ยิงสิ ศึกปืนนองเลือด(1)KCD.JOR
ช้าง(ชาย)ตกมัน
  • “กุถามว่ามึงพูดถึงใคร" เจ้าชายลานุพูดดังลั่นไปตามเสียงที่เอยถึงดุสิตา

    “ท่านลานุใจเย็นเพค่ะ สำรวมด้วยเพค่ะ” นมตักเตือน

    “ตานี่มันความว่าอะไร พูดให้เราเข้าใจเดียวนี้”

    “ท่านชายค่ะนมขอเถอะค่ะ ประชาขนมองท่านอยู่นะเพค่ะ” รอบๆบริเวณหน้ากรมทหารนั้นประชาชนดำเนินการไทมุง ทุกสายตาพยายามคาดเดาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

    “เราไม่สน ตาอธิบายเราเดียวนี้”

    “ตาครับตามาพอดี หลานหิวข้าวพอดี ไปกินข้าวเถอะ”สอที่พอเหมือนจะเข้าใจเหตุการณ์ได้อย่างทีถ้วน สอเลยจับมือชายแก่คนหนึ่งที่กำลังไทมุง อยู่นั้น จูงมือออกไปจากหน้ากรมทหารทันที

    “ท่านลานุหมายถึงอะไรค่ะ?มีใครเรียกตาหรอค่ะ?” น้ำเสียงที่ตอบกลับลานุนั้นมีแค่เสียง แต่สายตาของดุสิตามองตาสอจูงมือคนแก่ออกไป

    “แล้วตาไม่ได้ยินหรอนุคงหูฟาดไปเองสินะ” น้ำเสียงของลานุค่อนข้างประชดประชัน

    “ตาไม่ได้บอกว่าตาไม่ได้ยินเพค่ะคนที่เรียกตาด้วยชื่อนั้น ตาคงต้องสนิทมากๆ เหมือนกันท่านชาย แต่ที่นี้มีแต่ท่านชายที่เรียกตาด้วยชื่อนั้นนะเพค่ะ ใจเย็นเถอะค่ะ ไม่มีอะไร”

    “อ้าวพวกมึงเลิกไทมุงได้แล้ว ไม่มีอะไรทั้งนั้น ไปทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลย อีพวกนี้ ไป๊”นมทั้ง 2 เริ่มไล่ ไทมุง ให้ออกจากเหตุการณ์

    เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มที่จะคลี่คลายลงไทมุง เริ่มสลายตัวกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง บ้างก็กลับไปที่ตลาดขายไก่ขายหมูบ้างก็กลับไปหาสามีที่คอยอยู่ที่ร้านอาหารริมข้างทาง บ้างก็แอบมาดูทหารซ้อมๆเหมือนกันกับที่ดุสิตาทำ แต่ดุสิตาได้มากกว่าคนพวกนั้นเยอะ

    “สรุปแล้วเมื้อกี้ใครเรียกตา” ลานุยังไม่จบ

    “ท่านค่ะไม่มีหรอกเพค่ะ ใครจะมาสนใจคนอย่างตา”

    “ชั่งมันเถอะแค่นี้เราก็เสียหน้ามามากแล้ว เดียวเราเข้าไปข้างในกรมทหารกัน”

    “ถวายบังคมพะยะค่ะกระหม่อมขออภัยที่มารับเสร็จท่านชายไม่ทันกำหนดเพค่ะ กรมทหารพักนี้มีการรับทหารรุ่นเด็กมาฝึกซ้อมเป็นทหารแววดี มีความสามารถมากเพค่ะ” เจ้ากรมทหารออกมาตอนรับ

    “เราอยากให้เจ้าตีดาบให้เจ้านี้หน่อย”

    “เจ้าไหนเพค่ะ?คงเป็นเจ้าเมืองทางใต้หรือเปล่าพะยะค่ะ?”

    “เจ้านี้ต่างหาก”ลานุยกตุ๊กตาออกมา

    “เพค่ะ?”น้ำเสียงของเจ้ากรมทหารบ่งบอกถึงความสงสัยอย่างชัดเจน

    “สงสัยอะไรฮ่ะฟังไม่รู้เรื่องหรืออย่างไร เราอยากให้เจ้าตีดาบให้เจ้านี้”

    “...”เจ้ากรมทหาร และนมหมดกับพูดกับความเอาแต่ใจของลานุ ส่วนดุสิตานั้นเริ่มหายใจโล่งมากขึ้นหลังจากที่สอได้เอาตัวรอด(อีกแล้ว)จากเหตุการณ์เมื่อสักครู่

    “เดี๋ยวนี้!!!”ความเอาแต่ใจที่มากเสียด้วย

    “ขอเดชะเดี๋ยวนี้เลยหรือเพค่ะ?”

    “เดี๋ยว นี้สิ”

    “ขอเดชะ ตอนนี้พวกทหารอยู่ในห้วงของการพักกินข้าวเพค่ะข้าพระพุทธเจ้าน้อมรับพระราชโอการ เดียวพวกทหารกลับมาเมื่อไหร่ข้าพระพุทธเจ้าจะรีบเร่งพวกมันให้เพค่ะ”

    “ฝากนมด้วยแหละกันนะ”

    “แล้วหมูกรอบของตาแหละ??”ดุสิตาท้วงคำสัญญาที่ลานุสัญญาแลกกับการที่เธอจะต้องมากับลานุในครั้งนี้

    “แน่นอนไม่ลืมหรอกท่านเจ้ากรม เราอยากจะกินข้าวกลางวันที่นี้ด้วยได้ยินท่านพูดว่ามีทหารรุ่นใหม่มาฝึก น่าจะรุ่นเดียวกับเราเราอยากจะให้กำลังใจพวกเพื่อนๆเรา” ลานุถือโอกาสนี้เข้าไปในกรมทหาร แน่นอนเพื่อที่จะตามหาคนที่เรียกดุสิตาต่อหน้าเขาอย่างหน้าไม่อายต่อหน้าเขา

    “ท่านจดจำใบหน้าคนนั้นได้หรอเพค่ะ”นมกระซิบถามอย่างรู้ใจ

    “แน่นอน”ลานุถกระซิบตอบกลับนมอย่างมั่นใจ

    “ระหว่างนี้นมไปเตรียมกลางวันให้เราแหละกัน ก่อนที่เราจะกินกลางวัน เราจะเดินไปในกรมกับตาเราจะรับทานกลางวันที่โรงอาหารของกรมทหาร” ลานุเอยคำสั่งกับนม

    “จะดีหรอนุโรงอาหารที่นี้มันไม่น่าจะเหมาะนะนุ เล็กก็เล็ก สกปรกก็สกปรก มีหนูด้วยนะท่าน แน่ใจหรอนุ”ดุสิตาพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปในกรมทหารเพราะมันก็มีโอกาสที่จะเจอกับสอในกรมอีกดุสิตายังไม่ได้บอกเรื่องของลานุให้สอ

     “ตาเคยเข้าไปหรอ? ทำตัวน่าสงสัยตั้งแต่เมื่อกี้แหลนะ?”ลานุขยี้เรื่องนี้ไม่ยอมจบ

    “เธอ เธอคงจะเป็นแฟนของ...”เจ้ากรมช่างพูดไม่รู้เวลาเลย

    “ไม่เคยๆตาแค่นึกดูนะ อาจจะไปเป็นอย่างนั้นก็ได้ รีบเข้าไปเถอะ”ดุสิตารีบพูดตัดหน้าเสียงดังกลบเสียงคำพูดของเจ้ากรมทหารก่อนที่จะจบประโยคเพราะถ้าจบประโยค แน่นอนเรื่องนี้จบไม่สวยแน่

    “เจอกันค่ะนมอย่าลืมหมูกรอบของตานะ” ไม่ว่าเรื่องจะวุ่นวายแค่ไหนดุสิตาก็ยังไม่ลืมเรื่องหมูกรอบ จากนั้นทั้ง4คน เจ้ากรม ดุสิตา ลานุและนมอีก1คนเดินเข้าผ่านประตูกรมทหาร เจ้ากรมพอจะเดาเหตุผลของดุสิตาได้ลานุก็จ้องหน้าดุสิตาที จ้องหน้าเจ้ากรมทหารที จ้องหน้านมทีเหมือนกำลังหาข้อมูลเรื่องนี้จากทุกๆคนเหมือนคนบ้าโดยมีนมคนเดียวที่เคยสังเกตพฤติกรรมของเจ้าชายลานุไม่ใช่ดุสิตา นอกจากเธอคิดถึงเรื่องหมูกรอบแล้ว ในใจเธอขอภาวนาพระเจ้าทุกองค์ที่เธอเรียนมาจากโรงเรียนภาวนาให้ไม่มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

  • “เฮ้ยมึงจะปล่อยมือกุได้ยัง ไอ้เด็กน้อย อยากได้กุเป็นพ่อมึงมากไง”

    “ขอบคุณลุงมากเลยนะคับ”สอขอบคุณชายหนุ่มที่ไม่ได้แก่มากเท่าไหร่พร้อมกับปล่อยมือเพื่อยกมือไหว้ที่ช่วยเป็นโหล่มนุษย์พาตัวเขาออกจากเหตุการณ์ ไทมุง ที่หน้ากรมทหารได้

    “เฮ้ยกุไม่แก่เท่าลุงนะเว้ย มาเรียกลุงได้ไง ไอ้เด็กเปรตนี้”

    “ฉันขอโทษแต่ถ้าลุงเรียกผมว่าเด็กเปรต ลุงคงเป็นปู่ของเปรตอีกนะเนี่ย ลุงตัวสูงกว่าผมอีกนะ”สอพูดตอบอย่างล้อเลียนพร้อมรีบวิ่งออกมาจากตรงนั้นปล่อยให้ชายคนนั้นยืนงงเป็นไก่ตาแตกตรงนั้น

    สอเป็นเด็กชายอายุใกล้เคียงกับดุสิตา ครอบครัวของสอทั้งพ่อแม่เป็นทหารฝ่ายในวังทั้งสองเสียไปในเหตุการณ์เดียวกันกับดุสิตาและลานุ วันรวมพระญาติวันนั้น สอเติบโตนอกวังแต่ก็ยังถูกดูแลโดยเจ้ากรมทหารที่เคารพในตัวของพ่อแม่ของของสอเองจริงๆแล้วสอเป็นเด็กชายธรรมดาที่อยู่คนเดียวนอกวัง เล่นทั่วไปเหมือนเด็กผู้ชายสอเป็นคนแววดีที่ท่าเจ้ากรมก็รู้ดี รู้จักวิชาเงื่อนทั้งหมดตั้งแต่เด็กเคยไปเดินป่าตั้งแต่อายุยังน้อยโดยไม่ร้องไห้กลับบ้านเหมือนเด็กทั่วไปสิ่งสำคัญที่สอถูกคัดเลือกให้มาฝึกทหารนั้นคือการเอาตัวรอดจากการจำกุมของฝ่ายตรงข้ามโดยตัวคนเดียวตอนอายุ10ปีได้

    “ไอ้หินไอ้หิน” สอยกมือเรียกพี่หินที่ยืนพิงเสาอยู่ตรงบริเวณประตูหลังทางเข้ากรมทหาร

    “กุพี่มึงนะไอ้สอเดี๋ยวมึงก็ได้ให้ส้นตีนกุแดกเป็นมื้อเที่ยงหรอก เฮ้ยมื้อเที่ยงไม่ได้เดี๋ยวเอาตีนกุไปให้มึงตอนมื้อเย็นก็ได้ กุลืมไปว่ามึงแดกมื้อเที่ยงแล้ว” หินแซว

    “ไม่ต้องมาแซวเลยวันนี้ตามากับใครก็ไม่รู้ที่ประตูหน้ากรม”สอเริ่มอธิบายเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น

    “ผู้ชายหรือผู้หญิง?”

    “ผู้ชาย”

    “มากับใครอีก”

    “ผู้หญิงรุ่นป้ากับผู้หญิงรุ่นยาย”

    “ผู้หญิงคนแรกแต่งตัวอย่างไง?”

    “แต่งแบบป้าแต่ไม่ใช่ป้าแบบที่เราเคยเห็น”

    “แบบไหนล่ะ”

    “ใส่เสื่อแขนไม่ยาวมากมีชายเสื้อคล้ายๆชายกระโปรง สีขาว”

    “มีสีไรอีกมั้ย?”

    “สีฟ้า”

    “ชิบหายแหละ”หินตะโกนดังลั่นหลังจากที่สอบถามข้อมูลแบบ คำต่อคำกับสอ

    “มึงจะไม่ถามอีกคนหรอ?”สอยังอยากจะอธิบายต่อ

    “มึงว่ามา”

    “อีกคนก็แต่งตัวคล้ายๆกันสีฟ้าเหมือนกัน”

    “แล้วผู้ชายแหละแต่งตัวอย่างไง?”

    “ไอ้คนนั้นแต่ตัวเสื้อแขนสั้น”

    “อย่างไงต่อ”

    “มีผ้าผูกคอชายผ้าลงไปด้านหลัง”

    “...”

    “สีผ้าสีฟ้าและก็มีวงกลมตรงกลางสีแดงกับเหลือง”

    “ชิบหายของจริงแล้วมึง”คำอธิบายทั้งหมดของสอที่อธิบายลานุและนมทั้ง2ทำให้หินต้องตั้งสติอยู่สักพักเหมือนกัน

    “ชิบหายไรมึงมึงรู้อะไรมา” ลานุเริ่มเป็นกังวลเพราะทุกครั้งที่ตกใจหรือรับรู้เรื่องที่ไม่คาดคิดหินจะกดดันตัวเองจนพูดไม่ได้ ซึ่งนั้นทำให้สอเริ่มเป็นกังวล

    “ไอ้เหี้ยหินมึงรู้อะไร มึงบอกกุมา” สอเริ่มพูดเสียงดังขึ้น มือทั้ง2จับไปที่หัวไหล่ชองหิน

    “มึงไม่ได้ทำอะไรโงๆใช่มั้ย?”หินเริ่มตั้งสติได้และเริ่มถามสอ

    “กุว่ากุก็ไม่ได้ทำอะไรโง่ๆนะ”

    “มึงทำอะไรบ้าง”

    “กุก็แค่ตะโกนทักทายตาตามปกติแหละถามหาข้าว”

    “.....”

    “หลังจากนั้นไอ้คนนั้นก็เสียงดังถามว่ากุเรียกใคร”

    “แล้วมึงตอบว่าอะไร?”หินดูตกใจและลุ้นกับคำตอบของสอ

    “กุตอบไปว่า”

    “...”

    “กุเองที่เรียกตาทำไมไอ้สัส มึงเป็นใครว่ะไอ้ชายผ้าหลายสี หนักหัวมึงหรอ ตาเป็น...”

    “มึงพูดอย่างงั้นจริงๆหรอ”รอบนี้มือของหินกลับมาจับไหล่ของสอ

    “มึงคิดหรอว่ากุจะพูดอะไรโง่ๆแบบนั้น”

    “สัส โล่งไปที”

    “กุแค่กวนส้นตีนมึงเล่นเพราะกุไม่รู้ว่าไอ้นั้นคือใคร แต่งตัวก็แปลกๆ กุเลยไม่พูดอะไร หลังจากนั้นคนก็มามุงดู กุเห็นถ้าไม่ดีแหละ กุเลยรีบจับมือลุงคนหนึ่งออกมา”สออธิบายเหตุการณ์ทั้งหมด

    “มึงนี่ยังไงก็เอาตัวรอดได้ทุกเรื่องจริงๆนะ”หินพูดพร้อมส่ายหัว

    “เรื่องแค่นี้ง่ายๆว่าแต่มึงรู้อะไรมา บอกกุเดี๋ยวนี้”

    “กุก็ไม่แน่ใจหรอก”

    “พวกมึง2คนไม่ดูเวลาเลยหรือไง เดี๋ยวก็โดนโบยหรอก ไอ้พวกนี้เร็ว”ทหารยามส่งเสียงเรียกทหารแถวนั้นให้กลับเข้าไปในกรมผ่านประหลัง

    “แต่ที่แน่ๆกุทำให้ไอ้คนนั้นโมโหเหมือนช้างตกมันเลย แมร่งโววายอยู่นั้นแหละว่าใครเรียกตาเหมือนจะเอาเรื่องงั้นแหละ” สอพูดออกมาพร้อมกับหัวเราะออกมาส่วนหินนั้นก็แสร้งว่าหัวเราะ เพราะเหมือนจะรู้ว่าชายคนนั้นคือใคร

  • ฮัดชู้!!!”ลานุจามออกมาพร้อมกับเมล็ดข้าวที่ออกมาจากจมูก

    “หน้าอายยิ่งหนักขอโทษนะตา” ลานุขอโทษดุสิตาด้วยอาการอายเล็กน้อย แต่ดุสิตาไม่ได้สนใจลานุเลยสนใจแต่หมูกรอบที่มันอยู่ตรงหน้าของเธอ ถามว่าเธอรู้มั้ยว่าลานุจามแบบน่าเกลียดขนาดนั้นตอบได้เลยว่าไม่

    “หมูกรอบเป็นไงบ้างตาถูกปากเธอมั้ย”

    “อร่อยสินุขอบคุณมากนะค่ะ...” ลานุนั้นยิ้มแก้มปริก บิดตัวเขินจนตัวนั้นเล็กไปเลย

    “ขอบคุณนะค่ะนมหมูกรอบอร่อยมากค่ะ นมกินมั้ยค่ะ?” นมทั้ง2ปลิ้มมากที่ดุสิตาให้เกียรตินมมากมายขนาดนี้นั้นคือความน่ารักก็เด็กผู้หญิงที่โตในวังคนนี้ เธอให้ความเคารพและให้เกียรติทุกๆคนไม่ว่าจะเป็นใครเป็นกุลสตรีที่ชั่งเหมาะสมกับท่านชายลานุเหลือเกิน นมทุกคนคิดอย่างนั้นแต่ดุสิตาไม่ได้คิดแบบนั้น น่าอนิจจา เพราะคนที่เธออยากใช้ชีวิตด้วยกำลังเดินเข้ามาในโรงอาหาร

    สอวิ่งเข้ามาที่โรงอาหารพร้อมกับหินและครูฝึกทั้งหมดกำลังวิ่งเข้ามาแสดงความเคารพต่อเจ้าชายลานุทั้งหมดจัดแถวหน้ากระดาน1แถวถ้วน เตรียมพร้อมเพื่อที่แสดงความเคารพต่อเจ้าชายลานุและรับกำลังใจจากท่าน

    “ตรงหน้าวันทยหัตถ์” คำสั่งของสอดังขึ้น

    หลังจากคนสั่งนั้นสอยืนตรงสงบนิ่ง แข็งแรงและมั่นคง สายตาของสอกวาดมองไปยังรอบตัว มีเจ้ากรมทหารผู้ปกครองของตัวเองผู้หญิงวัยป้า2คนที่แต่งตัวคล้ายๆกันคนที่เล่าให้หินฟัง เด็กผู้ชาย1คนอายุราวๆกับตัวเองแต่งตัวเหมือนกันเด๊ะกับไอ้ช้างตกมันตัวนั้นและเด็กผู้หญิง1คนที่มีชื่อว่าดุสิตาที่สอรู้จักอย่างดี

    “เจอตัวจนได้นะ”ลานุทักทายสอ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in