fromJapan พาเที่ยว 47 จังหวัดแห่งแดนอาทิตย์อุทัยfromjapan.th
จังหวัดโอคายามะ บ้านเกิดของโมโมทาโร่ !
  • จังหวัดโอคายามะ (Okayama) เป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งชอปปิ้งที่น่าสนใจมากมาย ด้วยที่ตั้งของจังหวัดซึ่งอยู่ติดกับทะเล ที่นี่จึงมีทั้งวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและอาหารทะเลอร่อยๆ หากใครกำลังมองหาที่เที่ยวในญี่ปุ่นที่ครบครันทั้งแหล่งท่องเที่ยว ที่ชอปปิ้ง และร้านอาหารอร่อยๆ เราขอแนะนำให้เที่ยวโอคายามะ

    วันนี้ fromJapan ได้รวบรวมข้อมูลของจังหวัดโอคายามะมาให้ทุกคนได้ศึกษากันแบบจัดหนักจัดเต็ม หวังว่าข้อมูลทั้งหมดนี้จะช่วยให้ทุกคนเที่ยวโอคายามะได้อย่างราบรื่น

     

    ข้อมูลเกี่ยวกับจังหวัดโอคายามะ (Okayama)

    จังหวัดโอคายามะเป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์และน่าสนใจ เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและโบราณสถานมากมาย อีกทั้งยังเป็นต้นกำเนิดของนิทานพื้นบ้านชื่อดังของญี่ปุ่นเรื่อง ‘โมโมทาโร่’ ซึ่งเป็นเรื่องราวของเด็กชายผู้กล้าหาญที่เกิดมาจากลูกท้อ และภายหลังได้เดินทางไปปราบยักษ์พร้อมกับสัตว์สหายทั้งสามคือสุนัข ลิง และนก ด้วยเหตุนี้ เราจึงเห็นว่าหน้าสถานีรถไฟมีรูปปั้นตัวละครจากโมโมทาโร่ รวมถึงฝาท่อที่หลายๆคนชอบถ่ายรูปด้วยเช่นกัน

     

    สถานที่ท่องเที่ยวในโอคายามะ

    จังหวัดโอคายามะตั้งอยู่ในภูมิภาคชูโกกุ (Chūgoku) ทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น เมืองหลักซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของจังหวัดนี้ด้วยคือเมืองโอคายามะ ส่วนเมืองสำคัญอื่นๆของจังหวัดคือเมืองคุราชิกิ (Kurashiki)เมืองทสึยาม่า (Tsuyama)เป็นต้น

    โอคายามะเป็นจังหวัดที่เดินทางไปได้อย่างสะดวก หากโดยสารรถไฟชินคันเซ็นจะใช้เวลาเดินทางดังนี้

    • จากโตเกียว 3 ชั่วโมง 17 นาที
    • จากเกียวโต 1 ชั่วโมง
    • จากฮิโรชิม่า 35 นาที

    ต่อจากนี้เราจะเริ่มแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งชอปปิ้งในโอคายามะกันเลย


    1. สะพานเซโตะโอฮาชิ (Great Seto Bridge / Seto Ohashi)

    สะพานเซโตะโอฮาชิเป็นสะพานสองชั้นที่ยาวที่สุดในโลก ใช้เวลาสร้างนานกว่า 9 ปี

    เราสามารถชมวิวสะพานแบบนี้ได้จากภูเขา Washuzan ซึ่งเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติ Setonaikai National Park อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความงดงามในยามอาทิตย์อัสดง แถมยังถึงขั้นที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 100 ภาพพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ ดังนั้นการชมทิวทัศน์ยามเย็นของสะพานเซโตะโอฮาชิจึงนับว่าเป็นไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้สำหรับคนที่มาเที่ยวโอคายามะ

    ข้อมูลเกี่ยวกับสะพานเซโตะโอฮาชิ (Great Seto Bridge / Seto Ohashi)

    วิธีเดินทาง

    • นั่งรถบัส Shimotsui Bus จากสถานีรถไฟ Kojima ไปลงที่ป้าย Washuzan Daini Tenboudai ใช้เวลา 25 นาที

    พิกัด

    • 1-1 Shimotsuitanoura, Kurashiki City, Okayama

    เว็บไซต์


    2. เขตอนุรักษ์คุราชิกิบิคัง (Kurashiki Bikan Historical Area)

    เขตอนุรักษ์คุราชิกิบิคัง เป็นเขตเมืองเก่าของญี่ปุ่นที่ได้รับการอนุรักษ์มานานกว่า 300 ปี เขตเมืองเก่านี้เป็นที่ตั้งของบ้านโคมินกะหรือบ้านแบบญี่ปุ่นโบราณ ซึ่งนับว่าเป็นโบราณสถานที่มีคุณค่าและควรได้รับการอนุรักษ์สืบต่อไป ใจกลางเขตคุราชิกิบิคังจะมีแม่น้ำ Kurashiki ไหลผ่าน นักท่องเที่ยวจึงสามารถนั่งเรือชมวิวรอบๆย่านนี้ได้

    นอกจากนี้ภายในเขตอนุรักษ์คุราชิกิบิคังยังมีสถานที่สำคัญๆหลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Ohara Museum of Art, พิพิธภัณฑ์ Kurashiki Museum of Folkcraft, พิพิธภัณฑ์ Kurashiki Archeological Museum และย่านท่องเที่ยว Kurashiki Ivy Square

    สำหรับร้านค้าและคาเฟ่ในย่านคุราชิกิบิคังนั้น สามารถอ่านรีวิวได้ในบทความ แนะนำ 4 ร้านน่าแวะใน Kurashiki ย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยความเก๋

    ที่นี่เป็นเมืองเงียบๆที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลา มี ร้านอาหาร และร้านค้าต่างๆที่เป็นสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ ดูกลมกลืนไปกับบรรยากาศของเมืองเก่า หากได้ลองสวมชุดกิโมโนหรือชุดยูกาตะเดินเล่นแล้วละก็ บอกได้เลยว่าถ่ายรูปสวยไม่แพ้เมืองเกียวโตเลยทีเดียว(เว็บไซต์ภาษาไทย  : แนะนำร้านเช่าชุดกิโมโนและยูกาตะ

    Shawn.ccf / Shutterstock.com

    วิวกลางคืนของที่นี้ก็โรแมนติกสุดๆ เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้เช่นกัน

    หรือหากใครกลับไม่ทันก็มีโฮมสเตย์และบ้านพักรับรองสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย (แนะนำที่พักในย่าน Kurashiki)

    ข้อมูลเกี่ยวกับเขตอนุรักษ์คุราชิกิบิคัง (Kurashiki Bikan Historical Area)

    วิธีเดินทาง

    • เดิน 10 นาทีจากสถานีรถไฟ Kurashiki

    พิกัด

    • Honmachi, Kurashiki, Okayama

    ค่าบริการ

    • ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่

    เว็บไซต์


    3. สวนโคราคุเอ็นแห่งโอคายามะ (Okayama Korakuen Garden)

    สวนโคราคุเอ็นในจังหวัดโอคายามะเป็น 1 ใน 3 สวนญี่ปุ่นที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุด สวนแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นสถานที่สำคัญอันดับหนึ่งในโอคายามะเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่ได้รับ 3 ดาวจากมิชลิน กรีน ไกด์ประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

    หากสนใจอ่านประวัติของสวนโคราคุเอ็นอย่างละเอียดและชมภาพโซนต่างๆภายในสวน สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่บทความ โคราคุเอ็น หนึ่งในสวนที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น

    พื้นที่ภายในสวนแห่งนี้กว้างขวางมากๆ คือมีทั้งโซนที่เป็นสวน สนามหญ้า สระน้ำ ธารน้ำไหล เนินเขา ต้นไม้ตามฤดูกาล และไร่ชา

    ซึ่งส่วนที่เราอยากแนะนำให้ไปเยี่ยมชมคือ Enyo-tei House หรือสิ่งปลูกสร้างที่เห็นในรูปด้านล่างนี้ จากที่นี่เราสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของสวนโคราคุเอ็นได้อย่างทั่วถึงและเป็นจุดที่สวยงามที่สุด

    cowardlion / Shutterstock.com

    สวนโคราคุเอ็นตั้งอยู่ข้างปราสาทโอคายามะ จากสวนเราจึงสามารถมองเห็นทั้งปราสาทและเนินเขา ซึ่งเราจะแนะนำปราสาทกันในข้อถัดไปนะคะ

    ข้อมูลเกี่ยวกับสวนโคราคุเอ็นแห่งโอคายามะ (Okayama Korakuen Garden)

    วิธีเดินทาง

    • เดิน 25 นาที จากสถานีรถไฟ Okayama หรือนั่งรถบัสสาย Okaden bus จากสถานี Okayama ป้าย 1 ไปลงที่ป้าย Korakuenmae

    ค่าบริการ

    • ค่าเข้าชมเฉพาะสวน 410 เยน
    • ค่าตั๋วชุดสำหรับเข้าชมทั้งสวนและปราสาท 580 เยน

    เว็บไซต์


    4. ปราสาทโอคายามะ (Okayama Castle)

    หลังจากเดินเล่นชมสวนโคราคุเอ็นแล้ว เราสามารถเดินไปชมปราสาทโอคายามะกันต่อได้เลย เพราะสถานที่ทั้งสองแห่งตั้งอยู่ติดกัน

    ปราสาทโอคายามะมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ‘ยูโจ’ ซึ่งแปลว่าปราสาทอีกาดำ ที่ได้ชื่อนี้มาเป็นเพราะว่าหลังคาและผนังของปราสาทเป็นสีดำนั่นเอง

    แต่เดิมปราสาทโอคายามะเคยถูกทำลายในช่วงศตวรรษที่ 18 เนื่องจากรัฐบาลไม่มีงบประมาณในการทะนุบำรุง รัฐจึงทำลายทิ้งจนเหลือแค่ตัวปราสาทหลัก ป้อม 2 แห่ง และประตูทางเข้าเท่านั้น

    แต่ในเวลาต่อมาอาคารทั้งหมดยกเว้นป้อมก็ถูกทำลายเรียบในสงครามโลกครั้งที่สอง ดังนั้นปราสาทเวอร์ชั่นปัจจุบันจึงเป็นของใหม่ แต่ว่าสวยงามไม่แพ้ปราสาทดั้งเดิมเลย

    หากสนใจอ่านประวัติของปราสาทโอคายามะอย่างละเอียดและชมภาพโซนต่างๆภายในปราสาท สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่บทความ ‘ปราสาทโอคายาม่า’ ปราสาทสร้างใหม่ แต่สวยและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์

    ภายในปราสาทมีทั้งหมด 6 ชั้น เมื่อขึ้นไปถึงชั้นบนเราสามารถชมวิวสวยๆของเมืองโอคายามะได้แบบนี้ค่ะ

    ข้อมูลเกี่ยวกับปราสาทโอคายามะ (Okayama Castle)

    วิธีเดินทาง

    • เดินเท้า 25 นาทีจากสถานีรถไฟ Okayama หรือนั่งรถบัสสาย Okaden bus จากสถานี Okayama ป้าย 9 ไปลงที่ป้าย Kenchomae

    พิกัด

    • Okayama Castle, 2 Chome-3-1 Marunouchi, Kita Ward, Okayama

    เวลาทำการ

    • ปราสาทเปิดให้เข้าชมทุกวัน ในเวลา 9:00 – 17:30 น.
    • ปิดทำการในวันที่ 29 – 31 ธันวาคม

    ค่าบริการ

    • ค่าเข้าชมเฉพาะปราสาท 320 เยน
    • ตั๋วชุดที่เข้าชมได้ทั้งปราสาทและสวน 580 เยน

    เว็บไซต์

    https://okayama-kanko.net/ujo/english/index.html#page0


    5. ศาลเจ้าคิบิทสึ (Kibitsu-jinja Shrine)

    เราจะพาทุกคนไปแวะขอพรกันที่ศาลเจ้าคิบิทสึ ศาลเจ้าชื่อดังของจังหวัดโอคายามะกันนะคะ

    คนญี่ปุ่นเขาเชื่อกันว่าศาลเจ้าแห่งนี้ขอพรอะไรก็สมปรารถนา ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีความสุขอยู่แล้วหรือไม่ค่อยมีความสุข เมื่อกลับจากที่นี่แล้วก็ล้วนได้รับพลังกลับไปใช้ชีวิตต่อไปค่ะ

    ว่ากันว่าศาลเจ้านี้เป็นที่มาของนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นชื่อดังเรื่องโมโมทาโร่ด้วย

    ลักษณะเด่นของที่นี่คือทางเดินที่ยาวถึง 360 เมตร นอกจากนี้แต่ละฤดูกาลยังมีดอกไม้ต่างชนิดให้ชมด้วย ถือว่าเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของที่นี่เลยล่ะ

    ข้อมูลเกี่ยวกับศาลเจ้าคิบิทสึ (Kibitsu-jinja Shrine)

    วิธีเดินทาง

    • เดิน 10 นาทีจากถานีรถไฟ Kibitsu

    พิกัด

    • Kibitsu-jinja Shrine, 931 Kibitsu, Kita Ward, Okayama City, Okayama

    เวลาทำการ

    • 5:00 น. - 18:00 น.

    ค่าบริการ

    • เข้าชมฟรี

    เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น)


    6. พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอฮาระ (Ohara Art Museum)

    พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอฮาระ เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะของเอกชนแห่งแรกในญี่ปุ่น อาคารที่เห็นในภาพถูกสร้างแบบสถาปัตยกรรมกรีก ด้านในมีการจัดแสดงศิลปะตะวันตกจากศิลปินที่มีชื่อเสียง อาทิ เอล เกรโก, พอล โกแกง, โคลด โมเนต์

    https://www.ohara.or.jp/

    นอกจากศิลปะตะวันตกแล้ว ภายในพิพิธภัณฑ์นี้ยังมีงานศิลปะอื่นๆให้ชมอย่างหลากหลาย เช่น บ่อบัวที่จำลองจากที่พักของโมเนต์ เครื่องปั้นดินเผา รวมถึงงานหัตถกรรมต่างๆของญี่ปุ่น

    อีกทั้งยังมีการจัดคอนเสิร์ตแกลเลอรี และมีร้านขายของที่ระลึกจากงานศิลปะให้ผู้เข้าชมได้ซื้อกลับไปเป็นของฝากได้อีกด้วย

    ข้อมูลเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะโอฮาระ (Ohara Art Museum)

    วิธีเดินทาง

    • เดิน 15 นาทีจากสถานีรถไฟ Kurashiki

    พิกัด

    • 1 Chome-1-15 Central, Kurashiki, Okayama

    เวลาทำการ

    • 9:00 - 17:00 น.
    • ปิดทุกวันจันทร์และช่วงวันที่ 28 - 31 ธันวาคม

    ค่าเข้าชม

    • บุคคลทั่วไป 1,500 เยน
    • นักเรียนมัธยม/ประถม  500 เยน
    • ต่ำกว่าระดับประถม เข้าชมฟรี

    เว็บไซต์


    7. ปราสาทบิจจูมัตสึยามะ (Bichu Matsuyama Castle)

    ปราสาทบิจจูมัตสึยามะตั้งอยู่ในเมืองทาคาฮาชิ เป็น 1 ใน 12 ปราสาทดั้งเดิมของญี่ปุ่น (ปราสาทที่เป็นของแท้ ไม่ได้ผ่านการบูรณะขึ้นใหม่) อีกทั้งยังเป็นปราสาทเพียงแห่งเดียวจาก 12 ปราสาทที่ตั้งอยู่บนยอดเขา โดยอยู่ที่ความสูง 430 เมตร

    ปราสาทบิจจูมัตสึยามะสร้างขึ้นในปี 1240 แต่เดิมปราสาทนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นป้อมปราการ ที่ตั้งจึงอยู่บนภูเขาสูงชันที่ยากต่อการโจมตี

    แม้กระทั่งทุกวันนี้ปราสาทบิจจูมัตสึยามะก็ยังไม่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย เพราะผู้มาเยือนต้องเดินขึ้นเขาประมาณ 20 นาทีเพื่อไปยังปราสาทจากจุดจอดรถที่ใกล้ที่สุด นอกจากตัวปราสาทแล้ว เรายังสามารถชมทิวทัศน์ของเมืองจากหลายจุดได้ตลอดทาง

    ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทขนาดเล็กที่มีเพียงสองชั้นเท่านั้น ภายในปราสาทจะมีการจัดแสดงวัตถุโบราณและอธิบายถึงประวัติความเป็นมาของปราสาท

    ในช่วงเดือนที่อากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม บริเวณรอบปราสาทและภูเขามักปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกในยามเช้าตรู่ บนภูเขาที่อยู่ใกล้เคียงกันซึ่งสามารถเดินทางไปได้โดยรถยนต์ก็มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นปราสาททั้งหลังได้ ภาพที่เห็นจากภูเขาลูกนั้นจะดูเหมือนกับว่าปราสาทกำลังลอยอยู่บนก้อนเมฆ

    ข้อมูลเกี่ยวกับปราสาทบิจจูมัตสึยามะ (Bichu Matsuyama Castle)

    ที่มา

    วิธีเดินทาง

    • รถแท็กซี่ (ไป-กลับ 2,000 เยน/คน) หรือรถส่วนตัว

    พิกัด

    เวลาทำการ

    • 9:00 น. - 17:30 น. (เมษายน – กันยายน)
    • 9:00 น. - 16:30 น. (ตุลาคม – มีนาคม)

    ค่าบริการ

    • ผู้ใหญ่ : 300 เยน
    • นักเรียนประถมและมัธยมต้น : 150 เยน

    เว็บไซต์


    8. หมู่บ้านโบราณฟุกิยะ (Fukiya Furusato Village)

    หมู่บ้านโบราณฟุกิยะ เป็นหมู่บ้านโบราณที่ตั้งอยู่บนภูเขาในเมืองทาคาฮาชิ ที่นี่เคยเป็นศูนย์รวมความเจริญรุ่งเรืองในยุคเอโดะถึงยุคเมจิ มีชื่อเสียงในการผลิตเบงการะ หรือดินสีแดงที่เกิดจากการออกซิเดชันของเหล็ก ซึ่งมีคุณสมบัติในการป้องกันแมลง ไม่เน่าเสีย และไม่เป็นสนิม

    เบงการะเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนในชุมชนแห่งนี้ มักใช้ทำเป็นสีย้อมผ้า เครื่องเขิน และเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งนักท่องเที่ยวก็สามารถทดลองทำเครื่องปั้นดินเผาที่นี่ได้

    https://www.okayama-japan.jp/

    กระเบื้องหลังคาสีแดงเซคิชูกาวาระและอาคารที่สร้างจากเบงการะที่เห็นในภาพ ทำให้หมู่บ้านโบราณฟุกิยะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นย่านอนุรักษ์ที่สำคัญสำหรับกลุ่มอาคารโบราณ

    นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถบัสวินเทจสีแดงเเพื่อชมหมูบ้านนี้อย่างทั่วถึงได้อีกด้วย

    ข้อมูลเกี่ยวกับหมู่บ้านโบราณฟุกิยะ (Fukiya Furusato Village)

    วิธีเดินทาง

    • นั่งรถบัสจากสถานี Bichu Takahashi ไปยังสถานี Fukiya ใช้เวลาประมาณ 55 นาที

    พิกัด

    เวลาทำการ/ค่าบริการ

    • ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่

    เว็บไซต์


    9. สวนดอกกุหลาบ RSK (RSK Rose Garden)

    https://www.rsk.co.jp/okayama/news/rsk-baraen.html

    สวนดอกกุหลาบ RSK เป็นสวนดอกกุหลาบที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1947 ภายในสวนพื้นที่กว่า 30,000 ตารางเมตรแห่งนี้มีดอกกุหลาบกว่า 1 ล้านต้น โดยแบ่งเป็น 15,000 พุ่มและ 450 สปีชีส์

    ดอกกุหลาบภายในสวนกุหลาบ RSK นั้นบานสวยตลอดทั้งปี แต่ด้วยแผนการปลูกดอกไม้ของทางสวน ทำให้มีอยู่ 2 ช่วงเวลาที่ดอกกุหลาบในสวนนี้เบ่งบานเต็มที่และดูสวยที่สุด คือในฤดูใบไม้ผลิ (กลางเดือน พ.ค. - กลางเดือน มิ.ย.) และฤดูใบไม้ร่วง (กลางเดือน ต.ค. - ปลายเดือน พ.ย.) ในช่วงเวลาดังกล่าว สวนแห่งนี้จะกลายเป็นทะเลดอกไม้หลากสีสัน ทำให้ผู้มาเยือนล้วนประทับใจในความสวยงามที่ราวกับอยู่ในสรวงสวรรค์แห่งกุหลาบ

    ข้อมูลเกี่ยวกับสวนดอกกุหลาบ RSK (RSK Rose Garden)

    วิธีเดินทาง

    • นั่งรถบัสจากสถานีรถไฟ JR Okayama ไปลงที่ป้าย Shimonatsukawa ใช้เวลา 30 นาที และเดินต่ออีก 5 นาที

    พิกัด

    • 1592-1 Natsukawa,Kita-ku, Okayama-shi,Okayama Prefecture, Japan, 701-0164

    เวลาทำการ

    • 9:30 - 17:00 น. (เปิดให้เข้าสวนได้จนถึง 16:30 น.)

    ค่าเข้าชม

    • ผู้ใหญ่ (นักเรียนชั้นมัธยมขึ้นไป) : 600 เยน
    • เด็ก (นักเรียนชั้นประถมลงไป) : 300 เยน

    ในช่วงเดือน ส.ค. /ก.ย. / ธ.ค. / ม.ค. จะปรับค่าเข้าชมเป็นราคาดังต่อไปนี้

    • ผู้ใหญ่ (นักเรียนชั้นมัธยมขึ้นไป) : 300 เยน
    • เด็ก (นักเรียนชั้นประถมลงไป) : 200 เยน 

    เว็บไซต์


    10. ภูเขาวาชู (Mt.washu)

    ภูเขาวาชูตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Setonaikai National Park  ภูเขาแห่งนี้โดดเด่นด้วยรูปร่างลักษณะที่ดูคล้ายเหยี่ยวกำลังสยายปีกบิน ภูเขาลูกนี้จึงได้ชื่อว่า ‘วาชู’ ที่แปลว่าเหยี่ยวนั่นเอง

    จากจุดชมวิวบนภูเขาวาชู เราสามารถชมทิวทัศน์ของหมู่เกาะชิวาคุ (Shiwaku Islands)ได้ หมู่เกาะชิวาคุประกอบไปด้วยเกาะแก่งต่างๆจำนวนกว่า 30 เกาะ โดยตั้งอยู่บนพื้นที่ของทะเลในเซโตะ (Seto Inland Sea) หรือทะเลในที่ตั้งอยู่ระหว่างเกาะฮอนชู ชิโกกุ และคิวชู นอกจากนี้เรายังชมวิวสะพานเซโตะโอฮาชิที่เชื่อมระหว่างจังหวัดโอคายามะกับจังหวัดคากาวะจากบนภูเขาวาชูได้อีกด้วย

    เส้นทางขึ้นภูเขาวาชูนั้นสร้างขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นทางขึ้นเขาโดยเฉพาะ ภาพทิวทัศน์ทะเลในเซโตะที่มองเห็นได้ในระหว่างทางขึ้นเขานั้นวิเศษสุดๆ โดยเฉพาะในยามพระอาทิตย์ตกดิน ภาพอาทิตย์อัสดงจากภูเขาวาชูสวยงามจนถึงขั้นที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 100 ภาพพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น

    ข้อมูลเกี่ยวกับภูเขาวาชู (Mt.washu)

    วิธีเดินทาง

    • สามารถเดินทางไปภูเขาชูได้โดยรถไฟและรถส่วนตัว สถานีรถไฟที่ใกล้ภูเขาวาชูที่สุดคือสถานี JR Kojima แต่จากสถานี Kojima ไปยังภูเขาวาชูนั้นใช้เวลาเดินถึง 40 นาที ดังนั้นทางเลือกที่สะดวกที่สุดคือขับรถไป เนื่องจากถ้าขับรถออกจากทางออก Kojima exit ของทางด่วน Seto-chuo Expressway แล้ว เราจะสามารถไปถึงภูเขาวาชูได้ภายใน 10 นาที นอกจากนี้ตรงหอชมวิวของภูเขาวาชูยังมีที่จอดรถฟรีอีกด้วย

    พิกัด

    • Shimotsui-tanoura, Kurashiki-shi, Okayama

    โทร

    • 086-479-8660

    เวลาทำการ

    • เม.ย.- ก.ย. : 9:00 - 17:00  น.
    • ต.ค - มี.ค. :  9:00 - 16:30 น.
    • ปิดทำการในช่วงวันหยุดปีใหม่ (29 ธ.ค. – 3 ม.ค.)

    ค่าเข้าชม

    • เข้าชมฟรี

    เว็บไซต์


    11. ถ้ำมากิ (Makido Cave)

    ถ้ำมากิเป็นถ้ำหินปูนที่มีความยาวรวมทั้งสิ้น 450 เมตร โดยภายในถ้ำจะมีทะเลสาบใต้ดินทอดตัวอยู่ทางด้านหลังของถ้ำด้วย อุณหภูมิภายในถ้ำมากิจะคงที่อยู่ที่ 15 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี

    ถ้ำมากินั้นได้รับการยกย่องว่าเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติ (Natural monument)ของจังหวัดโอคายามะ ภายในถ้ำมากินั้นเต็มไปด้วยสีสันของหินงอกหินย้อยและแสงธรรมชาติที่ส่องสะท้อนจากทะเลสาบใต้ดิน ด้วยเหตุนี้บางครั้งถ้ำมากิจึงได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘พิพิธภัณฑ์ถ้ำ’

    นอกจากนี้ ผู้คนจะนิยมโยนเหรียญลงไปใน ‘Sensui (บ่อน้ำในสวน)’ เหมือนที่นักท่องเที่ยวนิยมทำเมื่อไปเที่ยวน้ำพุเทรวี่ในอิตาลี โดยเชื่อว่าจะทำให้ความปรารถนาของตนเป็นจริง

    ข้อมูลเกี่ยวกับถ้ำมากิ (Makido Cave)

    วิธีเดินทาง

    • นั่งรถไฟ JR ไปลงที่สถานี Ikura แล้วนั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Makido Cave (ใช้เวลา 40 นาที)

    พิกัด

    • Mikido Cave, 2276-2, Toyonagaakouma, Niimi City, Okayama Prefecture

    โทร

    • 0867-74-3100

    เวลาทำการ

    • 8:30 น. – 17:00 น. (เปิดให้เข้าถ้ำจนถึง 16:30 น.)
       
    • ไม่มีวันหยุดทำการ

    ค่าเข้าชม

    • ผู้ใหญ่และนักเรียน ม. ปลาย :  1,000  เยน
    • นักเรียน ม.ต้น : 800 เยน
    • นักเรียนชั้นประถมลงไป : 500 เยน

    เว็บไซต์

     

    แหล่งชอปปิ้งในโอคายามะ

    1. ย่านโคจิมะยีนส์สตรีท (Kojima Jeans Street)

    https://www.okayama-japan.jp/th/spot/906

    โคจิมะยีนส์สตรีท เป็นย่านที่เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนรักเสื้อผ้ายีนส์

    ย่านโคจิมะยีนส์สตรีทเป็นแหล่งกำเนิดยีนส์ที่แรกในญี่ปุ่น ย่านนี้เต็มไปด้วยร้านขายเสื้อผ้ายีนส์ที่มีคุณภาพทั้งแบรนด์ของญี่ปุ่นและแบรนด์ดังระดับโลกกว่า 30 ร้าน

    นอกจากจะได้ช้อปยีนส์แล้ว ที่นี่ยังมีหลายจุดให้ทุกคนได้ไปถ่ายภาพแบบเก๋ๆไม่ซ้ำใคร แถมยังมีคาเฟ่ให้นั่งพักในระหว่างเที่ยวอีกด้วย

    >>> แนะนำ คาเฟ่และร้านอาหารในย่าน Kojima Jeans Street

    https://www.okayama-japan.jp/th/spot/906

    ข้อมูลเกี่ยวกับย่านโคจิมะยีนส์สตรีท (Kojima Jeans Street)

    วิธีเดินทาง

    • เดิน 15 นาทีจากสถานีรถไฟ Kojima

    พิกัด

    เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น)


    2. มิตซุยเอาต์เล็ตพาร์คคุราชิกิ (Mitsui Outlet Park Kurashiki)

    https://www.okayama-japan.jp/en/spot/1117

    มิตซุยเอาต์เล็ตพาร์คคุราชิกิ (Mitsui Outlet Park Kurashiki) เป็นอีกที่หนึ่งที่สายช้อปไม่ควรพลาด ห้างเอาต์เล็ตนี้รวบรวมทั้งสินค้าแบรนด์เนมทั้งของญี่ปุ่นและต่างประเทศซึ่งสามารถซื้อได้ในราคาสุดคุ้ม หรือหากใครไม่ได้มาช้อปก็สามารถแวะทานข้าวและเดินเล่นที่นี่เพลินๆได้ เพราะที่นี่อยู่ใกล้สถานี  Kurashiki เพียง 3 นาทีเท่านั้น

    ข้อมูลเกี่ยวกับมิตซุยเอาต์เล็ตพาร์คคุราชิกิ (Mitsui Outlet Park Kurashiki)

    วิธีเดินทาง

    • เดิน 3 นาทีจากสถานีรถไฟ Kurashiki

    พิกัด

    เวลาทำการ

    • 10:00 - 20:00 น.

    เว็บไซต์

    เว็บไซต์จังหวัดโอคายามะ


    อาหารท้องถิ่นของโอคายามะ

    โอคายามะเป็นจังหวัดที่มีสภาพอากาศอบอุ่น อุณหภูมิกำลังพอเหมาะ อีกทั้งยังติดทะเล ที่นี่จึงเป็นดินแดนที่อุดมไปด้วยอาหารจานเด็ดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารทะเลต่างๆหรือซูชิที่ปะหน้าด้วยปลาคุณภาพดี

    นอกจากนี้โอคายามะยังขึ้นชื่อเรื่องผลไม้มากๆ เพราะอากาศที่ดีทำให้ผลไม้ที่นี่มีรสชาติอร่อยหอมหวาน จนถึงขั้นที่โอคายามะได้ชื่อว่าเป็น ‘ดินแดนแห่งผลไม้’ เลยทีเดียว

    หมายเหตุ: หากต้องการไปเก็บผลไม้ที่สวนผลไม้ ควรตรวจสอบฤดูกาลและสภาพอากาศ รวมถึงติดต่อจองคิวก่อนไปเที่ยวที่สวน

    ต่อจากนี้จะเป็นการแนะนำอาหารของจังหวัดโอคายามะ

    1. Okayama Barazushi ซูชิท้องถิ่นของโอคายามะ

    https://www.okayama-kanko.jp/gourmet/11993

    หากมาเที่ยวโอคายามะ สิ่งที่จะพลาดไม่ได้เลยก็คือการลิ้มลองซูชิ โดยเฉพาะ Okayama Barazushi หรือซูชิท้องถิ่นของโอคายามะ Okayama Barazushi เป็นซูชิที่ปะหน้าด้วยปลาเนื้อดีจากทะเลในเซโตะ และมีการใช้ผักท้องถิ่นที่แตกต่างออกไปตามฤดูกาล ส่วนข้าวที่ใช้ปั้นก็เป็นข้าวหมักน้ำส้มสายชู อาหารทะเลของที่นี่นั้นนับว่าเป็นวัตถุดิบชั้นยอด ดังนั้นเรารับประกันได้เลยว่าซูชิทุกคำจะอัดแน่นไปด้วยความละมุนของเนื้อปลาคุณภาพดีแน่นอน

    ที่มา >>> https://okayama-kanko.net/sightseeing/th/gourmet/


    2. ซูชิปลามามาการิ (Mamakari-zushi)

    ซูชิปลามามาการิเป็นซูชิที่ใช้เนื้อปลามามาการิเป็นหน้า โดยปลามามาการินั้นเป็นปลาท้องถิ่นเล็กๆที่อาศัยอยู่ในทะเลในเซโตะของโอคายามะ

    เชฟจะนำเนื้อปลามามาการิไปหมักเกลือประมาณหนึ่งชั่วโมง จากนั้นล้างด้วยน้ำส้มสายชู แล้วนำไปหมักในน้ำส้มสายชูที่ผสมน้ำตาลกับเกลือแล้วทิ้งเอาไว้ข้ามคืน

    วันรุ่งขึ้นเชฟจะนำเนื้อปลาที่ผ่านกระบวนการหมักเรียบร้อยแล้วไปวางลงบนข้าวปั้น กลายเป็นซูชิปลามามาการิแสนอร่อย ของดีของจังหวัดโอคายามะนั่นเอง


    3. ลูกพีชสีขาว (White Peaches)

    โอคายามะนั้นขึ้นชื่อเรื่องผลไม้ แต่ในบรรดาผลไม้ทั้งหมด ลูกพีชสีขาวนั้นนับว่าเป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อที่สุดและนับว่าเป็นเอกลักษณ์ของโอคายามะเลย ลูกพีชสีขาวที่โอคายามะนั้นมีรสชาติที่หวานอร่อยมากๆและมีกลิ่นหอมสุดๆ

    เมื่อถึงฤดูร้อน ฟาร์มผลไม้ในจังหวัดโอคายามะจะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเด็ดลูกพีชและทานกันสดๆตรงนั้นได้เลย หากใครมีโอกาสได้ไปโอคายามะในช่วงหน้าร้อน อย่าลืมใส่ฟาร์มผลไม้ลงไปในแพลนท่องเที่ยวกันนะคะ เพราะบอกได้เลยว่ามันเป็นประสบการณ์ที่วิเศษมากและหาได้แค่ที่โอคายามะเท่านั้น >>> https://www.okayama-japan.jp/en/feature/fruit


    4. คิบิดังโงะ (Kibi dango)

    คิบิดังโงะ เป็นขนมหวานแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่โด่งดังมากๆในโอคายามะ เพราะนอกจากความอร่อยแล้ว คิบิดังโงะยังปรากฏอยู่ในนิทานเรื่องโมโมทาโร่ด้วย

    คิบิดังโงะนั้นทำจากแป้งกิวฮี (Gyuhi) แป้งทำขนมของญี่ปุ่นที่ช่วยให้ตัวแป้งดังโงะมีความเหนียบหนึบมากกว่าการใช้แป้งทั่วๆไปทำ รูปร่างของคิบิดังโงะจะเป็นทรงกลมแบน นิยมเสิร์ฟคู่กับชาเขียว

    หลังจากเที่ยวมาเหนื่อยๆทั้งวัน การแวะไปนั่งชิลล์ทานขนมอร่อยๆอย่างคิบิดังโงะนั้นเป็นอะไรที่ดีไม่น้อยเลยล่ะ นอกจากนี้ยังสามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากให้ครอบครัวกับเพื่อนๆได้ด้วยนะ


    5. พาร์เฟ่ต์ผลไม้ (Fruit parfait)

    ในเมื่อ จังหวัดโอคายามะ ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ดินแดนแห่งผลไม้’ดังนั้นของหวานที่เราไม่ควรพลาดเลยก็คือพาร์เฟ่ต์ผลไม้นั่นเอง

    พาร์เฟ่ต์ผลไม้สามารถหาทานได้ตามร้านอาหารในโซนใจกลางเมืองโอคายามะ โดยพาร์เฟ่ต์ที่นี่จะใช้ผลไม้ท้องถิ่นของโอคายามะอย่างพีชสีขาวหรือองุ่นญี่ปุ่นพันธุ์ไชน์มัสแคทเป็นส่วนประกอบหลัก ด้วยเหตุนี้พาร์เฟ่ต์ผลไม้ของโอคายามะจึงมีความอร่อยที่ไม่เหมือนใครแน่นอน

     

    บทส่งท้าย

    จบไปแล้วนะคะสำหรับบทความแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆใน จังหวัดโอคายามะ สถานที่ที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและโบราณสถานมากมาย อีกทั้งยังมีอาหารทะเลและผลไม้อร่อยๆที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปไกลด้วย

    fromJapan ขอฝากบทความแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใน จังหวัดโอคายามะ นี้ไว้เป็นทางเลือกในการเดินทางครั้งหน้าของทุกคนด้วยนะคะ ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะทำให้ทุกคนหายคิดถึงญี่ปุ่นได้ไม่มากก็น้อย

    สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อนน้า สวัสดี!

     

    อ่านบทความอื่นๆเกี่ยวกับจังหวัดโอคายามะ

     

    ที่มา: รวมข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวใน ‘จังหวัดโอคายามะ’ ฉบับจัดเต็ม!

    ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจได้ที่: fromJapan.info

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in