Dramatic DramaI-love-thee
Unbelievable (miniseries)
  • Unbelievable เป็นมินิซีรีย์ความยาว8 ตอนที่ฉายทางเน็ตฟลิกซ์ เค้าโครงเรื่องจริงจากบทความข่าวที่มีชื่อว่า "An Unbelievable Story of Rape" โดย Ken Armstrong และ T. Christian Miller ซึ่งบันทึกเรื่องราวของคดีข่มขืนต่อเนื่องที่เกิดขึ้นในวอชิงตันและโคโลราโดในช่วงปี 2008 – 2011 

    ซีรีย์จะแบ่งการเล่าเหตุการณ์ออกเป็น 2 เส้นเรื่อง โดยเริ่มจากเรื่องราวของ Marie Adler (Kaitlyn Dever) เด็กสาวอายุประมาณสิบต้นๆ ที่เป็นเหยื่อในคดีข่มขืน เราจะได้เห็นกระบวนการในการสอบปากคำตรวจร่างกาย และเก็บหลักฐานซึ่งไม่ต่างจากการบีบบังคับให้มารีต้องเล่นเทปเหตุการณ์ร้ายๆวนซ้ำไปซ้ำมาแบบไม่หยุดหย่อน ตั้งแต่การซักถามจากพยาบาลที่รับเคส แพทย์ที่ตรวจร่างกาย นักสืบหนึ่ง นักสืบสอง นักสืบหนึ่งอีกรอบทั้งๆที่เล่าไปแล้ว

  • เธอให้การว่าคนร้ายน่าจะเป็นชายผิวขาวรูปร่างสูงใหญ่ สวมโม่ง มีกระเป๋าเป้สีน้ำเงิน ปิดตาเหยื่อ ใช้กล้องถ่ายรูป และอาบน้ำให้เหยื่อหลังข่มขืนเสร็จ พอต้องเล่าไปเรื่อยๆซ้ำไปมาในบางครั้งก็มีคำพูดบางคำหรือรายละเอียดบางอย่างที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิมบ้าง พูดจาวกวนบ้าง บวกกับความอ่อนล้าของทั้งร่างกายและจิตใจ อีกทั้งคนร้ายยังทำความสะอาดจุดเกิดเหตุและทำลายหลักฐานได้อย่างแนบเนียนเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น 

    นักสืบเลยจับเรื่องนั้นมาเป็นประเด็นว่าเธออาจจะไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด หรือที่แย่ไปกว่านั้นคือเรื่องราวต่างๆไม่ได้เกิดขึ้นจริง บวกกับหนึ่งในอดีตแม่อุปถัมภ์ของเธอได้เล่าว่าในอดีตมารีเคยมีพฤติกรรมบางอย่างที่เหมือนการเรียกร้องความสนใจยิ่งทำให้นักสืบเจ้าของคดีเบนความสนใจไปที่สิ่งนั้นมากกว่าการค้นหาข้อเท็จจริง และเรียกมารีมาสอบปากคำซ้ำๆ โดยพยายามกล่อมให้เธอรับสารภาพว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องโกหกทั้งหมดเพื่อจะที่จะปิดคดี

    เส้นเรื่องที่สองจะเล่าเรื่องของนักสืบหญิง Karen Duvall (Merritt Wever) ซึ่งอยู่อีกรัฐหนึ่งและกำลังทำคดีข่มขืนเช่นกัน และผู้เสียหายก็ให้การคล้ายๆกับสิ่งที่มารีเจอ คือคนร้ายใส่โม่ง มีกระเป๋าสีน้ำเงินปิดตาเหยื่อ ใช้กล้องถ่ายรูป และทำลายหลักฐานด้วยการอาบน้ำ ต่างกันตรงที่เหยื่อในคดีนี้เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยอายุยี่สิบกว่าๆ ซึ่งมากกว่ามารีพอสมควร (มารีและนักสืบ Duvall อยู่กันคนละรัฐซึ่งอยู่กันคนละฝั่งของอเมริกาจึงไม่เคยพบเคสของมารีมาก่อนด้วยหลักฐานที่ค่อยข้างอ่อนนักสืบ Duvall จึงพยายามค้นหาคดีอื่นที่ใกล้เคียงกันเพื่อสืบหาพยานเพิ่มเติมจึงทำให้ได้พบกับ Grace Rasmussen (Toni Collette) นักสืบหญิงมากความสามารถจากอีกเมืองที่มาช่วยสืบหาตัวคนร้าย

  • เมื่อเราได้พบกับเส้นเรื่องของนักสืบหญิงทั้งสองจะพบว่าความจริงจังในการทำงานของนักสืบจากทั้งสองฝั่งมีความแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ในฝั่งของนักสืบปาร์คเกอร์ (Eric Lange) ที่ทำคดีให้มารีนั้นจะสืบแบบผิวเผิน ชนิดที่ว่าเพราะหลักฐานไม่มีเลยอนุมานเอาว่าคดีไม่เกิด และนำอคติจากคำบอกเล่าที่ดูไม่ค่อยมีน้ำหนักจากคนอื่นมาใช้ในการตัดสินคดี ผิดกับนักสืบหญิงทั้งสองที่ใช้ความละเอียดในการสืบพยายามขุดคุ้ยทุกอย่างที่อาจจะสาวไปถึงตัวคนร้ายได้ บวกกับความเป็นผู้หญิงที่อาจจะทำให้มีความเข้าใจเหยื่อซึ่งเป็นผู้หญิงเหมือนกันได้ดีกว่า แต่ทว่าความเป็นผู้หญิงเองก็มีความเสียเปรียบในบางเรื่องด้วยเช่นกัน ซึ่งทำให้การสืบคดีนี้ไม่ได้ง่ายไปกว่านักสืบผู้ชายสักเท่าไหร่

    การเล่าเรื่องค่อนข้างกระชับและเดินเรื่องได้ค่อนข้างเร็ว นักแสดงโดยเฉพาะบทของมารีถือว่าทำได้ดี ดูเป็นเด็กที่อมทุกข์อยู่ตลอดเวลา และหลังจากเหตุการณ์ร้ายๆนั้นเกิดขึ้นก็มีเรื่องราวซวยๆอีกมากมายที่เป็นผลจากมันตามมาอีกเป็นพรวนชนิดที่ว่าแทบไม่มีเวลาให้มารีหยุดร้องไห้กันเลย นอกจากเรื่องราวของมารีแล้วเรายังจะได้พบกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีวิตเหยื่อคนอื่นๆอีกนับสิบด้วยเช่นกัน ตอนจบของเรื่องเป็นอะไรที่เรียบง่ายแต่อิมแพ็คมากๆ เลยทีเดียว




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in