#ฉันจะมารีวิว : K-POP ALBUM REVIEWguemuihwanhyang
#ฉันจะมารีวิว : Weeekly ‒ We can (EP)
  • [#ฉันจะมารีวิว🌻]
    Weeekly ‒ We can (EP)
    Release: 2020/10/13
    Genre: bubblegum pop
    -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


    • เป็นการรีวิวครั้งแรกในปี 2020 ที่จะพูดถึงวงเกิร์ลกรุ๊ปหน้าใหม่แกะกล่องของปีนี้เลยก็ว่าได้.. เจ็ดสาวสุดสัปดาห์ Weeekly ที่ความน่ารักสดใสไม่แพ้วงในตำนานบ้านเราอย่าง Seven Days แต่เป็นเวอร์ชั่นที่วัยเยาว์กลับมากกว่าสาวๆไทยไปเยอะมาก (คิดเอาแล้วกันว่ามักเน่อายุแค่ 15 ปีสากลเอง) แล้วด้วยความที่เป็นน้องใหม่ในวงการบันเทิงมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกสักเท่าไหร่ที่จะนำพาความสดใสแจกรอยยิ้มให้กับทุกคนท่ามกลางเคป็อบที่นำเสนอ girls power หรือไม่ก็ love myself ทำนองเหล่านั้น แต่พวกเธอกลับแตกต่างออกไป.. ด้วยคอนเซ็ปหลักที่เน้นไปถึงความสดใสตามวัยของสมาชิกทั้งเจ็ดคน มันเหมือนเป็นการเยียวยาที่ถูกจังหวะซะเหลือเกินในช่วงยุค COVID-19 นี้ ที่สำคัญพวกเธอเป็นถึงรุ่นน้องภายใต้ชายคาเดียวกับเกิร์ลกรุ๊ปนางฟ้าอย่าง Apink ด้วย ฉะนั้นแล้วความเป็นนางสาวแฟรี่เทลล์มันเต็มเปี่ยมอยู่แล้ว (แต่เอพิ้งค์พวกเธอคงไม่กลับไปแจกพลังงานบวกหรอก ปีหน้าก็ครบรอบทศวรรษวงพอดี ปล่อยให้ป้าๆแกทำอะไรที่อยากทำไปเหอะ) การสืบทอดเจตนารมณ์นี้จึงตกไปอยู่กับรุ่นน้องร่วมสังกัดทั้งเจ็ดคนราวกับว่ากินตะขาบสีพาสเทลต่อกัน

    • แต่ในความสดใสโลกชมพูของสาวสุดสัปดาห์มันไม่ใช่ในแบบทั่วไปที่เรามักติดภาพจำจากวงรุ่นพี่สักนิด.. เนื้อหาของเด็กน้อยกลับถ่ายทอดออกมาในคราบกึ่งความเป็นวัยรุ่นปกติเข้ากับยุคสมัย ณ ปัจจุบันที่ยังไม่เข้าสู่ช่วงของ coming of age เพราะฉะนั้นมันเลยเป็นอะไรที่จับต้องได้ง่าย เข้าถึงทุกเพศทุกวัยแต่ก็แอบมีซ่อนความมั่นไว้ในส่วนลึกนิดหน่อย อย่าง Tag Me (@Me) ลีดซิงเกิ้ลเดบิวท์จากอีพีชุดแรกเด็กน้อยทั้งเจ็ดได้นำเสนอตัวตนของตัวเองที่อยากเชื้อเชิญให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกันพอประปรายคล้ายกับว่าเป็นการแนะนำตัวเด็กใหม่หน้าชั้นเรียนในวันเปิดภาคเรียนวันแรก ดูเนื้อหามันก็ไม่ได้พิเศษพิโสอะไรมากมายเท่าไหร่ สิ่งที่แอบเซอร์ไพร์สเล็กน้อยในการนำเสนอเพลงแรกของเด็กเหล่านี้คือซาวนด์ที่ไม่ได้เป็นป็อบที่ดูดาดเดือดหรือเรียบง่ายแบบรุ่นพี่ตัวเอง(สมัยวัยเยาว์) แต่งเสริมเติมสีด้วยลูกเล่นของ electronic trap เล็กน้อยกับการชูความปนสไตล์ร็อคอ่อนๆ มันทำให้ความสดใสกลับไม่น่าเบื่อแบบที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิงแถมยังเป็นเด็กวัยรุ่นแก่นแก้วแต่ยังไม่เซี้ยวพอที่จะหลุดโซน พวกเธอยังพอมีขอบเขตความสมวัยอยู่บ้างไม่งั้นอาจจะดูกลายเป็นแก๊งค์สาวบ้าระห่ำ.. อีพีชุดที่สองอย่าง We can เป็นการสานต่อเจตนาจากอีพีแรกที่ดูจะเพิ่มพูน energy ความเป็นวัยรุ่นมากขึ้นกว่าเดิม จากแก๊งค์สาวแก่นแก้วเริ่มยกระดับตัวเองให้เข้าสู่โลกจินตนาการอันกว้างไกลทีละเล็กน้อยคงความเข้าถึงง่ายเช่นเคยแหละแต่อาจจะยังดูมีจุดที่ยัง play safe ตามสเต็ปวงน้องใหม่กันไป




    Zig Zag ชัดเลยว่าซิงเกิ้ลโปรโมทนี่แหละคือตัวเพลย์เซฟของอีพีชุดนี้ ความรู้สึกที่ยึกยักไปมากับการไล่ตามความฝันราวกับว่าเหมือนกำลังนั่งเครื่องเล่นรถไฟเหาะ based หลักของซาวนด์ที่เน้นไปทางร็อคกว่าเดิมจาก Tag Me แต่ไม่ละทิ้งความเป็นป็อบด้วยเหมือนกัน เป็นแทร็คที่โคตรจะเบสิค 1 2 3 4 5 แต่ก็ยังให้อภัยพอรับได้ในระดับนึงนะ ชอบช่วงฮุคท้ายเล่นจังหวะได้เยี่ยมเลย


    Weeekly แทร็คปิดท้ายของอีพีจากฝีมือการเขียนเนื้อเพลงโดยสมาชิกอย่างสาวน้อยชินจียุน
    ชอบท่อนพรีฮุคซัดบีทได้สะใจดีตัดเข้าฮุคด้วยอารมณ์ที่ไม่บูด ท่อนหลังบริดจ์จัดว่ากีฬาสีเชียร์ลีดเดอร์เลยนะเออ


    Top Secret จังหวะ retro drum โลกสดใสแต่เนื้อหาก็ไม่ได้ตามไปกับซาวนด์ เก็บซ่อนความรู้สึกในใจของตัวเอาไว้จนกลายเป็นการแอบรักเพียงฝ่ายเดียว เป็นเพลงเดียวในอีพีชุดนี้ที่เหล่าเด็กน้อยพูดถึงความรัก อารมณ์แทร็คนี้แอบมีความเป็นเอพิ้งค์เหมือนกันนะ จินตนาการตามได้ไม่ยากเลย


    • ใช่ว่าอีพีชุดนี้ส่วนใหญ่มันจะมีแต่แทร็คที่ดูเพลย์เซฟซะทีเดียว อีกสองแทร็คต่อไปนี้มันคือการสาดบีทที่เริ่มจะพากันหลุดโซนเป็นวัยรุ่นแก่นเซี้ยวเปรี้ยวซ่าที่ไม่ต่างอะไรกับรายการดาดฟ้าท้าทดลอง Unnie ชีวิตประจำวันที่ดูน่าเบื่อไม่ต่างอะไรกับการใช้ชีวิตที่วนลูปไปมาแต่บีทจัดว่าโหดเกินคาด 808 bass rap ในจุดเริ่มต้นเป็นการปูไปจนถึงการสาด dynamic เพิ่ม energy ให้ท่อนฮุคดู full option เต็มรูปแบบด้วยซาวนด์ electric guitar กระชุ่มกระชวยให้ชีวิตมีสีสันมากขึ้น ซาวนด์เข้มจัดขนาดนี้ดูชื่อโปรดิวเซอร์แล้วไม่แปลกใจเลยสักนิด VINCENZO คู่บุญของสาวชองฮา


    My Earth เกิดอยากจะเป็นผู้พิทักษ์โลกก็เป็นมันซะเลยในสไตล์ future bass เพลงนี้ก็ยังคงได้ชินจียุนเป็นผู้แต่งเนื้อเพลงคนเดียวทั้งหมดอีกเช่นเคยแถมยังมีสวนร่วมในการแต่งทำนองซะด้วย พรั่งพรูไปด้วยความคิดจินตนาการตามสไตล์วัยรุ่นหลุดโซนที่แท้จริง


    • คิดว่าในทั้งห้าแทร็คจากอีพีนี้คงเป็นอะไรที่ดูไม่น่าคาดหวังสักเท่าไหร่เหมือนชุดแรก พูดตามตรงว่าตอนที่ฟัง sampler ก่อนหน้าที่อัลบั้มจะวางขายไม่ได้รู้สึกเซอร์ไพร์สสักเท่าไหร่เพราะมันก็ดูทั่วไปเอามากๆในตลาดเคป็อบ แล้วมันก็ทั่วไปจริงๆแหละ.. แต่ในความทั่วไปกลับรู้สึก pop-up ออกมาจากชาวบ้านชาวช่องแบบงงๆ ด้วยความที่วงเริ่มจับจุดเบสหลักของตัวเองได้แต่มันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากวงอื่นเช่นกัน พูดง่ายๆคือโดดเด่นในกลุ่มเดียวกันแต่ไม่สะดุดตาในวงกว้าง ภาพรวมคราวนี้เลยรู้สึกได้ว่าเด็กน้อยสุดสัปดาห์ยังคงอยู่ในกรอบไม่ออกนอกลู่นอกทางกัน มันก็เข้าใจได้แหละว่าวัยกำลังโตไม่กล้าเสี่ยงอันตรายออกไปทำอะไรที่มันหลุดโซนสักเท่าไหร่ แต่ก็ควรที่จะให้มันขยับขยายค่อยๆเป็นค่อยๆไปบ้างในอนาคตต่อไปข้างหน้า ถือว่าเป็นรุ่นน้องหน้าใหม่ที่มีไฟความเป็นวัยรุ่นไม่ได้ร้อนแรงมากแต่ก็น่าจับตามองไม่แพ้กัน คิดว่าเด็กน้อยเหล่านี้อาจจะสร้างลูกเล่นอะไรใหม่ๆมากขึ้นกว่าเดิม เพิ่มพูลศักยภาพที่ทะลุออกมาจากโซนตัวเอง

    .
    .
    .

    “อย่าท้อ! สู้ต่อไปนะหนูน้อย”

    (6/10)
    Top Tracks: Unnie, My Earth, Zig Zag

    thank u for reading 🙏
    ถ้ามีคำหรือประโยคไหนที่ใส่มาเพื่อความอรรถรสแล้วไม่ถูกใจผู้อ่านทุกท่านขออภัย ณ ที่นี้ด้วยจ้า




    ขออนุญาตฝากเพจตัวเองเล็กน้อย ถือว่ากดไลก์เป็นกำลังใจอันเล็กน้อย
    https://facebook.com/chanjamareview

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in