เรื่องเล่าจากออดิทWIPASANE
เสาร์-อาทิตย์ที่มีอยู่จริง
  • เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้มี 'โอกาส' ไปติดจ็อบเน่าขึ้นชื่อของ firm มาค่ะ เป็นจ็อบที่พูดชื่อไปใครๆก็รู้จัก และยังเป็นจ็อบที่อยู่กับ firm มาเนิ่นนาน (ซึ่งเราคิดว่าน่าจะนานจริงๆ เพราะ พี่ senior manager ของเราก็เคยเป็น senior จ็อบนี้มาก่อน) ความเน่าของจ็อบนี้มาจากเมื่อปี 2018 ทีมทีทำจ็อบนี้ลาออกยกทีมและพี่ manager ที่บุ๊คเรามาเข้าจ็อบนี้ก็ลาออกไปแล้วด้วยเช่นกัน และตัวที่เราไปทำก็เป็นตัวที่ไม่มีเด็กประจำ มีแค่พี่อินชาร์จคนเดียวเท่านั้นที่ประจำ... อยากบอกทุกคนเลยว่า ไม้แรกดีเสมอ ไมเสุดท้ายที่ต้องมาเก็บขี้คนอื่นนั้น จัดว่า ทำเราหัวร้อนไม่ไหว

    ส่วนสาเหตุที่เรียก จ็อบนี้ว่า 'โอกาส' นั้น เนื่องมาจาก ตลอดสองสัปดาห์ที่จ็อบนี้ แม้เราจะได้ task plan ที่ไม่ได้ยากเย็นและหนีกหนาอะไร แต่เราก็ทำงานหนักมาก โดยค่าเฉลี่ยการเลิกงานของจ็อบนี้ คือ เที่ยงคืน ซึ่งถ้านับจากสัปดาห์ที่ทำงบ listed จนถึงเมื่อวาน เราเลิกงานเฉลี่ยเที่ยงคืนมาได้เป็นเวลา 3 สัปดาห์พอดี อย่างไรก็ตาม จ็อบนี้ทำให้เราได้รู้ว่า การทำงานหนัก(มาก) ในวันทำงาน และหยุดจริงๆ แบบไม่มีใครส่งเมลล์หรือไลน์หาในวันหยุดนั้น ทำให้สภาพจิตใจของเราดีขึ้นมาก

    นอกจากนี้ ทีมนี้ยังถือว่า เป็นทีมขนาดใหญ่มาก โดยมี S1 มากถึงหกคน ตามมาด้วยน้องๆ S และ A ในแต่ละบ้านอีกเป็นโขยง สิริรวมทั้งทีมแล้ว 15 คนทีเดียว ซึ่งสำหรับอาชีพออดิท ทีม (คำว่า ทีม ไม่นับรวมพี่เมเนเจอร์นะ) นับว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุด หากทุกอย่างดี ถ้าอย่างอื่นดี แต่ทีมแย่ ก็เหมือนคับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยากนั่นแหละค่ะ

    ทีมนี้เป็นทีมที่ so supportive สุดๆตั้งแต่เราทำงานมา แม้งานจะหนักและต้องใช้เวลา understand nature of business ที่แสนงงงวย จนบางครั้ง เราก็รู้สึกว่า เราทำงาน effective อยู่จริงไหมนะ? แต่พี่ๆและเพื่อนๆ ทั้งที่อยู่มาก่อนและเพิ่งมาติดพร้อมเราก็ช่วยเหลือกันดีมากๆ เป็นการทำงานหนักที่เราพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า เรารู้สึกสนุก อาจจะสนุก เพราะ มันยาก มันใหม่ มันท้าทาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เยว่า เราคงจะไม่รู้สึกสนุกกับมันได้เลย หากไม่มีทีมคอย support

    คุณเชื่อไหมคะ ว่าจ็อบที่หนัก ลูกค้าไม่ให้ความร่วมมือ ต้องดีลกับคนหลายชาติแบบนี้ กลับเป็นจ็อบที่ดีที่สุดอันดับ 2 ใน portfolio ของเราในปีนี้ ฟังดูแล้วเหมือนจะเศร้า แต่มันก็ทำให้เราเติบโตและได้เห็นโลกของออดิทได้เร็วกว่าคนที่โชคดี เพราะ มันทำให้เราตั้งคำถามที่แตกต่างไปเรื่อยๆค่ะ พูดในอีกนัยหนึ่ง คือ เราจะได้ไม่ถูกความโชคดีหลอกจนหลอกตัวเองว่า เพราะอยู่ได้จึงจะอยู่จนครบ 3 ปี นอกจากนี้ เราเชื่อว่า หากวันหนึ่งเราเกิดเปลี่ยนใจที่จะอยู่ต่อ ประสบการณ์อันโชกโชนเหล่านี้จะต้องเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีอย่างแน่นอน

    'บางครั้ง เราอาจจะเหนื่อยเกินไป' เป็นประโยคที่จะว่าถูกก็ถูก จะว่าผิดก็ไม่เชิง เพราะ หากเราเหนื่อยจนแทบลืมหายใจ แต่เรารู้ว่า เราทำเพื่ออะไร มันตอบ passion อะไร เราสามารถหาความสุขในงานนั้นๆ เพื่อมาหล่อเลี้ยงชีวิตได้ มันก็เป็นความเหนื่อยที่อยู่ด้วยกันได้ จริงไหมคะ :-)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in