Let's Review!NickyWit
S-O-S Skate ซึมซ่าส์ : เรื่องของหัวใจ..ล้อเล่นกันได้ด้วยหรือ?
  • Review ฉบับยาวยาวของ SOS Stake ซึมซ่าส์ ในวันที่น้ำท่วมเมืองยิ่งกว่าแอสการ์ดล่มสลาย #เกี่ยวอะไรกับแอสการ์ดวะ?

    (Alert! นี่เป็นรีวิวจากคนที่ทำเพจเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า อาจมีคำพูดที่กระทบกระเทือนผู้ป่วยเเละทีมงาน และมันรุนเเรงไปก็กราบขออภัยไว้ก่อนเลย เรามีเจตนาติเพื่อก่อเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาว่าร้ายใครๆค่ะ)


    เราเริ่มติดตามซีรีย์ของ GDH ใน Project S the series ตั้งเเต่เรื่อง  Side by Side พี่น้องลูกขนไก่ ที่เรื่องนั้นหยิบเรื่องราวของคนที่เป็นออทิสติกมาถ่ายทอดผ่านกีฬาเเบดมินตัน และเราชื่นชอบผลงานการเเสดงของคุณสู่ขวัญเป็นการส่วนตัวมานานเเล้ว (เป็นผู้ประกาศข่าวที่เเสดงหนังดีอีกคนนึงเลย) เรื่องนั้นว่ายากเเล้วนะ เเต่ด้วยความสามารถระดับ GDH เเล้วสามารถทำให้ซีรีย์เรื่องนี้ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ได้เป็นเวลานาน #กราบบบ!


  • เรื่องนี้ก็เช่นกัน ... เเต่เรื่องนี้เป็นการหยิบยกเรื่องราวที่อยู่ค่อนข้างไกลตัวเรามากๆ อย่างกีฬาสเก็ตบอร์ด เเละเรื่องราวที่ (อาจจะกำลัง) ใกล้ตัวทุกคนอย่าง "โรคซึมเศร้า" มารวมกัน


    เเต่ด้วยสองเส้นเรื่องที่มันคนละขั้ว...
    เลยทำให้เราไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมถึงออกในรูปแบบนี้
    เรามาโฟกัสกันที่บทบาทการเเสดงของ 4 ตัวละครหลักกันดีกว่า

  • - เริ่มที่บู (รับบทโดย เจมส์ ธีรดนย์) หลังจากที่สร้างปรากฎการณ์เป็นลูกคุณหนูบ้านรวย สายเปย์ เเละหล่อมากมาเเล้ว คราวนี้นางมาพร้อมกับบทที่บอกเลยว่าไกลตัวเขามากก อย่างบทผู้ป่วยโรคซึมเศร้า! แต่ยอมรับตรงๆว่าเจมส์สร้างเซอร์ไพรส์ให้คนดูมากกก เล่นได้เข้าถึงผู้ป่วยจริง (ซึ่งผู้ป่วยจริงนั้นอาการไม่ใช่เเบบนั้นทุกคน) เท่าที่ดูมา 7 ตอน บอกเลยว่าบูยังไปได้อีก ยังมีเซอร์ไพรส์ให้อีก (คงเป็นตอนจบละมั๊งที่ได้เห็นจุดพีคอีก!)



    - หมอเบลล์ (รับบทโดย แพต-ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช) สารภาพตามตรงเลยว่าเราไม่รู้จักมาก่อนน T^T #เเต่เพื่อนสนิทเราเป็นเเฟนคลับนางง แต่บทหมอเบลล์นั้น บอกเลยว่ามีความเป็นพี่สาวใจดีมากกว่าจิตเเพทย์ TT" หมอเบลล์ดูมี sympathy มากกว่า empathy อันนี้ไม่รู้ตัวบทเจตนารึเปล่า เพราะเหตุผลซัพพอร์ตเรื่องน้องที่ฆ่าตัวตายก็มีน้ำหนักอยู่ แต่ถ้าจะเอา character แบบจิตแพทย์ที่เจอในชีวิตจริงจะต้องไม่คล้อยตามอารมณ์คนไข้แบบในเรื่องนะ ไม่งั้นเจอคนไข้วันละไม่รู้กี่แบบ สุขภาพจิตพังพอดี จริงมั๊ย เเต่บทมันไปแบบนั้นนะ ??

    - ไซม่อน (รับบทโดยพี่โทนี่ รากเเก่น) คำถามเเรกที่เราเห็นพี่เเกเล่นบทนี้คือ "อะไรดลใจให้พี่ทำผมสีเขียวเบอร์นั้น นี่พี่โทนี่หรือ G-Dragon?" ผู้ชอบสเก็ตบอร์ดเเต่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จนมาเจอะกับบู การโคจรมาเจกันครั้งเเรกที่เราเรียกง่ายๆว่า ทำไมถึงมาเจอกันได้ เเต่เราได้เห็นว่า ไซม่อนเองถึงจะไม่เข้าใจเรื่องโรคนี้ เเต่เขาก็รักบูในเเบบที่เป็นพี่น้อง เเละพร้อมที่จะช่วยน้องโดยใช้สเก็ตบอร์ด สิ่งที่เขาถนัดนี่เเหละ น้องจะหายป่วยไหมไม่รู้เเต่สเก็ตบอร์ดทำให้เขาสองคนสนิทกัน




  • - เเละสุดท้าย พ่อของบู (รับบทโดยอาต้อมพลวัฒน์ มนูประเสริฐ) พ่อที่ไม่เข้าใจเเละคิดว่าอาการป่วยของบูเป็นเรื่องไร้สาระ คิดว่าเเค่เศร้าธรรมดา ไม่คิดว่ามันจะเป็นโรค เเถมคงเหมือนพ่อเเม่หลายคนที่อยากให้ลูกเป็นคนที่ดี เก่ง เเต่ลืมไปหรือเปล่าว่าความรักความหวังดีเเบบพ่อบู บางครั้งมันทำร้ายลูกไม่รู้ตัว! แต่อีกด้านหนึ่ง พ่อบูนี่เเหละทำให้ทุกคนเห็นถึงมุมมองของคนที่ดูเเลผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ที่ต้องเเบกรับความรู้สึก อาการ เเละความผีบ้าตั่งต่างที่ผู้ป่วยเจอ (เป็นคนดูเเลมันเหนื่อย และเผลอๆคนดูเเลนี่เเหละอาจจะป่วยตามนะ)



    #ซีนนี้ไปให้สุดเลยค่ะพี่โทนี่เเละอาต้อม!! #กราบสกิลการเเสดงนี้ของอาต้อมจริงๆ

    #อาต้อมเป็นคนมุ้งมิ้ง ^^

    ตอนจบเป็นไงไม่รู้..เเต่ 7 ตอนที่ผ่านมาทำให้รู้ว่าซีรีย์เรื่องนี้คนไม่ป่วย คนทั่วไปไม่ควรพลาดด้วยประการละทั้งปวง เพราะทีมงานทีมนี้ทำไว้ดี เเต่เราเเอบอึดอัดกับบางฉาก มีความเก็บรายละเอียดเล็กๆเช่นการไปพบจิตเเพทย์ เรื่องยาต้านเศร้าต่างๆ เเละถ้าทุกท่านดูดีๆ มีการเเทรกเนื้อหาตอนท้ายโดยจิตเเพทย์ด้วยในเเต่ละตอน

    ท้ายนี้ ...เราบอกได้เเค่ว่าเเม้ว่ามันจะมีจุดที่ต้องติกันบ้างเเต่ซีรีย์เรื่องนี้ยังไม่จบ เสาร์นี้ตอนจบเเล้วววว ไม่ควรพลาดเลยนะ :)

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in