#ฉันจะมารีวิว : K-POP ALBUM REVIEWguemuihwanhyang
#ฉันจะมารีวิว : TOMORROW X TOGETHER ‒ minisode1 : Blue Hour (EP)
  • [#ฉันจะมารีวิว🌻]
    031. TOMORROW X TOGETHER ‒ minisode1 : Blue Hour (EP)
    Open Release: 2020/10/26
    Genre: Pastel Pop
    -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    • ความเติบโตและพัฒนาการของเด็กทั้งห้าคน TOMORROW X TOGETHER(ทูมอร์โรวบายทูเกเตอร์, ทีบายที) หรือชื่อไทยที่เรียกกันจนคุ้นชิน ทีเร้ก ในซีรี่ย์อัลบั้ม The Dream Chapter ทั้งสามพาร์ทที่แบ่งเขตชัดเจนในแต่ละธีมอย่างครบรสทั้งการเริ่มต้นด้วยจินตนาการ(STAR)สู่การหลบหลีกปัญหาอันวายป่วงบนโลก(MAGIC)แล้วปิดจบด้วยความเจ็บปวดในสภาวะความเป็นจริงบนโลกมนุษย์(Eternity) อย่างที่รู้กันดีว่า storytelling ของทีเร้กมักจะเล่าเรื่องของ coming of age เป็นส่วนใหญ่ตามสถานะวัยรุ่นที่ยังมีความรู้สึกนึกคิดในด้านอารมณ์ที่หลากหลายรวมไปถึงความสัมพันธ์ของเพื่อนฝูงที่ไม่ได้มีอยู่จริงบนโลกที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายจนเกิดสิ่งที่เรียกว่าจินตนาการต่างๆเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจของตัวเอง ในแต่ละอีพีการนำเสนอซาวนด์ก็จะต่างออกไปทั้งหมดซึ่งก็เป็นการตีโจทย์ธีมในแต่ละ chapter ได้ดีเพียงแต่มันอาจจะไม่ได้ appreciate ถึงความขีดสุดของช่วงรอยต่อการเป็นวัยรุ่นที่พร้อมก้าวข้ามผ่านเรื่องราวอันแสนเจ็บปวดเหล่านั้น

    • จากอีพีสุดท้ายใน dream chapter เหมือนกับเป็นฝันร้ายของเรื่องราวที่ถูกทำร้ายจิตใจจากโลกจินตนาการอย่างไม่ใยดี คิดว่าเด็กๆคงพร้อมจะก้าวผ่านจากโลกแห่งความฝันเพื่อเริ่มต้นใหม่ในโลกแห่งความจริง.. ทุกอย่างที่คิดไว้กลับผิดคาดทั้งหมด! สตอรี่ใหม่ minisode เรื่องราวเล็กๆที่ดันกลับเข้าสู่โลกจินตนาการอีกครั้ง ฟังแบบผิวเผินทั้งหมดห้าแทร็คดูเหมือนว่าคงไม่มีอะไรโหดร้ายเท่าพาร์ทที่แล้วสักเท่าไหร่ยิ่งโทนซาวน์มันแสนจะ pastel pop ดั้งเดิมของวงขนานแท้แต่มันไม่ได้โลกหวานตามซาวนด์ไปด้วย

    Ghosting เปิดแทร็คด้วยแนว indie rock ย้อนยุคแบบ 80s กลิ่นอายความฟุ้งที่มีความใกล้เคียง psychedelic หน่อยๆ สถานะที่ไร้ร่องรอยของคนถูกตัดความสัมพันธ์ฉันเพื่อนรักโดยไม่รู้ตัว ท่อนร้องที่ว่า 여전히 숫자 날 반겨 1만(มีแค่เลข 1 เท่าที่ยังทักทายฉัน) เป็นการตอกย้ำชัดเจนว่าคนอื่นไม่สามารถมองเห็นข้อความที่ตัวเองส่งไป กลายเป็นผีโดยแท้ เป็นการเปิดอีพีใหม่ด้วยความรู้สึกอันขื่นขม เออบางทีก็ชวนให้นึกถึง ghostin’ ของ Ariana Grande เหมือนกันแฮะ ฟุ้งๆลอยๆ เพียงแต่บริบทมันคนละอย่างกันเฉยๆ

    Blue Hour ไตเติ้ลแทร็ค funk pop ในประโยคที่ว่า ชั่วโมงต้องมนต์ในโลกจินตนาการที่มีแต่ความสนุกรออยู่ มันคงจะเป็นจริงสำหรับทีเร้กโดยแท้ การเคาะจังหวะดิสโก้มาคั่นเป็นเบรคแดนซ์เพิ่มความโจ๊ะลงไปในมิวสิควิดีโอ ชัดเจนความมันส์แบบพอเหมาะให้โยกตามได้ เป็นแทร็คที่ดูสดใสมากสุดก็จริงแต่ถ้ามองมุมกลับ ปรับมุมมอง เหมือนพยายามอยากขังตัวเองอยู่ในโลกจินตนาการไปตลอด ปิดตายความรู้สึกที่ด้านชาและเจ็บปวด แต่ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ถือว่าคิดถูกแล้วที่เอาเพลงนี้โปรโมทหลัก เข้าใจได้


    We Lost the Summer เพลงแด่คนกักตัวในยุค COVID-19 โดยแท้ ตอกย้ำด้วยการเชิญ Charli XCX ร่วมแต่งเพลงนี้ด้วย อย่างที่รู้กันดีว่า how i’m feeling now อัลบั้มล่าสุดของเธอเกิดจากผลกระทบโรคระบาดนี้จนกลายมาเป็นอัลบั้มที่เต็มไปด้วยความสนุกที่ไม่สามารถออกไปไหนได้ ซาวนด์ไม่ได้เวี๊ยต hyper จัดแบบเจ๊แกก็จริงแต่พอโยกย้ายเปิดวิดีโอคอลกลุ่มกับเพื่อนๆได้ social distancing ที่แท้ทรู ส่วน Wishlist ยกให้เป็นแทร็คป็อบร็อค puppy love คั่นกลางหดหู่ interlude เวอร์ชั่นเต็ม Way Home แทร็คปิดท้ายที่ควรจะไปอยู่ในอัลบั้ม Eternity มากกว่า เพลงที่พูดถึงความสัมพันธ์ของเพื่อนในรั้วโรงเรียนที่แน่นแฟ้นแต่พอเลิกเรียนก็เหมือนกลายเป็นบุคคลที่ตัวคนเดียว



    • ตอนแรกก็ไม่ค่อยจะจอยเท่าไหร่กับซาวนด์อีพีอัลบั้มชุดแรก first impression พูดตรงๆว่าเฉยมาก พอเข้าใจบริบทคอนเซ็ปต่างๆและจุดประสงค์เล็กน้อยแล้วมันก็เริ่มปรับตัวได้ว่าทำไมทีเร้กถึงต้องยอมเอาตัวเองกลับไปอยู่ในโลกจินตนาการอีกครั้ง.. ในยุคที่ตอนนี้โควิดกำลังแพร่ระบาดไม่ได้สามารถออกไปเอ็นจอยได้ การกักตัวทำให้คนเราหดหู่กับการอยู่คนเดียว ซาวนด์ป็อบสนุกๆนี่แหละจึงเป็นสิ่งเยียวยาให้คนยิ้มได้ในช่วงที่ต้องห่างไกลจากการอยู่ร่วมกันบนโลก 2020 แต่ถึงซาวนด์จะสนุกแค่ไหนก็ตาม ในความตลกร้ายกลับมีเนื้อหาที่ดันจมดิ่งหนักกว่าเก่า จึงเป็นสิ่งที่พอจะพูดได้ว่าอีพีชุดนี้คือการจมปลักคนเดียวในสภาวะไร้เพื่อนฝูง imagine อยู่ในโลกของเกมส์เสมือนกับว่าคือที่พึ่งทางใจอีกหนึ่งแห่งที่ไม่ต่างอะไรกับ chapter MAGIC ที่หลบหนีโลกแย่ๆ แต่ Blue Hour กลับเข้ามาสร้างบาดแผลที่เพิ่มพูนกว่าเดิม เลยกลายเป็นซาวนด์ utopia แต่เนื้อหาแม่ง dystopia จัดเลยแหละ

    • พูดตรงๆว่าเหมือนทีเร้กเริ่มหลงลืมจุดประสงค์ของความเป็น coming of age ขนานแท้ยังไงก็ไม่รู้.. ใช่อยู่ที่เนื้อหามันแสนจะดิสโทเปียกว่าเก่าแต่เหมือนกลายเป็นเด็กวัยรุ่นผู้ชายมานั่งบ่นน้อยใจเรื่องเพื่อนซะมากกว่า กลายเป็นรับรู้ถึงแค่ความเจ็บปวดในด้านเดียว ซึ่งมันต่างกับ Eternity ที่บอกถึงความรู้สึกหลายทางไม่ใช่เรื่องของ just a friend อย่างเดียว สำหรับใครอินกับเรื่องราวของเพื่อน อีพีอัลบั้มนี้ถือว่าตอบโจทย์ใช้ได้แต่ก็ไม่ได้ประทับใจมากอีกเช่นเคย

    .
    .
    .

    “คงยังรอคอยให้เด็กๆไปผจญภัยในโลกของความเป็นจริงเหมือนเดิม”

    (5.5/10)
    Top Tracks: Ghosting, Blue Hour

    thank u for reading 🙏
    ถ้ามีคำหรือประโยคไหนที่ใส่มาเพื่อความอรรถรสแล้วไม่ถูกใจผู้อ่านทุกท่านขออภัย ณ ที่นี้ด้วยจ้า




    ขออนุญาตฝากเพจตัวเองเล็กน้อย ถือว่ากดไลก์เป็นกำลังใจอันเล็กน้อย
    https://facebook.com/chanjamareview



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in