เรื่องเล่าจากออดิทWIPASANE
ความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ
  • "ไม่มีใครรับผิดชอบชีวิตของเรา"
    ประโยคนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ฉันเข้าใจมากขึ้นจากชีวิตของผู้ใหญ่



    หากจะว่ากันในทางกายภาพ ฉันเองก็ยังไม่ได้รับผิดชอบชีวิตตัวเองอย่างเต็มร้อย 
    คุณพ่อยังเป็นคนออกค่าคอนโดให้ คุณแม่ยังคอยทำอาหารและดูแลเรื่องจิปาถะให้ 
    ดังนั้น สิ่งที่ฉันต้องรับผิดชอบจริงๆคงจะเป็นอนาคตของตัวเองมากกว่า
    ทั้งในเรื่องอาชีพและการตัดสินใจไปเรียนต่อ

    ในทางกลับกัน หากพูดในเชิงจิตใจแล้ว 
    คำกล่าวว่า "เป็นผู้ใหญ่ในชั่วข้ามคืน" ก็มิได้เกินความเป็นจริงเท่าไรนัก 
    เพราะ แม้จะยังมีที่บ้านซัพพอร์ตอยู่ในระดับหนึ่ง 
    แต่สุดท้ายแล้ว ชีวิตนี้ก็เป็นความรับผิดชอบของตัวเราเอง

    คุณผู้อ่านคงจำได้กันใช่ไหมคะ?
    ฉันเมื่อ 6 เดือนก่อนหน้า เคยคิดว่า ถ้าจะลาออก ก็จะลาออกเพื่อไปเรียนต่อเท่านั้น
    แต่เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ฉันยื่นใบสมัครไปที่ startup แห่งหนึ่ง 
    และกำลังเดินทางมาถึงช่วงท้ายของ application process แล้ว

    จะว่าไปแล้ว ตอนนั้นก็เหมือนการตัดสินใจชั่ววูบนะคะ
    ในช่วง peak ของออดิท ฉันยอมรับว่า บางครั้ง ฉันก็เหมือนคนสติไม่เต็มร้อย
    ทำอะไรไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง เห็นอะไรก็น่าสนใจกว่าออดิทไปเสียหมด อยากลองไปก่อน
    เรียกได้ว่า ทำทุกอย่างที่ขวางหน้า ยกเว้น การสอบ cpa

    หลังจากผ่าน การสัมภาษณ์รอบแรก ทำ technical assessment และสัมภาษณ์อีกครั้งกับ founder
    ฉันได้ตอบคำถามมากมาย รวมทั้ง คำถามที่ฉันเองวนเวียนถามตัวเองหลายรอบมากๆ คือ
    'ฉันอยากลาออกจริงๆไหมนะ?' 
    ซึ่งแน่นอนว่า ฉันอยากลาออกจริงๆ 
    ฉันจะไม่ทำอาชีพนี้ไปตลอดชีวิตแน่ๆ และฉันก็ไม่ได้ passionate กับงานออดิทขนาด give up ไม่ลง
    เพียงแต่ ฉันหลงลืมบางประเด็นไปค่ะ

    ในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันได้พูดคุยและปรึกษากับเพื่อนๆและผู้คนรอบข้างมากมาย
    บนพื้นฐานความเชื่อว่า คนนอกจะมองเห็นสิ่งที่เจ้าของปัญหามองไม่เห็น
    'ฉันว่า มันไม่สายเกินไปที่จะลาออกในอีกหนึ่งปีข้างหน้า'
    'เป้าหมายที่เธออยากจะทำจริงๆ คือ อะไร?'
    'ถ้าเธอลาออกไปแล้ว เธอก็คงจะไม่หันกลับมาเก็บ cpa แล้ว'
    'ถ้าชีวิตนี้เธอไม่มี cpa เธอจะเสียดายไปตลอดหรือเปล่า?'
    'การไปโตในบริษัทเล็กๆ เพื่อเป็น manager น่าสนใจ แต่ถ้าจะทำไม่กี่ปีแล้วไปเรียนต่อ คุ้มไหม?'
    'เธอจะรับได้กับความไม่ well-organized ของ startup ได้จริงๆใช่ไหม?'

    ใช่ค่ะ ถ้าวันนี้ ฉันเลือกลาออกไปทำ startup โลกของฉันจะไม่มีวันเหมือนเดิมตลอดไป
    ฉันจะเริ่มชีวิตใหม่ในสาย digital marketing 
    ก้าวออกจาก comfort zone ที่เรียกว่า Big4

    การที่มีโอกาสเข้ามาเป็นเรื่องที่ดีค่ะ
    แต่อย่าลืมที่จะถามตัวเองว่า โอกาสนั้นเป็นโอกาสที่คุณอยากได้หรือเปล่า?
    The law of give and take ยังคงใช้ได้อยู่เสมอนั่นแหละค่ะ

    อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ ฉันก็ยังไม่ได้งานใหม่นะคะ กำลังอยู่ใน process แหละค่ะ
    แต่ท้ายที่สุดแล้ว อำนาจในการตัดสินใจก็เป็นของฉัน
    และฉันก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะรับผลของการตัดสินใจนั้น ไม่ว่า มันจะนำพาอะไรมาก็ตาม

    การตัดสินใจบนพื้นฐาน "ไม่มีใครรับผิดชอบชีวิตของเรา"
    ฟังดูแล้วก็เห็นแก่ตัวในแบบหนึ่ง แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า โลกใบนี้เป็นเช่นนั้นจริงๆ
    มนุษย์เราเติบโตและมีประสบการณ์ชีวิตต่างกัน 
    รวมทั้ง ต้องตัดสินใจบนปัจจัยแวดล้อมที่ไม่มีใครเหมือนกับใครได้ 100%
    ดังนั้น คงจะดีกว่ามาก ถ้าคุณอ่อนโยนกับผู้คนรอบข้างสักนิด
    กรุณาอย่าตัดสินใครด้วยบรรทัดฐานของตัวเองเลยนะคะ

    ปล. บางครั้ง ฉันก็เคยสงสัยในตัวเองนะคะ ว่าจะหมกมุ่นอะไรกับการไปเรียนต่อขนาดนั้น
    แต่ยิ่งทำงานก็ยิ่งค้นพบจริงๆค่ะ ว่าตัวเองเป็นคนชอบเรียนอย่างไม่น่าเชื่อ
    จะอย่างไร ก็ยังอยากเป็นดอกเตอร์อยู่ดีแหละ ヅ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
zane. (@zane.)
โลกนี้มันมีอะไรสมบูรณ์แบบโดยแท้จริงได้อย่างเสียอย่างเหมือนจะเป็นกฎของธรรมชาติจริงๆสินะครับ ชีวิตมันไม่เคยง่ายถึงแม้เราจะพยายามคิดว่ามันง่ายแต่มันไม่ง่าย”ไม่เคยง่าย”✌️
WIPASANE (@nrejgni)
@zane. ทุกทางเลือกย่อมมีค่าเสียโอกาสแหละค่ะ
สำหรับตัวเราเอง การยอมรับว่า ชีวิตมันยาก ง่ายกว่า การปลอบใจตัวเองว่า ชีวิตมันง่ายค่ะ ;)
WIPASANE (@nrejgni)
@zane. ถ้ากำลังเจอกับเรื่องที่ยากลำบากอยู่ ขอให้ฮึบๆไว้นะคะ ♡
zane. (@zane.)
@nrejgni ฮึบตลอด แต่เจอทุกวันๆไปก็ฮึบยากครับ😂