ยิงสิ ศึกปืนนองเลือด(1)KCD.JOR
เศษแก้ว
  • ทั้ง5คน สอ ดุสิตา กล้วยไม้ หิน และนม นั่งลงบนพื้นว่างๆบริเวณหน้าบ้านของหินและกล้วยไม้พร้อมกับจุดตะไคร้ไล่ยุงคอยป้องกันยุงที่จะมากัดพวกเขาอาหารมื้อเย็นวันนี้เป็นมื้ออาหารที่เตรียมโดย ดุสิตา และกล้วยไม้นมนั้นเป็นเพียงแค่ตัวช่วยและเอาแนวความคิดบางอย่างกลับเป็นทำอาหารที่วังบ้างส่วนผู้ชายทั้ง 2 สอและหินนั้น ออกไปคุยกันข้างนอก

    “โห้ มีอาหารตั้งหลายอย่างจะกินหมดมั้ยค่ะเนี่ย” นมตั้งคำถาม

    “นมยังไม่หยุดท้วงไม้อ่าไม้ก็อยากให้ทุกๆคนกินอิ่ม อีกอย่างหนูก็พึ่งกลับมา ร้อนวิชาอยู่ อยากจะมาแสดงให้ทุกๆคนเห็นว่าหนูก็ทำอาหารอร่อยแน่นอน”กล้วยไม้อธิบายโดยทิ้งสายตาหวานๆใส่สอทิ้งทวนแน่นอนดุสิตาก็เริ่มสังเกตปฏิกิริยาของกล้วยไม้

    “มาๆๆ กินข้าวๆ”หินเริ่มจบบทสนทนาทุกอย่างเพื่อที่จะได้รับประทานอาหาร

    “อันนี้คือ...”สอสงสัยกับอาหารอย่างแรกที่วางอยู่บนโต๊ะดุสิตาใช้ช้อนหยิบอาหารที่คล้ายๆน้ำพริกและผักสดลงบนจานของสอ

    “ไม้บอกตาว่านี้คือ ปราฮ็อก กะติมันคือน้ำพริกของเมืองบูลวา เป็นอาหารที่คนที่คล้ายๆบ้านเราแต่สูงกว่าเรานิดหนึ่งชอบกินกัน มันคล้ายๆน้ำพริกบ้านเรานะสอแต่ว่าใส่กะทิเข้าไปด้วย อ่าลองกินดู”  ดุสิตาอธิบายอาหารอย่างแรกที่อยู่ในอาหารมื้อเย็นของวันนี้

    “เป็นไงบ้างค่ะพี่สอ” กล้วยไม้ถามสอ

    “อร่อยดีนะค่ะ ใครทำบ้างเนี่ย?”

    “อันนี้ส่วนมากพี่ตาเป็นคนทำค่ะหนูแค่บอกสูตรแหละก็คอยดูเฉยๆค่ะ”

    “แต่อันนี้หนูทำเองเลยนะค่ะพี่สอ”กล้วยไม้ชี้ไปยังอาหารอีกอย่างกล้วยไม้หยิบอาหารประเภทเส้นพร้อมกับน้ำราดสีแดงลงในจานอาหารของสอ

    “อันนี้ คนขาวตัวโตๆเรียกว่าสปาเก็ตตี้ มันคล้ายๆผัดหมี่ของบ้านเราค่ะ แต่ว่ามันจะมีน้ำราดด้วยน้ำราดจะมีมะเขือเทศผสมลงไปด้วย เส้นที่เอามากินด้วยมันคล้ายเส้นหมี่ก็จริงแต่ว่ามันก็ไม่ใช่เส้นหมี่ค่ะ มันเป็นเส้นที่หนากว่าเยอะเลย ไม้ตั้งใจทำมาเลยนะค่ะลองกินดูนะค่ะ”

    “ก็อร่อยดีนะค่ะแต่มันไม่คุ้นเท่าไหร่เนอะ ไอ้หิน มึงว่าไง”

    “ก็อย่างที่ไอ้สอว่าแหละ อร่อยดีแต่ว่ามันเป็นอาหารแปลกๆ ยังไม่ชิน เก่งมากไม้ นี่แหละน้องพี่”จริงๆมีอีกหลายอย่างที่กลุ่มผู้หญิงทำให้กินในมื้อเย็นทั้ง รำซัมที่เป็นอาหารประเภทแขก ไขเยี่ยวม้าของจีน และก็พิสโตอาหารของฝรั่งยักษ์หัวยุ่งๆ

    “เห็นมั้ยนม สุดท้ายที่ทำมาก็หมดพ่สอพี่หินเป็นเครื่องจักรในการกินอยู่แล้ว จริงๆน้อยไปด้วยซ้ำ พี่ตาหนูไม่อยากจะฟ้อง พี่สอนะ กินเยอะเหมือนหมูเลยค่ะ ฮาฮาฮา” กล้วยไม้แซว

    “พี่รู้ค่ะสอนี่แหละมาที่ร้านพี่ทีไรเป็นได้ขาดทุนทุกครั้งเลย ฮาฮาฮา”
    “มึงก็พอๆกันกับกุนั้นแหละไอหิน”

    “อ้าว มึงไม่ต้องหาเรื่องให้กุเลยไอ้สอ มึงคนเดียวแหละ”

    “อ้าวไอ้สัส มึงทิ้งกุไง? หลังจากนั้นหินก็วิ่งหนีสอสอจึงวิ่งไล่หิน ทั้งคู่วิ่งไล่กันอย่างเมามัน ผู้หญิงที่เหลือทั้ง3คนก็มองพวกเขา2 คนวิ่งไล่กันอย่างสนุกสนานทั้งดุสิตาทั้งกล้วยไม้ต่างหัวเราะกับอารมณ์หัวร้อนของสออย่างมีความสุขทั้งคู่หลังจากการวิ่งไล่จับของผู้ชายและอาหารตาของผู้หญิงแล้วนั้นทั้งหมดก็กลับเข้าครัวมาล้างจาน ทั้ง5คนพูดคุยกันย้อกล้อกันอย่างสนุกสนาน

     

    กุก็อยากให้มึงลองเปิดใจให้น้องกุบ้างอย่างน้อยก็ในช่วงเวลา2ปีที่มึงไม่ได้อยู่กับตามึงก็มองว่าเป็นช่วงเวลาที่มึงลองใจตัวเองบ้างก็ได้ ถ้ามึงรักไอ้ตาจริงน้องกุก็ทำอะไรมึงไม่ได้ แต่ถ้าน้องกุดันบังเอิญทำให้มึงใจอ่อนขึ้นมา อย่างน้อย2ปีนี้ มึงจะได้ไม่ต้องอมทุกข์ตลอด2ปีไง มันก็เพื่อทั้งตัวมึง และก็น้องกุกุอยากจะพูดแค่นี้แหละ การตัดสินใจมันก็แล้วแต่มึงคำพูดที่หินพูดก่อนที่ทั้ง2จะเข้าไปกินข้าวก็กลับเข้ามาในหัวของสอ

    เพราะว่าตารักสอมากไงตาถึงจะมาบอกว่าตาอยู่ทีไหน สอจะได้มาหาตาได้คำพูดของดุสิตาที่บอกกับสอที่ร้านของเธอก่อนที่จะย้ายเข้าไปในวังของท่านลานุก็มาตีกันในหัวของสอ

     

    เอาไปให้นุใช่มั้ยค่ะนมคำพูดของดุสิตาที่ดูเป็นห่วงเป็นใยให้กับท่าลานุนั้นก็ได้เพิ่มเข้ามาในหัวของสอ

  • “กลับแล้วหรอค่ะพี่ตาพี่สอยังไม่มืดเท่าไหร่เลย มานอนค้างที่บ้านหนูก่อนก็ได้นะค่ะ” กล้วยไม้ไม่อยากให้ทั้ง2กลับ

    “พี่ต้องกลับจริงๆท่านลานุให้พี่มาแค่1วัน”

    “งั้นถ้าไม้อยากไปหาพี่ตา หนูไปหาพี่ตาที่วังของท่านลานุได้มั้ยค่ะ?”

    “ได้สิ อยากให้มาหาเหมือนกันนะ พี่จะได้พี่เพื่อนคุยเหมือนกันในวังมีแต่นมและก็ท่านลานุ บางครั้งก็เบื่อเหมือนกันแหละ”

    “โอเคค่ะ งั้นเจอกันใหม่นะค่ะพี่ตา”กล้วยไม้บอกลาดุสิตา สวมกอดลา

    “เจอกันค่ะพี่สอ”

  • “สอ ตาอยากจะคุยอะไรหน่อย”ดุสิตาเรียกสอ หลังจากที่ทั้งคู่เดินทางกลับมาจากบ้านของหินและกล้วยไม้

    “มีอะไรหรอตา?”

    “สอโอเคมั้ย ถ้าตาอยากจะบอกว่า เราควรหยุดเรื่องของเราไว้แค่นี้”

    “ตา ตาพูดอะไรนะ” สอแทบไม่อยากจะเชื่อในคำพูดนั้น

    “ไม่ใช่ว่าตาไม่รักสอนะอย่างที่ตาเคยบอกสอ ตารักสอมากจริงๆ”

    “แล้วทำไมตาพูด ตาพูดแบบนี้ทำไม?”สอถามด้วยย้ำเสียงที่สั่น

    “ตาไม่อยากให้สอ รอตาโดยไม่ยอมเปิดใจให้คนอื่นบ้างเลย”

    “2ปีเลยนะสอสอคิดว่าความรู้สึกที่สอมีให้กับตามันยังจะเหมือนเดิมเหมือนวันนี้ในอีก2ปีข้างหน้านี้มั้ย?”

    “งั้นสอขอถามตาบ้าง ระยะเวลาที่ผ่านมาที่ตาย้ายไปอยู่ในวังท่านนุ ความรู้สึกที่ตามีให้สอมันเปลี่ยนไปมั้ย?” สอถามกลับสายตาของดุสิตาเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ นมเริ่มขยับตัวออกไปเข้าไปในวัง ดุสิตาไม่โกรธแต่ดุสิตาคิดว่ามันคือการตัดสินที่ถูกต้อง

    “ใช่ ตาเริ่มเปลี่ยนไป”ดุสิตาพูดความจริงออกมา

    “ตารู้สึกว่าถ้าตาเริ่มที่จะรู้สึกดีต่อท่านนุแล้ว ตาก็อยากลองดูเหมือนกัน”

    “ตาว่าสอก็รู้สึกเปลี่ยนไปเหมือนกันนะ”

    “วันนี้เป็นวันที่ตามีความสุขมากนะสอตาได้ออกมาเที่ยวกับสอ และเป็นครั้งแรกที่เราเดินจับมือไปเที่ยวกันหลายๆที่ตามีความสุขมาก และตาก็รู้ว่าสอเองก็มีความสุขมากเหมือนกัน”

    “อย่างที่ตาพูด ตาอยากให้สอลองเปิดใจดูบ้างในระหว่างที่ตาอยู่ที่นี่ ถ้าความรู้สึกระหว่างเรายังเหมือนเดิมอีก2ปีที่เรามาเจอกันใหม่ เราค่อยมาคุยกันใหม่”

    “สอรักตานะ” สอพูดสั้นๆ

    “ตาก็รักสอเหมือนกัน รักมากด้วย”ดุสิตาพูดทั้งน้ำตา

    “ตาถึงไม่อยากให้สอเป็นทุกข์เพราะตาไงตายอมปล่อยสอไป สออาจจะมีความสุขบ้างในช่วงที่ตาอยู่ในนั้น”

    “แล้วตาจะมีความสุขจริงมั้ย?” สอถามตาดุสิตาเดินเข้าไปใกล้สอมากขึ้น ดุสิตาหยิบมือของสอขึ้นมาจับทั้ง2มือ

    “สอลองเปิดใจให้กับกล้วยไม้ดูเรื่องราววันนี้ทำให้ตารู้ความจริง1อย่าง”

    “ความจริงอะไรตา?” สอถาม

    “ความจริงที่ว่าสอรักตามากตาก็รักมากเช่นกัน” ดุสิตาตอบ

    “นั้นเราก็รู้กันอยู่แล้วไม่ใช่หรอ”สอพูดตอบ

    “แล้วไม้ก็รักสอมากเช่นกัน”

    “และท่านลานุก็รักตามากเช่นกัน”หลังจบประโยค ดุสิตาร้องไห้โห้ออกมา

    “ในเมื่อเราทั้ง2มีคนที่รักเราเหมือนกันเราเองก็มาเจอกันเหมือนทุกๆวันไม่ได้ เราทั้ง2ก็จะเป็นทุกข์กันทั้งคู่ ถูกมั้ยสอ?”ดุสิตาตั้งคำถาม

    “สอคงรู้สึกไม่ดีถ้าสอรู้ว่าตาไม่มีความสุข ตาเองก็เหมือนกัน ตาก็คงรู้สึกไม่ดีเหมือนกันถ้าตาเป็นต้นเหตุที่ทำให้สอไม่มีความสุข”

    “มันคือทางออกที่ดีที่สุดแล้วนะสอ”ทั้ง2ยังคงจับมือแล้วร้องไห้กันต่อไปเม็ดฝนเย็นๆที่ตั้งเค้ามาตั้งแต่หัวค่ำนั้นเริ่มตกลงมาเล็กน้อย

    “สอสัญญากับตานะ ว่าจะไม่ทำให้ตาทุกข์สอทำให้ตาได้มั้ย?”

    “ถ้าสอสัญญา สอต้องเปิดใจให้คนอื่นบ้างใช่มั้ย”

    “ใช่ค่ะมันจะดีมากถ้าสอเปิดใจให้คนอื่นบ้าง”

    “ไม่เอา ไม่สัญญา” สอปฏิเสธอย่างตรงๆ

    “สอมีตาคนเดียว ตาก็รู้ตาก็มีสอคนเดียว สอรู้ดี” ในเมื่อดุสิตาพยายามแล้วไม่สำเร็จ ดุสิตาคงต้องใช้ไม้เด็ด

    “ตา ต้องเป็นราชินีให้กับท่านลานุนะสอ สอจะมาแย้งตาออกจากท่านนุสอกล้าทำหรอ?” ดุสิตาร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ

    “สอสอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินออกไป ไปหาคนที่ดีกว่า คนที่ทำให้สอมีความสุข คนที่ทำในสิ่งที่ตาทำให้สอไม่ได้

    “ไม่เอา สอจะกลับมาหาตาสอจะแอบมาหาตาทุกๆวัน สอจะเป็นโจร มาขโมยของที่วังทุกวัน ไม่สิสอจะหาเรื่องเข้าวังทุกวัน ยังไงก็ตามสอจะมาหาตาให้ได้ทุกวัน”นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่สอพูดอะไรออกมาโดยไม่มีเหตุผลมารองรับ อารมณ์ล้วนๆ

    “พลทหารสอ..” ดุสิตาเอยออกมาพร้อมกับสละมือที่จับออกมาจากสอ

    “เตรียมรับราชโอการ”ดุสิตาพูดออกมาด้วยน้ำตา

    สอยังคงปฏิเสธที่จะทำ ยังคงเสียสติเดินเข้าหาดุสิตาอย่างต่อเนื่อง

    “พลทหารสอ..”ดุสิตาใช้เสียงที่ดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่จริงจังและไร้หัวใจ แต่ภายในใจนั้นใครจะไปรู้

    “นายกล้าขัดคำสั่งของราชินีของกษัตริย์ลานุอย่างงั้นหรอ”หัวใจของสอนั้นแตกสลายราวกับเศษแก้วที่ไหลไปตามกระแสน้ำฝนที่เริ่มตกหนักขึ้นมาเรื่อยๆสอร้องไห้จนสอหมดแรงลงตรงนั้น จนเข่าทั้ง2ข้างสัมผัสลงบนพื้น

    “ตา” สออ้อนวอนอีกครั้ง

    “อย่ามายุ่งเกี่ยวกับเราอีก ไม่ว่าในฐานะใดก็ตามจงหาคนที่รักนาย และนายก็รักเขาอย่างสุดหัวใจ” สิ้นสุดประโยคดุสิตาหันหลังกลับเข้าประตูวัง

    “ตาขอโทษ” ดุสิตาพูดออกมาแล้วเดินเข้าไปในประตูวังโดยที่มีนมมารอรับอยู่ส่วนสอนั้นหมดสติด้วยความอยู่ที่หน้าประตูวังนั้น ท่ามกลางสายฝน

     

    ช่างเป็นโลก2ใบที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงใน1วันไม่สิ 2วัน

    เมื่อวาน ท่านลานุเสียดุสิตา

    ส่วนวันนี้ พลทหารเสียดุสิตา ไปตลอดกาล

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in