* ‘Truth be told’ มักจะใช้เพื่อเกริ่นถึงความรู้สึกตรงๆว่าคิดเห็นยังไง คล้ายๆกับ To be honest และ To be frank
* ’I loved mysteries, until you became one’ เป็นท่อนที่เราประทับใจมากๆท่อนหนึ่งเลยค่ะ;_; โดย one ก็คือ the mystery นั่นเอง (โดยละรูปแล้วใช้ one แทน)
With the tip of this blade And kisses that fade away You loved me, You killed me
ด้วยปลายมีดเล่มนี้
กับรอยจูบที่ค่อยๆ จางหายไป
คุณรักฉัน, คุณฆ่าฉัน
Your fire burnt half of my soul The other half I gave it to you It rains but somehow your clothes don't get wet And I still can’t blame you
เปลวไฟของคุณเผาไหม้วิญญาณของฉันถึงครึ่ง
และอีกครึ่งที่เหลือฉันได้มอบให้คุณไปหมดแล้ว
ฝนตก แต่ด้วยวิธีใดก็ตามเสื้อผ้าของคุณกลับไม่เปียก
และฉันก็คงไม่สามารถโทษอะไรคุณได้
* ‘It rains but somehow your clothes don't get wet’ เราตีความได้ว่า rain หรือฝนในที่นี้หมายถึงความทุกข์ที่เกิดจากความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ และด้วยความที่อีกฝ่ายไม่ได้จริงจังตั้งแต่แรกอยู่แล้ว (Truth be told I don’t know if we were just for fun) หรืออาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอจริงๆด้วยซ้ำ ทำให้อีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกเศร้าเสียใจอะไร (ไม่เปียกเลยแม้ฝนจะตก)
I loved mysteries, until you became one Truth be told I don’t know if we were just for fun
With the tip of this blade And kisses that fade away You loved me, You killed me
ด้วยปลายมีดเล่มนี้
กับรอยจูบที่ค่อยๆ จางหายไป
คุณรักฉัน, คุณฆ่าฉัน
/
เพลงนี้เป็นเพลงที่เราชอบมากๆอีกเหมือนกัน ทั้งดนตรี เสียงร้องของคุณ Odina และที่สำคัญก็คงจะเป็นเนื้อเพลงที่เจ็บปวด ตอนเราฟังครั้งแรกเราก็ยังจับประเด็นไม่ได้เท่าไหร่ค่ะ รู้แค่ว่า You loved me, you killed me นะ แต่พอลองตั้งใจอ่านเนื้อเพลงและลองถอดความ ปรากฎว่ามันช่างโหดร้ายและสวยงามในเวลาเดียวกัน ด้วยการใช้วลีที่เห็นภาพได้ชัด (เช่น With the tip of this blade) หรือจะเป็นการใช้สัญญลักษณ์อย่างฝนตกกับการเปียก สิ่งเหล่านี้ทำให้เราตกหลุมรักเพลงนี้ของคุณ Odina เข้าเต็มๆ ;_;
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in