยถามเพื่อนที่กำลังเดินหันหลังจากไป 

    "กูขอไปล้างหน้าล้างตาหน่อย" นัมจุนตอบออกมาก่อนจะเดินตรงไปยังห้องน้ำ โดยไม่ได้เห็นสายตาเป็นห่วงทั้งสามคู่ที่ส่งมาถึงเขาแม้แต่น้อย


    "เดือนหน้าทั้งเดือนพวกกูสามคนต้องบินไปทำเพลงที่ญี่ปุ่น มึงอยู่คนเดียวได้นะ" โฮซอกเอ่ยขึ้นระหว่างที่พวกเขากำลังทานอาหารเย็นที่เป็นสเต็กรสเลิศจากพี่ยุนกิ

    "ได้สิวะ มีอะไรจะทำให้กูอยู่ไม่ได้ เสบียงที่มึงกับพี่ยุนกิซื้อไว้ให้น่ะกูอยู่ได้ถึงปีหน้าด้วยซ้ำ" เขาตอบคำถามจากเพื่อนสนิทก่อนจะสบตาทั้งสามคู่ที่มองมาอย่างห่วง ๆ

    นัมจุนรู้ดีว่าทั้งสามคนห่วงตนในเรื่องใด และเขาจะไม่ทำให้คนที่หวังดีต่อเขาต้องเป็นห่วงอีกแล้ว

    "ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกนะ ทั้งสามคนนั่นแหละ ไม่ต้องเป็นห่วง" 




    "นี่นัมจุน อาทิตย์หน้าไปเที่ยวด้วยกันดีมั้ย" เสียงหวานที่คุ้นเคยเอ่ยถามนัมจุนขณะที่ทั้งสองมาปูเสื่อนั่งเล่นกันที่สนามหญ้าหน้าบ้านในวันหยุด

    "พี่อยากไปที่ไหนล่ะครับ" นัมจุนเอ่ยถามคนอายุมากกว่าที่กำลังเคี้ยวขนมอยู่เต็มปาก

    "นายว่างพาพี่ไปแน่นะ" อีกฝ่ายเอ่ยถามนัมจุนพร้อมกับหรี่ตามอง

    "ว่างสิครับ ถึงจะไม่ว่างผมก็ทำให้ว่างได้ ผมตามใจพี่ขนาดไหนพี่ก็รู้นี่" นัมจุนยิ้มตาหยีให้กับคนตรงหน้าก่อนจะต้องหลบเส้นหญ้าที่อีกคนถอนแล้วปามาแก้เขิน

    "นายนี่มัน ฮึ้ยยย" คนอายุมากกว่าได้แต่ฮึดฮัดเพราะเขินจนทำอะไรไม่ถูกก่อนจะยัดขนมที่วางตรงหน้าเข้าปากเคี้ยวพร้อมกับมองค้อนใส่นัมจุนไปหนึ่งที

    "ฮ่าฮ่าฮ่า แล้วสรุปพี่อยากจะไปไหนล่ะครับ" นัมจุนเอ่ยถามคนที่เหมือนจะแก้เขินด้วยกันกินทุกอย่างที่ขวางหน้า

    "จะตามใจแล้วไม่รู้ใจหรือไงล่ะ" เสียงหวานใสนั้นตอบกลับมาพร้อมกับกอดอกแล้วยักคิ้วให้นัมจุน 

    นัมจุนได้แต่ยิ้มตอบกลับให้กับการกระทำที่แสนจะน่ารักของคนตรงหน้า



    "ครับ ๆ ผมน่ะรู้ใจพี่จินที่สุดอยู่แล้ว"




    กิจวัตรประจำวันของนัมจุนนั้นไม่ได้มีอะไรมากนัก เพียงแค่ตื่นนอน นั่งเขียนเพลงบ้าง ทำงานบ้านนิดหน่อยแล้วก็เข้านอน วนเวียนไปจนเกือบจะครบหนึ่งเดือนที่ทั้งสามเพื่อนสนิทและพี่น้องไม่อยู่ วันนี้ก็เป็นอีกวันที่นัมจุนนั่งลงที่โต๊ะทำงานในห้องนอน ปล่อยความคิดและอารมณ์ให้ไหลไปกับสายลมแผ่วเบา มือเรียวค่อย ๆ เรียบเรียงถ้อยคำจากความคิดให้ปรากฏออกมาบนหน้ากระดาษ 

    "เพลงนี้แต่งให้พี่งั้นเหรอ ขอบใจนะนัมจุน"

    เป็นอีกครั้งที่น้ำเสียงที่แสนคุ้นเคยนั้นทำให้นัมจุนต้องหยุดทุกอย่างเอาไว้ นัมจุนพยายามอย่างมากที่จะเริ่มก้าวเดินอีกครั้ง แต่ทุกครั้งความทรงจำที่แสนวิเศษและโศกเศร้านั้นกลับฉุดรั้งเขาเอาไว้

    นัมจุนรู้ตัวดีว่าทุกค่ำคืนเขายังคงฝันถึงเรื่องในอดีตที่แสนงดงาม ทุก ๆ ครั้งไม่ว่าจะทำอะไรภาพที่เคยเกิดขึ้นจะูฉายทับขึ้นมาอีกครั้ง น้ำเสียงแสนหวานนุ่มนั้นยังคงพูดกับเขาเสมอ เพราะทุกสิ่งที่นัมจุนเลือกทำ กิจวัตรประจำวันที่แสนจะธรรมดา ทุกสิ่งทุกอย่างมันเหมือนกับสิ่งนัมจุนเคยทำร่วมกับเขาคนนั้นในอดีตทั้งหมด 

    เป็นคิมนัมจุนเองที่ไม่ยอมจะก้าวไปข้างหน้าเสียที
    ไม่ใช่เพราะความทรงจำนั้นที่ฉุดรั้งเอาไว้แม้แต่น้อย




    วันนี้ค่อนข้างเป็นวันที่โหดร้ายสำหรับนัมจุนเพราะเสียงหวานของอีกฝ่ายพูดคุยกับเขามากว่าทุกวัน นัมจุนตัดสินในนั่งลงนิ่ง ๆ บนเตียงนอน ดวงตาเรียวมองแผ่นฟ้าสีชมพูที่ค่อยเปลียนเป็นสีเข้มของความมืด ไฟทุกดวงในบ้านไม่ได้ถูกเปิดไว้ เวลานี้จึงมีเพียงแสงไปสลัวจากถนนหน้าบ้านที่ให้ความสว่างเท่านั้น

    "ทำไมถึงมานั่งอยู่มืด ๆ ล่ะนัมจุน" เสียงหวานพร้อมกับสัมผัสแผ่วเบาที่ไหล่ข้างซ้ายทำให้นัมจุนเบิกตากว้าง

    เป็นไปไม่ได้
    นี่มันไม่ใช่เรื่องจริง

    สัมผัสนั้นหายไปชั่วครู่ก่อนที่แสงสว่างจ้าจะปรากฏขึ้นในห้อง นัมจุนหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองรอบกาย
    สายตาเรียวพบกับร่างโปร่งที่คุ้นเคยกำลังส่งยิ้มมาให้ ร่างนั้นค่อย ๆเดินมานั่งข้างกันก่อนจะสวมกอดนัมจุนเอาไว้

    "พี่จิน... พี่จินจริง ๆ ฮึก" นัมจุนกอดอีกฝ่ายแน่นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลริน 

    ถ้าตอนนี้เป็นความฝัน คิมนัมจุนขอฝันแบบนี้ตลอดไปเลยจะได้หรือเปล่า

    "เป็นอะไรไปนัมจุน เครียดเรื่องงานมากขนาดนี้เลยเหรอ สงสัยพี่ต้องโทรไปบ่นยุนกิหน่อยแล้ว" เสียงชวนฝันนั้นเอ่ยกับเขา ฝ่ามือคู่นั้นลูบแผ่นหลังที่กำลังสั่นเทาอย่างปลอบประโลม

    "พี่จิน ผมน่ะคิดถึงพี่ที่สุด คิดถึงมากที่สุด" 

    นัมจุนถูกอีกฝ่ายดันตัวออกก่อนที่ฝ่ามือแสนอบอุ่นที่นัมจุนแสนรักจะค่อย ๆ ปาดน้ำตาให้นัมจุนอย่างแผ่วเบา

    "พี่น่ะอยู่กับนัมจุนตลอดเวลานะรู้ไหม" รอยยิ้มจากอีกฝ่ายทำให้นัมจุนรู้สึกอบอุ่นเสมอ แต่ความจริงกำลังทำให้น้ำตาของนัมจุนไหลริน

    "พี่จินครับ ผมอยากกอดพี่เหมือนวันนี้ทุกวัน ผมรู้ว่าตอนนี้มันเป็นแค่ฝันที่พี่จะต้องหายไปเมื่อผมตื่น" 

    "พี่อยู่กับนัมจุนเสมอ เมื่อไหร่ที่พี่อยู่กับนัมจุนนั่นคือความจริง ตอนนี้เรากอดกัน เราสัมผัสกันได้จริง จะเป็นความฝันไปได้ยังไงกัน"

    นัมจุนกอดอีกฝ่ายแน่น ตอนนี้ความง่วงกำลังเข้าครอบงำนัมจุนพยายามที่จะลืมตามองอีกฝ่ายเอาไว้ เขากลัวว่าถ้าหลับตาคนตรงหน้าจะหายไป

    "หลับเถอะนะนัมจุน พี่จะอยู่กับนัมจุนตลอดไป" น้ำเสียงที่คุ้นเคย ความอบอุ่นที่กำลังล้อมรอบกายทำให้นัมจุนปล่อยตัวเองเข้าสู่ห้วงแห่งการหลับใหล

    มันช่างโปร่งสบายเหมือนกับที่เคยเป็นเมื่อนานแสนนาน




    แสงแดดยามเช้าที่ส่องมากระทบกับเปลือกตาทำให้นัมจุนต้องลืมตาตื่นขึ้น

    "พี่จิน" นัมจุนหันมองไปรอบกาย ห้องนอนที่ว่างเปล่ามีเพียงแค่คิมนัมจุน เมื่อคืนก็แค่ความฝัน เป็นแค่ความฝันเท่านั้น

    นัมจุนตัดสินใจเดินออกจากห้องนอนที่แสนเวิ้งว้างนั้นแต่ทันทีที่ก้าวออกมากลิ่นหอมของอาหารที่โชยมาในอากาศทำให้ขาที่ก้าวต่อไปชะงัก

    "หรือพี่ยุนกิจะกลับมาแล้ว"

    ขายาวก้าวเดินไปทางห้องครัวทันที ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือแผ่นหลังที่แสนคุ้นเคยกำลังขยับทำอาหารเช้าอย่างตั้งใจ

    "พี่จิน..." นัมจุนเรียกคนตรงหน้าแผ่วเบา

    ขอร้องล่ะ ได้โปรดเป็นความจริง
    ขอให้คนตรงหน้าเป็นความจริงจะได้ไหม

    "อ้าว นัมจุนวันนี้ตื่นเช้าจังอาหารยังไม่เสร็จเลย" อีกฝ่ายเอ่ยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสดใส รอยยิ้มบางถูกส่งมาถึงก่อนที่ฝ่ายนั้นจะหันกลับไปทำหน้าที่ของตนต่อ

    นัมจุนเดินเข้าไปโอบดอกอีกฝ่ายจากด้านหลังสูดกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ก่อนจะวางหน้าไว้บนไหล่สวยนั่น

    "ทำไมวันนี้มาอ้อนได้เนี่ย หื้ม" คนอายุมากกว่าพูดพร้อมกับหัวเราะน้อย ๆ 
    นัมจุนไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่โอบกอดคนเป็นพี่เอาไว้แบบนั้น


    ขอแค่อยู่ในฝันนี้นานอีกสักเสี้ยวนาทีก็ยังดี




    "คราวนี้เป็นเพลงแนวไหนน่ะ" เสียงของคนข้าง ๆ เอ่ยถามนัมจุนขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งอยู่ด้วยกันที่โต๊ะทำงานตัวเดิม

    "ก็เพลงรักครับ ผมน่ะจะแต่งเพลงนี้ให้พี่อีกเอาให้ติดชาร์ตนานกว่าเพลงที่แล้วไปเลย" นัมจุนตอบพร้อมกับยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายที่ใบหูเริ่มจะเปลี่ยนเป็นสีแดง

    "ที่เพลงมันติดชาร์ตนานส่วนหนึ่งก็เพราะน้องชายพี่ร้องเพลงเพราะด้วยไม่ใช่หรือไง" คนเป็นพี่ตอบกลับโดยที่มือทั้งสองข้างนั้นจับใบหูตัวเองเบา ๆ

    "ครับๆ จองกุกน้องพี่น่ะร้องเพลงเพราะมากกกกกก" 

    นัมจุนจ้องหน้าอีกฝ่ายจนคนเป็นพี่ก้มหน้างุดและเหมือนฝ่ายคนอายุมากกว่าจะทนความเขินไม่ไหวจึงฟาดมือไปที่คนอายุมากกว่าไปหนึ่งที

    "เขียนเนื้อเพลงไปเลยนะ!"



    แต่ละวันที่ผ่านไปช่างเต็มไปด้วยความสุข ทุก ๆ วันที่มีพี่จินอยู่เคียงข้างทำให้นัมจุนเหมือนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง จนในที่สุดวันนี้ก็ถึงวันที่ทั้งสามคนจะกลับมาจากญี่ปุ่นแล้ว

    จะว่าไปช่วงหลังมานี่ก็ส่งข้อความาหากันสักนิด สงสัยงานคงยุ่งมากแน่ ๆ

    เสียงรถยนต์ที่ดังขึ้นที่หน้าบ้านทำให้นัมจุนละจากหน้าจอทีวีที่กำลังดูอยู่

    "สงสัยพวกนั้นมาถึงแล้วล่ะครับ" นัมจุนเอ่ยบอกอีกคนที่นั่งอยู่ข้างกัน ก่อนจะลุกขึ้นยืนเพื่อไปเปิดประตูบ้านให้กับคนที่มาหา

    "ว่าไง ทำงานกันยุ่งจนไม่ติดต่อมาเลยนะ" นัมจุนเอ่ยทักทั้งสามคนทันทีที่ก้าวลงจากรถ ไม่มีเสียงตอบกลับที่โหวกเหวกอย่างที่นัมจุนหวัง มีเพียงสายตาที่มองมาทั้งความประหลาดใจ ความเป็นห่วง ความเศร้ามันปะปนกันไปหมดในสายตาทั้งสามคู่นั้น

    "พี่นัมจุน ทำไมพี่ถึงเป็นแบบนี้" เสียงแผ่วเบาและสั่นเครือจากจองกุกทำให้นัมจุนมองน้องอย่างแปลกใจ

    "อะไรกันจอกกุกคดถึงพี่จนจะร้องไห้เลยเหรอ" นัมจุนส่งย้มละมุนไปให้น้อง แต่จองกุกกลับส่ายหน้าไปมาช้า ๆ

    "พวกกูส่งข้อความมาหามึงตั้งเท่าไหร่แต่มึงก็ไม่ตอบ พวกกูร้อนใจแค่ไหนมึงรู้มั้ย แล้วพอกลับมาเจอสภาพมึงแบบนี้กูก็ากจะร้องไห้เหมือนกัน" โฮซอกพูดใส่นัมจุนเสียงดัง แววตาของเพื่อนสนิทที่เคยสดใสมันกลับแดงก่ำเหมือนคนกำลังจะร้องไห้ ไม่ใช่เพียงแค่โฮซอกเท่านั้นทั้งพี่ยุนกิและจองกุกก็ด้วย

    "อะไรกันทุกคน พี่จินเค้าก็ดูแลกูอย่างดีนี่ กินอาหารครบสามมื้อไม่เคยขาด ร่างกายก็แข็งแรงดี แถมเขียนเพลงได้ตั้งห้าเพลงแหนะรู้มั้ย" 

    ชื่อของบุคคลที่ออกมาจากปากของนัมจุนทำให้ทั้งสามคนมองหน้ากันด้วยความเจ็บปวด

    "มึงพูดอะไรออกมานัมจุนพี่จินของมึงนะ..."

    "ตายแล้ว ผมรู้" นัมจุนเอ่ยแทรกประโยคนั้นก่อนที่ยุนกิจะพูดได้จบ

    "แต่เชื่อเถอะนะพี่จินน่ะคอยดูแลนัมจุนคนนี้เป็นอย่างดี เมื่อกี้เรายังนั่งดูทีวีด้วยกันอยู่เลย เดินตามมาดูสิ" นัมจุนพูดก่อนจะเดินเข้าไปในตัวบ้าน ทำให้ทั้งสามคนต้องรีบตามเข้าไปทันที

    สภาพบ้านที่เละเทะเหมือนกับไม่ได้รับการดูแลมานานข้าวของเครื่องใช้วางระเกะระกะ กองเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซัก ทำให้ผู้ที่เข้ามาอากจะร้องไห้ออกมาเสียตรงนั้น

    "นี่ไงพี่จินนั่งยิ้มให้อยู่เนี่ย" นัมจุมพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้กับคนที่นั่งอยู่บนโซฟา

    "นัมจุนมึงฟังกูนะเพื่อน ไม่มีพี่จิน ไม่มี" โฮซอกพูดกับเพื่อนที่กำลังส่งยิ้มให้กับโซฟาที่ว่างเปล่า

    "มึงฟังกูดี ๆ นะนัมจุน ตอนนี้สภาพมึงแย่มาก ไม่เหมือนกับคนที่มีคนคอยดูแลอย่างดีสักนิด" โฮซอกมองสภาพเพื่อนสนิทตัวเองที่ตาดำคล้ำเส้นผมรกรุงรังและเปรอะเปื้อน เสื้อผ้าที่ใส่ก็เปรอะเปื้อนไม่ต่างกัน

    "มึงพูดบ้าอะไรวะโฮซอก" นัมจุนหันมาเผชิญหน้ากับเพื่อนสนิท

    "พี่จินก็นั่งอยู่ตรงนี้ไง" นัมจุนชี้มือไปทางที่อีกฝ่ายนั่งอยู่ก่อนจะหันไปมองตาม


    ไม่มี

    ไม่มีพี่จินอยู่ตรงนี้อีกแล้ว

    "พี่จินหายไปแล้ว หายไปแล้ว" นัมจุนพูดออกมาเบา ๆ พร้อมกับทรุดตัวลงนั่งสองมือกุมศีรษะพร้อมกับน้ำตาที่ไหลริน

    "พี่จินไม่ได้หายไปไหน มึงฟังกูนะนัมจุน พี่จินไม่ได้หายไปไหนแต่โลกนี้ไม่มีเคยพี่จินมึงเข้าใจกูมั้ย" โฮซอกเอ่ยกับนัมจุนพร้อมกับจับไหล่ทั้งสองข้างของเพื่อนเอาไว้

    "มึงพูดบ้าอะไรวะโฮซอก! พี่จินไง พี่จินที่เป็นเพื่อนพี่ยุนกิเป็นพี่ชายของจองกุกไง ทุกคนลืมไปแล้วเหรอ" นัมจุนพูดเสียงดังพร้อมกับสะบัดมือของโฮซอกออกจากตนเอง ดวงตาเรียวมองไปที่พี่และน้องคนสนิททั้งสองคนทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้

    นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

    "ฟังให้ชัด ๆ นะนัมจุน" ยุนกิเอ่ยกับน้องที่ยังคงมองมาที่ตนด้วยแววตาสับสน

    "พี่ไม่มีเพื่อนชื่อจินและจองกุกเป็นลูกคนเดียว"

    "ไม่จริง ทำไมทุกคนถึงลืมพี่จินไป ไม่จริง ทุกคนโกหก โกหก!" นัมจุนตะโกนออกมาสุดเสีย ก่อนภาพทุกอย่างจะกลายเป็นสีดำ




    "คราวนี้เพลงติดชาร์ตดีมากเลยนะมึง" โฮซอกเอ่ยกับเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งยิ้มพลางมองการไต่อันดับของชาร์ตเพลงที่ตัวเองทำ

    "เพราะจองกุกร้องดีด้วยนั่นแหละ" นัมจุนเอ่ยตอบเพื่อนสนิท โฮซอกได้แต่ไหวไหล่และยิ้มน้อย ๆ 

    ก็จริงของมัน

    "ว่าแต่เพลงรักหวานซึ้งขนาดนี้ได้แรงบันดาลใจจากไหนมาวะ" คำถามที่ไม่น่าจะถามจากเพื่อนสนิททำให้นัมจุนขมวดคิ้ว

    "มึงนี่ก็ไม่น่าถามก็จากพี่จินสิวะ" 

    "พี่จินไหนวะ มึงแอบมีแฟนแล้วไม่บอกกูเหรอ!" โฮซอกโวยวายออกมาทันที ไอ้เพื่อนนี่แม่งมีความลับกันได้ไงวะ

    "เอ้า กูนึกว่าพี่ยุนกิบอกมึงแล้วซะอีก ก็พี่จินที่เป็นเพื่อนพี่ยุนกิแล้วก็เป็นพี่ชายไอ้กุกด้วยไง" นัมจุนจบประโยคนั้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินออกไป ทิ้งโฮซอกไว้กับความคิดของตน

    เขาไม่เคยรู้จักคนที่ชื่อจิน

    และวันนั้นโฮซอกก็ได้ทราบความจริงที่ว่าพี่ยุนกิไม่มีเพื่อนชื่อจินและจองกุกเป็นลูกคนเดียว

    และที่สำคัญพี่จินคนนั้นได้พรากนัมจุนจากพวกเขาไป





    "นัมจุนเป็นยังไงบ้าง" เสียงหวานพร้อมกับสัมผัสแผ่วเบาที่ฝ่ามือทำให้นัมจุนพยายามลืมตาขึ้นมอง

    "พี่จิน" เสียงแหบพร่าของนัมจุน ทำให้อีกฝ่ายยิ้มออกมาก่อนจะรินน้ำใส่แก้วมาให้อีกฝ่ายจิบ

    "พี่บอกกี่คร้้งแล้วว่าอย่าทำงานหนัก เห็นไหมต้องเข้าโรงพยาบาลเลยเนี่ย" เสียงหวานใสนั้นเอ่ยบ่นเขา ดวงตากลมโตที่เคยสดใสนั้นกลับหม่นแสงลงด้วยความกังวลและเป็นห่วง

    "ผมไม่เป็นอะไรแล้วนี่ไงครับ" นัมจุนตอบอีกฝ่ายพร้อมกับยิ้มบาง

    จู่ ๆ ภาพเหตุการณ์บางอย่างก็ไหลเข้ามาในหัว ภาพที่เขาทะเลาะกับทุกคน ภาพที่ทุกคนลืมพี่จินไปจนหมดสิ้น
    น้ำตาของนัมจุนไหลออกมาช้า ๆ ทำไมกันนะ ทำไมทุกคนึงได้ลืมพี่ไปจนหมด

    "เป็นอะไรไปน่ะนัมจุน เจ็บตรงไหนหรือเปล่า" อีกฝ่ายถามนัมจุนด้วยความร้อนรนที่เห็นน้ำตาจากคนที่รัก

    "ทุกคนลืมพี่ไปจนหมด ทำไมทุกคนถึงใจร้ายกับพี่แบบนี้" นัมจุนร้องไห้พร้อมกับซบใบหน้าลงบนไหล่อันแสนอบอุ่น ฝ่ามือบางของจินยังคงปลอบประโลมนัมจุนเสมอ

    "ไม่เป็นไรหรอกนัมจุน..."




    "สำหรับพี่น่ะแค่นัมจุนยังจำพี่ได้ก็พอ"


    END

    ------------------------------------------------------------------------------------------------
    กึ้ดดดดดดด กราบสวัสดีมิตรรักนักอ่านทุกท่านนะคะ
    หวังว่าทุกคนจะชอบฟิกเรื่องนี้กัน เราเองก็ไม่เคยแต่งแนวแบบนี้มาก่อนเหมือนกันค่ะ แอบกังวลว่ามันจะรู้เรื่องมั้ย ว่าแต่นี่มันฟิกแนวอะไรกันนะ....
    ทุกคนคิดว่าพี่จินมีตัวตนจริงหรือเปล่าคะ? ทุกคนอยากให้พี่จินเป็นแบบไหนกันบ้างเอ่ย?
    สารภาพว่าตัวคนแต่งเองก็ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับอาการทางจิตหรือการรักษา หากมีข้อผิดพลาดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
    เหมือนว่าเนื้อเรื่องมันจะหลุดธีม(?) TT แต่ก็หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ ถ้าอ่านแล้วเจอคำผิดต้องขออภัยด้วยนะคะ เราพยายามให้มันผิดน้อยที่สุดแล้ว แง๊งง

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in